- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกสาวปลอม ผูกระบบแบล็คเทค ก้าวสู่มหาเศรษฐีโลก
- บทที่ 25 เธอให้กำลังใจตัวเอง
บทที่ 25 เธอให้กำลังใจตัวเอง
บทที่ 25 เธอให้กำลังใจตัวเอง
ท่ามกลางความมืดมิด ลัวหยวนหยวนกำโทรศัพท์แน่น
เธอคาดไม่ถึงว่าจะผ่านการสัมภาษณ์รอบแรก เธอรู้ดีว่ารูปลักษณ์และสภาพจิตใจของเธอในตอนนั้นห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่เธอไม่มีทางเลือกและไม่มีปัญญาหาเสื้อผ้าที่ดีกว่านี้ เพราะเธอต้องทนอยู่ในสภาพนี้มาสองปีแล้ว
นับตั้งแต่ขึ้นปีสอง เธอก็เหมือนก้าวเข้าสู่ความมืดมิดที่ไม่เคยเห็นแสงสว่างอีกเลย
ทำไมชีวิตเธอถึงยากลำบากขนาดนี้?
ลัวหยวนหยวนไม่เข้าใจ และไม่รู้ด้วยว่าทำไมโชคชะตาถึงนำพาโรคร้ายมาสู่แม่ที่แสนดีและรับผิดชอบต่อหน้าที่เสมอมา
แต่ตอนนี้ เธอดูเหมือนจะเห็นแสงแห่งความหวังรำไร
ขอแค่เธอได้เข้าไปทำงานที่ ‘ฉวงเซียงเทคโนโลยี’ เธอจะหลุดพ้นจากปลักโคลนที่ต้องเผชิญทุกวันนี้
สู้ต่อไปนะ
เธอให้กำลังใจตัวเอง
หลังจากฝนตกติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดอากาศในเมือง A ก็แจ่มใส ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า
เจียงหวยหนิงสั่งให้คนขับรถจอดที่หน้าตึกบริษัท แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นเจ็ด
สำหรับการสัมภาษณ์รอบนี้ เธอยังคงลงมาคัดเลือกผู้สมัครด้วยตัวเอง
ยังไม่ถึงเวลาเริ่มสัมภาษณ์ แต่ชั้นเจ็ดก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน
"โอ้โห มีพนักงานต้อนรับเพิ่มอีกแล้ว แล้วนั่นกล่องของขวัญสัมภาษณ์อีกแล้วเหรอ?"
ตำแหน่งของพนักงานต้อนรับนั้นเด่นชัด และกล่องของขวัญก็วางอยู่ในจุดที่ทุกคนมองเห็น โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนคอยดูแล
ผู้มาสัมภาษณ์มองดูของขวัญเหล่านั้นด้วยหัวใจที่พองโต
ใครบ้างจะไม่ชอบของขวัญ? พวกเขารักบริษัทนี้จริง ๆ ต่อให้ในอนาคตจะไม่ได้เข้าทำงานที่ฉวงเซียงเทคโนโลยี พวกเขาก็คงรู้สึกเสียดาย และถ้ามีโอกาสอีกครั้ง พวกเขาจะต้องกลับมาแน่นอน
"ของขวัญที่บริษัทนี้แจกมีแต่ของที่ผู้หญิงชอบ แถมยังมีราคาแพงอีกต่างหาก ผู้สมัครเยอะขนาดนี้ บริษัทคงหมดเงินไปหลายแสนหยวนแล้วมั้ง" หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบ "ฉันเคยไปสัมภาษณ์บริษัทอื่น เขาก็ให้ของขวัญเหมือนกันนะ ให้แบงก์ห้าหยวนมาสองใบ"
ห้าหยวน (หวู่หยวน) พ้องเสียงกับคำว่า ‘ไร้วาสนา’ (หวู่หยวน)
ฟังดูตลกดี คนรอบข้างจึงอดหัวเราะไม่ได้
"คนที่ผ่านเข้ามาสัมภาษณ์ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง การให้ของขวัญที่ผู้หญิงชอบก็ถือว่าปกติใช่ไหม? และถึงผู้ชายจะใช้เองไม่ได้ ก็เอาไปฝากแฟนหรือแม่ได้ หรือแย่ที่สุดก็เอาไปขายร้านทอง แต่ฉันคงทำใจขายไม่ลงหรอก"
"ฉันก็ทำใจขายไม่ลงเหมือนกัน"
"คนเลือกของขวัญรสนิยมดีมาก สร้อยคอที่แจกคราวที่แล้วสวยมาก ไม่รู้ว่ารอบนี้จะเป็นอะไร"
คนแรกเดินเข้าไปสัมภาษณ์แล้ว
เจียงหวยหนิงนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้สัมภาษณ์และถามคำถามสองสามข้อ
ในชาติก่อน เธอเคยดำรงตำแหน่งประธานเจียงกรุ๊ปมาแล้ว จึงคุ้นเคยกับขั้นตอนนี้เป็นอย่างดี แทบจะรู้ทะลุปรุโปร่ง
ใบหน้าของเธอราบเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกว่าพอใจผู้ถูกสัมภาษณ์หรือไม่
หลินม่านอันเรียกคนต่อไป
"ลัวหยวนหยวน"
เมื่อรู้ว่าเจ้านายสนใจลัวหยวนหยวนเป็นพิเศษ หลินม่านอันจึงจงใจจัดให้ลัวหยวนหยวนเป็นผู้สัมภาษณ์คนที่สอง
วันนี้ลัวหยวนหยวนตั้งใจใส่ชุดทำงานอย่างเป็นทางการมา แต่ชุดนี้ไม่ใช่ของเธอ เธอหน้าด้านขอยืมมาจากรูมเมตที่มหาลัย
โชคดีที่รูมเมตแม้จะแปลกใจ แต่ก็ยอมให้ยืม แถมยังช่วยแต่งหน้าให้ฟรีอีกด้วย
เดิมทีเธอคิดว่ารูมเมตดูถูกเธอและเตรียมใจจะโดนปฏิเสธ แต่คาดไม่ถึงเลยว่ารูมเมตจะกระตือรือร้นช่วยเธอขนาดนี้
สายตาของเจียงหวยหนิงจับจ้องไปที่ลัวหยวนหยวน
"สวัสดีค่ะ" เธอยิ้มให้
ลัวหยวนหยวนประหม่าเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าคนสัมภาษณ์จะอายุน้อยขนาดนี้ รู้สึกเหมือนว่า... จะเด็กกว่าเธอเสียอีก
"เชิญแนะนำตัวก่อนค่ะ"
ปกติแล้ววันนี้ไม่จำเป็นต้องแนะนำตัว แต่เจียงหวยหนิงยังคงอยากฟัง
ลัวหยวนหยวนระงับความประหม่าและเริ่มแนะนำตัว
หัวใจของเธอว่างเปล่า เพราะตั้งแต่ขึ้นปีสอง เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะไปแข่งหรือคว้ารางวัลอะไรอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เธอพอจะอวดอ้างได้คือผลการเรียน
เจียงหวยหนิงสังเกตเห็นความประหม่าและความขัดเขินของลัวหยวนหยวน
เธอคิดว่าคนเราช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด จึงเอ่ยถามระบบในใจ
"ระบบ นี่คือนางร้ายสุดแซ่บที่นักเขียนเขียนถึงจริง ๆ เหรอ?"
ถ้าเจียงหวยหนิงคือนางร้ายในนิยายเรื่องนี้ ลัวหยวนหยวนก็คือหินลองทองที่คอยทดสอบความสัมพันธ์ของพระนาง หรือก็คือนางร้ายอีกรูปแบบหนึ่ง
อืม... เจียงหวยหนิงเริ่มรู้สึกว่าคำว่า 'นางร้าย' อาจจะไม่เหมาะกับเธอนัก เธอควรจะเป็น 'ตัวประกอบตัวร้าย' มากกว่า เพราะงานอดิเรกของเธอคือการสร้างอุปสรรคให้พระนาง
"ใช่ครับ ในนิยาย นักอ่านหลายคนเรียกเธอว่าป้าแก่ใจร้าย"
ป้าแก่ใจร้าย?
ลัวหยวนหยวนไม่ได้แก่เลยสักนิด และแน่นอนว่าตอนนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายด้วย
เจียงหวยหนิงอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
แล้วใครมันช่างกล้าด่าคนหน้าตาแบบนี้ลงคอกันนะ?
ความงามของลัวหยวนหยวนเป็นความงามแบบดุดัน และการแต่งหน้าในวันนี้ก็ยิ่งขับเน้นเอกลักษณ์นี้ให้โดดเด่นขึ้นไปอีก
ลัวหยวนหยวนพูดผิดไปบ้าง แต่พอมาคิดดู เธอก็ไม่รู้ว่าผิดตรงไหน จึงได้แต่เดินหน้าเสนอแผนงานโฆษณาต่อไป
หลังจากฟังข้อเสนอจบ เจียงหวยหนิงก็เอ่ยขึ้น "ดูเหมือนคุณจะเป็นคนขี้อาย ถ้าฉันรับคุณเข้าทำงาน คุณจะหลีกเลี่ยงการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานเวลาเจอปัญหาหรือเปล่า?"
ลัวหยวนหยวนส่ายหน้า "ฉันรับประกันได้ว่าจะไม่หลีกเลี่ยงปัญหาในที่ทำงานค่ะ ฉันจะพยายามแก้ไขทุกปัญหาอย่างเต็มที่ และถ้าแก้ไม่ได้ ฉันจะรีบขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานและร่วมมือกันแก้ไขปัญหานั้นค่ะ"
เธอพูดจาสวยหรูไม่เป็น จึงทำได้เพียงพูดคำเหล่านี้ออกมาด้วยความจริงใจที่สุด
เจียงหวยหนิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วถามต่อ "คุณยินดีจะย้ายตำแหน่งไหมคะ? อย่างเช่นไปเป็นเลขานุการ?"
ลัวหยวนหยวนดูไม่ออกว่าเจียงหวยหนิงพูดเล่นหรือเปล่า เธอจึงตอบตามตรง "ยินดีค่ะ"
ขอแค่ได้เงิน เธอย่อมยินดีแน่นอน
และบริษัทนี้... คงไม่ใช่ประเภทที่รับสมัครเลขาบังหน้าแต่แอบหาเด็กเลี้ยงหรอกนะ
ต่อให้ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี
เจียงหวยหนิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ดีค่ะ กลับไปรอฟังผลได้เลย ถ้าผ่าน บริษัทจะติดต่อกลับไปภายในสองวัน ช่วงสองวันนี้ช่วยคอยดูข้อความในโทรศัพท์ด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดเวลานัดเริ่มงาน"
ลัวหยวนหยวนสบตาที่ยิ้มแย้มของเจียงหวยหนิง และรู้ทันทีว่าเธอได้งานแล้ว
เธอแค่สงสัยนิดหน่อยว่าทำไมผู้สัมภาษณ์ที่ดูเด็กเกินวัยคนนี้ถึงดูเหมือนจะรู้จักเธอ
หลินม่านอันเรียกผู้สัมภาษณ์คนต่อไปเข้ามา
คนถัดมาเป็นชายวัยกลางคนที่หนวดเคราเพิ่งโกนมาหมาด ๆ และมีรอยแผลเป็นชัดเจนเหนือตาซ้าย
ทันทีที่สายตาของเจียงหวยหนิงกระทบเข้ากับเขา เธอก็ก้มลงมองเรซูเม่ในมือโดยสัญชาตญาณ
"สมัคร... แผนกรักษาความปลอดภัยเหรอคะ?"
ฉวงเซียงเทคโนโลยีย่อมต้องการแผนกรักษาความปลอดภัย แต่เจียงหวยหนิงไม่ได้กะว่าจะรับคนเยอะนัก
เอาไว้ให้มีผลงานสักหน่อย เธอจะไปขอคอนเน็กชันจากมู่ซานเพื่อนของเธอ เพื่อรับสมัครทหารปลดประจำการโดยเฉพาะ
แต่บังเอิญเหลือเกิน ชายตรงหน้าก็เป็นทหารปลดประจำการพอดี
เฉินเจี้ยนจวินพยักหน้า "ผมเคยได้ที่หนึ่งในการแข่งขันทหารหลายรายการ และเคยร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันของตำรวจด้วยครับ"
เขาแตะรอยแผลเป็นที่หางตา "รอยนี้ก็ได้มาจากตอนนั้นครับ"
เจียงหวยหนิงพยักหน้าแล้วเรียกคนต่อไปเข้ามา
คนถัดมาเป็นบัณฑิตสาวจากโรงเรียนตำรวจ รูปร่างสูงใหญ่ น่าจะสูงกว่า 180 เซนติเมตร
"จบโรงเรียนตำรวจมา ทำไมไม่ไปสอบเข้ารับราชการตำรวจล่ะคะ?"
หญิงสาวเกาหัว "สอบไม่ผ่านค่ะ ฉันเรียนไม่ค่อยเก่ง ลองสอบไปสองรอบแล้วไม่ติด เลยตัดสินใจออกมาหางานมั่นคงทำข้างนอก แต่ฉันแรงเยอะมากนะคะ สมัยเรียนล้มผู้ชายได้ทีละสองคน เหมาะกับงานรักษาความปลอดภัยมาก ๆ ค่ะ"
ช่างเป็นคนตรงไปตรงมาจริง ๆ แถมแรงเยอะอีกต่างหาก
เจียงหวยหนิงนึกเหตุผลที่จะปฏิเสธเธอไม่ออกเลย
"ยินดีจะย้ายตำแหน่งไหมคะ?"
เธอกำลังต้องการบอดี้การ์ดส่วนตัว
ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้รีบร้อนเพราะยังหาคนถูกใจไม่ได้ แต่ตอนนี้เจอแล้ว เธอก็อยากจะคว้าตัวไว้
หญิงสาวทำหน้างง ๆ "ก็เป็นงานรักษาความปลอดภัยเหมือนกันใช่ไหมคะ?"