- หน้าแรก
- ข้าจะถล่มโลกใบนี้ด้วยกองทัพจักรกล
- บทที่ 19 โลหะความจำแบบเทียนฉี
บทที่ 19 โลหะความจำแบบเทียนฉี
บทที่ 19 โลหะความจำแบบเทียนฉี
บทที่ 19 โลหะความจำแบบเทียนฉี
[ไม่จำกัด]
นี่คือข้อความสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ใต้แบบแปลนของสุนัขล่าเนื้อจักรกลและข้อความนี้ทำให้ไป๋เย่หายใจติดขัดในทันที
ก่อนหน้านี้ แบบแปลนแขนยักษ์ทั้งสี่นั้นเรียกได้ว่าแข็งแกร่งมาก เสี่ยวไป๋เพิ่งอัพเกรดเป็นระดับ 2 แต่ตามหลักแล้วความสามารถในการต่อสู้ก็น่าจะอยู่ในระดับ 2 เท่านั้น
ทว่าการพึ่งพาเพียงแขนยักษ์ทั้งสี่ตัวเดียวกลับทำให้มันพัฒนาไปถึงระดับ 4 ได้โดยตรง นี่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแขนยักษ์ทั้งสี่
แต่น่าเสียดายที่แขนยักษ์ทั้งสี่เป็นแบบใช้แล้วทิ้ง พอใช้แล้วก็หายไป ทว่าตอนนี้ แบบแปลนสุนัขล่าเนื้อจักรกลนี้กลับไม่จำกัด! นั่นหมายความว่าตราบใดที่มีวัสดุ เขาก็สามารถผลิตมันได้ไม่จำกัด
ยิ่งไปกว่านั้น สุนัขล่าเนื้อจักรกลยังมีศักยภาพในการเติบโตในระดับหนึ่ง โดยสามารถเติบโตได้สูงสุดถึงระดับ 3
แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือคำบรรยายในแบบแปลนที่ระบุว่า "อาจจะแข็งแกร่งขึ้นได้อีก หากได้รับการดัดแปลงจากช่างจักรกล" สิ่งนี้ทำให้ไป๋เย่เกิดความสงสัยเกี่ยวกับอาชีพช่างจักรกลขึ้นมาทันที
“รอบนี้เก็บเกี่ยวได้เยอะมากเลยแฮะ” ไป๋เย่พึมพำ เพียงแค่หีบสมบัติกล่องเดียวก็ได้ไอเทมดีขนาดนี้แล้ว
ไหนจะยังมีไอเทมอื่นๆ ที่รอเขาอยู่
ไป๋เย่เก็บแบบแปลนสุนัขล่าเนื้อจักรกลไว้และเริ่มตรวจสอบสิ่งของที่เหลือ
[แบบแปลนห้องฝึกซ้อม : รวบรวมวัสดุเพื่อสร้างห้องฝึกซ้อมสำหรับการฝึกฝน ซึ่งมีฟังก์ชันครบครันและสมบูรณ์มาก]
[แบบแปลนฟาร์ม : รวบรวมวัสดุเพื่อสร้างฟาร์มอัตโนมัติไฮเทคซึ่งทำให้การเลี้ยงสัตว์และการเพาะปลูกเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายอย่างยิ่ง]
แบบแปลนสองอย่างที่เหลือนี้ก็ถือว่าดีสำหรับไป๋เย่ แม้ตอนนี้ภายในบ้านจักรกลจะมีพื้นที่กว้างขวางแต่ก็ไม่รู้จะใช้ทำอะไร แต่เมื่อมีแบบแปลนทั้งสองนี้ พื้นที่ส่วนเกินก็จะเกิดประโยชน์ขึ้นมา
ส่วนฟาร์มก็มีประโยชน์มากเช่นกัน ในยุคปัจจุบัน พื้นที่ที่ถูกหมอกสีเทาเข้าครอบครองส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ มีเพียงพื้นที่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังเพาะปลูกได้
ด้วยเหตุนี้ อาหารจึงมีค่ามากและคนส่วนใหญ่ถึงกับต้องอดมื้อกินมื้อ ในห้องซื้อขาย อาหารจึงเป็นสินค้า
ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงมากเช่นเดียวกับแร่เหล็ก
เมื่อมีฟาร์มแล้ว แม้จะอยู่ในบ้านจักรกล ไป๋เย่ก็สามารถปลูกพืชผักผลไม้ที่ต้องการหรือแม้แต่เลี้ยงปศุสัตว์ได้
"เยี่ยมเลย" ไป๋เย่ยิ้มมุมปากและตัดสินใจว่าเมื่อกลับไปจะลองถามเรมดูว่า เธอมีความสามารถในการฝึกสัตว์เลี้ยงหรือการทำสวนผลไม้หรือไม่ ถ้าเธอทำได้ ไป๋เย่ก็จะยิ่งพอใจในตัวเรมมากขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะยังสามารถเรียนรู้ได้
การเก็บเกี่ยวจากหีบสมบัติสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ต่อไปก็ถึงคิวไอเทมอื่นๆ
บนแท่นวางอุปกรณ์บางส่วนมีแบบแปลนจำนวนไม่น้อยวางอยู่ ไป๋เย่หยิบขึ้นมาดูทีละชิ้น สำหรับเขาแล้ว
มีเพียงแบบแปลนที่ได้รับผลกระทบจากพลังหมอกสีเทาเท่านั้นที่มีประโยชน์
ส่วนชิ้นอื่น ๆ ก็แค่กวาดตาดูผ่าน ๆ มันก็ไม่ใช่ว่าแบบแปลนพวกนี้ไม่มีค่าอะไร เพียงแต่ไป๋เย่ไม่เข้าใจเท่านั้น จึงทำได้แค่เก็บสะสมไว้เพื่อดูว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ใช้หรือไม่
“อืม?”
ไม่นานนัก ไป๋เย่ก็เจอของมีค่าเข้าจนได้
[แบบแปลนอุปกรณ์เชื่อมต่อ : รวบรวมวัสดุเพื่อสร้างอุปกรณ์เชื่อมต่อซึ่งสามารถเชื่อมต่อวัตถุจักรกลที่แตกต่างกันสองชิ้นเข้าด้วยกันเพื่อให้กลายเป็นหนึ่งเดียว]
[ไม่จำกัด]
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือแบบแปลนที่ได้รับผลกระทบจากพลังงานหมอกสีเทาแต่เมื่อมองแวบแรก
นี่ก็ดูเหมือนเป็นแบบแปลนที่ธรรมดามาก แม้จะไม่มีข้อจำกัดก็ตาม อุปกรณ์เชื่อมต่อดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรมาก
แต่เมื่อไป๋เย่เห็นแบบแปลนนี้ ดวงตาของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาทันทีและความคิดก็พลุ่งพล่าน
“ถ้ามีอุปกรณ์เชื่อมต่อ ฉันจะสามารถเชื่อมต่อบ้านจักรกลอันหนึ่งเข้ากับบ้านจักรกลอีกหลังได้ไหม?” ไป๋เย่คิดในใจ
หากทำได้ เขาก็สามารถซื้อบ้านจักรกลมาอีกหลังและใช้มันเชื่อมต่อกับเสี่ยวไป๋ ในเวลานั้น นอกจากพื้นที่ภายในจะใหญ่ขึ้นมากแล้ว เสี่ยวไป๋ก็จะไม่สามารถรวมร่างกับบ้านจักรกลอื่นๆ ได้เหรอ?
แค่ทรานส์ฟอร์เมอร์ก็ว่าโคตรเจ๋งแล้ว ถ้าสามารถรวมร่างได้อีก...
"บ้าจริง!" ไป๋เย่แค่คิดก็รู้สึกสุดยอดแล้ว
“ความเป็นไปได้สูงมาก นี่มันสมบัติล้ำค่าจริงๆ” เป็นสมบัติที่แท้จริง อาจไม่มีประโยชน์กับคนอื่นแต่สำหรับไป๋เย่แล้วมันมีประโยชน์มหาศาล!
แต่ก็น่าเสียดายที่ในกองแบบแปลนทั้งหมด มีเพียงชิ้นนี้เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากพลังงานหมอกสีเทา ส่วนที่เหลือเป็นแบบแปลนธรรมดา ซึ่งไป๋เย่ทำได้เพียงเก็บไว้ เพื่อดูว่าจะมีโอกาสได้ใช้ในภายหลังหรือไม่
“เหลือแค่โมดูลแล้ว หวังว่าโมดูลจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ” ไป๋เย่คิดในใจขณะที่เดินไปยังตำแหน่งของโมดูล
แต่ในขณะนั้น
เสี่ยวไป๋ ซึ่งมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะยืนอยู่หน้าประตูห้องทดลองได้และได้แต่เหลือบตามองเข้าไปด้านในตลอดเวลาก็พลันพูดขึ้นมาโดยชี้ไปทิศทางหนึ่งว่า “นายท่าน ดูเหมือนว่าตรงนั้นจะมีโลหะพิเศษนะค่ะ?”
“โลหะพิเศษ?” อยู่ตรงไหน?
ไป๋เย่ตกตะลึง จากนั้นก็รีบมองไปตามทิศทางที่เสี่ยวไป๋ชี้ มันเป็นมุมหนึ่งของห้องทดลอง ซึ่งมีกองไอเทมเบ็ดเตล็ดวางทับกันอยู่ ก่อนหน้านี้ไป๋เย่สังเกตเห็นแล้ว แต่เนื่องจากไอเทมกองนี้ถูกทิ้งไว้ที่มุมเหมือนกองขยะ และไป๋เย่ไม่ได้ใช้ระบบคำใบ้มาตรวจสอบจึงไม่ทันได้ค้นพบ
สิ่งนี้ทำให้ไป๋เย่ต้องตบหัวตัวเองเบาๆ และรำพึงในใจว่า “ประมาทไปหน่อย ดูท่าว่าต่อไปไม่ว่าจะไปที่ไหน
ก็ต้องใช้ระบบคำใบ้สแกนทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียดเสียแล้ว”
คิดได้ดังนั้น ไป๋เย่ก็เดินเข้าไปในกองของเบ็ดเตล็ดและเริ่มค้นหาอย่างละเอียด ไม่นาน เขาก็พบกองโลหะ
สีเงินจำนวนมากในกองขยะ
เมื่อเห็นโลหะเหล่านี้ สายตาของไป๋เย่ก็เปล่งประกายด้วยความประหลาดใจ
[เทียนฉี - โลหะความจำ : วัสดุโลหะเหนือธรรมชาติ สร้างโดยสิ่งมีชีวิตจักรกลปริศนาบางตัว มันแข็งแกร่งกว่าโลหะความจำทั่วไปและเป็นวัสดุพิเศษที่มีประสิทธิภาพมากกว่าโลหะความจำทั่วไปถึงสิบเท่า]
โลหะความจำเหล่านี้มีทั้งหมด 10 หน่วย ทำให้ไป๋เย่ยืนอึ้ง
โลหะความจำคืออะไร? พูดง่ายๆ คือ สิ่งของที่สร้างจากโลหะนี้จะเหมือนมีความจำ ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงเป็นรูปทรงใดหรือถูกบิดงอจากรูปทรงเดิม มันก็จะสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้
แน่นอนว่าสำหรับสิ่งมีชีวิตจักรกล หากร่างกายของมันสร้างจากโลหะนี้ ก็พูดได้ว่าสิ่งมีชีวิตจักรกลนั้นจะมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูอัตโนมัติสามารถรักษาบาดแผลได้เอง
ฟังก์ชันนี้แข็งแกร่งมากจน ไป๋เย่รู้สึกตื่นเต้นสุดขีด
ทำไม?
เพราะเขามีวัสดุสำหรับการอัพเกรดเสี่ยวไป๋ในครั้งหน้าแล้ว!
แน่นอนว่าตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะอัพเกรด อย่าถามเลยว่าทำไม ตอบได้เพียงว่าตอนนี้ไม่มีปัญญาซื้อ
แร่เหล็กและแร่ทองแดง เมื่อนึกถึงแร่เหล็กและแร่ทองแดงจำนวน 500 หน่วย ไป๋เย่ก็รู้สึกกลัดกลุ้มใจเล็กน้อย
“เมื่อไหร่ฉันจะได้ไอเทมปาฏิหาริย์ที่สามารถผลิตแร่เหล็กและแร่ทองแดงได้เองบ้างนะ?”