เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 17 - Graysoul Cemetery (3)

Chapter 17 - Graysoul Cemetery (3)

Chapter 17 - Graysoul Cemetery (3)


Chapter 17 - Graysoul Cemetery (3)

เฮนริคชูขวานขึ้นมาแล้วตะโกน

"คาลตู"

"เข้าใจแล้ว"

อย่างน้อยคาลตูก็ยังมีสติ เขายกคันธนูขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ผีที่กำลังลอยเข้ามา

"ฟิ้วว"

ลูกธนูได้พุ่งตรงเข้าใส่ผีแต่เมื่อมันถึงตัวผีมันก็ทะลุผ่านไป

"...เวรเอ้ย พวกเราควรทำยังไงดี"

เฮนริคมองไปรอบๆอย่างสั่นๆ

'ฉันกำลังกลัว'

ฮิโระก็ยังคงแอบอยู่ด้านหลังของเขา

"Labeh Ahondi Russo"

อคานน่าก็ยังคงสวดมนต์ต่อ

"เราควรทำยังไง"

คาลตูมองมาที่เฮนริค ไม่มีใครที่ไว้ใจได้เลยในตอนนี้ืเฮนริคมองไปข้างหน้าอีกครั้ง เขาได้เห็นผีผู้หญิงเข้ามาใกล้พวกเขาแล้ว

เฮนริคจับขวานเอาไว้แน่นเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะสามารถพึ่งพาได้ หน้าเขาเริ่มซีดริมฝีปากเริ่มสั่น เฮนริคและผีเริ่มจะจ้องมองกัน

"ฮะ.."

เฮนริคได้วางแผนเอาไว้ว่าจะแกว่งขวานเข้าใส่เมื่อผีเข้ามาใกล้พอ แต่เมื่อเขาได้มองเข้าไปในตาของผีตัวเขาก็แข็งไม่สามารถขยับได้

ผีหยุดที่จะลอยเข้ามาใกล้และยกมือของมันขึ้นข้างหนึ่ง

"กรี๊ดดด..."

และปล่อยเสียงดังออกมา

'...ขยับสิ ขยับ'

เฮนริคพยายามควบคุมร่างกายของตนเอง แต่เขาก็ไม่สามารถสลัดความหวาดกลัวอันชั่วร้ายที่ครอบงำร่างกายเขาออกไปได้ แต่หลังจากนั้นสักครู่

ผีได้หันไปมองรอบๆ และลอยทางซ้ายจากจุดที่เธออยู่

เมื่อเธอหายตัวไปสักพักเฮนริคก็สามารถที่จะขยับตัวได้อีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

"นั้นมันอะไรกัน"

"มันไปแล้ว?"

คาลตูได้ตอบคำถามของฮิโระ

"อ่า เธอหายไปโดยไม่ได้ทำอะไร"

เมื่อผีได้หายไป อคานน่าก็ได้หยุดสวดมนต์และลุกขึ้น

ทุกคนได้หันมามองเขาและก็เป็นครั้งแรกที่อคานน่าพูดคำที่พวกเขาเข้าใจ

"ขอขอบคุณพรจากบรรพบุรุษ"

เฮนริคตกใจแบะเผลอเปล่งคำพูดออกมา

"อะไรน่ะ อคานน่าสามารถพูดได้"

อคานน่าได้ตอบสนองโดยการปิดปากเงียบและกระพริบตาในเวลาต่อมา มันทำให้เฮนริคหมดคำพูด คาลตูจึงพูดขึ้น

"ขอแทรกหน่อยนะ แต่ว่าว่าใสเมื่อปีไปแล้ว...เขาก็ควรจะไปกันต่อพวกเราได้ใช้เวลากว่า 10 นาทีแล้วตั้งแต่การจู่โจมเริ่มขึ้น เราควรทำจะไปต่อและเคลียการจู่โจม"

เฮนริคได้ยืนขึ้นและหยิบโคมไฟขึ้นมา

"ช..ใช่แล้ว...ฉันคิดดว่าผีไม่น่าจะใช่มอนสเตอร์"

ทั้งสี่คนได้รีบเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพวกเขาไปต้องการรอให้ผีโผล่ขึ้นมาอีกครั้งแต่...

"อะบรูวว~"

พวกเขาได้ยินเสียงหมาป่าหอนดังมาจากระยะไกล มันเป็นเสียงที่ไม่มีใครอยากได้ยินอีกหลังจากจบบทที่ 2 มา ฮิโระกล่าวขึ้น

"เดี๋ยวก่อนนะ...นั้นเสียงของหมาป่่หรอ?"

คาลตูเอียงคอและถามขึ้นมาต่อ

"มีหมาป่าอยู่ในสุสานนี้"

เฮนริคได้แต่เม้มริมฝีปาก ในบทนี้มีแต่สิ่งน่าประหลาดใจในตอนนี้เขาไม่สามารถคาดเดาอะไรได้อีกแล้ว

****

ซังจินได้ค้นหารอบๆสุสานอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกมอนสเตอร์ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่กลายเป็นเรื่องยากที่จะหาเจอ

หรืออีกนัยหนั่ง คือเขาได้กำลังวิ่งอยู่เป็นวงกบมแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอิ่นสุสานนี้มันมืดจนเกินไปมันยากที่ที่จะบออกว่าด้านไหนซ้ายด้านไหนขวา

ในที่สุดแบ้วเปลวเพลิงบนคาตานะก็หายไปเมื่อมันครบ 5 นาที ซังจินก็พุ่งเข้าไปในความมืดอีกครั้ง

"5 นาทีได้ผ่านไปแล้ว ฉันเหลือเวลาอีกไม่มาก..."

ซังจินได้เรียกโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์ เอา...."

เขากำลังจะเอาเถ้าซาลาแมนเดอร์ออกมา แค่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ถึงเคน

'จริง..สิ..'

[ได้โปรดบอกสิ่งที่ต้องการ]

"อ่า ไม่มีอะไร"

ซังจินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อหยิบรูปสลักออกมา และโยนมันไปในอากาศ

ก่อนที่จะถึงพื้นรูปปั้นขนาดเบ็กได้กลายเป็นหมาป่าตัวใหญ่ มันช่วนไม่ได้ที่ซังจินจะยิ้มให้กับเคน

'หมาป่านั้นมีวิสัยทัศน์ในตอนกบางคืนที่ดีเยี่ยม'

เคนปรากฏตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในการจู่โจม

"อะบรูวว~"

เคนได้หอนออกมาเป็นเวลานานเพื่อประกาศแสดงตัวของเขา ซังจินได่เดินเข้าไปหาเคน

"เคนที่นี่มันมืดเกินไปที่ฉันจะมองเห็น แกช่วยพาฉันไปหาแท่นบูชาที่มีรูปห้าเหลี่ยมหน่อย เข้าใจนะ มันน่าจะมีลักษณะคล้ายกัับกองหินนะ"

เคนได้เห่าออกมาสั้นๆ เพื่อให้รู้ว่าเขาเข้าใจ

"โฮ่ง ๆ"

"ค้นหาจากศพ...ไม่ใช่สิไม่ใช่พวกที่ไม่เคลื่อนไหว หาแต่พวกที่ยังเคลื่อนไหวอยู่การค้นหามอนสเตอร์ที่ยังเคลื่อนไหวอยู่อาจจะนำเราไปสู่บอส"

ซังจินพยายามที่จะอธิบายข้อมูลเพิ่มเติม แต่ว่าเคนได้เริ่มที่จะเคลื่อนไหวแล้ว ซังจินดึงได้แต่เดินตามหลังของเคนไป

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เคนก็ได้หยุดลงและแยกเขี้ยว

"กรรร.."

เคนได้ขู่เตือนออกมา

"แกเจออะไรงั้นหรอ เคน"

ซังจินได้ยืนอยู่ข้างๆเคน และในระยะไกล

"แก๊ก แก๊ก"

เขาก็ของพวกกูลและโครงกระดูกศัตรูนั้นพวกจำนวนมากเคนจึงได้เห่าเตือให้ซังจินได้รู้ และทั้งคู่ก็พุ่งเข้าไปโจมตีพร้อมกัน

****

"เฮ้อ...ไม่มีศัตรูเลย.."

ฮิโระได้บ่นในเรื่องที่ไม่มีศัตรูให้สู้เลย เฮนริคก็เห็นด้วยกับเขา

"ใช่...."

เฮนริคนั้นชอบความปลอดภัยมากกว่าความประมาท แต่ฮิโระก็ชอบวิ่งออกไป เมื่อสักครู่กลุ่มของเขาก็ได้วิ่งออกไปเพื่อหาศัตรูแต่พวกเขาก็มันจะพบว่าพวกมันได้ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

และในขณะที่ทั้งสี่กำลังตรวจสอบรอบๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ

"ฉับ โฮ่ง แก๊ก"

มันเป็นเสียงของการต่อสู้ พวกเขาต่างมองไปที่ทิศทางที่มาของเสียงและเฮนริคก็ได้ถามขึน

"...เราควรจะไปตรวจสอบไหม"

ไม่มีใครที่ปฏิเสธ นับตั้งแต่ที่พวกเขาเจอกับผี พวกเขาก็ไม่เจอศัตรูเลยสักตัวเดียวที่มีชีวิตอยู่ พวกเขาได้มุ่งหน้าไปสู่ที่มาของเสีย

"..นักรบที่ไร้ซึ่งใครเทียบได้..."

อคานน่าได้กล่าวประโยคที่สองของเขาออกมา นักล่าคนอื่นๆได้ยกโคมไฟขึ้นเพื่อที่จะเดินไปเข้าไปสู่ความวุ่นวาย

และในไม่ช้าพวกเขาก็ได้เห็นการต่อสู้ของเค เขาเป็นผู้ใช่ดาบคาตานะด้วยความเร็วและพลังจนทำให้เหมือนกับสายฟ้าฟาด

การกวัดแกว่างดาบแต่ละครั้งของเขาจะตัดซอมบี้ถึงสามหรือสี่ตัว

กูลจะพยายามเข้าไปโจมตีในจุดบอดของเขาในบางครั้ง แต่ก็เกมือนกับเคนั้นมีตาหลังเขาจะหยุดพวกมันด้วยฝักดาบของเขาและแยกตัวพวกมันออกด้วยคาตานะของเขา

"ก๊าซซ"

เมื่อเผชิญหน้ากับใบมีดที่ยิ่งใหญ่ของซังจิน กูลก็ได้ถูกตัดเป็นชิ้นๆราวกับกระดาษ

โครงกระดูกได้พยายามแทงหอกเข้าใส่เค แต่เขาก็หลบมันอย่างสบายๆด้วยการเอนหลังหลบและ

"ก๊าา"

โครงกระดูกได้โดนพุ่งเข้าชนโดยหมาป่าทำให้มันล้มลง เมื่อมันพยายามจะลุกขึ้นก็ได้ถูกหมาป่าเข้ามาฉีกมันเป็นชิ้นๆด้วยกรงเล็บ

"ว๊าว.."

เฮนริคได้พูดออกมาด้วยความสะพรึงกลัว สำหรับฮิโระแม้ว่าเขาจะมีความสามารถที่ดีแต่ก็ยังอยู่ในเกณของมนุษย์

แต่สิ่งที่เขาได้เห็นการต่อสู้จากเคมันเหนือเกินกว่าระดับมนุษย์ไปแล้ว เหมือนกับว่าพวกเขากำลังดูสงครามของเทพ

'ฮิโระ'

เฮนริคได้นึกถึงฮิโระและหันไปมองเขา เขาก็เห็นว่าฮิโระก็กำลังมองดูการต่อสู้และอ้าปากกว้างออกมาเช่นกัน

'ฉันสงสัยว่าเขาจะรู้สึกยังไงบ้าง'

และเมื่อการต่อสู้จบลงเสียงที่วุ่นวายก็หมดไปกลายเป็นความเงียบกริบ รอบๆตัวของเคนั้นไม่มีอะไรเลยนอกเสียจากกองซากศพ

เคได้ขมวดคิ้วขึ้นในขณะที่เขาได้เช็ดเลือดออกไปจากตัวและคาตานะ หมาป่าที่อยู่ข้างๆเคได้หันมามองพวกเขาสั้นๆและหอนขึ้น

"อะบรูว"

ในที่สุดเคก็หันมามองพวกเขาสี่คน

"อ่า...พวกนายมาแล้ว"

แต่

"กรร"

หมาป่าที่อยู่ถัดจากเขาได้แยกเขี้ยขู่ เมื่อเคสังเกตุเห็นเขาก็กล่าวกับหมาป่า

"เฮ้ อย่าทำอย่างนั้นเคน นักล่าพวกนี้ไม่ใช่ศัตรู"

เมื่อเขาพูดคำนั้นออกมาหมาป่าก็ดูผ่อนคลายและเดินเขาไปใกล้ขาของเขามันดูเชื่องและซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย หลังจากเคพูดกับหมาป่าจบเขาก็หันขึ้นมามอง

****

ซังจินได้นับยอดของพวกเขาในใจอย่างรวดเร็ว

'หนึ่ง สอง สาม สี่'

เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครที่เสียชีวิตลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บให้เห็น แะ่น่าเสียดายเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพลหอกผู้เชี่ยวชาญกับซามูไรระดับกลางว่าป้องกันกลุ่มของเขาได้ดีขนาดไหน

'นี้เป็นกลุ่มของผู้ที่มีพรสวรรค์'

แม้ว่าเหตุหลักเลยที่พวกเขาปลอดภัยก็คือมอนสเตอร์ส่วนใหญ่ได้ถูกจัดการด้วยมือของเขา ชายชาวยุโรปได้เดินเข้ามาและพูดกับเขา

"นี่มันน่าตกใจมากเลยเค"

ซังจินตอบรับเขาอย่างดี

"ฉันดีใจที่เห็นว่าพวกนายสบายดี"

"ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายมีความสามารถมากขนาดที่....พอที่จะอยู่รอดคนเดียวได้"

"อ่า ขอบคุณ"

ซังจินยอมรับคำชมเชยแต่ก็มีสิ่งสำคัญที่เขาควรจะพูดก่อน เขาได้ชี้ไปที่หินที่กรองอยู่เป็นแท่นบูชา

"เอ่อ...ฉันกำลังจะเข้าไปหาบอส...พวกนายจะทำอะไรต่อหละ"

มันเป็นวงเวทที่ใช้อัญเชิญ ลิชเดธมอน ที่ถูกค้นพบโดยเคนขณะที่ค้นหาในความมืด

ชายชาวยุโรปมองไปที่แท่นบูชาและเคร่งเครียดขึ้นมา เด็กหนุ่มคนญี่ปุ่นที่อยู่ถัดมาก็ก้าวออกมาและพูดขึ้น

"นายหมายถึงอะไร พวกเราจะต่อสู้"

ยืนยาวแอฟริกันที่อยู่ด้านหลังก็ยังคงจ้องมองพร้อมกับใบหน้าที่ว่างเปล่า

คนเนปาลที่อยู่เบื้องหลังดูเหมือนจะกำลกังวลใจ และซังจินก็พูดปลอบเขา

"เอาหละ ฉันจะไม่ขอให้พวกนายเข้าร่วมต่อสู้ แม้ว่าฉันจะไม่สามารถต่อสู้ไปด้วยและปกต้องพวกนาย แต่เมื่อพวกนายรู้สึกว่าไม่สามารถสู้ต่อได้ก็จงอย่าลังเลที่จะถอยออกมาจาการต่อสู้ ความจริงแล้วฉันก็สามารถที่จะเคลียการจู่โจมนี้ได้แม้จะไม่มีความช่วยเหลือจากพวกนาย"

บอส ลิชเดธมอน นั้นมันเป็นศัตรูที่สู้ด้วยลำบากมาก มันจะใช้การโจมตีด้วยเวทมนต์คนที่แข็งแกร่งหลายคนได้พบกับการตายอย่างกะทันหันด้วยเวทมนต์ของมัน

ด้วยคำพูดนี้คนชาวยุโรปเฮนริคและชาวเนปาลได่ก้าวถอยหลังออกมา ทำให้เหลือเพียงสามคน

ซังจิน เด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นฮิโระและชาวแอฟริกันอคานน่า ซังจินเงยหน้าขึ้นพวกเขามองอย่างรวดเร็ว

'เยี่ยม....อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็อยู่ในระดับที่จะไม่สร้างปัญหาให้กับฉัน'

ซังจินยืนอยู่เบื้องหน้าของแท่นบูชาที่ด้านบนมีรูปซาตานห้าเหลี่ยมถูกวาดอยู่

ที่อยู่ตรงกลางมีซี่โครงและกระดูกได้เปล่งแสงสีฟ้าออกมา

"เฮ้นายซามูไร รอบๆนี้ควรจะมีกระดูกที่เรืองแสงสีฟ้าอยู่รอบๆ ไปรวบรวมมันมาให้ฉันที"

ฮิโระได้รวบรวมกระดูกอย่าเงียบๆในขณะที่ซังจินบอก และซังจินยังได้ค้นหาเจออีกสามชิ้น

กระดูกขาอ่อนข้างขวา กระดูกต้นแขนขวาและหัวกระโหลก ซามูไมนำเอากระดูกต้นแขนซ้ายและกระดูกขาอ่อนขาขวามา ซังจินได้ชี้ไปที่จุดวงเวทและอธิบาย

"วางมันเอาไว้ตรงดาวห้าแฉกนั้น ใช่ร่างกายมันเป็นศูนย์กลางดังนั้นวาวกระดูกทั้งสองชิ้นนั้นไว้ด้านซ้ายของนาย เข้าใจนะ"

และตามคำแนะนำซามไรได้วางกระดูกไว้ทางด้านซ้ายตรงกระดูกเชิงกรานและกระดูกซี่โครง

ซังจินก็ตามเข้าไปวางกระดูกขาอ่อนด้าขวาและกระดูกต้นแขนข้างขวาบนดาวห้าแฉก เขาหยุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนั้นไปมองนักล่าทั้งสองคน

"พร้อมนะ ซามูไรระดับกลางและพลหอกผู้เชี่ยวชาญ"

ทั้งสองคนหยักหน้าเลกน้อย ซังจินจึงวางกระโหลกศีรษะชิ้นสุดท้ายบนดาวห้าแฉก

วงเวทสีแดงโดยรอบสว่างขึ้นและเกิดเงาขึ้นทั่วพื้นที่กระดุกก็เริ่มที่จะประกอบตัวกัน โอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศขึ้นมา

[คำเตือน บอสมอนสเตอร์]

[ลิชเดธมอนปรากฏตัว]

จบบทที่ Chapter 17 - Graysoul Cemetery (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว