เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

19 - การแย่งชิง

19 - การแย่งชิง

ตอนที่ 19 - ใครกล้าสู้กับข้า?


ตอนที่ 19 - ใครกล้าสู้กับข้า?

“น่าขัน! พวกเจ้าทุกคนช่างงมงายอย่างเหลือทนแม้สภาพแวดล้อมของที่นี่จะเปลี่ยนไปจนพวกเจ้าสามารถขึ้นสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะได้ ก็เป็นเพียงแค่ผู้อมตะที่อ่อนแอเท่านั้นจะเทียบชั้นกับพวกเราได้อย่างไร?” เจ้าของมือสีดำขนาดใหญ่กล่าวอย่างเย็นชา เขาไม่เคยปรากฏตัวเวลานี้เพียงแค่ข้ามมาด้วยมือขนาดใหญ่

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นอย่างที่ผู้อาวุโสใหญ่พูด ร่างกายที่แท้จริงของเขาไม่สามารถข้ามผ่านมาได้และถูกจำกัดพลังอย่างรุนแรงมิฉะนั้นเขาคงบุกเข้ามานานแล้ว

เป็นผลให้พวกเขาทั้งหมดสงบลงเล็กน้อย ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง!

หลังจากช่วงเวลาแห่งความสงบทุกคนรู้สึกถึงคลื่นแห่งความโกรธแค้นภายในใจของพวกเขา สิ่งมีชีวิตตัวนั้นดูถูกผู้อื่นมากเกินไปทำตัวเหมือนเจ้าชีวิตของทุกสิ่งแสดงความดูถูกต่อทุกคน

“ไม่เพียงแต่ร่างกายที่แท้จริงของเขาจะไม่สามารถข้ามผ่านมาได้ ส่วนที่ข้ามมาก็ถูกจำกัดพลังเช่นกัน โลกของเรากำลังใช้กฎธรรมชาติผูกมัดเขาไว้ไม่จำเป็นต้องกังวล” ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนกล่าวว่าเพิ่มกำลังใจทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อโลกทั้งสองเชื่อมต่อกันเล็กน้อยจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โลกนี้จะฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอย่างช้าๆจะมีคนที่สามารถก้าวขึ้นเป็นเซียนที่แท้จริงได้

นี่คือสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณมีคนรู้เรื่องนี้เพียงน้อยนิด

ตามความสงสัยของทุกคนสิ่งมีชีวิตในอีกฝั่งอาจจะทำอะไรบางอย่างในอีกฟากหนึ่งของโลกนี้ แต่สุดท้ายมันน่าจะล้มเหลว “ถ้าพวกเจ้าไม่สามารถยอมรับสิ่งนี้ข้าสามารถจัดส่งเด็กรุ่นหลังที่ยังไม่บรรลุถึงขั้นผู้ไม่ดับสูญมาประลองกับพวกเจ้าทุกคนได้ พวกเจ้าจะได้รู้สักทีว่าฟ้าจะสูงถึงเพียงใหน” เจ้าของมือสีดำพูดเช่นนี้ทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก

“นี่เป็นการพิสูจน์แล้วว่าการคาดเดาของข้าถูกต้อง เมื่อเวลาผ่านไปมันยากขึ้นที่เจ้าจะอยู่ในโลกด้านนี้ดังนั้นเจ้าต้องถอนตัวจากไป? เจ้าไม่สามารถทนได้อีกต่อไปแล้ว?”

"เจ้ากำลังพูดอะไร?" เสียงเจ้าของมือสีดำเย็นชา “ข้าแค่อยากจะให้เจ้าทุกคนเข้าใจว่าแม้ว่าจะอยู่ในกลุ่มคนที่มีอายุเท่ากัน ถึงจะยังไม่สามารถเป็นผู้ดับสูญพวกเขาก็สามารถจัดการพวกเจ้าทุกคนได้”

ในขณะที่พูดมือสีดำขนาดใหญ่นั้นกลับลงสู่ก้นหลุมดำมืดหายไปอย่างไร้ร่องรอย

สิ่งนี้ทำให้เกิดการถกเถียงกันโดยเฉพาะตระกูลอมตะสำนักปราชญ์สำนักเซียน พวกเขาเชื่อว่าความสงสัยของผู้อาวุโสใหญ่น่าจะเป็นจริง

บางทีมันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เส้นทางระหว่างสองโลกจะเปิดออกอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้โลกได้ใช้ความกดดันเพื่อขับไล่ศัตรูต่างมิติกลับไป ศัตรูได้รับความทุกข์ทรมานจากพลังของโลกซึ่งพยายยามปราบปรามพวกมัน

ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอีกฝั่งไม่สามารถข้ามมาได้มีเพียงใช้อวัยวะบางส่วนเท่านั้นข้ามมา

“รีบตรวจสอบตำนานเก่าแก่เกี่ยวกับสวรรค์สีชาดทุกอย่างเอามาให้หมดค้นทุกจุดที่น่าสงสัย! นี่มันแปลกไปหน่อยมันไม่สมเหตุผลอย่างยิ่งที่พวกเขาข้ามมาเพื่อข่มขู่พวกเราเพียงเท่านี้!” ผู้เฒ่าผู้ยิ่งใหญ่กล่าวเบา ๆ

มีมากกว่าหนึ่งคนที่คิดแบบนี้เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่มานานแล้วต่างคิดเช่นนี้

มีคนที่ถูกส่งออกไปเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้เป็นพิเศษพวกเขารีบออกตามหาตำราโบราณทันที

ฮ่อง!

ในเวลานี้หุบเหวสีดำนั้นปะทุขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยหมอกสีดำล้นออกมาจากนั้นชั่วครู่ก็มีร่างหลายร่างพุ่งออกมาจากหมอกดำนั้น

พวกเขาลอยอยู่บนท้องฟ้าที่บิดเบี้ยวในระยะไกลยืนอยู่ในหมอกสีดำราวกับว่าพวกเขาเป็นกลุ่มเทพปีศาจผู้ยิ่งใหญ่!

“พวกเขามาแล้วสิ่งมีชีวิตจากอีกโลกได้ก้าวเข้ามาในโลกของเราแล้ว!” เด็กหนุ่มคนหนึ่งคร่ำครวญออกมา

“มาได้ก็ดีพวกเราจะจัดการมันทั้งหมดลบมันออกไปจากโลก!” คนหลายคนกระเหี้ยนกระหือต้องการที่จะลงมือ

ในอีกด้านหนึ่งไอสังหารปกคลุมสวรรค์และโลกกวาดไปทั่วราวกับกระแสน้ำทำให้จิตวิญญาณของผู้คนจำนวนมากไม่มั่นคง

คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งจนเกินไปเมื่อพวกเขายืนอยู่ด้วยกันแม้แต่มิติยังเกิดการสั่นไหว

กลุ่มผู้อาวุโสจากสำนักเทพสวรรค์สำนักเซียนและสำนักปราชญ์ไม่ได้รู้สึกตกใจกลัวพวกเขาปลดปล่อยญาณวิเศษต่อต้านพายุหมอกสีดำไม่ให้เข้าใกล้

นี่คือกลุ่มของราชาปีศาจที่แท้จริง พวกเขาแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ เหมือนหอคอยเหล็กในหมอกสีดำตั้งตระหง่านน่ากลัวอย่างแท้จริง

“พวกเจ้าเต็มใจหรือไม่? นี่คือคนรุ่นหลังในโลกของข้าที่สามารถต่อสู้กับพวกเจ้าได้ทั้งหมด พวกเจ้าจะได้เห็นว่าความเหลื่อมล้ำมีมากเพียงใด!” เสียงอันเยือกเย็นดังมาจากเหว

คนเหล่านั้นเคลื่อนที่เข้าหากลุ่มเรือรบ หมอกควันสีดำไม่ได้กระจายหายยังคงโอบล้อมพวกเขาไว้ดังเดิม ทำให้มองไม่เห็นร่างที่แท้จริงของพวกเขามีเพียงเงาดำเท่านั้น ทำให้เกิดความกดดันราวกับจมน้ำ

“พวกเจ้ากล้าต่อสู้ไหม” ในอีกด้านหนึ่งมีสิ่งมีชีวิตในเงามืดสีดำกล่าวด้วยความมั่นใจและหยิ่งผยอง

“บรรพบุรุษของพวกเจ้าพ่ายแพ้ไปแล้ว ลูกหลานที่พวกเขาทิ้งไว้ก็มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ มีใครในพวกเจ้ากล้าต่อสู้บ้างไหม” เสียงจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในหมอกสีดำมองลงมาจากด้านบนเหมือนไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา

ในฟากของผู้คนจาก 9 สวรรค์ 10 พิภพทุกคนขมวดคิ้วโดยเฉพากลุ่มผู้คนจากตระกูลอมตะพวกเขาปรึกษากันว่าครั้งนี้ควรจะออกหน้าก่อนหรือไม่?

พวกเขาควรจะออกไปก่อน!

หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็บรรลุข้อตกลงเป็นเอกฉันท์เพราะพวกเขาต้องการดูว่าสิ่งมีชีวิตจากอีกฝั่งแข็งแรงแค่ไหน ต้องส่งคนออกไปสู้กับพวกมัน

“เจ้าพวกลูกหลานเชลย บรรพบุรุษของพวกเจ้าเคยคลานแทบเท้าเรา การบ่มเพาะของข้าอาจจะอยู่ในขั้นธรรมดา แต่ข้าเชื่อว่ามันเพียงพอที่จะปราบปรามพวกเจ้าทั้งหมด ใครอยากจะตายเป็นคนแรก” สิ่งมีชีวิตสูงใหญ่เดินข้ามมาจากเหวสีดำมันมีลักษณะของสัตว์สี่ขามีขนาดใหญ่และตัวหนามาก

อย่างไรก็ตามหมอกสีดำนั้นพิเศษเกินไปยังคงป้องกันไม่ให้พวกเขาเห็นร่างที่แท้จริงของมันอย่างชัดเจนใน พวกเขารู้แต่เพียงว่ามันมีลักษณะคล้ายราชสีห์หรือพยัคฆ์

“เนื่องจากการบ่มเพาะของเจ้าอยู่ในระดับธรรมดางั้นพวกเจ้าควรส่งยอดฝีมือที่แท้จริงออกมาจะได้ไม่ขายหน้าพวกเจ้าเอง!” ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนตอกกลับไป

“เจ้าต้องการใหกองทัพของพวกเจ้าถูกกวาดล้างเหรอ” สัตว์ต่างมิติ 4 ขากล่าวด้วยความโกรธแค้นหลังจากได้ยินคำพูดนี้

“เจ้าสามารถทำได้เหรอ!” ผู้อาวุโสสำนักปราชญ์เยาะเย้ย

“เนื่องจากพวกเจ้าต้องการต่อสู้ดังนั้นให้คนที่มีน้ำหนักมากพอออกมา ด้วยวิธีนี้เจ้าทุกคนจะได้ไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ เมื่อพ่ายแพ้!”

“งั้นก็ดีเอาตามที่พวกเจ้าว่า” เสียงอันสง่างามดังมาจากเบื้องล่างของเหวสีดำ

จากนั้นหมอกก็พุ่งสูงอีกครั้งมีเงาร่างจำนวนมากปรากฏขึ้น ทุกคนมีความแข็งแกร่งกว่ากลุ่มก่อนหน้าเล็กน้อย

“ถ้าจะประลองก็ขอคู่ปะลองที่เหมาะสมหน่อยข้าบ่มเพาะมาถึงล้านปีใครจะออกมาก่อน” ร่างหนึ่งเดินออกมาจากหมอกสีดำเสียงของมันมีพลังทะลุทะลวงที่ทรงพลัง

ทุกคนสามารถสัมผัสได้ว่าสิ่งมีชีวิตนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง

“อาจารย์ข้าขอออกไปก่อน!” ผู้อาวุโสใบหน้าเรียวเล็กเดินออกมา ผมสีเทาโปรยลงมาที่ไหล่ของเขา เขากล่าวด้วยความเคารพต่อผู้อาวุโสใหญ่สำนักปราชญ์

หลายคนไม่รู้จักตัวตนของเขา พวกเขาเผยให้เห็นถึงความตกใจเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามมีคนอีกกลุ่มส่งเสียงอุทานอย่างตกตะลึง

“ เขา…ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ! ปราณโลหิตของเขาเป็นที่รู้กันว่าทำให้สวรรค์ทั้งเก้าสั้นสะเทือน ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักปราชญ์เมื่อล้านปีก่อน

"อะไร? เขาคือเซียงเฟิง? มีข่าวลือว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วจากการทะลวงเข้าสู่ผู้อมตะล้มเหลวเมื่อหลายแสนปีก่อน?”

ผู้คนในตระกูลโบราณต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกสร้างความปั่นป่วนอย่างมาก

นี่เป็นลูกศิษย์รุ่นแรกจากล้านปีก่อนเป็นที่รู้จักในฐานะเมล็ดพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากอดีตซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญรุ่นเยาว์ที่ทรงพลังที่สุดจากสำนักปราชญ์ในยุคนั้น

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นศิษย์ประจำตัวของผู้อาวุโสใหญ่สำนักปราชญ์สถานะของเขาสูงส่งไม่ธรรมดา ในชีวิตยังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้ในรุ่นเดียวกันมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่เทียบเขาได้

นี่คือหนึ่งในสามผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อล้านปีที่แล้ว!

สถานะอย่างนี้ความสำเร็จอย่างนี้หากเป็นยุคเซียนโบราณต้องได้เป็นถึงราชาอมตะอย่างแน่นอน

ในความเป็นจริงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการให้เซียงเฟิงเป็นคนที่ออกไปเป็นคนแรก อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อนแรงเป็นอย่างมากจึงไม่ใช่เรื่องดีที่จะปฏิเสธเขา

เซียงเฟิงเดินออกไปแม้ว่ารูปร่างของเขาจะเตี้ยเล็กไปหน่อยแต่ปราณโลหิตของเขาก็มีพลังไม่น้อย ราวกับว่ามีดวงดาวสีเลือดมากมายพันรอบตัวเขาไว้เป็นภาพที่ทั้งสยองขวัญและงดงามเราเทพเจ้าแห่งสงคราม

ปราณที่น่ากลัวกระเพื่อมออกไปไปทุกทิศทาง

“เขาเป็นศิษย์หลักของผู้อาวุโสใหญ่สำนักปราชญ์ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่ยากจะหาใครเทียบได้นับเป็นตัวเลือกอันเหมาะสม!” หลายคนพยักหน้า นี่เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

ในอีกด้านหนึ่งถัดจากหุบเหวสิ่งมีชีวิตตัวนั้นเดินออกจากบริเวณหมอกสีดำ

มันไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตขั้นผู้ดับสูญจริงๆ มันจึงไม่ได้รับความทุกข์ทรมานจากพลังของโลกใบนี้ มันยืนอยู่หน้าหุบเหวสีดำอย่างผ่อนคลายราวกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตจากโลกใบนี้

“ข้าชื่อเซียงเฟิง เชิญ!” เซียงเฟิงพูดพลางขยับร่างกายใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดในการต่อสู้

“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใครข้ามาเพื่อฆ่าเจ้าเท่านั้น” สิ่งมีชีวิตอีกด้านหนึ่งพูดขึ้น ลักษณะของมันเป็นเหมือนมนุษย์ แต่มีดวงตาแนวตั้งอยู่ที่หน้าผากทั้งหมดเก้าดวง

ทุกคนที่เห็นรูปลักษณ์มันตามตื่นตระหนก สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดตัวนี้ตั้งใจจะทำให้พวกเขาอับอายหรือมันเป็นผู้แข็งแกร่งจริงๆ? เพราะการแสดงออกของมันนิ่งสงบเกินไป

"ฆ่า!" เซียงเฟิงลงมือโดยใช้พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปราณโลหิตพุ่งขึ้นราวกับสายรุ้งถูกปลดปล่อยออกมาจากกระหม่อมของเขาญาณวิเศษพรุ่งพล่านไปทั่วทั้งท้องฟ้า

เมื่อผู้แข็งแกร่ง 2 คนมาเผชิญหน้ากันสามารถทำให้โลกสั่นสะเทือนได้!

ทั้งสองคนต่างฝึกฝนจนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าสูงสุดเป็นลำดับต้นๆของโลกแล้ว พลังที่พวกเขาแสดงออกมา ย่อมไม่อาจคาดเดา

ปราณกระบี่พุ่งขึ้นเป็นครั้งคราวทำลายดวงดาวดวงแล้วดวงเล่า

อย่างไรก็ตามหลังจากประมือกันได้ 100 กระบวนท่าก็เกิดเสียงครวญครางดังขึ้น

เซียงเฟิงถูกกระแทกตกลงมาจากท้องฟ้า

แขนของเขาถูกสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวนั้นฉีกออกไปข้างหนึ่ง

“มีเพียงเท่านี้เองหรือ?” สิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นพูดเบา ๆ พร้อมกับพุ่งเข้ามาโจมตี

“อา…” เซียงเฟิงคำรามออกมาแขนที่ขาดของเขางอกขึ้นมาใหม่ จากนั้นเขาทะยานร่างเข้าต่อสู้ตะลุมบอนกันอีกฝ่ายอย่างดุเดือด

ปู!

หลังจากผ่าน 50 กระบวนท่าดวงตาของเซียงเฟิงก็สูญเสียจิตวิญญาณ มีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดหว่างคิ้วของเขาถูกบดขยี้ด้วยการสำผัสเพียงครั้งเดียวจากอีกฝ่าย วิญญาณดั้งเดิมของเขากลายเป็นขี้เถ้า!

“เซียงเฟิง!” ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักปราชญ์รู้สึกเจ็บปวดอย่างมากมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขา

ทุกคนตกตะลึง นี่เป็นถึงคนที่ติดอันดับหนึ่งในสามซึ่งเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อล้านปีก่อนอย่างไรก็ตามเขาถูกอีกฝ่ายฆ่าตายเช่นนั้น

“ข้ายังไม่ได้ใช้ณานศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองด้วยซ้ำ ใช้แค่แค่ณานวิเศษของโลกพวกเจ้าเท่านั้น” สิ่งมีชีวิตนั้นกล่าวว่า มันเหวี่ยงศพของเซียงเฟิงไปที่ด้านข้าง

เซียงเฟิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคเสียชีวิตไปแล้วอย่างนั้นหรือ? ทุกคนไม่ยอมเชื่อสิ่งที่เห็น!

พวกเขาตกลงกันมานานแล้วว่าจะไม่มีใครสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวการต่อสู้ขั้นแตกหักในครั้งนี้ มิฉะนั้นผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักปราชญ์จะต้องลงมืออย่างแน่นอน นี่คือศิษย์รักของเขาการตายครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกเศร้าโศกอย่างหาที่เปรียบมิได้

คนอื่นๆก็พบว่าสิ่งนี้ยากที่จะเชื่อ เซียงเฟิงที่ทรงพลังก็ตายเช่นนั้นมันรวดเร็วเกินไปเป็นผลลัพธ์ที่น่ากลัวเกินไปแล้ว

"เจ้าเป็นใคร? ตัวตนของเจ้าในอีกด้านคืออะไร” ใครบางคนคำรามออกมา เป็นคนจากสำนักปราชญ์ตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำเป็นสายเลือด

“ข้ามีนามว่า ตี้เถา อยู่ในอันดับที่สิบเก้าเมื่อล้านปีก่อน” สิ่งมีชีวิตนั้นตอบกลับมา หลังจากพูดจบเขาไม่ได้หันมามองแต่เดินไปยืนที่ด้านข้างของขอบเหว

ทุกคนตกตะลึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้สึกโกรธอยู่ข้างใน แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงคลื่นแห่งความเย็นเกาะกุมหัวใจ คนอันดับที่สิบเก้าฝั่งนั่นฆ่าคนที่ติดอันดับหนึ่งในสามของโลกด้านนี้ สิ่งนี้น่ากลัวแค่ไหน?!

ในตอนนั้นเองสิ่งมีชีวิตอื่นจากข้างในหมอกดำก็กล่าวขึ้น “ข้าบ่มเพาะมาห้าแสนปี ใครจะเป็นคู่ต่อสู้?”

เกือบจะในเวลาเดียวกันใครบางคนจากฝั่ง9 สวรรค์ 10 พิภพตะโกนสวนออกมาว่า“ข้าฝึกฝนมายี่สิบปี ใครกล้าสู้กับข้า!”

จบบทที่ 19 - การแย่งชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว