เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

47 - ภัยพิบัติบังเกิด

47 - ภัยพิบัติบังเกิด

ตอนที่ 47 - ความจริงค่อยๆเปิดเผย


ตอนที่ 47 - ความจริงค่อยๆเปิดเผย

ความหวังมักเกิดจากความสิ้นหวังสิ่งต่างๆจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเมื่อทุกอย่างดูเหมือนจะหายไป เมื่อทุกคนกำลังจะยอมแพ้โดยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าสู่อาณาจักรโบราณนี้โลหิตเซียนทั้งหมดก็เคลื่อนตัวออกไป

ในระยะไกลวิหคอมตะนั้นส่งเสียงร้องออกมา มันเหนื่อยมากเกินไปการสวดคาถาอย่างต่อเนื่องทำให้มันได้รับความทุกข์ทรมานไม่น้อย ตอนนี้พลังของมันใกล้หมดแล้ว

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ผลร้ายแรงประเภทนี้เกิดจากลูกนกตัวหนึ่ง คาถาโบราณที่มันใช้นับว่าแปลกประหลาดอย่างยิ่ง!

“มีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องกับนกตัวนี้ มันกระหายเลือดเกินไปดูสิดวงตาของมันเป็นสีแดงแม้กระทั่งขนนกสีเลือดมันคือ…หงส์เพลิงโลหิตที่ร่วงหล่น!” ผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งก็เข้าใจในทันที

ในขณะเดียวกันสิ่งมีชีวิตต่างมิติก็ตะโกนออกมาเช่นกัน“ก่อนมันถือกำเนิดเปลือกไข่ของมันเสียหายจากสงครามจึงทำให้ทายาทของหงส์เพลิงต้องตายลงกลายเป็นหงส์เพลิงโลหิตสังหาร!”

“เราควรชักนำสิ่งมีชีวิตประเภทนี้กลับสู่โลกของเราและทำให้มันยอมจำนนต่อเราให้ได้ เช่นนั้นแล้วการที่เราจะข้ามผ่านกำแพงแห่งความโกลาหลก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว”

ความเปล่งประกายอันศักดิ์สิทธิ์ถูกปลดปล่อยออกมาจากดวงตาของบางคนพวกเขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก

ในตอนนั้นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้อีกฝ่ายสามารถบุกโลกนี้ได้ก็เนื่องมาจากใช้หงส์เพลิงโลหิตสังหาร,ราชสีห์ผู้กล้า,มังกรปีศาจทมิฬ และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ มิฉะนั้นพวกเขาจะต้องจ่ายในราคาที่หนักกว่านี้

“อี้ม่านเจ้าแยกตัวออกไป จับนกตัวนี้กลับมาให้ได้!” ชายชราผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มสั่งการ พลางกระตุ้นให้หม้อหลอมเซียนไปข้างหน้าตอนนี้พวกเขาก้าวเข้าสู่อาณาจักรโบราณอย่างแท้จริงแล้ว

แน่นอนทุกคนระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะกลัวว่าจะเผลอสำผัสเข้ากับโลหิตเซียน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นความเสียใจชั่วนิรันดร์

ผู้อาวุโสใหญ่พาสือฮ่าวและคนอื่นๆ เข้ามาในดินแดนโบราณแห่งนี้ เขาเปิดใช้งานธงสงครามทันทีโดยต้องการดูดซับเลือดพวกนี้

อย่างไรก็ตามความผันผวนของพลังงานที่รุนแรงส่งผ่านมาจากระยะไกลทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว

พวกเขาเห็นว่าไม่ไกลจากทางเข้ามีหลุมฝังศพขนาดใหญ่หลายหลุม พวกเขาทุกคนตัวสั่น โลหิตเซียนและอาวุธที่แตกหักบนพื้นทั้งหมดไหลย้อนกลับเข้าไปในหลุมศพ

ป้ายหลุมศพขนาดยักษ์เหล่านั้นโดดเด่นเป็นพิเศษซึ่งทั้งหมดนี้ทำจากเหล็กและส่งเสียงกู่ร้องอยู่ตลอดเวลา

“สุสานเซียน!” ที่ด้านหน้ามีเสียร่ำร้องวุ่นวาย

ผู้อาวุโสใหญ่ก็เกิดความรู้สึกตึงเครียดเช่นกัน นี่เป็นคลังสมบัติอย่างแน่นอนหากพวกเขาสามารถขุดขึ้นมาได้จะมีสิ่งล้ำค่าอยู่ข้างใน

อย่างน้อยที่สุดหากอาวุธที่เสียหายเหล่านั้นถูกนำออกมาพวกเขาก็จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล ท้ายที่สุดอาวุธเซียนพวกนี้กล้าโจมตีหม้อหลอมเซียนแสดงให้เห็นถึงระดับของมัน

พวกเขาควรขุดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาหรือไม่? ต้องเข้าใจว่าตอนนี้มันเป็นแค่โลหิตเซียนก็อันตรายมากพอแล้ว หากพวกเขาขุดหลุมฝังศพขึ้นมาสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบใด

จิ!

สิ่งมีชีวิตจากต่างมิติไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป มีคนเคลื่อนไหวปลดปล่อยพลังจากของวิเศษและต้องการขุดหลุมฝังศพขนาดใหญ่พวกนี้

พวกเขาเชื่อว่าสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาต้องลำบากขนาดนี้เป็นเพราะหงส์เพลิงโลหิตสังหารที่แปลกประหลาด ตอนนี้มันถอนตัวจากไปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก

เปง!

ของวิเศษของบุคคลนั้นแตกออกเป็นชิ้น ๆ เขาเดินโซเซไปข้างหลังร่างกายสั่นสะท้าน

“ผู้ที่เข้าสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะยังคงร้ายกาจอย่างยิ่งถึงจะตายไปแล้วแต่ก็ไม่สามารถลบหลู่ มีพลังอันลึกลับล้อมรอบหลุมศพนี้พวกเราไม่สามารถขุดค้นเข้าไปได้” หนึ่งในนั้นพูดด้วยเสียงต่ำ

พวกเขาสามารถใช้หม้อหลอมเซียนทำลายมันได้ แต่หากทำเช่นนี้พวกเขาก็ต้องเตรียมการรับมือสิ่งที่จะตามมา

“เข้าไปข้างในแล้วจับตัวหงส์เพลิงโลหิตสังหารมาก่อน ความจริงเกี่ยวกับสถานที่นี้ต้องอยู่กับมันแน่นอน” ชายชราหัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมา แล้วพาทุกคนเดินไปข้างหน้า

ในนั้นมีภูเขาสูงใหญ่ เกลียวพลังสีขาวพุ่งขึ้นทำให้ทุกคนรู้สึกสดชื่นและสบายตัวราวกับว่าพวกเขากำลังจะสยายปีกบินขึ้นฟ้า

“นี่คือพลังของเซียน?” เสียงของผู้อาวุโสใหญ่สั่นสะท้าน เขาอยากจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะมาโดยตลอด แต่สภาพแวดล้อมของโลกเปลี่ยนไปทำให้เขาไม่สามารถก้าวถึงจุดๆนั้น

ตอนนี้เขาค้นพบสถานที่ที่อาจทำให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้ แค่คิดขึ้นมาก็ทำให้โลหิตเดือดพล่านแล้ว

“ไม่มันถือไม่ได้ว่าเป็นพลังงานอมตะที่แท้จริง แต่ปราณเซียนที่มันมีอยู่นั้นอุดมสมบูรณ์มาก” ผู้อาวุโสใหญ่คิดสักหน่อย ที่นี่ต้องเคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้อมตะมาก่อน

มีแม่น้ำสายใหญ่ที่กลั่นตัวจากของเหลวจิตวิญญาณสมุนไพรหายากมากมายที่เติบโตระหว่างภูเขาและแม่น้ำ คลื่นหมอกลอยขึ้นทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นมงคลอย่างยิ่ง

หงส์เพลิงโลหิตกลายเป็นริ้วแสงเข้าสู่ส่วนลึกของอาณาจักรโบราณ

สิ่งมีชีวิตต่างมิติต่างไล่ตามมันไป ผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่นๆ ตามมาข้างหลังเพราะพวกเขาต้องการที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามสำรวจสถานที่อันตรายไปก่อน

“ช่างน่าเสียดายที่หงส์เพลิงตัวนี้ถูกปนเปื้อนด้วยโลหิตของเซียนก่อนที่มันจะถือกำเนิดขึ้นทำให้ไอสังหารเหล่านั้นแทรกซึมเข้าไปในกระดูกของมันแล้ว ต่อให้จับตัวมันมาได้ก็อยากจะทำให้มันยอมสยบ” ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจด้วยความเสียใจ

มิฉะนั้นนี่เป็นจะหนึ่งในลูกหลานของสิบอสูรที่เหลืออยู่ วิหคอมตะที่มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด ในอนาคตมันจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

“นี่คือ…” หลังจากเข้ามาลึกแปดพันลี้สิ่งมีชีวิตต่างมิติก็หยุดเท้าลง ผู้อาวุโสใหญ่ สือฮ่าวและคนอื่น ๆ ก็หยุดชะงักเพราะพวกเขาเห็นฉากที่น่าตกใจ

นี่เป็นดินแดนที่ทรุดโทรมแตกต่างจากที่พวกเขาเห็นมาก่อน

ไม่มีใบหญ้างอกขึ้นมาผืนดินสีแดงเข้มทอดยาวนับแสนลี้ความตายห่อหุ้มแผ่นดินปีศาจนี้

พื้นที่เหล่านั้นและหมอกอมตะที่พวกเขาเห็นในตอนแรกรวมทั้งสมุนไพรต่าง ๆ ก็จบลงที่นี่ นี่คือดินแดนที่แห้งแล้งมีแต่ความตาย

“นี่คือสนามรบซึ่งเป็นผลมาจากการถูกกวาดล้างโดยกฎธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตดั้งเดิมถูกกำจัดไปหมดแล้วไม่มีหญ้าสักต้นที่สามารถเติบโตที่นี่ได้” มีคนกล่าวขึ้น

หลังจากที่พวกเขาบินไปข้างหน้าพวกเขาก็เห็นซากดวงดาวมากมาย ดวงดาวที่ยิ่งใหญ่นับไม่ถ้วนตกลงมาที่นี่ ปกคลุมสถานที่แห่งนี้อย่างหนาแน่น

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าดินแดนโบราณแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใดดวงดาวที่ตกลงมาไม่มีที่สิ้นสุด สามารถเห็นได้ว่าดาวหลายดวงถูกใครบางคนคว้าไว้เพราะยังมีรอยนิ้วมือยักษ์อยู่

“นี่…เป็นการต่อสู้แบบไหนที่ทำให้เกิดสภาพน่าสังเวชขนาดนี้? แม้แต่ดวงดาวก็ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก” แม้แต่ผู้เฒ่าจากต่างมิติบางคนก็รู้สึกว่ามีคลื่นความหนาวสั่นไหลผ่านร่างกายของพวกเขา

“นี่เป็นการต่อสู้เพื่อดิ้นรนจากความตาย โดยปกติแล้วการคว้าดาวจำนวนมากมีความหมายอะไร? ในระดับนั้นไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ แน่นอนว่าเป็นเพราะคนคนนั้นกำลังจะหมดเรี่ยวแรง เขาจึงทำลายดวงดาวทั้งหมดเพื่อตกตายไปกับศัตรู” ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าหนักใจและอนุมานการต่อสู้ครั้งนี้อย่างจริงจัง

ที่ด้านหลังผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่นิ่งงียบ เห็นด้วยกับความคิดของเขา

สิ่งนี้ทำให้สือฮ่าว, เฉาอวี่เซิ่งและคนอื่นๆจิตใจสั่นสะท้าน สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นคืออะไร? มันตัวใหญ่แค่ไหน? สามารถคว้าดวงดาวมากมาเป็นอาวุธแม้ว่ากำลังจะตายไป

“นี่น่าจะเป็นผลมาจากพลังของบรรพบุรุษลั่วโม่” ชายชราจากต่างมิติกล่าวเบาๆ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“มีเลือดห้าสีที่นี่!” หลังจากก้าวไปข้างหน้าสามหมื่นลี้ผู้คนของฝั่งต่างมิติก็ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นเลือดชนิดพิเศษ ผ่านไปนับล้านปีก็ยังไม่เหือดแห้ง

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นของลั่วโม่ เหมือนกับที่พวกเขาเห็นหลังจากวิญญาณวีรชนของลั่วโม่ฟื้นขึ้นมา

อย่างไรก็ตามเลือดนี้สูญเสียสาระสำคัญกลายเป็นสีซีดจาง พลังลึกลับที่มีอยู่ภายในหายไปอย่างสมบูรณ์ราวกับว่ามันถูกกลืนกินโดยบางสิ่ง

“ตู๋กูหยวนเจ้าสบายดีไหม” สือฮ่าวสะกิดคนข้างๆ

ตู๋กูหยวนเขาเคยอาศัยอยู่ในอีกด้านหนึ่งก่อนหน้านี้ เขาเป็นทายาทของผู้พิทักษ์เช่นเดียวกับผู้แข็งแกร่งรุ่นเยาว์ในโลกปัจจุบัน

เลือดของเขาเป็นสีทองซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นหนึ่งในสี่สายเลือดที่ทรงพลังที่สุด มันศักดิ์สิทธิ์และสูงส่งเป็นเผ่าพันธุ์นี้มีพลังเกินกว่าจะเปรียบเทียบได้

“ข้าสัมผัสได้ถึงสายเลือดตระกูลของข้า” ตู๋กูหยวนกล่าว เขาเดินตรงไปข้างหน้า ทุกคนอดไม่ได้ที่จะทำตามเพราะกลัวสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเขา

แน่นอนว่ามีคนมากมายที่มองเห็นโลหิตสีทองจำนวนน้อยนิดกองอยู่ที่พื้น

นี่เป็นเลือดของตระกูลตู๋กูซึ่งเป็นของกลุ่มผู้พิทักษ์!

“เลือดนี้ไม่ค่อยถูกต้องนักมันเปลี่ยนไป ดูสิมันกำลังเปลี่ยนจากสีทองเป็นสีดำ!” ใครบางคนกล่าวด้วยความตกใจ

ครู่ต่อมาเลือดสีทองก็กลายเป็นสีดำสนิทเหมือนหมึกราวกับหลุมดำกำลังจะกลืนกินวิญญาณของคนๆหนึ่ง ครู่ต่อมาก็กลายเป็นสีทองอีกครั้ง

มันเหมือนกับความสงสัยก่อนหน้านี้ เลือดของเผ่าพันธุ์ผู้พิทักษ์มีคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีลักษณะเป็นปีศาจด้วยเช่นกัน!

ทุกคนใจเต้นแรงข่าวลือเป็นเรื่องจริง ในตอนนั้นพวกเขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังยั่วยุพวกเขาโดยบอกว่าผู้พิทักษ์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ปกติไม่ควรค่าแก่การไว้ใจ ตอนนี้พวกเขาคงต้องเริ่มคิดจริงจังเกี่ยวกับมันแล้ว

ตู๋กูหยวนย่อตัวลงพยายามรวบรวมเลือดนี้ แม้ว่าแก่นแท้ของมันจะถูกดูดออกไปโดยบางสิ่งในทำนองเดียวกัน แต่สิ่งนี้ก็ยังสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขา

เขาหลับตาลงและรับรู้สิ่งต่างๆอย่างระมัดระวัง เขาต้องการที่จะเข้าใจข้อมูลที่มีอยู่ในเลือด

“ก่อนหน้านี้มีการต่อสู้ที่น่าตกใจของลั่วโม่อยู่ที่นี่ บรรพบุรุษของข้าก็อยู่ที่นี่เช่นเดียวกันแต่เขาไม่ใช่ผู้ที่ลงมือต่อสู้กับลั่วโม่ เขายังไม่มีความแข็งแกร่งถึงขนาดนั้น” เขาพูด

ทุกคนตกตะลึง พวกเขาคิดถูกแล้วที่มาที่นี่ความจริงในอดีตถูกเปิดเผยทีละนิด

แม้แต่สายเลือดของผู้พิทักษ์ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ลั่วโม่นั้นน่ากลัวมากในระดับที่ไม่สามารถจินตนาการได้เลย

“อี? ตระกูลของข้าไม่ใช่คนจากโลกนี้ พวกเขามาจากดินแดนแห่งการเริ่มต้น!” ดวงตาที่ปิดสนิทของตู๋กูหยวนเปิดขึ้น เขากล่าวข้อมูลอันน่าตื่นตกใจออกมา

เป็นเพราะมีตำนานมากมายที่บอกว่าผู้พิทักษ์ไม่ได้เป็นคนของโลกนี้แต่มาจากที่อื่น

ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นจริง!

“ผู้พิทักษ์ เฮ้เฮฮ่า…” ในระยะไกลฝ่ายต่างมิติที่กำลังศึกษาโลหิตห้าสีด้วยพยายามหาข้อมูลจากมัน หนึ่งในนั้นกล่าวอย่างเย็นชาว่า“ผู้พิทักษ์เหรอ? ความจริงมันโหดร้ายกว่าที่เจ้าคิด!”

ทั้งสองฝ่ายไม่ได้สงบศึกกัน เพียงแต่หยุดการเผชิญหน้าชั่วคราวเท่านั้นถือได้ว่าบรรยากาศค่อนข้างแปลกอยู่บ้าง

อย่างไรก็ตามการต่อสู้นองเลือดอาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเขาทั้งสองฝั่งรู้สึกหวาดกลัวต่ออาวุธของอีกฝ่าย หม้อหลอมเซียน, ผ้าห่อศพราชาอมตะไม่ใช่สิ่งของธรรมดา หากพวกเขาเปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์และดำเนินการปะทะครั้งใหญ่จะมีคนมากมายต้องตาย

ทุกคนดำเนินการค้นหาเบาะแสต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เห็นเลือดชนิดพิเศษซึ่งเป็นเลือดที่ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายในตอนแรก นี่…น่าตกใจเกินไป!

“นี่อาจเปรียบได้กับเลือดเจ็ดสีในตำนาน! นี่คือสาเหตุที่บรรพบุรุษลั่วโม่เสียชีวิตหรือไม่? เขาพบกับสัตว์ประหลาดชนิดใด? มีเลือดแห่งความโกลาหลแรกเริ่มจริงๆ!”

“มันไม่ได้บริสุทธิ์มากนัก แต่มีเลือดแห่งความโกลาหลเพียงเล็กน้อยไม่เช่นนั้นสิ่งมีชีวิตตัวนี้จะไม่ถูกฆ่าโดยบรรพบุรุษลั่วโม่” มีคนกล่าวอย่างเคร่งเครียด

ผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งและคนอื่นๆ ต่างก็ถอนหายใจสงครามเซียนโบราณเป็นช่วงเวลาแบบไหนกันแน่ มีสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังแบบนี้อยู่อีกกี่ตัว? สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นล้วนมีพลังเหนือจินตนาการ!

ในโลกปัจจุบันสภาพแวดล้อมเช่นนี้ไม่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตประเภทนั้นได้

“มีรูปปั้น!”

ใครบางคนที่มีดวงตาแหลมคมเห็นจุดสีดำบนขอบฟ้าเขารีบวิ่งไปทันที

ลมกระโชกแรงพัดผ่านมา ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันแต่ไม่ได้ลงมือ ทั้งคู่มองไปที่รูปปั้นโบราณ

มันไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักเพียงสูงกว่าคนธรรมดาไม่กี่เท่า พื้นผิวถูกปกคลุมอย่างหนาแน่นด้วยบันทึกอักขระสองสามตัว

“มันค่อนข้างโชคร้ายข้าได้รับเลือกให้เป็นผู้รับผิดชอบภารกิจแต่ข้าก็ไม่สามารถกลับไปได้…” นี่คือสิ่งที่เขียนไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ข้อความนี้มีความจริงถูกซ่อนอยู่

หัวใจของทุกคนเต้นรัว นี่คือสิ่งที่พวกเขากำลังมองหา! พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะค้นพบมันในส่วนลึกของสนามรบเพียงแค่บรรทัดแรกของคำจารึกก็เผยให้เห็นเบาะแสบางอย่างแล้ว!

จบบทที่ 47 - ภัยพิบัติบังเกิด

คัดลอกลิงก์แล้ว