- หน้าแรก
- ข้าจะถล่มโลกใบนี้ด้วยกองทัพจักรกล
- บทที่ 13 หุ่นยนต์ตัวใหม่ ซูซู!
บทที่ 13 หุ่นยนต์ตัวใหม่ ซูซู!
บทที่ 13 หุ่นยนต์ตัวใหม่ ซูซู!
บทที่ 13 หุ่นยนต์ตัวใหม่ ซูซู!
ติ๊งต่อง
ขณะที่ไป๋เย่กำลังตรวจสอบห้องซื้อขายอยู่ ก็มีข้อความส่งมาอีก
[เย่เสวียน]: "ลองค้นหาชื่อฉันในห้องซื้อขายดูสิ มีของที่นายต้องการอยู่ ถือว่าฉันลงทุนในตัวนายแล้วกัน นายคงมีโทรศัพท์ปาฏิหาริย์ใช่ไหม?"
"หืม?"
ไป๋เย่ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบเปลี่ยนไปที่ห้องซื้อขายและค้นหาชื่อเย่เสวียนทันทีและก็พบว่าใต้ชื่อของ
เย่เสวียนมีของชิ้นหนึ่งถูกแขวนขายอยู่จริงๆ
[หลอมกายอสูร]
[คำแนะนำ]: เป็นวิชาการต่อสู้ที่ใช้ในการหล่อหลอมร่างกาย สามารถเพิ่มคุณสมบัติทางกายภาพได้
[ราคา]: หนึ่งเหรียญปาฏิหาริย์
เมื่อเห็นดังนั้น ไป๋เย่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วก็เข้าใจในทันที
"นี่เธอไม่กลัวเลยเหรอว่าพอฉันซื้อไปแล้วจะลืมเธอ?" ไป๋เย่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ตัดสินใจซื้อมาอยู่ดี
ไม่นาน หนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าจากอากาศธาตุ แผ่กลิ่นอายความเก่าแก่ ที่บอกว่าเป็นหนังสือก็เพราะมันทำจากแผ่นหนังของสัตว์ เมื่อเปิดดูแต่ละหน้าจะมีท่าทางที่ละเอียดซึ่งมีทั้งหมดห้าหน้าที่บ่งบอกว่ามีทั้งหมดห้าท่า
[ไป๋เย่]: "ขอบคุณนะ"
หนังสือทักษะการต่อสู้นี้สำหรับเย่เสวียนแล้ว อาจจะไม่ได้สำคัญอะไรนัก แต่สำหรับไป๋เย่แล้วมันมีค่ามาก ก่อนหน้านี้เขาหาในห้องซื้อขายไม่เจอเลย นั่นหมายความว่าทักษะนี้ต้องมีค่ามากหรือช่องทางการซื้อขายหนังสือทักษะการต่อสู้อาจจะไม่ได้อยู่ในห้องซื้อขายนี้
ทักษะการต่อสู้เล่มนี้ทำให้ไป๋เย่ติดค้างบุญคุณเย่เสวียน ซึ่งไป๋เย่ก็ยอมรับบุญคุณนี้ เขาไม่ใช่คนอกตัญญู เมื่อมีคนช่วย ตนเองก็ย่อมต้องตอบแทน แถมของชิ้นนี้มาได้ถูกเวลามากเหมือนกับส่งถ่านมาให้ในยามหิมะตกเลยทีเดียว
[เย่เสวียน]: "ต่อไปถ้าฉันมีปัญหาและขอให้นายช่วย นายห้ามปฏิเสธก็พอ"
[ไป๋เย่]: "ขอแค่อย่าให้เกินความสามารถของฉันก็พอ"
หลังจากส่งข้อความเสร็จ ไป๋เย่วางโทรศัพท์ลง แล้วตั้งใจอ่านเคล็ดวิชาหลอมกายอสูรอย่างจริงจัง
แม้จะมีแค่ห้าท่า แต่เมื่อไป๋เย่ลองทำท่าแรกดู ใบหน้าก็แดงก่ำทันที รู้สึกเหมือนมีอาการกระตุกและเจ็บปวดภายในร่างกาย
อาการนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ ทุกท่าจะมีความรู้สึกเช่นนี้ และยิ่งเป็นท่าหลังๆ ความเจ็บปวดก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อเขาสามารถทนความเจ็บปวดจากท่าใดท่าหนึ่งได้นานถึงหนึ่งชั่วโมง ก็หมายความว่าเขาสามารถฝึกท่าต่อไปได้แล้ว
"ฮึ่ย... ของแบบนี้ไม่ใช่ใครจะฝึกก็ได้จริงๆ นะเนี่ย"
ไป๋เย่รู้สึกอยากจะสบถออกมาในใจ เพราะมันเจ็บปวดเกินไปจริงๆ แต่ก็ไม่มีทางเลือก เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น เขาทำได้เพียงกัดฟันสู้
ไป๋เย่พยายามฝึกท่าแรกซ้ำๆ พยายามรักษาท่าทางและอดทน
ครั้งแรก: ทนได้หนึ่งวินาที
ครั้งที่สอง: ทนได้หนึ่งนาที
ครั้งที่สาม: ทนได้สองนาที
ครั้งที่สี่: ทนได้สี่นาที
ครั้งที่ห้า: ทนได้เจ็ดนาที
จากนั้นไป๋เย่ก็ล้มตัวลงนอนหมดแรงอยู่บนพื้น ขยับตัวไม่ได้ และเหงื่อท่วมตัวไปหมด แต่บนใบหน้าของเขา
กลับมีรอยยิ้ม เพราะหลังจากการฝึกครั้งที่ห้าซึ่งเขายืนหยัดได้นานพอ เขาก็เริ่มรู้สึกอบอุ่นภายในร่างกายเมื่อจบท่า เหมือนร่างกายกำลังมีการเปลี่ยนแปลง นั่นแสดงให้เห็นว่า เคล็ดวิชาหลอมกายอสูร มีประโยชน์จริง
อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกต่อ ไป๋เย่รู้ว่าอะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี ดังนั้นเขาจึงพักผ่อนสักครู่ เมื่อฟื้นตัวได้พอสมควร ก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันและเข้านอน
ซูซู ถือกำเนิด
...
เมื่อไป๋เย่ตื่นขึ้นและลืมตา สิ่งที่เห็นก็ยังคงเป็นความมืด
"เสี่ยวไป๋ กี่โมงแล้ว?"
"ตีห้าค่ะ นายท่าน ต้องการให้เปิดไฟไหมคะ?"
"เปิดไฟในห้องน้ำหน่อย"
"รับทราบค่ะ นายท่าน"
เสียงของเสี่ยวไป๋เงียบไปและไฟในห้องน้ำก็เปิดขึ้น ไป๋เย่ขยี้ตาลุกขึ้นและเริ่มทำความสะอาดร่างกาย ข้อเสียอย่างหนึ่งคือของอยู่ในหมอกสีเทา คือมันง่ายที่จะลืมเวลาเพราะกลางวันกลางคืนแทบไม่มีความแตกต่าง
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวและทานอาหารเช้าเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงหกโมงครึ่ง ไป๋เย่หยิบออลสปาร์ค
ออกมา เมื่อเป็นวันใหม่แล้ว ออลสปาร์คก็สามารถใช้งานได้อีกครั้งและแน่นอนว่าสิ่งที่เขาจะใช้คือโทรศัพท์ปาฏิหาริย์ ส่วนอย่างอื่นก็ไม่มีความจำเป็นมากเท่าไร
ไป๋เย่วางโทรศัพท์ปาฏิหาริย์ไว้ตรงหน้า ในใจของเขานึกถึงสิ่งที่จะทำและออลสปาร์คก็เปล่งแสงสีน้ำเงินออกมาห่อหุ้มโทรศัพท์ปาฏิหาริย์ไว้
ไม่นานเมื่อแสงหายไป โทรศัพท์ปาฏิหาริย์ที่อยู่บนโต๊ะก็เปลี่ยนรูปร่างทันที กลายเป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยความรู้สึกแบบเทคโนโลยีและโลหะ
หลังจากแปลงร่าง เจ้าตัวน้อยก็รีบส่งเสียงเรียกไป๋เย่ว่า "นายท่าน ขอบคุณที่มอบจิตวิญญาณให้ฉันค่ะ"
"ฮ่าฮ่า เจ้าตัวเล็ก อย่าเพิ่งขอบคุณเลย ฉันขอตั้งค่าให้เธอก่อนนะ"
ไป๋เย่ยิ้มออกมาเล็กน้อย อย่างแรกคือ เพศ แน่นอนว่าต้องเป็นหญิงและเสียงของเจ้าตัวเล็กนี้อาจเป็นเพราะขนาดตัว ทำให้มีเสียงเป็นแบบโลลิซึ่งบอกได้เลยว่าเสียงเพราะมาก
"ต่อไปก็ต้องตั้งชื่อให้เธอแล้ว" ไป๋เย่ลูบคางพลางพูด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าตัวเล็กก็มองไป๋เย่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ไป๋เย่คิดอย่างรอบคอบ จู่ๆ ก็มีชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจ ดวงตาของเขาสว่างวาบและพูดว่า "ต่อจากนี้ไปเธอจะชื่อ
ซูซู นะ"
เขานึกขึ้นได้ว่าเสียงของเจ้าตัวตรงหน้าเหมือนกับถูซานซูซู จากการ์ตูนเรื่อง 'จิ้งจอกขาวป่วนรัก' ที่เขาเคยดูตอนก่อนทะลุมิติ น่ารักสุดๆ ชื่อนี้จึงเหมาะสมมาก
"ซูซูเหรอคะ? ฉันชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะนายท่าน" ซูซูพูดอย่างมีความสุข
เสี่ยวไป๋: "ดูเหมือนฉันจะมีเพื่อนใหม่แล้วสินะ"
ซูซู พยักหน้าอย่างมีความสุข "สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ ซูซู"
เสี่ยวไป๋: "ฉันชื่อเสี่ยวไป๋ เธอเรียกฉันว่าพี่ไป๋ได้เลยนะ ฉันน่าจะโตกว่าเธอ"
ซูซู: "ได้เลยค่ะ พี่ไป๋"
ไป๋เย่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแม้ว่าพวกมันจะเป็นสิ่งมีชีวิตจักรกลแต่พวกมันก็ทำให้ไป๋เย่รู้สึกเหมือนมีครอบครัว แปลกดี
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วถามว่า "ซูซู เธอสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายของเธอกับเสี่ยวไป๋ได้ไหม?"
"ได้ค่ะ นายท่านมีคำสั่งอะไรให้ทำคะ?" ซูซูพยักหน้าและถาม
ไป๋เย่สั่งการว่า "อืม ให้เสี่ยวไป๋เชื่อมต่อเครือข่ายของเธอ แล้วเริ่มเพิ่มเติมฐานข้อมูล เวลาเจอศัตรูจะได้รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร"
"รับทราบค่ะ นายท่าน" ซูซูรับคำสั่งและเริ่มดำเนินการทันที
ส่วนไป๋เย่ก็เดินไปที่ห้องคนขับ เพื่อตรวจสอบทิศทางต่างๆ เตรียมพร้อมที่จะสำรวจต่อไปแต่เมื่อมองออกไป ไป๋เย่ก็ต้องสับสนเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ ทะเล?
"เอาล่ะ ดูเหมือนว่ามิติในหมอกสีเทาจะปั่นป่วนระหว่างที่ฉันหลับไปเมื่อคืนนี้"
ถูกต้องแล้วในหมอกสีเทาแม้ว่าคุณจะอยู่เฉยๆ เมื่อตื่นขึ้นมา คุณก็อาจจะไปโผล่อีกที่หนึ่งบางคนตื่นมา
ก็อาจจะพบว่าตัวเองอยู่ในรังของสัตว์ประหลาดก็ได้แต่โชคดีที่ไป๋เย่ไม่ได้โชคร้ายถึงขนาดนั้นและทะเล
ก็ไม่ใช่ว่าไม่สามารถสำรวจได้