เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

17 - วิชาล้ำเลิศ

17 - วิชาล้ำเลิศ

ตอนที่ 17 - การเผชิญหน้า


ตอนที่ 17 - การเผชิญหน้า

เมืองที่สร้างขึ้นจากกระดูกของคนโบราณบัดนี้ถูกบดขยี้ ชีวิตจำนวนนับไม่ถ้วนถูกสังหาร ภายในรัศมีหนึ่งแสนลี้ของสวรรค์สีชาดกลายเป็นซากปรักหักพังสิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกกำจัดสิ้น มันเป็นความโหดร้ายแค่ไหน?

นั่นคือสาเหตุผู้บ่มเพาะที่นี่ต่างโกรธเกรี้ยวจนคุ้มคลั่งโลหิตพลุ่งพล่านอยู่ในอกอยากจะแก้แค้น!

คำว่า 'ฆ่า' คำเดียวแสดงถึงสิ่งที่รู้สึกอยู่ข้างใน ตอนนี้ไม่ทราบว่ามีเรือโบราณกี่ลำที่ส่องแสงรวบรวมพลังโจมตี ในเวลาเดียวกันค่ายกลเวทย์ขนาดยักษ์โผล่ขึ้นมาทีละลำ

สิ่งเหล่านี้เป็นคำตอบของกลุ่มมหาอำนาจทั้งหมดในโลกนี้ พวกเขาทั้งหมดเปิดใช้งานค่ายกลเวทย์พร้อมกับโจมตีซากปรักหักพังโดยต้องการกำจัดศัตรูแข็งแกร่งในครั้งเดียว

แม้พวกเขาจะรู้ดีว่าถึงจะเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน แต่พวกมันอาจจะก้าวเข้าสู่ดินแดนบ่มเพาะที่สูงล้ำเกินจินตนาการ แต่ไม่มีใครอยากจะยอมจำนนพวกเขาจะต่อสู้จนถึงที่สุด!

ฮ่อง!

เปลวไฟที่โหมกระหน่ำพุ่งสูงขึ้นแสงสว่างกระจายไปทั่วท้องฟ้า ไอสังหารที่เอ่อล้นขึ้นสู่สวรรค์การโจมตีทั้งหมดรวมตัวกันก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่น่าสะพรึงกลัว

คลื่นจากพลังโจมตีทำให้จิตใจของทุกคนถึงกับสั่นสะท้าน แม้แต่ผู้อาวุโสใหญ่สำนักเทพสวรรค์ ก็ยังไม่เคยเห็นการโจมตีที่ทรงพลังเท่านี้มาก่อน

ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้ว่าค่ายกลเวทย์โจมตีของกองทัพหมื่นตระกูลจะทรงพลังขนาดนี้เมื่อรวมตัวกัน!

มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่สำนักเซียนสำนักปราชญ์และบุคคลระดับผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลอมตะเท่านั้นที่สามารถคำนวณเรื่องนี้ไว้ก่อน พวกเขาอ่านตำราโบราณเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างแล้วและพบเบาะแสบางอย่าง การโจมตีเมื่อครู่ทำให้พวกเขาได้รับคำตอบ

“ดีมันควรจะเป็นแบบนี้!” ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกน

พลังที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้บดขยี้ซากปรักหักพังอย่างรุนแรงราวกับว่าพวกเขากำลังจะกวาดล้างเพื่อสร้างโลกใหม่!

คชา!

พลังแห่งความโกลาหลระเบิดขึ้นเป็นครั้งแรก เข้าปกคลุมท้องฟ้าและพื้นดิน

ฉากนี้น่ากลัวเกินไปทำให้ทุกคนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง!

“ค่ายกลเวทย์ของแต่ละตระกูลถึงกับสามารถสะท้อนแรงโจมตีของกันและกัน เมื่อรวมเข้าเช่นนี้ต่อให้ผู้อมตะมาเองยังอยากจะเอาตัวรอด!” มีคนที่โห่ร้องด้วยความประหลาดใจ

“ น่ากลัวเกินไป…ยอดเยี่ยมมาก! ศัตรูต่างแดนจงพินาศซะ! สองสามคนคำรามออกมาอย่างตื่นเต้น

สวรรค์และโลกสั่นสะเทือนดวงดาวที่ยิ่งใหญ่หลายดวงสั่นไหวร่วงลงมาที่นี่

การโจมตีครั้งใหญ่เต็มไปด้วยความคาดหวังของทุกคน ไม่ช้าเสียงที่ชั่วร้ายเย็นชาดังมาจากอุโมงค์สีดำ

“เจ้ามดปลวกชั้นต่ำไม่ว่าพวกเจ้าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงได้ พวกเจ้าอ่อนแอเกินไป.”

เสียงนั้นเย็นชามากมันไม่สนใจการโจมตีครั้งใหญ่ก่อนหน้า สำหรับทุกคนนี่เป็นการดูถูกเหยียดหยามพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

ภายใต้สายตาที่หวาดกลัวของทุกคนมือใหญ่เอื้อมออกมาจากหลุมสีดำด้านล่างซากปรักหักพัง เป็นมือสีดำสนิทเหมือนหมึกมีเกล็ดบางส่วน มันเผชิญหน้ากับการโจมตีทั้งหลายอย่างไม่สะทกสะท้าน

ปู!

นี่เป็นเพียงกรงเล็บเดียว แต่มันทำให้ค่ายกลเวทย์กว่าหมื่นแตกออกกลายเป็นภาพลวงตาของภูเขาและทะเลทุกอย่างพุ่งพล่านเหมือนน้ำท่วมครั้งใหญ่

นี่มันน่ากลัวเกินไป! กองกำลังร่วมของทุกมหาอำนาจในโลกเรือรบทั้งหมดส่องแสงเปิดใช้งานค่ายกลสังหารของพวกเขา แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำร้ายมันได้!

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการโจมตีร่วมครั้งนี้ถูกทำลายด้วยมือขนาดใหญ่นั้นอย่างง่ายดาย นี่เป็นพลังแบบไหนกันนะ? มันทำให้จิตวิญญาณของทุกคนหวั่นไหว!

ตอนนี้พวกเขาควรจะต่อสู้อย่างไร?

พวกเขาควรจะเผชิญหน้ากับศัตรูแบบนี้อย่างไร?

มือสีดำขนาดใหญ่ถล่มจักรวาลกระจัดกระจายก้อนเมฆฉีกค่ายกลเวทย์ของเรือรบทั้งหมดยิ่งกว่านั้นทำให้ดวงจันทร์สองสามดวงที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าระเบิดตกลงสู่พื้นทีละดวง!

นี่เป็นขั้นพลังแบบไหน?

ในขณะนี้ทุกคนตกตะลึงและไม่สามารถยอมรับความเป็นจริงนี้ได้ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็น

ใบหน้าของหลายๆคนก็ซีดลงและขาดสีสัน ขวัญกำลังใจของพวกเขาเพิ่งถูกปลุกขึ้นโดนทำลายโดยกรงเล็บนี้

การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตแบบนี้พวกเขาควรจะต่อสู้กับมันได้อย่างไร? มันไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นภัยคุกคามต่อมันด้วยซ้ำ!

แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายแต่ไม่มีประโยชน์ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่นี่กี่คนก็ตาม พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับศัตรูได้

สิ่งนี้ทำให้การแสดงออกของหลายๆคนกลายเป็นความขมขื่นและรู้สึกสิ้นหวัง!

พวกเขารวบรวมกองกำลังที่ยิ่งใหญ่รีบเดินทางมา แต่สุดท้ายพวกเขาก็พบว่าทุกอย่างไร้ประโยชน์ พลังของพวกเขาอ่อนแอเกินไปไม่สามารถต่อกรกับผู้บุกรุกได้เลย!

ไม่มีสิ่งใดที่จะก่อความเสียหายทางจิตใจได้มากไปกว่านี้ทำให้ความหวังทั้งหมดกลายเป็นฝุ่น

ความเชื่อมั่นของหลายคนหวั่นไหว พวกเขาควรจะสู้ต่อไป? พวกเขายังคงเลือกที่จะต่อสู้หรือไม่? หากยังคงสู้ต่อไปพวกเขาจะตายอย่างไร้ประโยชน์มันจะเป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว!

สถานที่แห่งนี้เงียบลงไม่มีใครส่งเสียงอะไรเลย

เดิมทีกับผู้คนจากมหาอำนาจต่างๆที่นี่ส่งเสียงโห่ร้องสั่นสะเทือนไปทั่วท้องฟ้าแต่หลังจากกรงเล็บสีดำขนาดยักษ์โผล่ออกมา เวลาเหมือนกับหยุดค้าง

บรรยากาศน่ากลัวเกินไป!

“เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างแท้จริงพวกเจ้าอ่อนแอลงจากแต่ก่อนมากนัก พวกเจ้าอ่อนแอเกินไปไม่สามารถเทียบได้แม้แต่กับการโจมตีครั้งเดียวของเซียนที่อ่อนแอที่สุด” เสียงประหลาดนี้ดังมาจากซากปรักหักพัง

ผู้คนทั้งหมดไม่ได้แสดงออกถึงความไม่สบายใจแต่กลับสงบเยือกเย็นไม่ใช่ว่าเป็นเพราะมีแผนสำรองอะไร แต่เป็นเพราะพวกเขารู้สึกยอมจำนนต่อชะตากรรมแล้ว

ไม่มีใครเถียงกลับ พวกเขาทั้งหมดรู้สึกเสียกำลังใจอย่างน่าเหลือเชื่อ พวกเขามีความเกลียดชังและความแค้นอยู่ภายใน แต่พวกเขาก็ไม่มีพลังพอที่จะต่อต้านและยังห่างไกลจากการเป็นคู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย

“ผู้คนในยุคสุดท้ายที่พวกเจ้าเรียกว่าเซียนโบราณน่าจะเป็นบรรพบุรุษของพวกเจ้าใช่ไหม? พวกเขาคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้และต้องการต่อสู้กับเราจนถึงที่สุด อย่างไรก็ตามผลลัพธ์สุดท้ายเป็นอย่างไร? พวกเขาถูกกวาดล้างทั้งหมด! ผู้อมตะที่แท้จริงหรือหรือที่พวกเจ้าเรียกราชาเซียนพวกเขาทั้งหมดไม่ได้นอนตายที่แทบเท้าพวกเราหรือ? ในขณะเดียวกันเจ้าทุกคนในฐานะลูกหลานก็ต้องการสืบทอดเจตนารมณ์ของพวกเขา? ..แม้จะผ่านเหตุการณ์ในครั้งนั้นมาแล้วพวกเจ้าก็กล้าจริงๆกล้าที่จะท้าทายเรา. พวกเจ้าช่างไม่รู้จักความแตกต่างระหว่างชีวิตและความตาย!”

นี่นับเป็นความอัปยศอดสู ยิ่งกว่านั้นก็เป็นข้อเท็จจริงอีกด้วย ข้อความนี้กระจายไปตามที่ต่างๆทั่วสวรรค์พิภพ สะเทือนทะเลทั้ง 4

เมื่อประโยคนี้กล่าวออกมามันทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ต่างตระหนักถึงความแตกต่างของตัวเองและผู้บุกรุก มันเป็นท่าทีของผู้ที่อยู่ที่สูงมองลงมาจากเบื้องบนไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้

มันเป็นเพียงศัตรูแค่ตัวเดียว แต่มันสามารถทำลายความเชื่อมั่นของทุกคน!

ใช้กำลังเพียงอย่างเดียวเป็นข้อพิสูจน์ว่าสิ่งมีชีวิตอีกฟากฝั่งไม่สามารถหยุดยั้งได้ผู้คนในโลกนี้อ่อนแอเกินไป

พวกเขาควรจะตอบสนองอย่างไร? พวกเขาจะต้านทานได้อย่างไร?

พวกเขาหลายคนพลุ่งพล่านด้วยความเดือดดาลอยากจะแผดเสียงด่าทออีกฝ่าย แต่สุดท้ายพวกเขาก็ค้นพบว่าทุกอย่างไม่มีความหมาย

เป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถลงมือต่อสู้จริง และการพ่นคำด่าออกมาก็ทำให้ตัวเองเป็นแค่ตัวตลกเท่านั้น!

ตอนนี้ความหดหู่ความรู้สึกพ่ายแพ้แพร่กระจาย ความเชื่อมั่นของพวกเขาถูกทำลายโดยสิ้นเชิง

“ทำใจให้สงบ!”

ราวกับเสียงฟ้าร้องดังสนั่นดังขึ้นในหูของทุกคนทำให้พวกเขากลับมาสู่ความเป็นจริง

ผู้อาวุโสใหญ่มีสีหน้าจริงจัง เขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเสื้อคลุมเต๋าอันกว้างใหญ่กระพือไปมาตามสายลม เขาตะโกนเสียงดัง

“มีอะไรให้รู้สึกหดหู่? เราเพิ่งเริ่มเผชิญหน้ากันยังไม่มีความสูญเสียใดๆ พวกเจ้าทั้งหลายไม่รู้เหรอว่ากำลังสู้อยู่กับตัวอะไร มันเป็นสิ่งมีชีวิตระดับผู้อมตะที่อาศัยอยู่ในยุคเซียนโบราณเคยเข้าสู่สงครามครั้งสุดท้าย!”

คำพูดของผู้อาวุโสใหญ่เป็นเหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่พัดไปทั่วโลกปลุกทุกคนออกจากความหดหู่ ถูกต้องแล้วสิ่งมีชีวิตตัวนี้คือผู้ที่เหลือรอดมาจากสงครามเซียนอมตะ การต่อสู้กับพวกมันย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่ในเมื่อมันแข็งแกร่งถึงขนาดนี้เหตุไฉนจึงไม่อาจข้ามมา ทั้งที่สวรรค์สีชาดก็ถูกทำลายมาหลายวันแล้ว เมื่อผู้คนตระหนักถึงเรื่องนี้กำลังใจที่สูญเสียไปก็กลับคืนมา

“มันเพิ่งเริ่มต้น แต่สิ่งมีชีวิตระดับผู้อมตะนี้พยายามเกลี้ยกล่อมให้เรายอมแพ้หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าพวกเขาขาดความมั่นใจที่จะเอาชนะเรานั่นคือสาเหตุที่พวกเขาทำเช่นนี้!” ผู้อาวุโสใหญ่คำราม

ผู้อาวุโสสำนักปราชญ์สำนักเซียนและตระกูลอมตะต่างออกมาสนับสนุนเหตุผลนี้

“หากพวกมันมีความสามารถทำให้กำแพงสวรรค์สีชาดพังลงอย่างง่ายดาย มีเหตุผลอะไรที่พวกมันจะปล่อยให้พวกเรามีลมหายใจมาจนถึงตอนนี้หากพวกมันข้ามมาได้ง่ายๆพวกมันคงทำนานแล้ว”

"ถูกต้อง. ในตอนนี้พวกเราได้ร่วมมือกันต่อสู้กับผู้ยิ่งใหญ่ที่เหลือรอดมาจากสงครามเซียนโบราณ ในการโจมตีแรกถึงกับสู้เสมอได้แล้วมีอะไรที่ทำให้พวกเราต้องหมดกำลังใจ!”

ผู้อาวุโสหลายคนส่งเสียงดัง

ทุกคนตกตะลึงจากนั้นพวกเขาก็ตระหนักได้

“เจ้าพวกมดปลวกพยายามเพิ่มกำลังใจตัวเองอย่างนั้นเหรอ? ค่อนข้างน่าขบขัน” เสียงอันเยือกเย็นดังมาจากเหวด้านล่างซากปรักหักพัง

“พวกเจ้าขาดความมั่นใจจริงๆ ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าคงไม่ส่งผู้แข็งแกร่งที่สุดมาตั้งแต่แรกเริ่มสงครามเพื่อข่มขู่พวกเรา” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าว

“ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าข้ามมาได้แค่บางส่วนเพราะว่าร่างกายของเจ้ายังคงถูกปฏิเสธและถูกยับยั้งโดยกฎธรรมชาติของโลกนี้ เมื่อเวลาผ่านไปผลกระทบที่เจ้าจะได้รับจะค่อยๆมากขึ้นซึ่งเป็นเหตุผลว่าแม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้อมตะที่แท้จริงแต่ก็ไม่สามารถกวาดล้างโลกใบนี้ได้!” ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวสำทับอีกครั้ง

“ช่างเป็นเรื่องตลก หากเจ้าเชื่อเช่นนั้นงั้นก็เริ่มจากเจ้าก่อน! ตาย!” เสียงในก้นบึ้งของซากปรักหักพังนั้นเย็นชายิ่งขึ้น ทันใดนั้นมีบางอย่างปะทุขึ้นด้วยพลังความโกลาหลขนาดยักษ์ที่กระเพื่อมออกไปด้านนอก สวรรค์และโลกถูกเขย่าทำให้เรือรบทั้งหมดสั่นสะเทือนกำลังจะระเบิด

มือสีดำขนาดใหญ่นั้นเอื้อมออกมาอีกครั้งตรงไปยังผู้อาวุโสใหญ่ที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า

“ทุกคนจงมองให้ดี ข้าจะแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้อมตะก็เป็นแค่บุคคลที่มีอายุยืนกว่าคนอื่นเท่านั้น!” ผู้อาวุโสใหญ่คำรามเขาไม่ได้หลบหลีกมือยักษ์นั่น เขาใช้ตัวเองเป็นตัวอย่างเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับทุกคน!

จบบทที่ 17 - วิชาล้ำเลิศ

คัดลอกลิงก์แล้ว