เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

94 - สังหารเทพารักษ์

94 - สังหารเทพารักษ์

บทที่ 93 ท้าทาย


บทที่ 93 ท้าทาย

“เจ้ากล้าฆ่าคนของข้า!” เส้นผมของจินจือเฟยปลิวว่อน ด้วยเสียงลมที่พัดมาอย่างบ้าคลั่ง อารมณ์ของเขาปะทุขึ้นทันที!

ตอนนี้เขาเหมือนหอกที่พุ่งไปข้างหน้ารวดเร็วดุจสายฟ้า

สือฮ่าวฆ่าคนสองคนต่อหน้าทุกคน สีหน้าของเขาสงบนิ่งขณะที่เขาตอบกลับอย่างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา “เจ้าคิดว่าตัวเองมีอะไรพิเศษหรือ?”

“วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า!” ใบหน้าของจินจือเฟยมืดมน ทั่วทั้งร่างของเขาเปล่งประกายความสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด ทุกรูขุมขนของเขาสุกสกาวราวกับดวงอาทิตย์

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังหาข้ออ้างในการต่อสู้กับข้าหรือตอนนี้ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว! เลิกทำตัวเสแสร้งเสียที!” สือฮ่าวกล่าวอย่างเย็นชา

"หยุด!" ฉีหงรีบลุกขึ้นขวางระหว่างทั้งสองไม่ให้พวกเขาต่อสู้กัน

“น้องฉีกรุณาหลบไปด้านข้างอย่าปกป้องเขา วันนี้ข้าต้องประหารสัตว์ร้ายตัวนี้!” ดวงตาของจินจือเฟยนั้นเต็มไปด้วยเจตนาสังหารไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

“เจ้าพูดเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้ไร้เทียมทานเสียเต็มประดา แต่ในความเป็นจริงเจ้าไม่มีค่าอะไรเลย! ครั้งที่แล้วเจ้าไม่ได้ถูกทุบตีจนต้องมอบสัตว์ขี่ออกมาเพื่อให้ฮวงแสดงความเมตตาต่อเจ้าหรอกหรือ? ตอนนี้เหตุการณ์เพิ่งผ่านไปไม่นาน เจ้าก็มาเห่าหอนที่นี่อีกครั้ง!” เฉาอวี่เซิ่งเยาะเย้ย

“ทำไมเจ้าถึงได้หยิ่งผยองถึงขนาดนี้? ครั้งที่แล้วยังโดนทุบตีไม่พออีกหรือ!” มดน้อยสีทองยังพูดอย่างเย็นชา

วันนี้พวกเขาถูกรังแกถึงขนาดนี้แล้ว แม้แต่คนรุ่นหลังของตระกูลจินกับคนรับใช้ก็ยังกล้าที่จะดูหมิ่นสือฮ่าว นับว่าล้ำเส้นเกินไปจริงๆ!

ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายไม่สามารถที่จะกลับมาเป็นมิตรกันได้อีกต่อไป

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมแม้แต่คนรับใช้และเด็กรุ่นหลังจากตระกูลจินถึงกล้าปีนขึ้นไปบนหัวของสือฮ่าว สือฮ่าวจึงไม่จำเป็นต้องแสดงความเมตตาใดๆเพียงสังหารพวกเขาเหมือนกับบดขยี้มดปลวกก็เท่านั้น

“ดีดีดี! หากวันนี้ข้าไม่สังหารพวกเจ้า นับว่าเป็นการทำให้ผู้คนผิดหวังจริงๆ!” จินจือเฟยตะโกนดวงตาของเขาโหดเหี้ยมเจตนาฆ่าฟันพุ่งขึ้นไปบนสวรรค์

ในเวลาเดียวกันจินซานก็เดินขึ้นไปยืนอยู่ข้างหลังลุงของเขาด้วยสีหน้าเย็นชา เขาจ้องไปที่สือฮ่าวในในลักษณะเดียวกับจินจือเฟย

“ฮวงเจ้าทำเกินไปแล้วคิดว่าตระกูลจินของข้าจะถูกรังแกอย่างง่ายๆเหรอ? การฆ่าพี่น้องของข้าความแค้นนี้ต้องถูกชำระด้วยเลือด เจ้าจะจัดการตัวเองหรือต้องการให้พวกเราลงมือ?!” จินซานแสดงเจตจำนงอย่างแน่ชัดว่าต้องการเข้าร่วมต่อสู้ครั้งนี้

บรรยากาศที่นี่ตึงเครียดขึ้นมาทันที จิตใจของทุกคนหวั่นไหวไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะพัฒนามาถึงขั้นนี้

“ตระกูลจินของพวกเจ้าทำแต่เรื่องไร้สาระ หยุดแสร้งได้แล้วในที่แห่งนี้มีผู้ใดไม่ทราบว่าพวกเจ้าต้องการหาเรื่องสือฮ่าว? ตอนนี้พวกเจ้ากำลังทำทุกอย่างให้ตัวเองดูชอบธรรมเท่านั้น ไร้ยางอายจริงๆ!”เฉาอวี่เซิ่งเริ่มโมโหแล้ว

“ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นจะเป็นศัตรูกับพวกเรา แต่ยังต้องการความสง่างามมีระดับ? ถ้าพวกเจ้าไม่เต็มใจก็ลงมือเถอะรับรองว่าพวกเราไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว!” มดเขาสวรรค์กล่าวออกไปตรงๆมันไม่เคยหวาดกลัวการต่อสู้อยู่แล้ว

“ข้ายืนอยู่ตรงนี้หากพวกเจ้าไม่พอใจก็เข้ามาเถอะ!” สือฮ่าวยังคงปราศจากความกลัวดวงตาของเขาเหมือนสายฟ้าสีทองทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง

ทุกคนต่างพากันสั่นสะท้าน การรวมตัวเพิ่งเริ่มต้น แต่ก็มีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

ถึงแม้บางคนไม่ต้องการให้มีการต่อสู้เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยรอชมเรื่องสนุกสนานอยู่

ฉีหง,ทัวปาอู่หลง และหงส์เพลิงทั้ง 4 ของตระกูลเว่ย ต่างเดินไปข้างหน้าโดยแยกพวกเขาออกเป็น 2 ฝั่ง

“การชุมนุมครั้งนี้ถ้ามันจบลงด้วยความโกลาหลเพราะมีข้อบาดหมางมันคงไม่ดีแน่ พวกข้าไม่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายหันอาวุธเข้าหากัน” ทัวปาอู่หลงกล่าว

“พี่ทัวปาท่านไม่มีความยุติธรรมเลย” หวังซีเดินเข้ามานางมีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาชุดสีขาวราวกับหิมะที่ไม่ได้รับการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรก ทั้งยังดูสูงสง่าและปราณีต

ก่อนหน้านี้นางเคยร่วมทางมากับตระกูลทัวปา ทุกคนล้วนคิดว่าความสัมพันธ์ของสองตระกูลแน่นแฟ้นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น

"ข้าพูดความจริง. การรวมตัวของพวกเราในวันนี้เกิดขึ้นเพื่อการสนทนาเต๋าที่สนุกสนานเท่านั้น เราจะเผชิญหน้ากันด้วยความเกลียดชังกันได้อย่างไร” ทัวปาอู่หลงกล่าว

หวังซีมีรอยยิ้มไม่แยแสบนใบหน้านางเดินเข้ามาและพูดว่า“ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามแต่คนผู้นี้สังหารสมาชิกตระกูลจินด้วยความโหดร้ายที่นี่ ขณะเดียวกันในเมืองจักรพรรดิ์แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ใครทำการสังหารผู้อื่นหากฝ่าฝืนจะถูกทำลายล้างทั้งตระกูล!”

เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งนี้พวกเขาก็สูดลมหายใจเข้าไปยังหนาวเหน็บ หญิงสาวที่งดงามผู้นี้กลับใจดำยิ่งนักถึงกับคิดจะกวาดล้างตระกูลหินผาที่มีความเกี่ยวข้องกับสือฮ่าวไปในครั้งเดียว

ในตอนแรกไม่มีใครสนใจมากนักเพราะชายหนุ่มของตระกูลจินทำตัวเลวทรามล้ำเส้นเกินไป หลังจากที่เขาถูกฆ่าหลายคนถึงกับปรบมือด้วยความดีใจ

อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหวังซีจะนำกฎของเมืองมาใช้เพื่อลงโทษสือฮ่าวในเหตุการณ์ครั้งนี้

“ข้าจำได้ว่าหากมีผู้ใดพยายามที่จะยั่วยุทำให้ผู้อื่นอับอายการสังหารเขานับเป็นเรื่องอันชอบด้วยเหตุผล สถานการณ์นี้ก็อยู่ในกฎของข้อนี้ด้วย ดังนั้นการกระทำก่อนหน้านี้ของข้าย่อมไม่ถือเป็นอาชญากรรม” สือฮ่าวกล่าวอย่างใจเย็น

“ถูกต้องแล้วมีกฎข้อนี้จริงๆ” หญิงสาวจากของตระกูลเว่ยพยักหน้าเห็นด้วย

“เนื่องจากพวกเจ้าเป็นฝ่ายยั่วยุก่อน การที่เจ้าเด็กน้อยผู้นั้นถูกสังหารไปก็นับเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ฮ่าๆๆ!”เฉาอวี่เซิ่งเย้ยหยัน

“ทุกคนที่นี่สามารถยืนยันได้ว่าเจ้าเด็กชราผู้นี้พยายามยั่วยุสือฮ่าวมาตลอดแม้กระทั่งให้ลูกหลานของตัวเองมีส่วนร่วมในข้อขัดแย้งนี้!” มดตัวน้อยสีทองชี้ไปที่จินจือเฟยทำให้ใบหน้าของเขามืดลงทันที

ในช่วงเวลานั้นการแสดงออกบนใบหน้าของหวังซีก็เย็นลงเล็กน้อย

ดวงตาของจินซานเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

“ตามกฎแล้วตอนนี้ที่ฮวงสังหารศิษย์คนสำคัญจากตระกูลจินนี่ถือเป็นการยั่วยุเช่นเดียวกันดังนั้นตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต้องต่อสู้กันถึงจะเหมาะสม!” หวังซีกล่าว

“ถูกต้องเนื่องจากผู้คนเสียชีวิตไปแล้วการต่อสู้จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!” จินจือเฟยกล่าวอย่างเย็นชา

ทัวปาอู่หลงและฉีหงพยายามไกล่เกลี่ยอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในตอนนี้ สือฮ่าวก็เดินออกมารับคำท้าด้วยเสียงหัวเราะ

“เนื่องจากเจ้าต้องการต่อสู้ จะรอช้าไปทำไมเข้ามาเถอะ!” สือฮ่าวกล่าว

การสนทนาครั้งนี้เสร็จสิ้นทันทีทั้งสองฝ่ายต่างปลดปล่อยปราณต่อสู้ออกมา พร้อมจะผู้เข้าสังหารอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ

ควรทราบว่าทั้งสองคนล้วนไม่ธรรมดา ไม่จำเป็นต้องพูดถึงฮวงที่ไม่มีใครไม่รู้จักเขา ตอนนี้หลายคนอยากเห็นว่าเขาเป็นคนพิเศษเพียงใดถึงสามารถสังหารสิบราชาของศัตรูด้วยตัวคนเดียวได้

ในขณะเดียวกันจินจือเฟยเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงเมื่อไม่นานมานี้ ถึงเขาจะอายุเพียงสามสิบเศษแต่ก็เข้าสู่ขอบเขตการปลดปล่อยตัวเองแล้วพรสวรรค์ของเขาสูงส่งเพียงใดเป็นที่ทราบได้

“ข้ากำลังรอคำนี้อยู่เลย วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าที่นี่!” จินจือเฟยคำรามด้วยเสียงหัวเราะเย่อหยิ่ง

“เด็กน้อยเจ้าลืมความพ่ายแพ้เมื่อวันวานไปแล้วหรือ?”

“เจ้าเด็กชราเมื่อบาดแผลหายก็ลืมความเจ็บปวดไปทันที ฮ่าๆๆ!”

เฉาอวี่เซิ่งและมดเขาสวรรค์เย้ยหยันออกมาพร้อมกัน

อาจกล่าวได้ว่าในตอนแรกจินจือเฟยรู้สึกอิ่มเอมใจที่สุดที่ได้มีโอกาสล้างความอัปยศ แต่อารมณ์ของเขาถูกทำลายลงทันทีด้วยสอง2 ประโยคดังกล่าว

“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เมื่อข้าสังหารฮวงได้แล้วข้าจะจัดการกับพวกเจ้าทั้งหมด!” จินจือเฟยกล่าว

การต่อสู้ครั้งใหญ่ใกล้จะปะทุ ตอนนี้ไม่มีใครสามารถหยุดพวกเขาได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องปล่อยให้พวกเขาเผชิญหน้ากัน

“ก่อนหน้านี้มีสถานที่พิเศษอยู่ในเกาะแห่งนี้ พวกเจ้าสามารถต่อสู้กันที่นั่นจะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น” หนึ่งในสี่หงส์เพลิงกล่าว

แม้ว่าเซียนโบราณจะจากไปนานแล้ว แต่สถานที่ที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ก็ยังทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อยากที่อาวุธจะสร้างความเสียหายได้

“เจ้าคนเดียวพอแล้วเหรอ?ข้าอนุญาติให้เจ้าหาคนมาช่วยก็ได้” ก่อนที่จะมาถึงสนามประลองนี้ สือฮ่าวถามอย่างใจเย็น

เนื่องจากอีกฝ่ายกระทำการยั่วยุเขาครั้งแล้วครั้งเล่า สือฮ่าวจึงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องให้เกียรติพวกเขาอีกต่อไป

“อย่างไรซะตระกูลจินและตระกูลหวังของพวกเจ้าก็เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วทำไมพวกเจ้าทั้ง 3 คนไม่เข้ามาพร้อมกันทั้งหมดล่ะ?!”สือฮ่าวกล่าว

เขากวาดสายตาผ่าน จินจือเฟย,จินซาน และหวังซี

ใบหน้าของของจินซานเย็นชา เขาได้รับการยกย่องให้เป็นความภาคภูมิใจแห่งสวรรค์ของคนรุ่นนี้ ใครกล้าดูถูกเขา?

อย่างไรก็ตามตอนนี้สือฮ่าวกลับต้องการให้พวกเขาสามคนร่วมมือ นับเป็นการดูถูกเหยียดหยามพวกเขาอย่างมาก

ริมฝีปากแดงของหวังซีเม้มแน่นโดยไม่พูดอะไรสักคำ

“เจ้าหนูเจ้ามอบชีวิตของเจ้ามาเถอะ!” จินจือเฟยพูดอย่างเย็นชาเริ่มโจมตีเข้าใส่สือฮ่าว

“เต่าชราเจ้าไปตามทางของตัวเองเถิด!” สือฮ่าวกล่าวโดยไม่แสดงความอ่อนแอออกมา

จบบทที่ 94 - สังหารเทพารักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว