- หน้าแรก
- สกิลขยะแล้วไง ข้านี่แหละจอมภูตสายสนับสนุน
- บทที่ 21: ของดี
บทที่ 21: ของดี
บทที่ 21: ของดี
บทที่ 21: ของดี
พลบค่ำ
ซ่งหลิวฮวาที่ยุ่งอยู่บนชายหาดตลอดทั้งบ่ายรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว ปวดหลังปวดเอวและขาไปหมด
นางเดินกลับมายังลานพักแรม
เฟิงซาน ซ่งหยวน และเฟิงอี้ต่างมีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า หัวเราะร่าจนเห็นฟันครบทุกซี่ ตาหยีจนเป็นเส้น
แม้แต่บนใบหน้าที่มักจะไร้อารมณ์ของเฟิงชิง ก็ยังปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก ดูแปลกตาพิลึก ซ่งหลิวฮวารีบกระตุกแขนเสื้อเฟิงฉือ "ดูเฟิงชิงสิ เขายิ้มด้วยเหรอ?"
เฟิงฉือมองเห็นแววตาซุกซนของนาง จึงใช้นิ้วเกี่ยวจมูกนางเบาๆ "เจ้าตัวแสบ"
ซ่งหลิวฮวาฉวยโอกาสเอนซบแขนเฟิงฉืออย่างออดอ้อน
เฟิงซานพาลูกน้องไปนับผลผลิตของวันนี้
ปูเปลือกเขียว กุ้งเปลือกเขียว และปลาชนิดต่างๆ รวมกันได้ 3,500 จิน ซึ่งถือว่าน้อยกว่าตระกูลอื่นๆ อยู่บ้าง เฟิงอู่ เฟิงลิ่ว และสมาชิกตระกูลคนอื่นๆ ต่างทำหน้ามุ่ย
เมื่อนึกถึงเหยื่อที่ถูกคนตระกูลหลี่แย่งไป พวกเขาก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้น
เฟิงซานตบไหล่เฟิงอู่อย่างมีความนัย
เขากำลังรอแบ่งไข่เต่าแดงอย่างมีความสุขหลังจากกลับไป
ทีมของฉินเย่วันนี้ก็ได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งปูเปลือกเขียว 2,500 จิน กุ้งเปลือกเขียว 3,000 จิน และปลาเกล็ดเขียวระดับสอง 500 จิน เขาสั่งให้ห้องครัวเตรียมอาหารชุดใหญ่ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองสีแดงเข้ม แล้วเดินมาเชิญเฟิงฉือด้วยตัวเอง "ข้าให้คนเตรียมปูเปลือกเขียวไว้สองสามตัว คืนนี้มาดื่มกันหน่อยไหมสหาย"
จากนั้นเขาก็หันมาถามซ่งหลิวฮวา "เจ้าจะมาด้วยไหม?"
"ไปสิ แน่นอนว่าต้องไป"
ในเมื่อมีคนเลี้ยงข้าว ซ่งหลิวฮวาก็ตอบตกลงทันทีตามคติพจน์ที่ว่าของฟรีอย่าให้เสียเปล่า
ฉินเย่เลิกคิ้ว "ตกลง ข้าจะให้ห้องครัวเพิ่มซุปปลาเกล็ดเขียวระดับสองให้เจ้าด้วย"
ที่พักแรมของตระกูลฉินไม่ต่างจากตระกูลเฟิงเท่าไหร่ พื้นที่รับประทานอาหารมีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ บนโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมมีปูเปลือกเขียวตัวยักษ์วางอยู่สำหรับทุกคน และตรงกลางมีจานใหญ่ใส่กุ้งเปลือกเขียวนับสิบจิน
ขณะที่เฟิงฉือสนทนากับฉินเย่ นิ้วมือของเขาก็ขยับอย่างคล่องแคล่วแกะปูเปลือกเขียว แล้ววางเนื้อปูสีขาวนวลลงบนจานตรงหน้าซ่งหลิวฮวา ซ่งหลิวฮวาค่อยๆ ละเลียดกินอย่างสบายอารมณ์
ทั้งสองคนไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ฉินเย่กลับรู้สึกเสียวฟันแปลบๆ เมื่อเห็นภาพนั้น คิดไปคิดมา เขาตัดสินใจสงบปากสงบคำดีกว่า ภรรยาของเฟิงฉือปากคอเราะร้าย ถ้าไปล่วงเกินนางเข้า นางคงจำฝังใจไปอีกนาน
ใจสตรีนั้นยากแท้หยั่งถึงดั่งเข็มในมหาสมุทร
ฉินเย่ถามเฟิงฉือ "ในทะเลสาบยังมีกุ้งปูอีกเพียบ ข้ากะว่าจะส่งคนกลับเข้าเมืองไปขนยาเพิ่มปราณมา แล้วอยู่ต่อที่นี่อีกสักพัก เจ้ามีแผนยังไง?"
เฟิงฉือครุ่นคิดครู่หนึ่ง "พวกเราก็ยังไม่กลับเหมือนกัน ข้าจะหาทางให้คนส่งยาเพิ่มปราณมาให้"
ฉินเย่มองเฟิงฉือด้วยความสงสัย "เจ้าจะไปหาซื้อยาเพิ่มปราณมาจากไหน?"
ทีมขนาดนี้ต้องใช้ยาเพิ่มปราณไม่น้อย ตอนนี้เฟิงฉือบาดเจ็บ พลังบำเพ็ญเพียรลดลง แถมยังถูกตระกูลเฟิงกีดกัน ใครจะยอมยื่นมือเข้ามาช่วย?
มือของเฟิงฉือยังคงแกะปูไม่หยุด เขาค่อยๆ วางเนื้อปูเพิ่มลงบนจานที่ยังเต็มอยู่ของซ่งหลิวฮวา "ข้ามีวิธีของข้า"
"โธ่เอ๊ย นึกว่าเป็นพี่น้องกันซะอีก เรื่องแค่นี้ยังปิดบังกันได้ เฟิงฉือ เจ้านี่ใจร้ายจริงๆ"
เฟิงฉือยิ้มบางๆ แต่ไม่ตอบอะไร
ฉินเย่รู้สึกน้อยใจจึงเบะปาก
ทันใดนั้น ผู้ใช้พลังวิญญาณยุทธ์ของตระกูลฉินก็นยกซุปปลาที่ทำจากปลาเกล็ดเขียวระดับสองเข้ามา ในน้ำซุปสีขาวขุ่นมีผักป่าลอยอยู่สองสามชิ้น ซ่งหลิวฮวากินปูเปลือกเขียวตัวยักษ์ไปทั้งตัวจนอิ่มตื้อ แต่พอได้กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย นางก็เผลอดื่มไปจนหมดชามอย่างไม่รู้ตัว
ฉินเย่พูดอย่างภูมิใจ "เป็นไง? รสชาติดีใช่ไหมล่ะ?"
ซ่งหลิวฮวาลูบท้อง แสดงความเห็นชอบในรสชาติซุป "อร่อยจริงๆ"
นางหยิบถ้วยใบเล็กที่ยังแจกไม่หมดออกมาจากอกเสื้อ "ในเมื่อเจ้าเลี้ยง ข้าจะให้เจ้าใบหนึ่ง"
ฉินเย่ทำท่าจะปฏิเสธ แต่ซ่งหลิวฮวาก็พูดดักคอ "อย่าดูถูกมันเชียวนะ มันมีประโยชน์มาก เจ้าจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้วนะ"
ฉินเย่ไม่เชื่อเลยสักนิด "ก็แค่ถ้วยธรรมดาๆ จะมีประโยชน์อะไรนักหนา? แต่ในเมื่อเจ้าจริงใจจะให้ ข้าก็จะรับไว้อย่างเสียไม่ได้แล้วกัน"
ซ่งหลิวฮวาแค่นเสียง "ข้าจะรอวันที่เจ้าเสียใจ"
ฉินเย่ทำหน้าไม่ยี่หระ "แค่ถ้วยใบเดียวจะทำให้ข้าเสียใจได้ยังไง?" เขาโยนมันเข้าไปที่มุมหนึ่งของแหวนมิติอย่างไม่ใส่ใจ กะว่าจะเอากลับไปใส่น้ำให้ไก่กิน
เฟิงฉือเตือนเขา "ฉินเย่ เจ้าเก็บถ้วยใบนั้นไว้ให้ดีเถอะ"
ฉินเย่ไม่ใส่ใจและตอบรับส่งๆ แอบขำในใจว่าตั้งแต่เฟิงฉือแต่งงาน ก็กลายเป็นพวกกลัวเมียไปซะแล้ว ช่างเป็นภาพที่น่าตกใจจริงๆ
วันรุ่งขึ้น การล่าสัตว์ที่แม่น้ำตะวันตกยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากนอนหลับมาทั้งคืน ซ่งหลิวฮวารู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว วันนี้นางเลยไม่คิดจะออกไปไหน
เฟิงเสวียน เฟิงโหรว และเฟิงลิ่ว สามนักหลอมอาวุธนานๆ ทีจะว่างงาน พวกนางจึงแยกย้ายกันไปเก็บผักน้ำและขุดหาหอย ในห้องปรุงยา เฟิงซูกำลังตั้งใจหลอมยาเพิ่มปราณอย่างเงียบๆ ส่วนเฟิงหลี่มองดูพวกผู้หญิงและเด็กๆ ที่ส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างนอกด้วยความอิจฉาตาร้อน
สักพักหนึ่ง ก็มีเสียงฉ่าดังขึ้น สมุนไพรในเตาหลอมไหม้เกรียมไปหม้อหนึ่ง
ซ่งหลิวฮวาคิดว่าทั้งสองคนอยู่ที่นี่มานานโดยไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นจริงๆ จังๆ เลย นางจึงไล่พวกนางออกไปเล่นบ้าง
เฟิงซูมีสีหน้ากังวล "แต่... ยาเพิ่มปราณเรายังไม่พอนะเจ้าคะ"
แววตาคาดหวังของเฟิงหลี่หม่นลง "นั่นสิเจ้าคะ"
ซ่งหลิวฮวาโบกมือ "ไปเถอะ... ไป เรายังขาดยาอีกเยอะ ที่พวกเจ้าสองคนหลอมได้แค่นั้นมันไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่หรอก เรื่องยาเพิ่มปราณเดี๋ยวเฟิงฉือหาทางจัดการเอง"
ดวงตาของเฟิงหลี่เป็นประกาย "ขอบคุณเจ้าค่ะ นายหญิง"
พอเฟิงซูหลอมยารอบนั้นเสร็จ เฟิงหลี่ก็ลากนางออกไปอย่างตื่นเต้น เสียงหัวเราะสดใสของพวกนางดังแว่วมาแต่ไกล
ซ่งหลิวฮวานำหม้อหลอมออกมาสองใบ นางตั้งใจจะทำงานหลายอย่างพร้อมกัน มือซ้ายหลอมยา มือขวาหลอมอาวุธ
เรื่องนี้อาจจะยากสำหรับคนอื่น แต่สำหรับนาง มันง่ายเหมือนหายใจเข้าออก เพราะยังไงนางก็แค่หลอมส่งเดช ความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องควบคุมไฟเป็นพิเศษด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้สมาธิจดจ่อ
ข้อเสียอย่างเดียวคือ นางจะไม่มีมือว่างไว้กินขนม ดื่มน้ำ หรืออ่านนิยายประโลมโลก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฝาหม้อหลอมอาวุธก็ระเบิดกระเด็นออกไปอย่างสวยงาม ซ่งหลิวฮวาปรายตามองอย่างใจเย็น เปลือกตาไม่กระตุกแม้แต่น้อย แล้วหันไปหลอมยาต่อ สักพัก กลิ่นเหม็นเน่าสะเทือนวิญญาณก็โชยออกมา ราวกับกลิ่นเท้าของคนที่ไม่ได้ล้างมาสิบปี
ซ่งหลิวฮวาถึงกับผะอืดผะอม นางพับผ้าเช็ดหน้าซ้อนกันสิบชั้น ปิดจมูกแล้วเปิดฝาหม้อ ดูของเหลวสีดำคล้ำในเตาที่เหมือนน้ำเน่าจากท่อระบายน้ำ
หลังจากลิ้มรสความหอมหวานของความสำเร็จ เฟิงซานก็ไปหาชายหาดอีกแห่งเพื่อค้นหาไข่เต่าแดง เขาขุดหลุมขนาดใหญ่บนพื้นทราย แต่ไม่ต้องพูดถึงไข่เต่าแดง แม้แต่หอยสักตัวเขาก็แทบไม่เจอ
เขาจึงเดินคอตกไปล่าปูเปลือกเขียวและกุ้งเปลือกเขียวแทน
ทันทีที่ซ่งหลิวฮวาเดินเข้าไปใกล้ เฟิงซานก็ย่นจมูกและถามด้วยสีหน้ารังเกียจ "นายหญิง กลิ่นอะไรติดตัวท่านมาน่ะขอรับ? เหม็นชะมัด!" เสียงของเขาดังลั่น จนเรียกสายตาสงสัยจากผู้คนรอบข้าง
ซ่งหลิวฮวารู้สึกอับอายขายขี้หน้า จึงถลึงตาใส่เขาอย่างโกรธเคือง "เจ้าเบาเสียงหน่อยไม่ได้หรือไง!" นี่เขาจงใจจะให้นางไม่มีที่ยืนในสังคมหรือไงกัน
เฟิงซานเพิ่งรู้ตัว รีบแก้ตัวกับทุกคน "จมูกข้าเพี้ยนไปเอง ได้กลิ่นผิดไป นายหญิงไม่มีกลิ่นเหม็นหรอกขอรับ ตัวท่านหอมจะตาย"
ทุกคนต่างส่งสายตามีความหมายให้กัน
ซ่งหลิวฮวา: ช่างเถอะ ถ้าเขาไม่อธิบายอาจจะดีกว่าก็ได้
เฟิงฉือได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินเข้ามา พอเข้าใกล้ เขาก็ได้กลิ่นเหม็นนั้น เมื่อเห็นสีหน้าอับอายของภรรยาและรอยยิ้มเซ่อซ่าของเฟิงซาน เขาก็เข้าใจสาเหตุทันที
เขาเข้าไปจับมือน้อยๆ ของซ่งหลิวฮวาก่อน "เป็นอะไรไป? เจ้าหลอมของแปลกอะไรออกมาอีกล่ะ?"
ซ่งหลิวฮวามองเขาอย่างรู้ใจ แล้วหยิบไหใบหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ "มีแต่ท่านที่เข้าใจข้า มาดูของดีกัน"