เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

39 - แข็งแกร่งและอ่อนแอ

39 - แข็งแกร่งและอ่อนแอ

ตอนที่ 39 - คนสุดท้าย


ตอนที่ 39 - คนสุดท้าย

“เรื่องอะไร” ทำเอาหลายคนตกใจ ทายาทของตระกูลเฮ่อมาที่นี่เพียงเพื่อประกาศข่าวสาร?

ด้านหลังสิ่งมีชีวิตโบราณจากต่างมิติทั้งหมดยังคงสงบนิ่งเหมือนซากศพที่มีชีวิต เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่นานแล้ว

มีบางอย่างที่สำคัญแน่นอน ทุกคนรู้ดีว่ายังเหลือเวลาอีกช่วงหนึ่งแต่สงครามน่าจะปะทุในไม่ช้า

ทางด้านเก้าสวรรค์สิบพิภพหลายคนเริ่มกังวล เกิดอะไรขึ้นกันแน่? มันควรจะเป็นผลเสียสำหรับพวกเขา!

จิตใจของทุกคนจมดิ่งลงกลัวว่าสิ่งนี้อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติบางอย่าง

“ผู้ยิ่งใหญ่ฉวยโอกาสฆ่าเขา!” หญิงสาวผมสีเงินพูดขึ้นอีกครั้งโดยขอให้เฮ่อจื่อหมิงลงมือ

“ข้าทำไม่ได้ ดูเหมือนว่าข้าจะมาช้าไปหน่อย” เฮ่อจื่อหมิงลังเลเล็กน้อยราวกับว่าเขารู้สึกเสียใจ “อย่างไรก็ตามหากฝ่ายของข้าพ่ายแพ้ในการต่อสู้ทั้งสิบครั้ง มันจะต้องทำให้คนจำนวนมากเสียใจ”

"ทำไม? ทำไมท่านถึงทำไม่ได้” หญิงสาวผมสีเงินถาม

“เนื่องจากการต่อสู้ครั้งนี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว กระดองเต่าเซียนสามารถเลือกได้เฉพาะผู้ที่อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถเข้าสู่สนามรบได้ อย่างไรก็ตามหากเขาสามารถเอาชนะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ทั้งสิบครั้งข้าจะลงมือเอง!” นี่คือคำพูดของเฮ่อจื่อหมิง

ทุกคนต่างตกตะลึงพวกเขาลืมปัญหานี้ไปเลย ก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะมีข้อ จำกัดแบบนี้อยู่ด้วย แบบนี้ผู้ที่ถูกเลือกจะมาจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ที่อยู่ตั้งแต่เริ่มต้นการต่อสู้

“ทุกคนคิดเห็นอย่างไร” ทางด้านเก้าสวรรค์สิบพิภพผู้อาวุโสใหญ่เมิ่งเทียนเจิ้งกำลังสนทนากับผู้อาวุโสจากตระกูลอมตะหลายตะกูล

“มีตัวแปรบางอย่างสถานการณ์ดูเหมือนจะไม่เอื้ออำนวยให้เรา” มีคนกล่าวขึ้น

สาเหตุที่กำแพงสวรรค์สีชาดเมืองโบราณที่ทำจากกระดูกเซียนถูกทำลายนั้นเป็นเพราะหม้อหลอมเซียน หม้อที่รู้กันว่าถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับการหลอมผู้อมตะที่แท้จริงจนถึงแก่ความตายนั้นน่ากลัวเกินไป

สือฮ่าวเคยบอกผู้อาวุโสใหญ่ว่าเฮ่ออู่ซวงเป็นผู้ครอบครองของวิเศษชิ้นนี้เมื่อปีนั้นเขาได้นำมันมาที่สนามรบโบราณ เพื่อรวบรวมเลือดแก่นแท้ของผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังที่สุด

ตอนนี้หม้อนี้ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนพรมแดนของสวรรค์สีชาดมันควรจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับตระกูลเฮ่อซึ่งเป็นไปได้ว่าเฮ่ออู่ซวงเป็นผู้ดำเนินการเอง

ตอนนี้ทายาทของเฮ่ออู่ซวงโผล่มาที่นี่เพื่อประกาศข่าว ย่อมเป็นข้อพิสูจน์ว่าตระกูลนี้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในตัวการหลัก

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครเหรอเฮ่อน้อย? คิดว่าตัวเองเป็นผู้แข็งแกร่งเพียงเพราะเจ้าเสแสร้งได้คล้ายคลึงกับปู่ของเจ้า คลานมาที่นี่ราชาคนนี้จะฆ่าเจ้าเอง!”

มดตัวน้อยสีทองทำลายความเงียบสงบด้วยการส่งเสียงร้องท้าทายเฮ่อจื่อหมิง!

ในอีกด้านหนึ่งราชาหนุ่มสาวสองสามคนแสดงท่าทีโกรธแค้นออกมา แม้ว่าพวกเขาจะให้ความสำคัญอย่างมากกับมดเขาสวรรค์ แต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังรู้สึกว่ามันกำลังแสวงหาความเจ็บปวด

“มดตัวน้อยเลือดประจำตระกูลของเจ้ามีค่าที่สุด เป็นที่รู้กันว่าเป็นยารักษาโรคชั้นยอด อย่ากังวลกับการมองหาคนที่ยอดเยี่ยมเจ้าควรต่อสู้กับข้าในตอนนี้”ในอีกด้านหนึ่งสิ่งมีชีวิตบางตัวแสดงเจตนาร้ายต้องการสังหารมันก่อนที่มันจะเติบโต

“การฆ่ามันเป็นเรื่องน่าเสียดายมากเกินไป มันควรจะถูกจับมันเป็นๆและเลี้ยงดูไว้เป็นอย่างดี ด้วยวิธีนี้เราจะสามารถเพลิดเพลินกับเลือดศักดิ์สิทธิ์ของมันได้เป็นเวลานาน” สิ่งมีชีวิตบางตัวคำรามด้วยเสียงหัวเราะ

สือฮ่าวก้าวออกมาข้างหน้าและพูดว่า“พวกเจ้านี่ช่างดื้อด้านจริงๆ ตอนนี้ตายไปแล้ว 9 คนคนที่ 10 อยู่ไหน”

แค่ประโยคนี้ก็สามารถปิดปากอีกฝ่ายได้สนิทก็ไม่มีใครตอบกลับมา ด้วยความเป็นจริงที่อยู่ต่อหน้าพวกเขา ไม่มีใครสามารถต่อสู้กับฮวงได้

เฮ่อจื่อหมิงมาถึง แต่เขาไม่สามารถเข้าร่วมการประลองนี้

“คนที่ 10 อยู่ไหนข้ารอจนรำคาญแล้ว กระดองเต่าเซียนอยู่ที่ใดเหตุไฉนจึงไม่เลือกคู่ประลองสักที”สือฮ่าวกล่าว

คำพูดเหล่านี้แสดงถึงความเอาแต่ใจอย่างมากเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามต่อราชาหนุ่มสาวต่างมิติ โดยสันนิษฐานว่าฝ่ายตรงข้ามใช้เล่ห์กลต้องการหลีกเลี่ยงความตายของคนที่ 10

“กระดองเต่าเซียนที่ถูกสาปนี้เป็นของพวกเจ้า เป็นไปได้ไหมว่ามันถูกทำอะไรบางอย่างถึงได้ถ่วงเวลาไม่เลิกสักที?” บางคนกล่าวอย่างเงียบ ๆ

มดตัวน้อยสีทองยังคงตะโกนออกมาว่าต้องการต่อสู้กับเฮ่อจื่อหมิง

“ถ้าข้าต่อสู้กับเจ้าจริงๆคงเป็นการรังแกเจ้ามากเกินไป เจ้ายังไม่เติบโตข้าสามารถตัดหัวของเจ้าออกมาได้โดยไม่ถึง 10 กระบวนท่า”เฮ่อจื่อหมิงกล่าวอย่างสงบนิ่ง

เมื่อเขาพูดคำนี้ออกมาหากเป็นคนอื่นอาจมองว่าหยิ่งผยองแต่เมื่อเป็นคำพูดของเขากลับสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

มดเขาสวรรค์โกรธแค้นมาก ทั้งหมดเป็นเพราะอายุของมันทำให้ถูกดูหมิ่นครั้งแล้วครั้งเล่ามากจนไม่สามารถกล้ำกลืนความแค้นได้ อย่างไรก็ตามมันรู้ว่าตัวเองยังไม่โตเต็มที่ความแข็งแกร่งของพลังแห่งสายเลือดของมันยังไม่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่าย

อย่างไรก็ตามมีคลื่นแห่งความไม่พอใจไม่สามารถลบล้างออกไปโดยง่าย เมื่อเห็นลูกหลานของศัตรูคู่แค้นปรากฏตัว ถ้ามันไม่สามารถลงมือ หัวใจของมันอาจระเบิดตายจากความโมโหคุ้มคลั่ง

“ข้าจัดการให้ก็เหมือนกันน่ะ” สือฮ่าวปลอบใจมัน

จิ!

ในเวลานี้กระดองเต่าเซียนก็ส่องแสงออกมามันบินไปหยุดต่อหน้าหญิงสาวผมสีเงิน

นางเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดเข้าที่สือฮ่าวเคยพบ นัยน์ตาของนางมีสีเงินเช่นเดียวกับเส้นผมให้ความรู้สึกพิเศษราวกับเทพธิดาจากสรวงสวรรค์

ในความเป็นจริงแม้แต่ในโลกของนาง นางก็นับเป็นหญิงสาวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากถูกจัดอันดับเป็น 1 ใน 10 หญิงงามของโลกใบนั้น

“หนุึ่งในสิบหญิงงาม!” คนที่อยู่อีกด้านหนึ่งพึมพำอย่างเงียบๆ ดวงตาเผยให้เห็นความสดใส

ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหญิงงามมักเป็นที่สนใจเสมอนับประสาอะไรกับผู้ที่ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในสิบหญิงงามของโลก

อย่างไรก็ตามตอนนี้การแสดงออกของหญิงสาวผมสีเงินคนนี้ไม่ค่อยดีนัก นางรู้ว่าถ้านางสู้กับฮวงแน่นอนว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากและมีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง แม้ว่าระดับการบ่มเพาะของนางจะสูงมาก แต่ก็ไม่ได้อยู่ในอันดับที่สูงเท่ากับรูปร่างหน้าตาของนาง

อย่างไรก็ตามในขณะนี้ไม่มีใครสามารถแทนที่นางได้ นางต้องเข้าสู่สนามรบ

เป็นเพราะกระดองเต่าเซียนสามารถส่งผลกระทบต่อเผ่าพันธุ์ หากนางต่อต้านมันในตอนนี้ หรือถ้านางถอนตัวออกไปก็อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อเผ่าพันธุ์ของนาง

ต้องเข้าใจว่าในการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ของยุคเซียนโบราณมันดำเนินไปในลักษณะนี้โดยไม่มีผู้ใดถอนตัวหลบหนีได้ ไม่มีผู้ใดกล้าหลบหนีกระดองเต่าเซียนมีความลับสำคัญยิ่งใหญ่หากต่อต้านมันไม่มีผู้ใดทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง!

“ข้ารู้เกี่ยวกับเจ้ามาบ้างเจ้ามีนามว่าหยินหลิงใช่หรือไม่? ผู้ที่มาจากตระกูลราชันย์เงินของหุบเขาโบราณ”สือฮ่าวกล่าวอย่างไม่แยแสดวงตาที่เปล่งประกายจ้องมองไปที่ใบหน้าอันงดงามของนาง

เป็นเพราะหยินหลิงออกมาก่อนหน้านี้และสังหารอัจฉริยะหนุ่มจากสำนักปราชญ์

ราชาหนุ่มสาวที่เคยออกมาต่อสู้ก่อนหน้านี้ถูกฆ่าโดยสือฮ่าวทั้งหมด เฉกเช่นงูยักษา วิหคปีศาจสีทองและอื่น ๆ ตอนนี้เหลือนางเพียงคนเดียว

“ไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้กระดองเต่าเซียนเลือกคู่ประลองในเมื่อเจ้าเป็นคนสุดท้าย เจ้าควรจะปรากฏตัวออกมาตั้งนานแล้วเป็นไปได้ไหมว่าเจ้ากลัวตาย” สือฮ่าวชี้อย่างไร้ความปรานี

แม้ว่ารูปลักษณ์ของอีกฝ่ายจะเหมือนเทพธิดา แต่เขาก็ยังไม่แยแส เขาไม่ลืมฉากที่ผู้หญิงคนนี้ฆ่าศิษย์ของสำนักปราชญ์อย่างโหดเหี้ยม

แต่นางก็ยังคงยิ้มอย่างมีเสน่ห์ยิ่งกว่านั้นยังประกาศนามของตัวเองโดยระบุว่าพวกเขาสามารถหานางเพื่อแก้แค้นได้

ตอนนั้นผู้หญิงคนนี้หยิ่งยโสถึงเพียงไหน

ตอนนี้เมื่อนางเห็นพลังของฮวงนางเผยความกลัวและไม่เต็มใจที่จะออกมาต่อสู้

“เมื่อกี้เจ้าพยายามให้เจ้าคนแซ่เฮ่อมาจัดการกับข้าเป็นพระเจ้าหวาดกลัวอย่างนั้นเหรอ”สือฮ่าวยังคงจี้เข้าไปถึงใจดำของนาง

เมื่อไม่นานมานี้หญิงสาวผมสีเงินคนนี้พูดออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยขอให้เฮ่อจื่อหมิงเข้าสู่สนามรบ เป็นธรรมดาเมื่อถูกยกเรื่องนี้ขึ้นมาจะทำให้นางอับอายอย่างมาก

“เจ้า…หุบปาก!” หยินหลิงตะโกนใบหน้างดงามของนางเย็นชาผิวขาวราวกับหิมะบึ้งตึงขึ้นทันที นางจ้องมองสือฮ่าวด้วยความเกลียดชัง

“ชัยชนะต่อเนื่อง 10 ครั้ง วัตถุดิบ 10 ชนิดอันยอดเยี่ยม!” สือฮ่าวกล่าว เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผมสีเงินปฏิบัติกับนางเหมือนคนตาย

“ข้าไม่ชอบท่าทีแบบนั้นมันหยิ่งยโสเกินไป ไม่มีใครรับประกันว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน” เฮ่อจื่อหมิงกล่าวขัด สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง แต่น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย

“ข้าจะชนะการต่อสู้ครั้งนี้แน่นอน เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ต่อให้เจ้าไม่พอใจแล้วเจ้าจะทำอะไรได้” สือฮ่าวกล่าวอย่างตรงไปตรงมาไม่ไว้หน้าของอีกฝ่าย

“หยินหลิงมาหาข้า ข้ามีบางอย่างเป็นของขวัญให้เจ้า” เฮ่อจื่อหมิงเรียกหญิงสาวผมเงินผู้นั้น

หยินหลิงผู้ซึ่งมาจากตระกูลราชันย์เงินหุบเขาโบราณรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อนางได้ยินสิ่งนี้ใบหน้าของนางยิ้มแย้มราวกับดอกไม้ที่ผลิบาน สถานที่แห่งนี้สดใสขึ้นมาทันที

นางวิ่งเบาๆมาถึงด้านข้างของเฮ่อจื่อหมิง นางรู้ว่าอีกฝ่ายมีของวิเศษที่สามารถช่วยนางได้อย่างแน่นอน

เฮ่อจื่อหมิงหยิบภาชนะหยกสีขาวขนาดเล็กแล้วเปิดออก ด้านในปรากฏแสงสีแดงปะทุขึ้นสู่ท้องฟ้าส่องผ่านโดมสวรรค์ ความผันผวนที่เผยให้เห็นนั้นรุนแรงเกินไปจนทำให้คนรอบข้างรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที

เขาดึงของเหลวหยดหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดผนึกขวดนี้ จากนั้นเขาก็วางของเหลวเล็กๆนั้นลงในขวดอื่นจากนั้นผสมกับน้ำยาอื่นๆอีก 2 3 ชนิด ความกดดันที่แผ่ออกมาค่อยบรรเทาลง

“เลือดที่แท้จริงของบรรพบุรุษโบราณ!” มีคนร้องด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่านี่คืออะไร

เฮ่อจื่อหมิงมีสีหน้าจริงจังอย่างมากเขาหยิบพู่กันออกมาจากนั้นจุ่มลงในของเหลวศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมกับน้ำยาเขียนคำว่า 'ฆ่า' บนฝ่ามือของหญิงสาว

สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป นี่เป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง!

ทันทีที่ตัวอักษร 'ฆ่า' ถูกเขียนขึ้น คลื่นพลังปราณที่น่ากลัวก็แผ่ออกมา

“ขอบคุณมากสำหรับพระคุณในครั้งนี้!” หญิงสาวผมสีเงินมีความสุขมากรู้สึกราวกับว่านางกำลังถืออาวุธวิเศษขั้นเซียนอยู่ในมือ!

เฮ่อจื่อหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“เจ้าเป็นถึง 1 ใน 10 หญิงงามของโลกเราไม่มีผู้ใดปรารถนาที่จะเห็นหยกถูกทำลายบุปผาถูกบดขยี้ เรื่องเล็กน้อยเจ้าอย่าได้ใส่ใจเลย”

รูปลักษณ์เหมือนหยกของหยินหลิงเปล่งประกายด้วยแสงหลากสีแสดงความขอบคุณอีกครั้ง จากนั้นนางเดินกลับไปที่สนามรบด้วยความมั่นใจ

“เจ้าคิดว่าเลือดแค่ครึ่งหยดกับตัวอักษร 'ฆ่า' สามารถทำให้เจ้าพลิกจักรวาลได้?”สือฮ่าวเฝ้าดูทุกอย่างแต่ไม่ได้รบกวนพวกเขา

“ข้าแค่อยากจะบอกเจ้าว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะได้ตลอด ข้าไม่พอใจอย่างยิ่งสำหรับทัศนคติของเจ้า” เฮ่อจื่อหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะบอกเจ้าว่าเลือดประเภทนี้ข้าจะรวบรวมมันมาเป็นอาหารหมู!” สือฮ่าวแสดงความเหยียดหยาม!

"ฆ่า!" หญิงสาวผมสีเงินตะโกนรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของนางเต็มไปด้วยความเย็นชา “ข้าจะขอบอกเจ้าให้ว่าโลกของข้าไม่อาจดูหมิ่นบรรพบุรุษของพวกเราไม่อาจให้เจ้าเหยียบย่ำได้! ข้าจะสังหารเจ้าที่นี่ตอนนี้!”

“งั้นก็ช่วยแสดงให้ข้าเห็น!” สือฮ่าวไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไป

ตอนนี้เปิดห้อง VIP แล้วนะครับ ห้อง VIP จะลงวันละ 3 ตอนเป็นอย่างน้อยหากลงไม่ครบในวันนั้นจะชดเชยในวันถัดไป จะปิดกลุ่มในตอนที่ 1462+ชดเชยจนกว่าจะห่างจากตอนสุดท้ายที่ลงในเพจปกติ 100 ตอน 

ในช่องทางนี้ยังติดตามได้ปกติลงทุกวัน ฟรีวันละ 1ตอนครับ ช่วยอุดหนุนเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับไม่ทิ้งกันกลางทางแน่นอน https://www.facebook.com/Paradiselord.blogspot9

จบบทที่ 39 - แข็งแกร่งและอ่อนแอ

คัดลอกลิงก์แล้ว