- หน้าแรก
- โรงแรมฮอลิเดย์ มีออเดอร์ใหม่จาก ‘ชือเลอเมอ’ เข้ามาแล้ว
- บทที่ 20 ซูเฉินถูกหมายหัว
บทที่ 20 ซูเฉินถูกหมายหัว
บทที่ 20 ซูเฉินถูกหมายหัว
อาจเป็นเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว ฝนจึงตกลงมาตลอดทั้งคืน
จนกระทั่งรุ่งสาง สายฝนถึงได้ค่อยๆ ซาลง
ซูเฉินบิดขี้เกียจอย่างสบายอารมณ์ จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกจากที่นอนอันอบอุ่นอย่างอ้อยอิ่ง อาบน้ำแต่งตัว แล้วลงไปกินข้าวข้างล่าง
เมื่อมีโลลิน้อยตั่วตั่วและพี่ยักษ์เถี่ยซานอยู่แล้ว เรื่องราวภายในโรงแรมก็แทบไม่มีอะไรต้องให้ซูเฉินกังวลใจ
ที่เมื่อวานเขาถามหลินลี่เรื่องจุดชมวิว ไม่ใช่แค่นึกสนุกอยากถามไปอย่างนั้น
แต่เขาตั้งใจจะไปดูจริงๆ
การมาพักร้อนจะขาดทิวทัศน์ธรรมชาติสวยๆ ไปได้อย่างไร
ขณะเดินผ่านเคาน์เตอร์ต้อนรับ ซูเฉินสังเกตเห็นว่าสินค้าบนชั้นวางพร่องไปเยอะ
เมื่อคืนหลังกินข้าวเสร็จ ซูเฉินนึกขึ้นได้ว่ากวาดเสื้อผ้ามาจากห้างสรรพสินค้ามาเพียบ เลยเอาออกมาวางขายที่เคาน์เตอร์บ้าง
ซูเฉินนั่งลงที่โต๊ะอาหาร กดสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อชามยักษ์
ระหว่างที่ซูเฉินกำลังสูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ลูกค้าคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยลงมาทานอาหารกันแล้ว
พอกินอิ่ม ซูเฉินก็เดินไปหน้าประตูโรงแรม เรียกเอามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าออกมาจากช่องเก็บของ
นี่คือสิ่งที่เขาใช้คะแนน 5,000 คะแนนแลกมาจากระบบเมื่อคืนนี้
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้สีดำปลอดทั้งคัน ดูเท่ไม่หยอก
ซูเฉินคร่อมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล้วมุ่งหน้าไปทางซ้าย
เขาต้องยอมจ่าย 5 คะแนนเพื่อให้ระบบช่วยนำทาง
ถึงจะไม่ค่อยเต็มใจจ่าย แต่มีแค่ระบบเท่านั้นที่รู้ทิศทางไปเขาอู่กงที่หลินลี่พูดถึง
หลินลี่เคยไปก็จริงแต่นั่นมันก่อนวันสิ้นโลก สมัยนั้นยังมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย ถ้าให้หลินลี่นำทางจริงๆ ซูเฉินกลัวว่าจะพาเขาขี่ลงท่อระบายน้ำที่ไหนสักแห่ง
..........
ในขณะที่ซูเฉินกำลังมุ่งหน้าสู่เขาอู่กง หลัวหม่านก็นำกองกำลังกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ามายังโรงแรมฮอลิเดย์เช่นกัน
หน่วยพิเศษที่ 1 ของฐานหวงฮุน ประกอบด้วยผู้มีพลังพิเศษ 3 คน และผู้มีพลังสายรักษาเยียวยาระดับ 5 อีก 1 คน
ลู่หมิงชวนคือหัวหน้าหน่วยพิเศษที่ 1 ระดับการเสริมแกร่งร่างกายของเขาอยู่ที่ระดับ 5 ส่วนพลังธาตุไฟอยู่ที่ระดับ 4
ความแข็งแกร่งระดับนี้ถือว่าสูสีกับหลินลี่เลยทีเดียว
ในฐานหวงฮุน ความแข็งแกร่งของลู่หมิงชวนเรียกได้ว่าเป็นรองแค่คนคนเดียว
แม้แต่รองผู้บัญชาการเฉิงล่างก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขา
ส่วนผู้บัญชาการเฉิงหยางนั้นทำตัวลึกลับประดุจเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง น้อยครั้งนักที่จะปรากฏตัวในฐาน กิจการน้อยใหญ่ในฐานล้วนอยู่ในการดูแลของรองผู้บัญชาการ
ระดับพลังของเฉิงหยางยังคงเป็นปริศนา
แต่ลู่หมิงชวนมั่นใจว่าตัวเองสู้เฉิงหยางไม่ได้ เพราะในตอนนั้นเขาพ่ายแพ้ให้กับความแข็งแกร่งของเฉิงหยาง จึงยอมเข้าร่วมกับฐานหวงฮุน
“อีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงวะ! แดดเปรี้ยงขนาดนี้ กูจะโดนย่างเป็นตอตะโกอยู่แล้ว!”
ทีมของเหลียงเหวินขึ้นชื่อเรื่องความอวดดีวางก้าม หลัวหม่านเองก็เช่นกัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนกลุ่มนี้ หลัวหม่านกลับไม่กล้าแม้แต่จะผายลมออกมา
หลัวหม่านฝืนยิ้ม “พี่ฉู่ ใกล้ถึงแล้วครับ น่าจะเดินอีกสักสองชั่วโมง”
พอได้ยินว่าอีกตั้งสองชั่วโมง สีหน้าของฉู่เทียนก็ดำทะมึนทันที
ฉู่เทียนเป็นคนอารมณ์ร้อน ต่อให้ลู่หมิงชวนจะเป็นหัวหน้า เขาก็ไม่คิดจะระงับอารมณ์ตัวเอง
ฉู่เทียนตะโกนบอกลู่หมิงชวน “หัวหน้า หาที่พักสักเดี๋ยวเถอะ ผมไม่ไหวแล้ว”
ลู่หมิงชวนมองดูเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน แล้วพยักหน้าเห็นด้วย “ข้างหน้ามีตึกอยู่หลังหนึ่ง ไปพักที่นั่นกัน”
เย่ยวี่และเจียงยวี่ อีกสองคนในทีม ทำตัวจางเป็นอากาศธาตุมาแต่ไหนแต่ไร
ไม่ใช่ว่าสองคนนี้ถูกเพื่อนในทีมจงใจกีดกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความสัมพันธ์ของสมาชิกในทีมนี้รักใคร่กลมเกลียวกันดีมาก
สาเหตุที่พวกเขากลายเป็นอากาศธาตุ ก็เป็นเพราะนิสัยส่วนตัวล้วนๆ
คนหนึ่งบุคลิกเงียบขรึม ส่วนอีกคนก็เป็นพวกทำอะไรเชื่องช้า
..........
“ไอ้ระบบหน้าเลือดเอ๊ย!”
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของซูเฉินขี่มาได้แค่ชั่วโมงเดียว แบตเตอรี่ก็หมดเกลี้ยง
ข้างนอกแบบนี้ไม่มีที่ให้ซูเฉินเสียบปลั๊กชาร์จไฟแน่นอน เขาจึงทำได้แค่ขอความช่วยเหลือจากระบบ
ให้ตายสิ ชาร์จไฟครั้งหนึ่งต้องใช้ตั้ง 10 คะแนน!
ตามการคำนวณเส้นทางของระบบ เขาต้องขี่รถต่อไปอีกถึง 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย
ภายใต้การประท้วงอย่างหนักหน่วงของซูเฉิน ระบบจึงยอมมอบบริการเสริมให้ นั่นคือติดตั้งหลังคากันแดดให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
โชคดีที่เป็นระบบชาร์จด่วน แค่แป๊บเดียวแบตก็เต็ม ไม่ต้องเสียเวลารอนาน
เมื่อแบตเต็มแล้ว ซูเฉินก็ออกเดินทางต่อตามระบบนำทาง
เจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้มาพร้อมกับเกราะป้องกันภัยรัศมีสองเมตร ข้อดีตรงนี้ทำให้ซูเฉินรู้สึกว่า 5,000 คะแนนที่เสียไปนั้นไม่สูญเปล่า
ตลอดทางที่ผ่านมา พวกซอมบี้พอเห็นซูเฉินก็เมินเฉยราวกับมองไม่เห็น
ขี่มาอีกสองชั่วโมง ซูเฉินก็หาที่ร่มๆ เตรียมตัวพักผ่อนและกินมื้อเที่ยง
ขี่รถมาสามชั่วโมง ซูเฉินรู้สึกว่าก้นแทบจะไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป
เฮ้อ... ซูเฉินถอนหายใจในใจเงียบๆ “ถ้ามีคะแนนเยอะกว่านี้ ก้นฉันคงไม่ต้องมารับกรรมแบบนี้หรอก”
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าถือเป็นพาหนะระดับรองบ๊วย อันดับบ๊วยสุดคือจักรยานปั่น
ถ้าอยากได้รถยนต์สักคัน อย่างน้อยต้องมีคะแนนหลักหมื่น
เขาอู่กงตั้งอยู่ระหว่างสองเมือง ตอนนี้ซูเฉินเข้าสู่เขตชานเมืองแล้ว
ซูเฉินพบว่าซอมบี้ในเขตชานเมืองมีจำนวนน้อยกว่าในตัวเมืองอย่างเห็นได้ชัด
อากาศร้อนอบอ้าว แม้จะมีหลังคากันแดด แต่ไอร้อนในอากาศก็เป็นสิ่งที่กันไม่ได้
ซูเฉินจึงกดสั่งชาผลไม้สตรอว์เบอร์รีใส่ท็อปปิ้งแก้วยักษ์ใส่น้ำแข็งจัดเต็มมาดื่ม
ซูเฉินไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไหร่ เขาไถดูเมนูในแอป 【ชือเลอเมอ】 อยู่นาน สุดท้ายก็กดสั่งแค่หมี่เย็นรสเปรี้ยวเผ็ดมาที่เดียว
ใต้ร่มไม้ค่อนข้างเย็นสบาย ซูเฉินดูดชาผลไม้เย็นเจี๊ยบเข้าปากคำโต “สดชื่น~!”
หมี่เย็นคำ ชาผลไม้คำ ซูเฉินกินอย่างมีความสุขสุดๆ
ในขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับของอร่อย ซูเฉินไม่ทันสังเกตเลยว่า หลังหน้าต่างของตึกฝั่งตรงข้าม มีดวงตาคู่หนึ่งที่ทอแสงวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่า กำลังจ้องเขม็งมาที่อาหารในมือเขา
นั่นคือชายรูปร่างซูบผอมจนหนังหุ้มกระดูก ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนผืนดินที่ขาดน้ำ แต่หน้าท้องกลับป่องนูนออกมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการบวมน้ำจากการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง
เขาหาของกินไม่ได้มาสามวันแล้ว ก่อนหน้านี้เสี่ยงตายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อร้าง เจอแค่ขนมปังขึ้นราครึ่งห่อ พอกินเข้าไปก็ท้องเสียอาเจียนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ในเวลานี้ หมี่เย็นสีสันสดใสในชามของซูเฉิน และแก้วชาผลไม้สีชมพูสวยที่มีเสียงน้ำแข็งกระทบกันกรุ๊งกริ๊ง ราวกับมีเวทมนตร์สะกดจิต ทำให้เขาแทบจะควบคุมร่างกายที่สั่นเทาของตัวเองไม่อยู่
ในลำคอของเขามีเสียง “อึกๆ” ดังขึ้น มันคือเสียงกลืนน้ำลายที่หลั่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง
มือของเขากำเหล็กเส้นที่ฝนปลายจนแหลมคมไว้แน่น ทำให้ข้อนิ้วซีดขาวตามแรงบีบ ตามซอกเล็บยังมีคราบดินแห้งกรังและคราบเลือดสีคล้ำติดอยู่
เขารู้ดีว่าคนตรงหน้าที่ดูสะอาดสะอ้านแบบนั้นไม่น่าจะใช่คนธรรมดา แต่ความเย้ายวนของอาหารมันรุนแรงเกินไป
รุนแรงจนทำให้เขาลืมความหวาดกลัว ลืมกระทั่งพละกำลังอันน้อยนิดของตัวเองที่ไม่อาจเทียบชั้นกับอีกฝ่ายได้เลย
ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่แก้วชาผลไม้ที่ซูเฉินวางไว้ข้างตัว มองดูน้ำแข็งที่ค่อยๆ ละลาย หยดน้ำเกาะพราวข้างแก้ว ราวกับนั่นคือน้ำทิพย์จากสวรรค์
ทุกคำที่ซูเฉินคีบหมี่เข้าปาก ร่างกายของชายคนนั้นจะกระตุกตาม น้ำย่อยในกระเพาะตีตื้นขึ้นมาจนแสบหลอดอาหาร
เขาเริ่มขยับฝีเท้าอย่างเงียบเชียบ ราวกับหมาป่าหิวโซที่ซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด