- หน้าแรก
- ข้าจะถล่มโลกใบนี้ด้วยกองทัพจักรกล
- บทที่ 30 ซูซูที่พิเศษที่สุด!
บทที่ 30 ซูซูที่พิเศษที่สุด!
บทที่ 30 ซูซูที่พิเศษที่สุด!
บทที่ 30 ซูซูที่พิเศษที่สุด!
“งั้นก็ใช้ฉันนี่ละกัน”
ซูซูตอบตกลง
หลังจากนั้นไป่เย่ก็หยิบประแจกลออกมามอบให้เธอ ซูซูพยักหน้ารับประแจมาแล้วเลือกใช้มันเหมือนตอนที่ไป่เย่ใช้ 'เมล็ดพันธุ์ของชาวสวน' จู่ๆ ประแจกลก็มีแสงเจิดจ้าขึ้นมาห่อหุ้มตัวซูซูไว้ พอแสงหายไป
ซูซูเอานิ้วเล็ก ๆ จิ้มที่คางตัวเองแล้วพูดอย่างประหลาดใจว่า “นี่ฉันต้องดัดแปลงตัวเองงั้นเหรอคะ?”
“เป็นอะไรไป? ได้อะไรมาบ้างไหม?” ไป่เย่ถาม
ซูซูพยักหน้าและตอบว่า “มีพลังงานบางอย่างเกิดขึ้นในตัวของซูซูค่ะ มันเป็นพลังงานใหม่มาก ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แต่ว่า... พลังงานในตัวฉันดูจะเยอะไปหน่อย”
“เยอะไปหน่อยเหรอ?”
ไป่เย่หยิบหนังสือสารานุกรมออกมาพลิกดูอย่างละเอียดแล้วพูดว่า “พลังงานในตัวเธอ น่าจะเป็นพลังงานหมอกสีเทาหรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าหมอกพลัง ซึ่งเป็นพลังงานที่ผู้ประกอบอาชีพพิเศษทุกคนต้องมี
มันคล้ายกับมานาในตัวนักเวทหรือปราณยุทธ์ในตัวนักรบแต่มันไม่น่าจะเยอะขนาดนั้นสิเพราะตอนนี้เธอเป็นแค่ผู้ฝึกหัดอาชีพเหมือนกับฉันไม่ใช่เหรอ?”
“เอ่อ... นายท่าน ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องของเยอะหรือไม่เยอะค่ะ”
“แล้วมันคือปัญหาอะไรล่ะ?” ไป่เย่ถามอย่างงง ๆ
ซูซูคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “น่าจะเรียกว่า...ไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ”
“???”
“อะไรนะเนี่ย?”
ไป่เย่เบิกตากว้าง จ้องซูซูด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีดราวกับจะบอกว่า 'เธอไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหม?'
พลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดเหรอ? นี่คิดว่ากำลังเล่นโหมด 'อัลติไม่จำกัด' อยู่หรือไง?
“ไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ ค่ะ ซูซูไม่ได้โกหกนายท่าน” ซูซูพูด
“เหมือนกับว่าพลังงานเดิมในตัวซูซูนั้นไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว มันทำให้ฉันมีแบตเตอรี่เต็มตลอดเวลา
แม้หลังจากที่นายท่านมอบจิตวิญญาณให้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น แล้วพอใช้ประแจกลเมื่อกี้ หมอกพลัง
สีเทาที่นายท่านพูดถึงก็เกิดขึ้นในตัวซูซู แต่พลังงานหมอกสีเทานั้นรวมเข้ากับพลังงานเดิมในตัวฉัน เลยกลายเป็นหมอกพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ค่ะ”
“อึ๋ย... แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?” ไป่เย่ตกตะลึง
นี่มันไม่ถือว่าเป็นบั๊กเหรอ?
ไป่เย่เข้าใจสิ่งที่ซูซูพูด ซูซูเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลที่เกิดจากการที่โทรศัพท์ปาฏิหาริย์ได้รับจิตวิญญาณ ดังนั้น
จึงยังคงคุณสมบัติบางอย่างของโทรศัพท์ปาฏิหาริย์เอาไว้ ซึ่งก็คือ แบตเตอรี่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อได้รับจิตวิญญาณและกลายเป็นหุ่นยนต์หรือทรานส์ฟอร์เมอร์ พลังงานแบตเตอรี่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดในตัวซูซูก็เปลี่ยนเป็นพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดและเมื่อเธอกลายเป็นช่างกลฝึกหัด พลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดนั้นก็รวมเข้ากับหมอกพลัง ทำให้กลายเป็นหมอกพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ในที่สุดแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นสำคัญคือ ซูซูจะไม่ทะยานไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดดเลยเหรอ? หมอกพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดเนี่ยนะ? มันเหลือเชื่อจริง ๆ ในโลกแฟนตาซีหรือแม้แต่โลกเวทมนตร์ทั่วไป
เรื่องแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มันอาจจะเกิดขึ้นได้แค่ในโลกที่เต็มไปด้วยหมอกสีเทาแบบนี้เท่านั้น ถึงจะมีสิ่งปาฏิหาริย์แบบนี้อยู่
เมื่อนึกถึงคำว่า ปาฏิหาริย์...
ไป่เย่นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็เงยหน้ามองซูซูอย่างฉับพลัน แววตาของเขามีประกายวาววับ
“จริงด้วย คำแนะนำของซูซูก็เปลี่ยนไปแล้ว!”
[โทรศัพท์ปาฏิหาริย์ (ซูซู/สิ่งมีชีวิตจักรกล/ช่างกล): เดิมทีมันเป็นเพียงโทรศัพท์ปาฏิหาริย์ธรรมดาแต่เมื่อพบกับนายท่านของมันและได้รับจิตวิญญาณ มันจึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกล
นับตั้งแต่ตอนนั้น การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นในตัวมันแล้วและเมื่อได้เป็นช่างกล การเปลี่ยนแปลงนั้นก็แสดงออกมาอย่างสมบูรณ์ หมอกพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้มันถูกลิขิตว่าจะไม่เป็นธรรมดาในภายภาคหน้า นี่จะเป็นโทรศัพท์ปาฏิหาริย์ที่โดดเด่นและไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้เพียงหนึ่งเดียวและในขณะเดียวกัน มันก็อาจจะเป็นช่างกลที่พิเศษที่สุดและมีศักยภาพมากที่สุดด้วยเช่นกัน]
“กลายพันธุ์งั้นเหรอ?” ไป่เย่พึมพำ
ถ้าเรื่องนี้เกิดกับคนอื่น ไป่เย่คงไม่เข้าใจแต่เมื่อคิดว่าซูซูเป็นสิ่งของปาฏิหาริย์โดยกำเนิด เขาก็พอจะทำความเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นนักและหลังจากทำความเข้าใจแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือความตื่นเต้น!
เพราะการที่ซูซูมีพลังงานที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็เหมือนกับนักเวทที่มีมานาไม่จำกัด แม้ว่าตอนนี้ซูซูจะยังไม่มีพลังต่อสู้หรือแม้แต่ช่างกลระดับต่ำ โดยทั่วไปก็มักจะไม่มีพลังต่อสู้ด้วยซ้ำ แต่เมื่อซูซูเติบโตขึ้นในอนาคต บางทีเธออาจจะให้ความช่วยเหลือแก่เขาได้มากกว่าเสี่ยวไป๋เสียอีก
ไป่เย่ส่ายหัวพร้อมกับหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ซูซู เธอก็คงมีบททดสอบของช่างกลด้วย
ใช่ไหม?”
“บททดสอบของช่างกลเหรอคะ?”
ซูซูเงยหน้าคิดแล้วตอบว่า “น่าจะมีนะคะ ซูซูมีความคิดที่ผุดขึ้นมาอย่างหนึ่ง คืออยากจะดัดแปลงตัวเอง ค่ะ เหมือนกับว่า มีเพียงการดัดแปลงร่างกายเท่านั้น พลังงานในตัวซูซูถึงจะสามารถใช้งานได้อย่างแท้จริง”
“ถ้างั้นก็ไปดัดแปลงเลย มีอะไรที่ต้องการก็บอกฉันได้เลยนะ”
ไป่เย่พยักหน้าพลางลูบศีรษะเล็ก ๆ ของซูซู การดัดแปลงตัวเองคงจะเป็นบททดสอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ของช่างกล ไม่น่าแปลกใจที่อาชีพช่างกลถูกจำกัดให้มีเพียงสิ่งมีชีวิตจักรกลเท่านั้น ถ้าเป็นมนุษย์ คงจะผ่านบททดสอบแรกไปได้ยากมาก
“ค่ะ นายท่าน ซูซูต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่างกลทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ในอนาคต ซูซูจะต้องช่วยนายท่านได้อย่างแน่นอนค่ะ” ซูซูพูดอย่างจริงจัง
ไป่เย่ยิ้มพลางตบหัวเบา ๆ เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเดินไปหยิบแบบแปลนกองหนึ่งจากในห้องแล้วยื่นให้ซูซูพร้อมพูดว่า “นี่ ซูซูเอาไปดูนะ มันเป็นของที่ฉันเจอในห้องทดลองนั้น เจ้าของห้องทดลองเดิมเป็นช่างกล ดังนั้นแบบแปลนพวกนี้น่าจะมีประโยชน์กับเธออยู่บ้าง”
“ได้ค่ะ นายท่าน”
ซูซูกอดแบบแปลนแล้วกระโดดขึ้นไปบนโซฟาเพื่อตั้งใจดูพวกมัน น่ารักไม่เบาเลยทีเดียว เพราะแบบแปลนพวกนั้นแทบจะใหญ่กว่าตัวซูซูทั้งตัวแล้ว
ไป่เย่ส่ายหัวแล้วก็เริ่มทำธุระของตัวเองบ้าง เขาถือโอกาสที่อาหารเย็นยังไม่เสร็จ ไปซื้อวัสดุมาเพิ่ม
เพื่อเตรียมสร้างห้องฝึกซ้อม
หลังจากใช้เวลาไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เหรียญปาฏิหาริย์ของไป่เย่ก็เหลืออยู่ประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญปาฏิหาริย์ แต่ในที่สุดก็ดีใจได้เพราะห้องฝึกซ้อมก็ถูกสร้างเสร็จแล้ว
ห้องฝึกซ้อมนี้กินพื้นที่ไม่มากนัก มีขนาด 50 ตารางเมตร ภายในแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือ
พื้นที่ฝึกซ้อมและอีกส่วนคือ พื้นที่เครื่องออกกำลังกาย
พื้นที่ฝึกซ้อมคือที่สำหรับฝึกฝนด้วยตัวเอง ส่วนพื้นที่เครื่องออกกำลังกายคือที่สำหรับฝึกด้วยอุปกรณ์
แต่สำหรับการฝึกของผู้ฝึกพิเศษแล้ว การพึ่งพาเครื่องออกกำลังกายนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์ พวกมันจะถูกใช้ก็ต่อเมื่อมีการออกกำลังกายทั่วไปเท่านั้น...