- หน้าแรก
- ข้าจะถล่มโลกใบนี้ด้วยกองทัพจักรกล
- บทที่ 79 สถานะเยือกแข็งขั้วโลก, เปิดใช้งาน!
บทที่ 79 สถานะเยือกแข็งขั้วโลก, เปิดใช้งาน!
บทที่ 79 สถานะเยือกแข็งขั้วโลก, เปิดใช้งาน!
บทที่ 79 สถานะเยือกแข็งขั้วโลก, เปิดใช้งาน!
จุดสีแดงมีจำนวนมาก ดูจากสายตาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบจุด
แต่เมื่อมองให้ดี ไป๋เย่ก็สังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากล
"โฮ่ นี่มันการไล่ล่านี่นา"
จะไม่ใช่ได้อย่างไร บนเรดาร์มีจุดสีแดงสิบกว่าจุดอยู่ด้านหลัง และมีจุดสีแดงหนึ่งจุดอยู่ด้านหน้า เห็นได้ชัดว่าคนสิบคนนั้นกำลังไล่ล่าคนคนหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าและคนข้างหน้าก็กำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต
แถมทิศทางที่หนีมา ก็คือทางที่ไป๋เย่อยู่พอดี
สิ่งนี้ทำให้ไป๋เย่ถึงกับพูดไม่ออก จะหนีก็ช่วยเปลี่ยนทิศทางหน่อยเถอะ
เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวเลยจริงๆ
แต่ทว่าระยะห่างมันสั้นเกินไป ความเร็วของทั้งสองฝ่ายก็ไม่ช้า อีกไม่นานก็คงจะมาถึงตรงหน้าเขาแล้ว มิฉะนั้นเขาคงไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนตำแหน่งหนีไปตอนนี้เลย
"คาดว่าอีกนานไหมกว่าจะถึงที่นี่?" ไป๋เย่หันไปถามเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋ตอบทันที "คาดว่าภายในหนึ่งนาทีค่ะ นายท่าน"
"เอาเถอะ"
ไป๋เย่พยักหน้า ในเมื่อรู้ว่าหลบไม่พ้น เขาก็ไม่รีบร้อน กลับเปิดโหมดพรางตัวไว้ พวกนั้นอาจจะไม่สังเกตเห็นเขา ดังนั้นเขาอาจจะได้ดูเรื่องสนุกๆ สักรอบก็ได้
เป็นไปตามคาด
ไม่นานนัก ไป๋เย่ก็เห็นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นด้านนอก ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิง หมอกสีเทาที่ขุ่นมัวทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แต่รูปร่างดูท่าจะดีทีเดียว ทว่าสายตาของไป๋เย่กลับไปสะดุดอยู่ที่เสื้อผ้าของอีกฝ่าย
"เสื้อผ้านั่น ดูคุ้นๆ นะ" ไป๋เย่พึมพำพลางลูบคาง
เสี่ยวโหรวได้ยินดังนั้นก็ป้องปากหัวเราะเบาๆ "นายท่านลืมแล้วเหรอคะ? มันเหมือนกับเสื้อผ้าของพวกนักภาวนาตกสู่ความมืดที่เราจัดการไปก่อนหน้านี้เลยค่ะ"
"ใช่ พอเธอพูดขึ้นมาฉันก็นึกออกเลย" ไป๋เย่ตบหน้าผากตัวเองแรงๆ เขานึกออกแล้ว เสื้อผ้านี่เหมือนกับพวกนักภาวนาตกสู่ความมืดเป๊ะๆ
แต่จุดที่แตกต่างคือ บริเวณหน้าอกของเสื้อผ้าหญิงสาวคนนี้มีตราสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ดูเหมือนคนชูมือขึ้นหาดวงอาทิตย์
นั่นคือสัญลักษณ์ของ สมาคมพิทักษ์แสง
"มีคนกำลังไล่ล่าคนของสมาคมพิทักษ์แสงงั้นเหรอ?" ไป๋เย่ประหลาดใจ
เพราะยังไงสมาคมพิทักษ์แสงก็ถือเป็นขั้วอำนาจใหญ่ ยังมีคนไม่รักตัวกลัวตายขนาดนี้อีกเหรอ?
"ตามไป!" "อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!"
"ขอแค่จับยัยนี่ได้ แล้วเอาไปแลกน้ำยาเลื่อนขั้นกับพวกยัยแก่ในสมาคมพิทักษ์แสง เราก็จะทะลวงระดับได้แล้ว" "ฮ่าๆ ๆ พวกนังแพศยาพวกนั้น อย่าให้ข้าได้โอกาสนะ ไม่งั้นข้าจะเล่นให้ตายคามือเลย"
หญิงสาวหนีมาด้วยความลนลาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
และด้านหลังของเธอ ไม่นานก็มีร่างในชุดคลุมยาวปรากฏขึ้นทีละร่าง คอยไล่ล่าเธออย่างไม่ลดละ
พวกเขาทั้งไล่ตาม ทั้งกวัดแกว่งคทา ปล่อยพลังโจมตีเข้าใส่หญิงสาวอย่างต่อเนื่อง
"นักภาวนา?" ไป๋เย่ยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่
แต่ในขณะเดียวกัน หลังจากความประหลาดใจ เขาก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์
เขารู้แล้วว่าทำไมหญิงสาวจากสมาคมพิทักษ์แสงคนนี้อาหารถึงถูกไล่ล่า
พวกผู้ชายที่ไล่ตามเธออยู่ข้างหลังล้วนเป็นนักภาวนา
แต่ไม่ใช่สมาชิกของสมาคมพิทักษ์แสง
เพราะถ้าไป๋เย่จำไม่ผิด สมาคมพิทักษ์แสงรับเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น
ดังนั้น นักบวชหรือนักภาวนา 'สายป่า' จำนวนมากจึงไม่สามารถเข้าร่วมสมาคมได้เลย
และถ้าเข้าร่วมสมาคมไม่ได้ ก็ยากที่จะได้รับน้ำยาเลื่อนขั้น การจะได้มาหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโชคชะตาล้วนๆ
คนพวกนี้เห็นได้ชัดว่าจนตรอกแล้ว จึงคิดจะจับผู้หญิงคนนี้ไปทำข้อตกลงกับสมาคมพิทักษ์แสงเพื่อแลกกับน้ำยาเลื่อนขั้น
"ดูท่าทาง ผู้หญิงคนนี้ในสมาคมพิทักษ์แสงอาจจะมีฐานะไม่ธรรมดาก็ได้" ไป๋เย่ครุ่นคิด
ประจวบเหมาะกับตอนนั้น หญิงสาวคนนี้ขณะที่วิ่งหนีก็ได้มุ่งหน้าตรงมาทางบ้านจักรกลพอดี
เพราะเปิดโหมดพรางตัวไว้ หญิงสาวจึงไม่สังเกตเห็นการมีอยู่ของบ้านจักรกลเลย เธอคิดว่าข้างหน้าไม่มีอะไร ผลคือชนเข้ากับร่างของเสี่ยวไป๋ที่พรางตัวอยู่อย่างจัง จนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด หน้าผากแดงเถือกไปหมด
และจากการชนครั้งนี้เอง ทำให้พวกบ้านจักรกลของเสี่ยวไป๋เผยร่างออกมา
เหล่านักภาวนาที่ไล่ตามมาเมื่อเห็นเช่นนั้นก็พากันหยุดชะงัก มองมาที่บ้านจักรกลด้วยความระแวดระวัง
"บ้านจักรกลเหรอ?"
"ที่นี่ทำไมยังมีคนอยู่อีก?"
"มีคนก็ปกติ ในหมอกสีเทามันมีคนอยู่ได้ทุกที่นั่นแหละ แค่พวกนั้นเปิดโหมดพรางตัว เราเลยอาจจะมองไม่เห็น" "ก็จริง แต่จะเอายังไงต่อ?"
"เหอะ บ้านจักรกลห้าหลัง ดูท่าคนจะไม่น้อยนะ"
"ไม่มีประโยชน์หรอก ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้ลาภลอยเพิ่มอีกทาง" "แกหมายถึง..."
"หึๆ ก็นั่นแหละ"
เหล่านักภาวนาเหล่านี้ดูเหมือนจะตัดสินใจบางอย่างได้ พวกเขามองบ้านจักรกลทั้งห้าหลังด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
หญิงสาวในตอนนีเริ่มได้สติแล้ว เธอพิงหลังเข้ากับบ้านจักรกลพลางมองเหล่านักภาวนาตรงหน้าด้วยใบหน้าซีดเผือด
แต่สุดท้ายเธอก็กัดฟันพูดขึ้นว่า "เจ้าของบ้านจักรกลด้านหลังฉัน ฉันมาจากสมาคมพิทักษ์แสง เป็นสมาชิกของสมาคม หวังว่าคุณจะช่วยฉันไว้ หากคุณช่วยฉัน ฉันจะตอบแทนอย่างงามแน่นอน และต่อให้คุณไม่ยื่นมือเข้าช่วย ฉันคิดว่าคนพวกนี้ก็คงไม่ปล่อยคุณไปเหมือนกัน"
"พวกเขาคือนักภาวนาตกสู่ความมืด สิ่งที่พวกเขาศรัทธาคือเทพชั่วร้าย ในมือเปื้อนเลือดมานักต่อนักแล้ว"
สิ้นเสียงของหญิงสาว
ประตูบ้านจักรกลด้านหลังเธอก็เปิดออก
ไป๋เย่เดินออกมาจากบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขามองหญิงสาวพลางเบะปาก "นั่นมันก็เพราะเธอพาเจ้าพวกนี้มาหาฉันไม่ใช่หรือไง? จะว่าไปเรื่องทั้งหมดนี้มันต้องโทษเธอนะ"
เมื่อเห็นไป๋เย่ออกมา หญิงสาวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อได้ยินคำพูดของไป๋เย่ ใบหน้าของเธอก็แสดงความรู้สึกผิดออกมา
"ขอโทษด้วยค่ะ นั่นเป็นความผิดของฉันเอง หวังว่าคุณจะช่วยฉัน หลังจากนี้ฉันจะมีสิ่งตอบแทนให้แน่นอน"
"อย่าไปเชื่อมันนะ พี่ชาย"
เสียงหญิงสาวเพิ่งจะจบลง ร่างหนึ่งในชุดคลุมที่มองไม่เห็นใบหน้าจากฝั่งตรงข้ามก็ก้าวออกมา พร้อมรอยยิ้มเย็นชา "สิ่งที่ยัยนี่พูดอาจจะไม่จริงเสมอไป ขอเพียงคุณไม่ขวางทางเรา หลังจากเราจับตัวเธอได้ เราจะจากไปทันทีและไม่ลงมือกับคุณ ตกลงไหม?"
"ใช่ๆๆ" "พวกเราเป็นคนดีนะ" "พี่ชายอย่าไปเชื่อผู้หญิงคนนี้"
ได้ยินดังนั้น
ไป๋เย่กลอกตา มองดูเจ้าพวกนี้แล้วมุมปากก็ยกยิ้มอย่างเย็นชา
"งั้นเหรอ?"
"แน่นอน" ชายชุดดำพยักหน้า
"คุณ... คุณต้องเชื่อฉันนะ ฉันพูดความจริง พวกเขาจับฉันได้แล้วไม่มีทางปล่อยคุณไปแน่ และขอเพียงคุณช่วยฉัน เมื่อฉันรอดไปได้ ฉันจะให้รางวัลตอบแทนที่คู่ควรแน่นอน"
หญิงสาวเริ่มลนลาน ดูเหมือนจะกลัวว่าไป๋เย่จะเชื่อคำพูดของพวกนักภาวนาตกสู่ความมืดเหล่านั้น
ไป๋เย่เบะปากอย่างรำคาญ "เธอคิดว่าฉันเป็นไอ้โง่หรือไง ถึงคิดว่าฉันจะเชื่อคำพูดพวกมัน?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและพูดด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณที่เชื่อฉันนะ ฉันชื่อ เมีย (Mia) ขอเพียงคุณช่วยขับไล่คนพวกนี้ไปได้ ฉันจะตอบแทนคุณแน่นอน"
ไป๋เย่พยักหน้าเบาๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สังเกต แต่ตอนนี้พอมาดูใกล้ๆ เขาพบว่าเมียมีกลิ่นอายเหมือนอาชีพ 'นักบวช' ในเกม 'DNF' ที่เขาเคยเล่นก่อนข้ามโลกมาเลยจริงๆ
อืม ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าหรือสีผม แต่เป็นใบหน้าที่คล้ายมากและเมียยังมีผมยาวสีทองสลวยที่ทิ้งตัวลงด้านหลังดูราวกับเป็นนักบุญหญิงเลยทีเดียว
น่าเสียดาย
ไป๋เย่ยังไม่ทันได้เชยชมมากนัก
เสียงอันเย็นชาของชายชุดดำฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้นช้าๆ
"ดูเหมือนว่า พี่ชายคนนี้จะไม่เต็มใจเชื่อคำพูดของข้านะ"
"นายคิดว่าไงล่ะ?" ไป๋เย่หัวเราะ "ก็นะ เมื่อเทียบกันแล้ว คำพูดของสาวสวยย่อมดูน่าเชื่อถือกว่าคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะโชว์หน้าอย่างพวกนายไม่ใช่เหรอ?"
"เหอะ"
ชายชุดดำเบะปาก แล้วหัวเราะเยาะ "ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ช่างเถอะ ยังไงข้าก็ไม่ได้หวังให้แกเชื่ออยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าแกเชื่อ ข้าอาจจะให้แกตายสบายกว่านี้หน่อย แต่ตอนนี้ แกคงต้องโดนทรมานก่อน แล้วค่อยตาย"
พูดจบ ชายชุดดำก็โบกมือ
เหล่านักภาวนาตกสู่ความมืดด้านหลังต่างพากันแสยะยิ้มและหยิบไม้คทาออกมา แสงสว่างเริ่มควบแน่นที่ปลายคทา
"นังแพศยา แกคิดว่าไอ้หมอนี่ช่วยแกแล้วแกจะรอดงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ"
ร่างหนึ่งส่งเสียงหัวเราะเยาะ จากนั้นเขาก็แกว่งคทา แสงที่สว่างจ้ากลับกลายเป็นสีดำสนิท ควบแน่นเป็นฝ่ามือยักษ์พุ่งเข้าใส่ไป๋เย่อย่างแรง เสียงฉีกกระชากอากาศดังต่อเนื่อง ท่ามกลางหมอกสีเทามันยิ่งสังเกตเห็นได้ยาก
"ระวัง!"
เมียร้อนรนและแสดงความกังวลออกมาโดยสัญชาตญาณ เธอรีบกวัดแกว่งคทาหวังจะช่วยกันการโจมตีนี้ให้ไป๋เย่
แต่ไป๋เย่กลับหยุดเธอไว้ เขาดึงเมียมาไว้ข้างหลัง แล้วเผชิญหน้ากับฝ่ามือนั้นด้วยท่าทางสงบนิ่ง แถมยังแฝงไปด้วยความรู้สึกจนใจ "พับผ่าสิ ไม่รู้ว่าใครไปให้ความมั่นใจพวกแกกันนะ หรือว่าในสายตาพวกแก ฉันมันดูรังแกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"เธอว่าไหม เสี่ยวไป๋?"
ไป๋เย่หันหลังกลับไปมองบ้านจักรกลด้านหลัง
เมียถึงกับอึ้งไปเลย
นี่คุณมองไม่เห็นฝ่ามือนั่นหรือไง?
ฝ่ามือนั่นเกือบจะถึงตัวอยู่แล้ว คุณยังมีอารมณ์หันไปถามบ้านจักรกลอีกเหรอ
บ้านจักรกลมันก็แค่บ้านนะ คุณยังหวังให้มันตอบคำถามคุณได้อีกเหรอ?
เมียรู้สึกสิ้นหวัง
หรือว่าผู้ชายคนนี้จะออกผจญภัยในหมอกคนเดียวมานานเกินไปจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว?
"จบกัน"
เมียพึมพำในใจด้วยความสิ้นหวัง เธอถึงขั้นจินตนาการถึงฉากที่ผู้ชายตรงหน้าถูกฝ่ามือนั่นตบจนตายไปแล้ว
ฝ่ามือนี้คือการโจมตีเต็มกำลังของนักภาวนาคนนั้น
แม้แต่ระดับ 3 โดนเข้าไปก็อาจตายได้
นับประสาอะไรกับผู้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นโรคประสาทคนนี้?
เธอค่อยๆ หลับตาลง เตรียมใจยอมรับผลลัพธ์ที่จะต้องถูกจับตัวไป
แต่ในวินาทีถัดมา
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากบ้านจักรกลข้างกาย
"อันที่จริง ฉันคิดว่านายท่านดูเก่งมากเลยนะคะ พวกเขาดูไม่ออก ก็บอกได้แค่ว่าพวกเขาน่ะตาถั่ว"
"อืม ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
เสียงอะไรน่ะ?
ได้ยินเสียงนี้ เมียก็รีบลืมตาขึ้นมองรอบๆ ทันที
เมื่อมองดู เมียก็ถึงกับชะงักอยู่กับที่
บ้านจักรกลที่อยู่ข้างกายเธอ ในขณะที่ตอบโต้คำพูดอยู่นั้น ร่างกายของมันก็เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหุ่นยนต์ร่างยักษ์ในเวลาอันรวดเร็ว
พร้อมกันนั้นมันก็เหวี่ยงมือขวา โล่พลังงานปรากฏขึ้น หุ่นยนต์ถือโล่เข้ามาขวางหน้าไป๋เย่ไว้ทันที
ฝ่ามือนั้นฟาดลงบนโล่จนโล่แตกกระจาย
แต่ทว่า รอยแตกบนโล่ก็สมานตัวอย่างรวดเร็วแถมเมียยังเห็นอีกว่า ไม่ใช่แค่บ้านจักรกลหลังเดียว
ยังมีบ้านจักรกลอีกหลังที่กลายเป็นหุ่นยนต์ มายืนอยู่ข้างๆ เธอด้วย
เสียงสองเสียงเมื่อกี้ หรือว่าจะเป็นบ้านจักรกลสองหลังนี้ที่พูดออกมา?
"หะ... หรือว่าบ้านจักรกลสองหลังนี้จะเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกล?"
เมียคิดในใจด้วยความตกตะลึง
ปากเล็กๆ ของเธออ้าค้าง สีหน้าดูแล้วยังแฝงความน่ารักอยู่บ้าง
สำหรับสิ่งที่เมียคิด ไป๋เย่ย่อมไม่รู้
ในตอนนนี้ เสี่ยวไป๋เดินออกมาจากข้างหน้าไป๋เย่ และมายืนอยู่ข้างกายเขาอย่างสงบ
ซ้ายเสี่ยวไป๋ ขวาเสี่ยวโหรว
ไป๋เย่มองดูพวกคนชุดดำตรงหน้าแล้วยกมุมปากขึ้น "มาโดยไม่ตอบแทนถือว่าเสียมารยาท ในเมื่อพวกนายลงมือก่อน งั้นฉันก็คงไม่สวนกลับไม่ได้ใช่ไหม?"
สิ้นเสียง
ชายชุดดำทั้งสิบคนต่างถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
มองดูหุ่นยนต์สองตัวข้างกายไป๋เย่ด้วยความระแวดระวัง
"ท่านครับ พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่อง ส่งผู้หญิงคนนั้นมา แล้วเราจะถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และจะถอยทัพไปทันที ตกลงไหม?"
ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้าพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
น้ำเสียงเริ่มเคร่งขรึมขึ้นมา
"แบบนั้นคงไม่ได้"
ไป๋เย่ส่ายหัว มือขวายกขึ้นกำหมัด สายฟ้าเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือส่งเสียงเปรี๊ยะๆ น้ำเสียงของเขาก็ค่อยๆ เย็นชาลง "ฉันไม่เคยปล่อยคนที่คิดจะฆ่าฉันไปหรอก ปกติฉันมักจะถอนรากถอนโคนน่ะ"
"เสี่ยวไป๋ เริ่มฆ่าคนได้"
สิ้นคำสั่ง
เสียงของเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้น
"รับทราบค่ะ นายท่าน"
เสี่ยวโหรวยื่นมือออกไปจับแขนขวาของเสี่ยวไป๋ น้ำเสียงที่อ่อนโยนแฝงไปด้วยความหนาวเหน็บ "ใครก็ตามที่คิดจะทำร้ายนายท่าน... ต้องตาย"
พูดจบร่างกายของเสี่ยวโหรวก็หลอมรวมเข้ากับซีกขวาของเสี่ยวไป๋ กลายเป็นอาวุธจักรกลเข้าปกคลุมซีกขวาของเสี่ยวไป๋ทันที
จากนั้น ดาบพลังงานยักษ์ก็ปรากฏขึ้นในมือขวาของเสี่ยวไป๋ เธอฟาดฟันดาบเข้าใส่พวกคนชุดดำตรงหน้าอย่างไม่ลังเล
"ไม่ดีแล้ว รีบหลบเร็ว!"
ชายชุดดำคนหนึ่งเห็นดังนั้นก็ร้องเตือนเสียงหลง พร้อมรีบกระโดดหลบ
ชายชุดดำที่เหลือที่หลบไม่ทันก็ไม่ได้เชื่องช้า พวกเขาพากันแกว่งคทา สร้างโล่สีดำขึ้นมาป้องกันการโจมตีนี้
"ฆ่าไอ้คนนั่นก่อน!!"
ชายชุดดำคนหนึ่งพูดขึ้น พร้อมพุ่งเข้าใส่ไป๋เย่ด้วยความเร็วสูง ขณะเดียวกันก็กวัดแกว่งคทา
"พระผู้เป็นเจ้า โปรดชี้นำข้า สังหารมันซะ"
สิ้นเสียง คทาก็ถูกเหวี่ยง แสงสว่างควบแน่นเป็นรูปงูพุ่งเลื้อยมาทางไป๋เย่ และในระหว่างที่เคลื่อนที่ แสงนั้นก็กลายเป็นสีดำสนิท ดูเย็นยะเยือกอย่างยิ่ง
นี่คือสัญลักษณ์ของการศรัทธาในเทพชั่วร้าย
"พวกนายนี่เห็นฉันเป็นลูกพลับนิ่มจริงๆ สินะ"
ไป๋เย่รู้สึกจนใจ
สายฟ้าบนร่างกายระเบิดออกอย่างรุนแรง
เข้าปะทะกับงูดำในทันทีและหักล้างมันจนหายไป
สายฟ้ายิ่งทวีความเจิดจ้าขึ้น ท่ามกลางหมอกสีเทานี้มันดูแสบตาจนชายชุดดำที่พุ่งเข้ามาโจมตีถึงกับต้องยกมือขึ้นบังตา
เมื่อเขามองกลับไปทางไป๋เย่อีกครั้ง เขากลับพบว่าไป๋เย่ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
"แย่แล้ว"
ชายชุดดำดูเหมือนจะนึกอะไรออก สีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาพยายามจะหันกลับไปโจมตีด้านหลัง
แต่ทว่า...
"สายไปแล้ว"
ไป๋เย่พูดอย่างราบเรียบ ดาบกระดูกในมือแทงออกไปอย่างรวดเร็ว เสียง 'ฉึก' ดังขึ้น ดาบทะลวงผ่านหัวใจของชายชุดดำโดยตรง
จากนั้นเขาก็ชักดาบออก เลือดหยดลงพื้น ไป๋เย่หันกลับไปตวัดดาบใส่ชายชุดดำที่อยู่ไกลออกไป พลังหมอกที่พลุ่งพล่านกลายเป็นคลื่นดาบพุ่งเข้าใส่
ฉึก!
ชายชุดดำคนหนึ่งถูกฟันโดยไม่ทันตั้งตัว เลือดสาดกระจาย
"ตาย!"
เสี่ยวไป๋คำรามอย่างดุร้าย เธอหาจังหวะยกเท้าขึ้นและเหยียบลงไปอย่างแรง
ตูม!
แผ่นดินสั่นสะเทือน
ชายชุดดำถูกเหยียบจนกลายเป็นเศษเนื้อ
ในวินาทีถัดมา พลังงานบนตัวเสี่ยวไป๋พลุ่งพล่านถึงขีดสุด แขนทั้งหกข้างกวัดแกว่งไปมาอย่างต่อเนื่อง
กลิ่นอายความหนาวเหน็บค่อยๆ แผ่ซ่านออกมา ปกคลุมไปทั่วทุกทิศทาง
สถานะเยือกแข็งขั้วโลก, เปิดใช้งาน!