- หน้าแรก
- รวยข้ามภพด้วยระบบฟาร์มออโต้
- บทที่ 18 - รหัสลับมันเผากับศึกชิงมรดก
บทที่ 18 - รหัสลับมันเผากับศึกชิงมรดก
บทที่ 18 - รหัสลับมันเผากับศึกชิงมรดก
บทที่ 18 - รหัสลับมันเผากับศึกชิงมรดก
ผมไม่ทำ! หลินเยี่ยประกาศจุดยืนชัดเจน
"ผู้มีพระคุณ ท่านเป็นคนมีน้ำใจ ครั้งก่อนลูกสาวผม..."
ลุงผีไม่เข้าใจ ในสายตาแก หลินเยี่ยเป็นพ่อหนุ่มใจดี พอได้ยินเรื่องแบบนี้ก็น่าจะโกรธแทนและช่วยจัดการให้เหอซานสิ
"ที่ผมบริจาคเงินให้ลูกสาวลุง เพราะลูกสาวลุงเป็นชาวบ้านตาดำๆ ไม่เคยทำกรรมทำเวร แต่ท่านประธานเหอนี่คนละเรื่อง"
ชะตากรรมของเหอซานฟังดูน่าเห็นใจ แต่ถ้าเหอซานไม่คิดนอกใจไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย จะชักศึกเข้าบ้านได้ยังไง
แถมเหอซานเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ทำธุรกิจมานาน มือคงไม่สะอาดนักหรอก
"น้องชาย ฉันไม่ได้ให้ช่วยฟรีๆ นะ อยากได้อะไรบอกมาเลย"
เหอซานดูออกว่าหลินเยี่ยปฏิบัติกับเขากับลุงผีไม่เหมือนกัน เกลียดคนรวยสินะ วัยรุ่นสมัยนี้มีความคิดแบบนี้ก็ไม่แปลก
"บอกมาเลย? ต่อให้บอกไป คุณจะเอามาให้ผมยังไง คุณไปสั่งเมียกับลูกสาวไม่ได้แล้ว ถึงสั่งได้ แล้วคุณตายไปแล้ว ถ้าพวกเขาไม่ยอมจะทำไง"
ความผูกพันในครอบครัวคนรวยย่อมจืดจางกว่าคนทั่วไป ยิ่งเหอซานนอกใจก่อน ลูกเมียจะไม่แค้นก็แปลก
หลินเยี่ยยิ้มเยาะ มาขายฝันอะไรแถวนี้ สมกับเป็นนายทุนจริงๆ
เหอซานหน้าเสีย เพราะที่หลินเยี่ยพูดมาคือความจริง เขาตายไปแล้ว สัญญาไปก็ไร้ค่า ต้องให้ลูกเมียยอมจ่าย
"น้องชาย นี่มันสมบัติหนึ่งในสามเลยนะ เมียกับลูกสาวฉันต้องมีน้ำใจตอบแทนแน่"
เห็นหลินเยี่ยยังเฉย ลุงผีข้างๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา "คุณน้อง คุณเคยบอกว่าลูกสาวสวยมากไม่ใช่เหรอ ผมดูแล้วน้องชายคนนี้ก็หล่อเหลาเอาการนะ"
เหอซานมุมปากกระตุก ในสายตาคนเป็นพ่อ ลูกสาวตัวเองย่อมดีเลิศประเสริฐศรี ผู้ชายธรรมดาไม่มีทางคู่ควร
ไอ้หนุ่มนี่ถึงจะหน้าตาดี แต่หล่อแล้วกินได้ที่ไหน ส่วนเรื่องเห็นผีได้ก็นับว่ามีความสามารถ แต่ความสามารถแบบนี้ยิ่งไม่เหมาะมาเป็นลูกเขย
เขาทำธุรกิจมาจนใหญ่โต มองอะไรขาดกว่าคนทั่วไป คนมีความสามารถแบบนี้ชีวิตหาความสงบยาก ส่วนลูกสาวเขามีธุรกิจที่เขาสร้างไว้ให้ ชาตินี้ไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน หาคนที่รักจริงอยู่กันเรียบง่ายไปจนแก่เฒ่าดีที่สุด
"เอ่อ... น้องชายคนนี้ก็ดีพร้อมทุกด้าน แต่สมัยนี้เขารักกันอิสระ พ่อแม่บังคับไม่ได้หรอก อีกอย่างฉันตายไปแล้ว ก็ต้องแล้วแต่ความสมัครใจของลูกสาว"
หลินเยี่ยเบ้ปาก หมอนี่คงคิดว่าเขาไม่คู่ควรกับลูกสาวมันสินะ เขาเองก็ไม่ได้คิดจะจีบอยู่แล้ว ผู้หญิงยุคนี้เอะอะก็เรียกร้องสิทธิ สู้สาวๆ ในโลกต่างมิติไม่ได้สักนิด
"จะให้ช่วยก็ได้ ผมขอวิลล่าแถวชานเมืองสักหลัง คุณจัดการได้ไหม" หลินเยี่ยยื่นข้อเสนอ
เหอซานรีบตอบ "น้องชาย ขอแค่ช่วยได้ อย่าว่าแต่ชานเมืองเลย กลางเมืองก็ได้ พอดีโครงการที่ฉันทำไว้กลางเมือง ยังเหลือวิลล่าเก็บไว้อีกหลายหลัง"
"บอกแล้วว่าอย่าขายฝัน คุณต้องรับประกันว่าเมียกับลูกสาวคุณจะยอม ไม่งั้นผมไม่ยุ่งด้วยหรอก"
หลินเยี่ยกรอกตามองบน เหอซานครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ "ฉันจะบอกความลับเกี่ยวกับลูกสาวฉันให้ ฟังแล้วน้องชายไปหาลูกสาวฉัน บอกเรื่องนี้กับเธอ ถ้าเธอยอมรับข้อเสนอของน้องชาย ค่อยบอกความจริงเรื่องหญิงร้ายชายชั่วนั่น"
หลินเยี่ยคิดตาม ก็ดูเข้าท่าดี "ตกลง เอาตามนี้ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปหาลูกสาวคุณ ตอนนี้พวกคุณจะไปไหนก็ไป"
ไล่สองผีไปแล้ว หลินเยี่ยก็ไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อข้าวสารกับเนื้อสัตว์ เอาเนื้อแช่ช่องฟรีซ ส่วนข้าวก็โยนไว้มุมห้อง
หลับฝันดีตลอดคืน!
"เชี่ยยยย พวกแกจะหลอกผีหรือไง!"
เช้าตรู่ หลินเยี่ยลืมตาตื่นมาก็เจอวิญญาณเหอซานกับลุงผียืนจ้องอยู่ข้างเตียง ทำเอาสะดุ้งโหยง
"น้องชาย พวกเราก็จนปัญญา พอพระอาทิตย์ขึ้นพวกเราเดินเพ่นพ่านไม่ได้ เลยต้องรีบมาหลบที่บ้านน้องชายก่อนตะวันจะขึ้น" เหอซานอธิบาย
ผีกลัวแดด ไม่ใช่เรื่องแปลก หลินเยี่ยพอรับได้ แต่พอเหอซานพูดขึ้นมา เขาก็ชักสงสัยเรื่องผีๆ สางๆ
"แล้วตอนกลางคืนพวกคุณนอนไหน"
"กลางคืนพวกเราล่องลอยไปไหนก็ได้ แต่ต้องเลี่ยงที่อโคจรบางแห่ง"
"แล้วไม่ไปนรกกันเหรอ ไม่ใช่ว่าคนตายแล้วต้องไปยมโลก ห้ามวนเวียนในโลกมนุษย์ไม่ใช่รึ" หลินเยี่ยซักไซ้
"เจ็ดวันหลังตาย หรือที่เขาเรียกกันว่าเจ็ดวันแรก พวกเรายังอยู่บนโลกมนุษย์ได้ พอครบเจ็ดวันต้องไปแล้ว ยกเว้นวันเชงเม้งหรือสารทจีนถึงจะกลับมาได้"
"แสดงว่าตำนานพื้นบ้านก็เรื่องจริงสินะ ไม่ใช่เรื่องงมงายซะทีเดียว" หลินเยี่ยพยักหน้าแล้วถามต่อ "พวกผีไม่มีพิษสงอะไรเลยเหรอ ทำร้ายคนไม่ได้?"
ในตำนานหรือละคร ผีนี่โคตรเฮี้ยน แต่สองตัวตรงหน้านี่ดูยังไงก็กระจอก โดยเฉพาะเหอซาน ไม่งั้นคงไม่ปล่อยให้คู่ชายชู้หญิงชั่วลอยนวล
"พวกเราตายตามอายุขัย จะไปมีฤทธิ์เดชอะไร คนดวงแข็งหน่อยก็เข้าใกล้ไม่ได้แล้ว ที่พอทำได้ก็แค่ปล่อยไอวิญญาณ ให้รู้สึกเย็นยะเยือกนิดหน่อย ผลลัพธ์ยังสู้แอร์คอนดิชันเนอร์ไม่ได้เลย" เหอซานอธิบายเสียงอ่อย
หลินเยี่ยเก็ทเลย สองตัวนี้คือกาก
"พอๆ ไปรอหน้าคอนโด อย่ามาสิงในบ้านผม มันอัปมงคล"
ถึงจะเป็นผีกากๆ แต่หลินเยี่ยก็รู้จากนักพรตติ่งเสวียนว่าคนอยู่กับผีนานๆ ไอวิญญาณจะกระทบโชคชะตา นานไปจะเสียสุขภาพ หลินเยี่ยสรุปแบบวิทย์ๆ ว่าเหมือนโดนรังสีแผ่ใส่
...
...
ตึกหลงซี สำนักงานใหญ่เครือหลงซี
ลูกสาวเหอซานตอนนี้คือนางสิงห์ร้ายแห่งเครือหลงซี หรือประธานสาวจอมเย็นชาในนิยายนั่นเอง
หลินเยี่ยเจียมตัวดี นี่ไม่ใช่ในนิยายที่คนแปลกหน้าจะเดินดุ่มๆ ไปขอพบประธานได้ รปภ. ที่นี่ไม่ใช่ลุงแก่ๆ ในหมู่บ้าน แต่เป็นหนุ่มฉกรรจ์ทั้งนั้น
ตามที่เหอซานบอก รปภ. พวกนี้เขาคัดมากับมือ ส่วนสูงหน้าตาต้องผ่านเกณฑ์ เวลาเปิดขายโครงการก็ให้ไปยืนโชว์ตัว พอขายหมดก็ถอนตัวกลับ
สมกับเป็นนายทุนหน้าเลือดจริงๆ!
หลินเยี่ยยืนรอที่ช่องจอดรถว่างในชั้นใต้ดิน สักพักรถปอร์เช่ พานาเมร่าสีชมพูก็เลี้ยวเข้ามา หลินเยี่ยตาลุกวาว ตัวจริงมาแล้ว เหอซานบอกว่าลูกสาวชอบขับปอร์เช่สีชมพูที่สุด
แต่ยังไม่ทันที่หลินเยี่ยจะเดินเข้าไป จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งพุ่งออกมาล้อมรถปอร์เช่ไว้
"นังผู้หญิงใจดำ ลงมาเดี๋ยวนี้นะ!"
"แกมีสิทธิ์อะไรไม่ให้น้องชายเข้าบริษัท พินัยกรรมพ่อแกก็บอกชัดว่าน้องชายมีหุ้นหนึ่งในสาม"
หลินเยี่ยเดินเข้าไปใกล้ ฟังเสียงทุบกระจกโวยวาย พอเห็นผู้หญิงแต่งหน้าจัดจ้านกำลังอาละวาดทุบกระจกรถ ก็รู้ทันทีว่านี่คือเมียน้อยที่สวมเขาให้เหอซาน
"เหอเจี๋ย แน่จริงก็ลงมาสิ มุดหัวอยู่ในรถทำไม"
ลงมา?
หลินเยี่ยยิ้มเยาะ เจอคนรุมขนาดนี้ ทางฉลาดคือล็อครถแล้วเรียก รปภ. ต่างหาก
"พวกคุณทำอะไรกัน ถอยไปนะ คุณนายอู๋ ทำไมพาคนมาขวางรถคุณหนูแบบนี้!"
ขณะที่คนกำลังล้อมรถ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็พา รปภ. วิ่งหน้าตั้งเข้ามากันคนออกไป
ประตฝั่งคนขับถึงเปิดออก หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวบางก้าวลงมา
ชุดสูทเข้ารูปสีขาว แว่นกันแดดอันโตปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง ผิวขาวเนียนตัดกับริมฝีปากสีแดงสด แผ่รังสีนางพญาแห่งเมืองกรุง
เหอเจี๋ยถอดแว่นกันแดดออก เครื่องหน้าที่สวยคมชัดเป๊ะทำให้เธอดูมั่นใจจนคนไม่กล้าสบตา
"ลุงหลี่ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามให้สองแม่ลูกนี่เข้ามาในตึก?" เหอเจี๋ยถามเสียงเย็นใส่ชายวัยกลางคน
"คุณหนู คือ... คือยังไงเขาก็เป็นลูกชายท่านประธาน เป็นน้องชายคุณหนู..."
"ฉันไม่มีน้องชาย ลุงหลี่ ที่ฉันให้ลุงดูแลความปลอดภัยที่นี่เพราะเห็นแก่ที่ลุงติดตามพ่อฉันมา 20 ปี ถ้าลุงทำหน้าที่ไม่ได้ ฉันเปลี่ยนคนใหม่ได้ตลอดเวลา"
"เหอเจี๋ย แกอย่ามาซ่านะ ลูกชายฉันก็เป็นคนตระกูลเหอ มีพินัยกรรมพ่อแก ตึกหลงซีนี่ก็มีส่วนของพวกเรา วันนี้ถ้าไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจ แกอย่าหวังจะได้ไปไหน"
เมียน้อยทำกร่าง พรรคพวกก็ทำท่าจะฮือเข้ามา เหอเจี๋ยมองสถานการณ์แล้วพูดเสียงแข็ง "ลุงหลี่ ลุงไม่อยากทำงานแล้วใช่ไหม"
"คุณหนู ท่านประธานสั่งเสียไว้ก่อนไปว่าให้ช่วยดูแลคุณนายอู๋กับนายน้อย คุณหนูทำแบบนี้ผมลำบากใจนะ เอาเป็นว่าค่อยๆ คุยกันดีกว่า ยังไงก็คนกันเอง"
หลี่จงซูทำหน้าลำบากใจ และเมื่อเขาส่งสัญญาณ พวก รปภ. ก็ยืนเฉยไม่เข้าไปช่วย
"เหอเจี๋ย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องบริษัท ตอนนี้แกกำลังจะเปิดโครงการใหม่แต่เงินขาดมือ แกกำลังจะกู้แบงก์ ถ้าฉันเอาพินัยกรรมพ่อแกไปฟ้องศาล ศาลจะอายัดเงินบริษัท แถมมีคดีความติดตัว แบงก์ที่ไหนจะปล่อยกู้ให้แก"
เหอเจี๋ยฟังคำขู่ของหญิงแพศยาแล้วหน้าถอดสี หันขวับไปมองหลี่จงซู เรื่องกู้แบงก์เป็นความลับบริษัท คนรู้น้อยมาก พวกนี้ไม่มีทางรู้จากคนอื่น คนเดียวที่ติดต่อด้วยคือหลี่จงซู
"คุณหนู ผมเป็นคนบอกคุณนายอู๋เอง ผมไม่อยากเห็นพี่น้องฆ่ากันเอง นายน้อยบริหารงานไม่เป็น คุณหนูเปลี่ยนหุ้นเป็นเงินสดกับอสังหาฯ ให้เขาก็ได้ บริษัทก็ยังเป็นของคุณหนู นายน้อยก็มีหลักประกัน ผมจะได้ไม่ผิดคำสั่งเสียท่านประธาน"
หลี่จงซูตีหน้าเศร้าเล่นบทข้าเก่าเต่าเลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ เหอเจี๋ยเริ่มลังเล เธอรู้ว่าหลี่จงซูเป็นคนสนิทของพ่อ พ่ออาจจะสั่งเสียไว้จริง และที่สำคัญ ตอนนี้บริษัทห้ามมีคดีความเด็ดขาด
การพัฒนาอสังหาฯ คือการจับเสือมือเปล่า ต่อให้ศาลไม่อายัดเงิน แค่มีคดีความ แบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้ พอไม่มีเงินกู้ โครงการก็ส่งมอบไม่ได้ ความเสี่ยงจะตามมาเป็นพรวน ดีไม่ดีบริษัทอาจล้มละลาย
หลี่จงซูเห็นเหอเจี๋ยลังเล แววตาลิงโลดแวบผ่าน เขาพนันว่าเหอเจี๋ยไม่กล้าขึ้นศาล ส่วนเรื่องเปลี่ยนหุ้นเป็นเงินสดกับอสังหาฯ ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะเสียเปรียบ แต่จริงๆ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด
ถือหุ้นไว้ ถ้าความแตกเรื่องลูกชู้ หุ้นก็หลุดมือ แต่ถ้าได้เงินสด เขาพาเมียน้อยกับลูกหนีไปเสวยสุขที่อื่นได้สบาย
"วันนี้ถ้าแกไม่ตกลง ฉันจะให้ทนายฟ้องศาลทันที บริษัทจะเจ๊งก็ช่างหัวมัน ฉันไม่เกี่ยว" อู๋หรูได้รับสัญญาณทางสายตาจากหลี่จงซู ก็ขู่สำทับเสียงแข็ง
"คุณนายอู๋ อย่าเพิ่งวู่วาม คนกันเองทั้งนั้น คุยกันได้น่า คุณหนูครับ ไปคุยที่ห้องทำงานดีกว่า ตรงนี้คนเยอะ" หลี่จงซูแสร้งทำเป็นไกล่เกลี่ย
"อย่าเพิ่งสิ คุยตรงนี้แหละดี ได้ดูละครฉากใหญ่สนุกๆ"
เสียงกวนๆ ของหลินเยี่ยดังแทรกขึ้นมา ดูมาตั้งนานในที่สุดก็เข้าใจบทละครที่พวกมันเล่นกันแล้ว เสียงของเขาเรียกสายตาคนทั้งวงให้หันมามอง
"น้องชาย นี่เรื่องในครอบครัวเรา นายไม่เกี่ยวก็ไปซะ"
"ไปแน่ วางใจได้ แต่มีคนฝากคำพูดมาบอกสาวสวยคนนี้ พูดจบผมก็ไปแล้ว"
หลินเยี่ยจ้องมองเหอเจี๋ย จะว่าไปลูกสาวตาเฒ่าเหอซานนี่สวยจริงเสียด้วย แค่ดูเย็นชาไปหน่อย
"นายจะบอกอะไรฉัน" เหอเจี๋ยขมวดคิ้วสวยได้รูป ถามกลับ
"ไปคุยบนรถ"
หลินเยี่ยเดินดุ่มๆ ไปเปิดประตูฝั่งคนนั่งแล้วยัดตัวเข้าไป พอเห็นสายตางุนงงของเหอเจี๋ย เขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า "คนที่ฝากผมมา เขาให้รหัสลับมาคำนึง... โคมลอย เผาทิ้ง มันเทศ..."
[จบตอน]