- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกสาวปลอม ผูกระบบแบล็คเทค ก้าวสู่มหาเศรษฐีโลก
- บทที่ 9 อย่างน้อยเขาก็ยังหนุ่ม
บทที่ 9 อย่างน้อยเขาก็ยังหนุ่ม
บทที่ 9 อย่างน้อยเขาก็ยังหนุ่ม
“โฮสต์ พ่อของคุณนี่แปลกคนจริง ๆ ย้อนแย้งชะมัด อยากยกบริษัทให้นางเอก แต่ก็ดันมองว่านางเอกไร้ความสามารถ”
แต่นางเอกนิยายรักหวานแหวว แค่มีพระเอกคอยรักคอยโอ๋ ทำตัวน่ารักสดใสไปวัน ๆ ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? จะต้องไปคิดอะไรให้มากมายกัน?
การสืบทอดกิจการมันเป็นเรื่องเฉพาะทาง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนางร้ายจอมวางแผนที่ต้องแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นไปสิดีแล้ว
เจียงหวยหนิง: “เป็นเรื่องปกติมาก เจียงเฉิงเหอให้ความสำคัญกับบริษัทของเขามาก แม้ใจเขาอยากให้เจียงหวยลู่สืบทอดกิจการ แต่เจียงหวยลู่ในตอนนี้ยังห่างไกลจากมาตรฐานที่เขาตั้งไว้ลิบลับ”
“เขาอยากยกให้เจียงหวยลู่ แต่ก็กลัวว่าเจียงหวยลู่จะทำลายน้ำพักน้ำแรงของเขาจนพังพินาศ ซึ่งนั่นมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าฆ่าเขาให้ตายเสียอีก”
แม้เจียงจูเยว่จะมักรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า แต่อย่างน้อยเธอก็เป็นแม่ที่ดี และสายตาในการเลือกผู้ชายก็ถือว่าเฉียบขาดใช้ได้
เงื่อนไขของเจียงเฉิงเหออาจจะไม่เลิศเลอเพอร์เฟกต์ และเขาก็ไม่ใช่สามีที่รักเดียวใจเดียวอะไรนัก แต่ในบรรดาตระกูลเศรษฐี เขาถือว่าเป็นของหายากเลยทีเดียว
ตอนเจียงจูเยว่แต่งงานกับเขา เธอไม่ต้องคอยปรนนิบัติพ่อแม่สามี ไม่ต้องกังวลว่าสามีจะมีลูกเมียน้อยโผล่มา และเจียงเฉิงเหอก็ใจป้ำเรื่องเงินทอง มอบหุ้นปันผลบริษัทให้เจียงจูเยว่ถึง 8% เป็นสินสอด ซึ่งเงินปันผลก็จะโอนเข้าบัญชีเจียงจูเยว่ตรงเวลาทุกปี ทำให้เธอไม่ต้องคอยแบมือขอเงินใช้
“พระเอกนิยาย” เจียงหวยหนิงนึกถึงสี่คำนี้แล้วอดขำออกมาไม่ได้ “พระเอกคนนี้เทียบไม่ได้แม้แต่กับเจียงเฉิงเหอที่อายุสี่สิบกว่าแล้วด้วยซ้ำ”
แล้วเจียงหวยลู่ไปหลงรักหลิวซั่งซูได้ยังไงกันนะ?
เป็นเพราะพลังของพล็อตเรื่อง? หรือเจียงหวยลู่ตาต่ำ? หรือว่าเป็นทั้งสองอย่าง?
ระบบเดิมทีคิดว่าพระเอกก็หน้าตาดี บ้านรวย ความสามารถพอตัว สมกับตำแหน่งพระเอกแล้ว แต่พอโดนโฮสต์วิเคราะห์แบบนี้ มันก็เริ่มรู้สึกคล้อยตาม
หลิวซั่งซูเทียบไม่ได้เลยกับการดูแลภรรยาของตัวประกอบอย่างเจียงเฉิงเหอ
นอกจากหน้าตาดีกว่านิดหน่อยกับอายุน้อยกว่าแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าเจียงเฉิงเหอเลยจริง ๆ แล้วได้เป็นพระเอกได้ยังไงเนี่ย?
ระบบกล่าว: “ผมก็เริ่มสงสัยเหมือนกันแฮะ”
เจียงหวยหนิงยิ้มอย่างพอใจ
เจียงหวยลู่เดินลงมาจากชั้นบน เธอสวมชุดกระโปรงสีขาว ดูเหมือนจะเพิ่งสระผมมา เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาคลอเคลียบ่าอย่างเป็นธรรมชาติ
เจียงเฉิงเหอเห็นเธอก็เอ่ยเรียก “เจียงหวยลู่ มานี่หน่อย”
“ค่ะ คุณพ่อ”
เจียงเฉิงเหอพูดต่อ “ตั้งแต่นี้ไป ทุกวันเสาร์ลูกกับหวยหนิงต้องเข้าไปช่วยงานที่บริษัทนะ”
ไปช่วยงานที่บริษัท? เธอจะไปทำอะไรได้ล่ะ?
เจียงหวยลู่พยักหน้าอย่างลังเล พลางชำเลืองมองเจียงหวยหนิงโดยไม่รู้ตัว แต่เจียงหวยหนิงกลับเอาแต่ก้มหน้าเขียนอะไรยุกยิกบนแท็บเล็ต ราวกับไม่ได้รับรู้เรื่องราวรอบข้างเลยสักนิด
ส่วนใหญ่แล้ว เธอก็เหมือนอากาศธาตุในสายตาเจียงหวยหนิงนั่นแหละ
เจียงหวยหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แปลกใจกับการตัดสินใจของเจียงเฉิงเหอ เพราะในชาติก่อนไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
เจียงจูเยว่เอ่ยทักท้วง “เจียงหวยลู่เพิ่งกลับมา คุณจะให้ลูกไปบริษัทแล้วเหรอคะ? ไม่เร็วไปหน่อยหรือ? น่าจะให้ลูกทำความคุ้นเคยกับใครสักคนก่อนดีไหมคะ?”
เจียงหวยลู่ทำตัวไม่ถูก
เธอเองก็รู้สึกว่ามันเร็วเกินไป และกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี
แต่เจียงเฉิงเหอตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว “ก็แค่ไปทำงานง่าย ๆ ไม่ต้องไปเดินตามใครหรอก อายุสิบหกแล้ว งานง่าย ๆ แค่นี้ทำได้อยู่แล้ว เจียงหวยลู่ ได้ยินไหม? ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามหวยหนิงเอา”
เจียงหวยลู่: “รับทราบค่ะ คุณพ่อ”
ครอบครัวทานอาหารเย็นเสร็จสิ้น ต่างคนต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง
เจียงจูเยว่เป็นห่วงเจียงหวยหนิง กลัวว่าลูกจะคิดมากว่าเพราะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ทายาทบริษัทถึงได้เปลี่ยนตัว
แต่ยิ่งเจียงหวยหนิงโตขึ้น เธอก็ยิ่งเก็บอารมณ์เก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนคนเป็นแม่อย่างเธอก็เดาใจลูกสาวจากสีหน้าไม่ออก
เจียงเฉิงเหอก็รู้ดีว่าการกระทำของเขาอาจทำให้หวยหนิงไม่สบายใจ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น จะให้เจียงหวยลู่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับบริษัทเลยตลอดไปก็คงไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
เขาเหลือบมองลูกสาวบุญธรรมผู้เยือกเย็นที่แทบไม่เคยแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา แววตาฉายความพึงพอใจวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเสียดายอย่างรวดเร็ว
ถ้าเจียงหวยหนิงเป็นลูกแท้ ๆ ของเขาก็คงจะดี เขาพอใจในตัวลูกสาวคนนี้มาตลอด เขาเชื่อว่าเจียงหวยหนิงจะนำพาตระกูลเจียงให้ยิ่งใหญ่แข็งแกร่งกว่าตระกูลหลิวได้แน่นอน
น่าเสียดาย... ทำไมหวยหนิงถึงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเขานะ?
ผลตรวจ DNA โกหกกันไม่ได้ เจียงเฉิงเหอหดหู่ใจมาก บริษัทนี้เขาสืบทอดมาจากแม่ ตอนนั้นตระกูลเจียงเป็นแค่บริษัทสกินแคร์เล็ก ๆ ที่คนจะมองว่าเป็นแบรนด์โนเนมเวลาวางขายบนชั้น
เขาฝันอยากให้ผลิตภัณฑ์ของตระกูลเจียงเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ตอนนี้เขาทำสำเร็จแล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มเสื่อมถอยลงแม้จะดูแลดีแค่ไหน ทำให้เขาตระหนักว่าเขาคงพาบริษัทมาได้ไกลเท่านี้
หากจะให้ตระกูลเจียงก้าวหน้าไปไกลกว่านี้ ต้องอาศัยทายาทรุ่นต่อไปที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น
เขาหวังให้ตระกูลเจียงก้าวสู่ระดับโลก ให้สกินแคร์ตระกูลเจียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ความทะเยอทะยานนี้มีเพียงเจียงหวยหนิงเท่านั้นที่จะทำให้เป็นจริงได้ ไม่ใช่เจียงหวยลู่ ต่อให้เจียงหวยลู่พยายามแทบตาย เธอก็ทำไม่ได้
ช่องว่างระหว่างคนบางคนนั้นกว้างเกินกว่าจะถมให้เต็มได้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ตาม
...
หลิวซั่งซูไม่ได้มาโรงเรียนหลายวันแล้ว
เจียงหวยหนิงตบเขาแรงเกินไป หน้าบวมเป่งของเขาไม่ยอมยุบลงง่าย ๆ ภายในไม่กี่วัน
หลิวซั่งซูจะยอมโผล่หัวไปโรงเรียนในสภาพนั้นได้อย่างไร?
เขาเป็นถึงหนุ่มหล่อขวัญใจโรงเรียน ทายาทเศรษฐีรุ่นสอง มีภาพลักษณ์ไอดอลที่ต้องรักษา จะให้ทำตัวซกมกไม่ห่วงหล่อเหมือนคนทั่วไปได้ยังไง?
เช้าวันจันทร์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ในที่สุดหลิวซั่งซูก็มาโรงเรียน ทันทีที่มาถึง เขาเห็นเจียงหวยหนิงก้าวลงจากรถ คิ้วขมวดมุ่น ก่อนจะเห็นเจียงหวยลู่ก้าวตามลงมา
ครู่ต่อมา เจียงหวยหนิงพูดอะไรบางอย่างกับเจียงหวยลู่ แล้วเดินแยกตัวไปทางตึกวิทยาศาสตร์คนเดียว
นี่คือโอกาส
“เจียงหวยลู่”
หลิวซั่งซูเรียกเจียงหวยลู่ พลางหันมุมหน้าข้างที่ดีที่สุดให้
เจียงหวยลู่สะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองหลิวซั่งซู พบว่าหน้าเขาหายบวมแล้ว เธอแทบจำไม่ได้ จึงเอ่ยทักทายอย่างลังเล “เพื่อนนักเรียนซั่งซู”
คุณแม่สั่งไว้ว่าห้ามสนิทสนมกับหลิวซั่งซูเกินไป
คำเตือนของเจียงจูเยว่แวบเข้ามาในหัว เจียงหวยลู่คิดในใจว่า แม่คงกลัวฉันจะไปแย่งคู่หมั้นพี่สาวสินะ?
เธอก็แอบปลื้มหลิวซั่งซูอยู่บ้างจริง ๆ หลิวซั่งซูเป็นคนแรกที่แสดงความใจดีกับเธอโดยไม่มีเงื่อนไข แต่สภาพหน้าหัวหมูของเขามันติดตาตรึงใจเธอเกินไปหน่อย
เธอจะชอบคนที่ปกป้องเธอได้ และเป็นคนดีมีคุณธรรมเท่านั้น ไม่ใช่คนแบบนี้
เจียงหวยลู่กระซิบตอบ “เพื่อนนักเรียนซั่งซู จะเข้าเรียนแล้ว ถ้าไม่มีอะไร ฉันขอตัวก่อนนะ”
ท่าที่เก๊กหล่อของหลิวซั่งซูสูญเปล่า
เขาไม่คิดว่าเจียงหวยลู่จะเมินเขาจริง ๆ
ดวงตาของเขาหม่นลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
ตระกูลเจียงพูดเป่าหูอะไรหรือเปล่า? หรือว่าเจียงหวยลู่เกรงใจเรื่องสถานะของเขา?
ตามหลักแล้ว เจียงหวยหนิงเป็นคุณหนูตัวปลอม สัญญาหมั้นหมายอยู่กับเขา มันก็ควรจะตกเป็นของเจียงหวยลู่ที่เป็นคุณหนูตัวจริงสิ เธอไม่เห็นต้องมากังวลเรื่องนี้เลย
“เจียงหวยลู่... ฉันเป็นหัวหน้าห้อง แค่อยากจะถามว่ามาอยู่เซนต์เอเชียหลายวันแล้ว ชินหรือยัง?”
“ถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกฉันได้นะ”
เขายิ้มตาหยีอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงทุ้มน่าฟัง
ในฐานะพระเอกนิยายรักหวานแหวว เรื่องอื่นอาจจะไม่เอาไหน แต่เรื่องหน้าตานี่ต้องยกให้เขาจริง ๆ
ต่อให้สักวันเขาจะต้องแก่ตัวลง แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังหนุ่มแน่นอยู่