- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดในหอพักเริ่มต้นด้วยระบบลงชื่อเข้าใช้พิชิตใจสาวสวย
- บทที่ 6 การเพิ่มค่าความภักดี
บทที่ 6 การเพิ่มค่าความภักดี
บทที่ 6 การเพิ่มค่าความภักดี
เสียงของเสิ่นซินอวี่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ราวกับเขินอาย เธอเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
ลินเซียวที่อยู่ในวัยกลัดมัน ไม่เคยต้องอดกลั้นต่อสิ่งยั่วยวนขนาดนี้มาก่อน แทบอยากจะควบม้าออกศึกเสียเดี๋ยวนั้น
ทว่า เขาฝืนข่มความพลุ่งพล่านในใจเอาไว้
เขาไม่ใช่พ่อพระนักบุญ
แต่แค่รู้สึกว่ามีบางเรื่องที่ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนก่อน
"ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิดไปหน่อย แน่นอนว่าเรื่องนี้มันก็อยู่ในขอบเขตผลประโยชน์ที่ผมควรได้รับอยู่แล้ว!"
"แต่ก่อนหน้านั้น ผมต้องพูดดักคอไว้ก่อน คุณจะได้ไม่มาหาว่าผมผิดคำพูดทีหลัง!"
"อย่างแรก คุณต้องทำงานแลกข้าว ไม่ใช่ว่านอนเฉยๆ แล้วผมจะต้องเลี้ยงดูคุณไปตลอดชีวิต!"
ลินเซียวพูดช้าๆ พยายามสื่อสารให้ชัดเจนที่สุด
เพื่อป้องกันปัญหาบานปลายในภายหลัง
ไม่ใช่ว่าเขาใจร้ายใจดำ แต่การตกลงกันให้รู้เรื่องตั้งแต่ต้น จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันทีหลัง
เมื่อถึงเวลาที่ล้ำเส้นกันจริงๆ เขาจะได้ลงมือได้อย่างสบายใจ
ได้ยินดังนั้น เสิ่นซินอวี่ก็นิ่งเงียบ ทำเพียงพยักหน้าเบาๆ
เธอรู้ดีว่าตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ในโลกใบใหม่นี้ ทรัพยากรทุกอย่างมีค่ามหาศาล
เสิ่นซินอวี่ไม่ใช่คนโง่ ตรงกันข้าม เธอหัวไวและเข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
ขณะที่เธอกำลังกังวลว่าจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับซอมบี้พวกนั้นอีกไหม ประโยคถัดมาของลินเซียวก็ทำให้เธอโล่งใจ
"แต่ไม่ต้องห่วง ผมไม่ปล่อยให้คุณออกไปเสี่ยงตายหรอก!"
"ตอนนี้ หน้าที่ของคุณคือคอยเฝ้าหน้าแชทให้ผม ถ้าเจอของดีๆ อย่างพวกพิมพ์เขียว หรืออะไรทำนองนั้นก็บอก!"
"ระดับประธานบริษัทมหาชนอย่างคุณ คงแยกแยะได้นะว่าอะไรดีไม่ดี!"
"อยากกินข้าวเหรอ? ขอแค่คุณทำตัวดีๆ เรื่องพวกนั้นไม่ต้องกังวลเลย!"
ในเมื่อมีระบบอยู่แล้ว ลินเซียวตั้งใจจะเป็นผู้จัดการแบบสั่งการอย่างเดียว
งานใช้แรงงานหนักๆ แบบนั้น ไม่ต้องลงมือทำเองย่อมดีที่สุด
ลินเซียวรู้ดีว่าคำพูดของเขายังดูคุยโวไปหน่อย
แต่เขาเชื่อมั่นว่าตราบใดที่มีระบบ เรื่องปากท้องน่าจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่ต้องกังวล
คำพูดของเขาสะดุดใจเสิ่นซินอวี่เข้าอย่างจัง
"เขารู้ด้วยเหรอว่าฉันเป็นใคร!"
หัวใจของเสิ่นซินอวี่กระตุกวูบ เธอเผลอยกมือขึ้นจับใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น
อุตส่าห์กลัวความแตกจนไม่กล้าแต่งตัวดีๆ ตอนถ่ายรูป
ไม่นึกเลยว่าจะปิดบังไม่ได้แม้แต่น้อย
นอกจากความตกใจแล้ว เธอยังเห็นด้วยกับแผนการแบ่งงานของลินเซียว
ในโลกภายนอก เธอเป็นคนประเภทหญิงแกร่ง
ถ้าต้องให้นอนเฉยๆ ไม่ทำอะไร เสิ่นซินอวี่คงเป็นคนแรกที่สติแตก
คนสวยๆ มีอยู่ดาษดื่น วันดีคืนดีถ้าลินเซียวเบื่อเธอขึ้นมา จะโดนเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้?
มีเพียงการพิสูจน์คุณค่าของตัวเองเท่านั้น ถึงจะรักษาที่ยืนตรงนี้ไว้ได้
พอได้ยินเรื่องกิน เธอก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
เธอไม่ได้โง่ แน่นอนว่าเธอจะไม่ถามซอกแซกว่าลินเซียวไปเอาอาหารมาจากไหน
"เอานี่ เช็ดตัวซะ!"
ลินเซียวพูดพลางหยิบน้ำออกมาจากกระเป๋าเป้ประมาณ 1 ลิตร
น้ำแค่นี้ไม่พอให้อาบน้ำหรอก แต่ก็พอถูไถเช็ดคราบสกปรกตามตัวได้บ้าง
ยังไงซะน้ำก็มีเหลือเฟือ และเขาไม่อยากร่วมเตียงกับคนตัวมอมแมม มันคงบั่นทอนอารมณ์น่าดู
"เช็ดตัว? ด้วยน้ำเนี่ยนะ?"
เสิ่นซินอวี่หายใจสะดุด ถึงกับสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
ต้องรู้ก่อนนะว่า ตอนนี้คนข้างนอกแทบจะฆ่ากันตายเพื่อแย่งอาหาร
น้ำเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนอย่างหนัก แม้น้ำแก้วเดียวก็อาจเอามาประมูลขายได้
แต่ตอนนี้ ลินเซียวกลับบอกว่าจะใช้น้ำพวกนี้มาให้เธอเช็ดตัว
ถึงจะไม่เยอะ แต่ก็มากพอให้คนอื่นตีกันตายได้เลย
เธอเฝ้าหน้าแชทอยู่ตลอด ไม่มีทางที่จะไม่รู้เรื่องพวกนี้
แต่ถึงจะคิดแบบนั้น เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้อเสนอของลินเซียว
ยังไงซะ ผู้หญิงก็รักสะอาด ยิ่งในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยแบบนี้ด้วย
"คุณหันไปก่อนได้ไหม... ช่างเถอะ! ตามใจคุณเลย!"
ตอนแรก เสิ่นซินอวี่ยังสงวนท่าทีอยู่บ้าง
แต่พอลองคิดดูอีกที ก็ดูเหมือนจะไม่จำเป็นต้องอายแล้ว
ทว่า ลินเซียวกลับกำลังมองข้อมูลของเสิ่นซินอวี่ด้วยความทึ่ง
เพราะเขาพบว่าข้อมูลของอีกฝ่ายกำลังเปลี่ยนแปลง
[เสิ่นซินอวี่]
[ค่าร่างกาย: 8]
[ค่าจิตวิญญาณ: 11]
[เรตติ้ง: 91]
ความภักดี: 63
"ระดับเรตติ้งนี่เปลี่ยนแบบเรียลไทม์แฮะ มิน่าล่ะ ระบบถึงตัดสินจากรูปถ่ายไม่ได้แม่นยำนัก!"
ลินเซียวมองดูข้อมูลตรงหน้าและวิจารณ์เงียบๆ
หลังจากเช็ดตัว เรตติ้งของเสิ่นซินอวี่เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 แต้ม
ดูเหมือนมาตรฐานการให้คะแนนของระบบจะอิงจากรูปลักษณ์และการแต่งกายด้วย
นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับเขา
ถ้าเงื่อนไขเอื้ออำนวย และหาเสื้อผ้าสะอาดๆ มาเปลี่ยนได้ คะแนนคงพุ่งสูงกว่านี้แน่
"แต่ว่า ถุงน่องขาดๆ นี่ก็ดูดีไปอีกแบบนะ!"
"แล้วค่าความภักดีระดับนี้ พัฒนามาถึงขั้นเชื่อใจแล้วเหรอ? ดูท่าเราคงเป็นพาร์ทเนอร์ขั้นต้นกันได้แล้ว!"
ลินเซียวประเมินอย่างเป็นกลาง โดยไม่หลงระเริงจนเกินไป
ยังไงซะ คะแนนก็เพิ่งผ่าน 60 มาหมาดๆ ยังห่างไกลจากขั้นพึ่งพาหรือเชื่อฟัง
ตามข้อมูลระบบ ยังมีโอกาสที่ค่าความภักดีจะลดลงได้ตราบใดที่ยังไม่ถึง 100
เพื่อป้องกันการถูกหักหลัง อย่างน้อยต้องทำให้ถึง 90 แต้ม
สรุปคือ ยังเร็วเกินไปที่จะวางใจ
โดยเฉพาะตอนนี้ที่ทุกคนต่างรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งต้องระวังตัวเป็นพิเศษ
เพียงแต่...
ในสายตาของเสิ่นซินอวี่ การที่ลินเซียวจ้องมองเธอเขม็ง ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
"ฉันเช็ดตัวเสร็จแล้ว!"
"อืม รู้แล้ว!"
...
หลังจากความเงียบงันอันยาวนาน มีเพียงเตียงไม้ที่ดูเหมือนจะส่งเสียงประท้วงอย่างรุนแรง
ฟังก์ชันทำความสะอาดถูกใช้งานไปหนึ่งครั้ง ด้วยเหตุผลบางประการ
...
"สิ่งก่อสร้างเลเวล 3 ขึ้นไป น่าจะต้องใช้พิมพ์เขียวแล้วล่ะ เราต้องรีบรวบรวมให้เร็วที่สุด ไม่งั้นจะเสียเปรียบ!"
หลังเสร็จศึก ลินเซียวก็ไม่ได้ขี้เหนียว
เขาเปิดกล่องสุ่มสองกล่อง และแบ่งให้เสิ่นซินอวี่หนึ่งกล่อง
เนื่องจากได้รองท้องมาบ้างแล้ว รอบนี้เสิ่นซินอวี่จึงกินช้าลงมาก ค่อยๆ เคี้ยวทีละคำอย่างละเมียดละไม
"อื้ม! แต่อัตราการดรอปพิมพ์เขียวตอนนี้ น่าจะไม่สูงเท่าไหร่นะ!"
"ในเกมเล็กๆ ที่ฉันเคยพัฒนา ไอเทมสำคัญๆ มักจะได้มาจากการล็อกอินต่อเนื่องครบจำนวนวัน หรือไม่ก็ต้องอัปเลเวลก่อนถึงจะหาได้"
เสิ่นซินอวี่แชร์มุมมองของเธอระหว่างกินข้าว
ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ไม่มีกฎห้ามคุยเวลากินข้าวหรอก
ทุกวินาทีมีค่า และนอกเหนือจากเรื่องเมื่อกี้ เสิ่นซินอวี่ก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า
พังจบ ลินเซียวก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ใช่ มีเหตุผล เกมคงไม่ปล่อยให้มีตัวละครโกงๆ โผล่มาง่ายๆ หรอก"
"ปกติพวกนั้นมักจะกดพลังต่อสู้ไว้ให้ห่างชั้นกันมากๆ เพื่อไม่ให้ผู้เล่นทั่วไปตามไม่ทันจนเกินไป!"
ถึงตรงนี้ ลินเซียวก็หยุดพูด
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเสิ่นซินอวี่ พร้อมเผยรอยยิ้มมั่นใจ
"แต่ว่า มันมักจะมีข้อยกเว้นเสมอ..."