เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 ปีนขึ้นมา

ตอนที่ 21 ปีนขึ้นมา

ตอนที่ 21 ปีนขึ้นมา


ตอนที่ 21 ปีนขึ้นมา

ซ่งเจิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นสุนัขกลายพันธุ์เดินจากไป ทุกคนทยอยปีนขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ เมื่อกวาดสายตามองรอบตัว จึงเห็นร่างของเหล่าหยางและคนอื่นๆที่โดนสุนัขกลายพันธุ์ทำร้ายจนบาดเจ็บนอนเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด

บรรยากาศสลดหดหู่ปกคลุมไปทั่วค่าย ทุกคนต่างตกอยู่ในความเศร้าโศก ซอมบี้เพียงตัวเดียวทำให้พวกเขาต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย ซ้ำร้ายยังบังเอิญไปยั่วโมโหสุนัขกลายพันธุ์ระดับสองเข้าจนโดนไล่ตาม

พวกเขาเพิ่งเห็นประกายความหวังได้ไม่นาน แต่ตอนนี้กลับถูกความจริงอันโหดร้ายดับฝันลงไปอีก เสี่ยวฮวางทุบกำปั้นลงกับพื้นและตะโกนออกมา "เจ้าสุนัขกลายพันธุ์นั่นต้องตาย!" เขาน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ผู้คนที่ถูกสุนัขกลายพันธุ์ทำร้ายเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี

“ฉันยังไม่อยากตาย ฉันไม่อยากตาย … ฉันยังไม่อยากตาย!” เสี่ยวหยวนที่ติดเชื้อกรีดร้องสติแตกและวิ่งตรงไปที่ประตูค่าย “ปัง!” หน้าอกเสี่ยวหยวนทะลุขณะอยู่ห่างจากประตูแห่งความหวังแค่เอื้อม... ร่างของเขาสั่นกระตุกสองสามครั้งและล้มลงในที่สุด ข้างหลังคือเฉินเฟิงพร้อมปืนพกในมือ

“ไม่นะ!” ซ่งเจิงอดไม่ได้ที่จะหลับตาลงด้วยความสลดใจเมื่อเห็นเสี่ยวหยวนค่อยๆล้มลง ชายหนุ่มฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้จึงปีนขึ้นไปหาร่างของเสี่ยวหยวน เขาหยิบขนมเปี๊ยะทอดออกมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆและยัดเข้าไปในปากของอีกฝ่าย ขณะที่เสี่ยวหยวนกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

“กลืนลงไป กลืนลงไปเร็วเข้า!” ซ่งเจิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง แววตาของเสี่ยวหยวนเลื่อนลอยพลางพึมพำบางอย่างเสียงต่ำ “ฉันเหนื่อยเหลือเกิน พ่อจ๋าแม่จ๋า… ลูกมาแล้ว ลูกเหนื่อยเหลือเกิน…”

สุดท้ายชิ้นขนมเปี๊ยะทอดก็ร่วงหล่นออกจากปาก ซ่งเจิงคุกเข่าข้างร่างไร้วิญญาณอย่างหมดแรง ใบหน้าของเสี่ยวหยวนค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง เส้นเลือดสีดำใต้ผิวหนังปูดโปนขึ้น

ทันใดนั้นเสี่ยวหยวนถูกกระทะเหล็กฟาดเข้าที่ศีรษะ ซ่งเจิงทอดมองกระทะใบนั้นด้วยแววตาหมดอาลัยตายอยาก มือทั้งสองตกไปอยู่ข้างลำตัวอย่างอ่อนแรง

“เสี่ยวเจิง นี่ไม่ใช่ความผิดของนาย… มันเป็นเพราะโลกใบนี้ นายไม่ผิด!”

“หัวหน้า ทำแบบนี้ถูกแล้วเหรอครับ? ถูกแล้วจริงๆน่ะเหรอ…” น้ำตาของซ่งเจิงไหลรินออกมาเงียบๆ เขาช่างโง่เขลาที่คิดว่าตัวเองคุ้นเคยกับวันสิ้นโลกแล้ว ทั้งที่หลอกตัวเองมาโดยตลอด… หัวใจของเขายังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นคนที่เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน เคยกินผักดองกระป๋องมาด้วยกัน และเคยพูดคุยกันต้องตายจากไป...

“พรึ่บ!” เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นบนใบหน้าของผู้ติดเชื้อ ซ่งเจิงเงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟิง

นัยน์ตาของเฉินเฟิงแดงก่ำ มือซ้ายสั่นระริกเล็กน้อยส่วนมือขวากำกระทะเหล็กไว้แน่น เขารู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ในลำคอเมื่อเห็นน้ำตาของซ่งเจิงไหลอาบแก้ม แต่สุดท้ายก็ต้องกล้ำกลืนลงไป เขาย่อตัวลงและเอื้อมมือไปตบบ่าอีกฝ่ายเบา ๆ

“พวกเราเป็นลูกผู้ชาย… ยังต้องปกป้องคนที่อยู่ข้างหลัง ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอกนะ … มากับฉัน มาพัฒนาทุกคนให้เป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ไปด้วยกัน! เมื่อถึงตอนนั้นเราจะไปจัดการพวกมันถึงที่!”

ซ่งเจิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แต่… แต่เมื่อวานเสี่ยวหยวนยังสูบบุหรี่กับผมอยู่เลย!" ชายหนุ่มปล่อยโฮทันทีที่พูดจบ

เฉินเฟิงมองซ่งเจิงที่กำลังร้องไห้เหมือนเด็ก เขาวางกระทะเหล็กลงแล้วเข้าไปกอดอีกฝ่ายพลางกระชับอ้อมแขนแน่นราวกับวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้สัมผัสถึงความเป็นมนุษย์...

“ไม่ต้องร้อง โตป่านนี้แล้วยังร้องไห้งอแงอีก ทุกคนกำลังมองนายอยู่นะ …” เฉินเฟิงเช็ดน้ำตาให้ซ่งเจิง “ขอแค่พวกเราแข็งแกร่งขึ้นก็จะหาอาหารได้มากขึ้น! แค่แข็งแกร่งขึ้นเจ้าสุนัขกลายพันธุ์ก็เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว! ถ้าพวกเราแข็งแกร่งละก็... คนที่อยู่ด้านหลังจะต้องปลอดภัย!”

ซ่งเจิงกลั้นน้ำตาไว้พร้อมพยักหน้า "ลูกผู้ชาย... ต้องไม่ร้องไห้!"

“ปัง!” พี่ใหญ่กุ้ยยกกระทะเหล็กขึ้นฟาดศพนั้นอีกครั้ง ก่อนดึงทั้งสองให้ลุกขึ้น ซ่งเจิงกำหมัดแน่นขณะมองดูใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดของเสี่ยวหยวนก่อนหันไปพูดลอดไรฟัน “หัวหน้า ขนมเปี๊ยะพวกนี้รักษาเชื้อไวรัสได้ รีบเอาไปให้คนที่กำลังจะติดเชื้อกินเถอะครับ”

พี่ใหญ่กุ้ยรีบเข้าไปกอดไหล่ซ่งเจิงด้วยความดีใจ “ไอ้น้องชาย! นายนี่มันตัวนำโชคจริงๆ!”

เฉินเฟิงเดินเข้าไปหยิบขนมเปี๊ยะทอดทั้งหมดจากมือของซ่งเจิง “คนที่ติดเชื้อมาทางนี้! ฉันมีทางรักษา!”

ทุกคนหันมามองขนมเปี๊ยะทอดในมือเฉินเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ เขากวาดตามองผู้คนที่กำลังตกตะลึงก่อนตะโกนขึ้น “ถ้ายังไม่อยากตายก็รีบมารับไปซะ! มัวยืนมองอะไรกันอยู่! ให้ตายเถอะ!”

บรรดาคนที่ถูกทำร้ายรีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าขนมเปี๊ยะทอดในมือของเฉินเฟิงและกลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว ไม่นานชายคนหนึ่งก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ “ไม่ร้อนแล้ว! ไม่รู้สึกร้อนแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ ฉันไม่ตัวร้อนแล้ว!” ชายสูงกว่าห้าฟุตคุกเข่าลงร้องไห้ น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาไม่ขาดสาย

บรรยากาศเศร้าโศกหายไปจากค่ายและถูกแทนที่ด้วยความปีติยินดี พวกเขาตื่นเต้นจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นอาการไข้ของสมาชิกในทีมค่อยๆดีขึ้น พวกเขาได้แต่สวมกอดกันแน่นและกลับมามีความหวังอีกครั้ง!

ทันใดนั้นสมาชิกคนหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ซ่งเจิง เฉินเฟิงและพี่ใหญ่กุ้ยชักอาวุธออกมาทันที แต่ชายคนนั้นกลับคุกเข่าลงห่างออกไปสามเมตรและชูสามนิ้วขึ้น

“ฉันได้มีชีวิตใหม่เพราะน้องซ่งช่วยเอาไว้ ต่อจากนี้ถ้าน้องซ่งไม่รังเกียจ จะให้เกาไคกังคนนี้ไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหนก็ไม่มีเกี่ยง!”

ซ่งเจิงรีบพยุงเกาไคกังขึ้น เขาอยากจะพูดบางอย่างกับเกาไคกัง แต่รู้สึกเหมือนโดนหินหนักอึ้งกดทับบนอกจนพูดไม่ออก... ได้แต่อ้าปากโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา

สมาชิกในทีมที่หายจากการติดเชื้อพากันคุกเข่าลงทีละคนและชูสามนิ้วขึ้นปฏิญาณตนเช่นกัน

“ต่อจากนี้ ขอเพียงน้องซ่งเอ่ยขอ พวกเราก็พร้อมบุกน้ำลุยไฟไม่ว่าที่ไหน!”

ซ่งเจิงกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เมื่อมองดูคนเหล่านั้น เขาคว้ามีดขึ้นมาปาดมือซ้ายของตัวเอง!

“ร่วมเป็นร่วมตาย!”

ทุกคนยกมีดขึ้นปาดมือซ้ายพร้อมกัน

“ร่วมเป็นร่วมตาย!”

เลือดแห่งความแน่วแน่จากฝ่ามือหยดลงบนหน้าของซ่งเจิงปะปนกับน้ำตาและไหลเข้าปาก

นาทีนั้นเขาพบว่า… เลือดก็มีรสชาติหวานได้เหมือนกัน

หลี่ว่านหลูมองบาดแผลบนมือของซ่งเจิงอย่างปวดใจ หยดน้ำใสไหลรินจากตาไม่หยุด จนซ่งเจิงหัวเราะ “ฉันยังไม่ร้องไห้เลย เธอจะร้องไห้ทำไมกัน”

หลี่ว่านหลูดึงมือซ้ายของซ่งเจิงมาสัมผัสหน้าอกของตัวเองพลางช้อนตามองด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ ซ่งเจิงพยายามดึงมือซ้ายออกมาอย่างเคอะเขินแต่หญิงสาวกลับยื้อเอาไว้

ซ่งเจิงเบือนหน้าหนี “เธอ… จะทำอะไรน่ะ…”

หลี่ว่านหลูกดซ่งเจิงลงกับเตียง “ตั้งแต่วันนี้ไปฉันคือผู้หญิงของพี่!” ชายหนุ่มพยายามดิ้นให้หลุดหลายต่อหลายครั้ง แต่พละกำลังของเขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับกระต่ายน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น

หลี่ว่านหลูปล้ำจูบซ่งเจิงอย่างรุนแรง น้ำตาของเธอค่อยๆไหลริน...

สมองของซ่งเจิงกลายเป็นสีขาวโพลน ‘นี่เรากำลังถูกขืนใจงั้นเหรอ…’

กลิ่นน้ำหอมตลบอบอวลไปทั่ว

คลื่นอารมณ์ที่โหมกระหน่ำค่อยๆสงบลง ซ่งเจิงกอดตัวเองแน่นอยู่สักพักจึงหันไปมองหลี่ว่านหลู เขาเอื้อมมือไปสัมผัสหลังของเธออย่างทะนุถนอมและลูบไล้ไปตามใบหน้าเรียวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ “ที่รัก อยากได้อีกสักรอบไหมจ๊ะ”

หลี่ว่านหลูใบหน้าขึ้นสีและไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง ‘ตาย… ตายแล้ว น่าขายหน้าชะมัด!’

ซ่งเจิงหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าหลี่ว่านหลูยังคงเงียบ เขาประคองหน้าเธอเข้ามาประทับริมฝีปากอย่างนุ่มนวลและปล่อยให้ร่างกายสื่อสารแทนคำพูด

ผ่านไปเนิ่นนานจนพอใจ ซ่งเจิงถอนจูบออกมาสบตาหยาดเยิ้มของว่านหลู "ว่านหลู ฉันจะไปหาหัวหน้า เธออยู่รอฟังข่าวที่นี่ดีๆล่ะ"

หลี่ว่านหลูหลับตาลงและพยักหน้าแดงก่ำเบาๆ เธอเผยอปากรอรับรอยจูบเงียบๆโดยไม่รอให้ซ่งเจิงเริ่มก่อน แต่เมื่อลืมตาขึ้นกลับเห็นว่าเขากำลังคว้าแจ็คเก็ตเตรียมเปิดประตูออกไป

หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอาย เธอปาหมอนใส่อีกฝ่ายที่หลบได้ทันเวลาพอดี ซ่งเจิงคว้าหมอนเอาไว้อย่างง่ายดายพลางมองมันสลับกับหลี่ว่านหลูด้วยความงุนงง

เขาเดินกลับไปหาว่านหลูที่ดึงผ้าห่มขึ้นปิดหน้าปิดตา ชายหนุ่มเกาหัวพร้อมกับวางหมอนลง ก่อนจะค่อยๆดึงผ้าห่มออกและกดจูบบนหน้าผาก "เด็กดี … ฉันไปหาหัวหน้าก่อนนะ รอฟังข่าวด้วยล่ะ"

หลี่ว่านหลูพยักหน้าอย่างเหนียมอาย

ซ่งเจิงแอบกลืนน้ำลายขณะมองดูท่าทางประหม่าของว่านหลูู เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจูบอีกครั้งราวกับแอบลิ้มรสผลไม้ต้องห้าม … เป็นเวลานานแสนนานจนแทบไม่อยากละออกมา

"อะแฮ่ม!" เสียงกระแอมไอดึงสติของทั้งสองกลับมา ซ่งเจิงรีบดึงผ้าห่มขึ้นบังร่างของหลี่ว่านหลูเอาไว้เหมือนเด็กน้อยหวงของเล่น

หลี่ว่านหลูอุทานเสียงดังและดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเองไว้เช่นกัน ...

ซ่งเจิงหันไปมองคนที่เข้ามาขัดจังหวะอย่างหัวเสีย “อ่า… แหะๆ หัวหน้าเองเหรอ คือผม…”

เฉินเฟิงอมยิ้ม “เป็นหนุ่มเป็นสาวนี่มันดีจริงๆ ไปกันเถอะ!”

ซ่งเจิงหัวเราะแห้งก่อนจะรีบแต่งตัวออกไปทันที

แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว...

จบบทที่ ตอนที่ 21 ปีนขึ้นมา

คัดลอกลิงก์แล้ว