เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 หม้อไฟ มันฝรั่งทอด และหมี่มันฝรั่ง

บทที่ 27 หม้อไฟ มันฝรั่งทอด และหมี่มันฝรั่ง

บทที่ 27 หม้อไฟ มันฝรั่งทอด และหมี่มันฝรั่ง


บทที่ 27 หม้อไฟ มันฝรั่งทอด และหมี่มันฝรั่ง

"อ้อ จริงสิฉือเวิน คืนนี้ไปบาร์กันไหม?"

หลังจากจัดการหม้อไฟจนเกลี้ยง เถาซินอวี่ก็เช็ดปากพลางเอ่ยถาม

"บาร์เหรอครับ?" ฉือเวินทำหน้างง

"ทำงานมาตั้งนาน แน่นอนว่าต้องออกไปหาความสำราญบ้างสิ"

เถาซินอวี่บิดขี้เกียจจนได้ยินเสียงกระดูกหัวไหล่และกระดูกสันหลังลั่นกรอบแกรบ

"ไปดื่มสักหน่อย เล่นไพ่กับหนุ่มหล่อสาวสวยที่บาร์ ผ่อนคลายสมอง..."

"ผมนึกว่าวิธีผ่อนคลายของคุณคือนั่งดู 'เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน' ในออฟฟิศซะอีก"

"ตอนนี้เปลี่ยนเป็น 'จอมยุทธ์กู้บัลลังก์' แล้วย่ะ"

"ไม่เอาดีกว่าครับ" ฉือเวินส่ายหน้า "เสี่ยวชิวเบื่อจะแย่แล้ว ผมกะว่าจะพาแกออกไปเดินเล่นสักหน่อย"

"อา จริงด้วย นายยังมีเสี่ยวชิวอยู่นี่นา"

เถาซินอวี่ตบหน้าผากตัวเอง "จะพาเด็กอย่างเสี่ยวชิวไปสถานที่อโคจรแบบนั้นไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะโดนคนไม่ดีเพ่งเล็งเอา"

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปควานหาของในกระเป๋าถือ แล้วหยิบตั๋วสองใบออกมา

"ฉันก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเหมือนกัน..." เถาซินอวี่ยื่นตั๋วให้ "นายพาเสี่ยวชิวไปดูนี่สิ"

ฉือเวินรับตั๋วมาดู มันคือคอนเสิร์ตรวมศิลปินที่จัดขึ้นในเมืองหนานชิง ดูจากรายชื่อศิลปินแนะนำแล้วก็มีคนดังมาร่วมงานเพียบ

น่าเสียดายที่วงการเพลงในโลกนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปมากพอกับวงการเกม

เพลงและนักร้องที่ฉือเวินคุ้นเคยหายไปหลายคน

แต่ทว่า... โจวเจี๋ยหลุน, สวี่ซง และวังซูหลง เหล่า "ศิลปินรุ่นเก๋า" พวกนี้ยังอยู่ครบ

เมื่อวันก่อนฉือเวินยังเพิ่งเห็นข่าวซุบซิบเรื่องความรักของสวี่ซงบนเวยป๋ออยู่เลย

ฉือเวินเช็กเวลา วันที่ 9 ธันวาคม หนึ่งทุ่มครึ่ง ก็คือวันพรุ่งนี้ วันศุกร์พอดี เหมาะเจาะที่จะพาเสี่ยวชิวไปผ่อนคลายสุดๆ

"มีคนให้ตั๋วฉันมา เป็นที่นั่งวีไอพีด้วยนะ แต่ฉันไม่ค่อยอินกับนักร้องพวกนี้เท่าไหร่"

เถาซินอวี่เสยผมแก้เขิน แต่เถาซินไป๋กลับแฉพี่สาวอย่างไร้ความปรานี

"ไม่ค่อยอินอะไรล่ะ? วันนั้นเจ๊นัดเดตกับหนุ่มหล่อไว้ต่างหาก ก่อนหน้านี้ยังคลั่งรักวงดนตรีมอเตอร์ไซค์นั่นอยู่เลย"

"หนุ่มหล่อที่ไหนกัน! เถาซินไป๋ แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!"

"ระวังจะโดนหลอกทั้งเงินทั้งตัวเถอะ!"

"ฉันจะฉีกปากแก!"

เอาล่ะ สองพี่น้องเริ่มตีกันอีกแล้ว

ฉือเวินเก็บตั๋วใส่กระเป๋า แล้วจัดการเก็บขยะบนโต๊ะ

ครืด ครืด

SY: ทำไรอยู่?

Chi W: อู้งานครับ

SY: รอเลิกงานเหรอ?

SY: ดีจังเลยน้า

สองพี่น้องตระกูลเถายังคงทะเลาะกันไม่เลิก ฉือเวินเลยชะโงกหน้าออกไปตะโกนถาม "ผมเลิกงานได้รึยังครับ?"

"ตามสบายเลย! ท่านหัวหน้าฉือ!"

อื้ม ตอนนี้เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกแล้ว

ถึงจะเป็นหัวหน้าแผนกที่ไม่มีลูกน้องเลยสักคน เป็นแม่ทัพไร้ไพร่พลก็เถอะ

เลิกงานรึยัง? ช่างมันปะไร ถือว่าเลิกแล้วก็แล้วกัน

หลังจากมีอิสรภาพทางการเงิน แม้แต่เวลางานก็กลายเป็นอิสระไปด้วย

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบข้อความต่อ

Chi W: ไม่ได้รอครับ เลิกงานแล้วต่างหาก

SY: [มีด]

SY: อะไรกัน?! ไปหางานแบบนั้นมาจากไหนเนี่ย? แนะนำฉันบ้างสิ!

Chi W: พอดีเพิ่งปิดโปรเจกต์ของแผนกไป ช่วงนี้เลยชิลๆ น่ะครับ

SY: อ้อ เข้าใจละ... แบบว่าขมก่อนหวานทีหลังสินะ

Chi W: หลังจากคืนนั้น หมอนั่นยังมารังควานคุณอีกไหม?

SY: เขาเหรอ? พอถ่ายส่วนของเขาเสร็จ ไม่กี่วันก็ออกจากกองไปแล้ว

SY: ก่อนไปไม่กล้าแม้แต่จะคุยกับฉันด้วยซ้ำ

SY: ฉันนี่อาวุโสสูงนะจะบอกให้!

Chi W: [ปรบมือ] ยอดเยี่ยมครับ ท่านเมคอัพอาร์ติสต์ผู้ยิ่งใหญ่

Chi W: แล้วตอนนี้คุณทำอะไรอยู่?

SY: อู้งาน... อิอิ

ใจของฉือเวินกระตุกวูบ โทรหาดีไหมนะ?

SY: ไม่อยู่บริษัทแล้วเหรอ?

Chi W: เลิกงานแล้วครับ

ไม่ถึงสองวินาทีหลังจากส่งข้อความไป สายเรียกเข้าจากวีแชทก็ดังขึ้น

ฉือเวินควานหาหูฟังอย่างทุลักทุเล พอเชื่อมต่อเสร็จก็กดรับสายทันที

"ฮัลโหล ทำไมรับสายช้าจัง? ไม่อยากคุยเหรอคะ?"

น่าแปลก ทั้งที่เป็นเสียงของผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ แต่ถ้อยคำที่พูดออกมากลับฟังดูเหมือนเด็กขี้น้อยใจนิดๆ

"หาหูฟังอยู่น่ะครับ"

ฉือเวินเหลือบมองลิฟต์ ก่อนจะหันหลังเดินไปทางบันไดหนีไฟ

โชคดีที่ออฟฟิศไม่ได้อยู่ชั้นสูงมาก เดินลงบันไดก็ไม่ได้เหนื่อยอะไร

เขาค่อยๆ เดินทอดน่องลงบันได พลางได้ยินเสียงเคี้ยวอะไรบางอย่างดัง กรุบ กรับ มาจากหูฟัง

"หนูเหรอครับ?"

"บ้าสิ!"

เสียงเคี้ยวหยุดไปครู่หนึ่ง SY พูดเสียงอู้อี้ "กินขนมอยู่ต่างหาก"

"กินอะไรครับ?"

"มันฝรั่งทอดเลย์ รสแตงกวา"

"ซี๊ด..." ฉือเวินสูดปากด้วยความสยอง "รสแตงกวาเนี่ยนะ?"

"ก็มันไม่เหลือรสอื่นแล้วนี่นา!"

น้ำเสียงของ SY เต็มไปด้วยความเจ็บใจ "ผู้ช่วยตัวดีของฉันกวาดขนมไปเกลี้ยงเลย ทั้งคอเป็ด เต้าหู้แผ่น หมูแผ่น... เหลือทิ้งไว้แค่ไก่อบแห้งฟรีซดรายที่ไม่อร่อยสุดๆ ให้ฉันอย่างเดียว"

"ทำไมล่ะครับ?"

"คุมน้ำหนักไง... คุณก็รู้นี่ ช่างแต่งหน้าก็ต้องคุมน้ำหนักเหมือนกันนะ"

"มีกฎแบบนั้นด้วยเหรอ?"

"แน่นอนสิ ช่างแต่งหน้าก็ต้องสวย คนเขาถึงจะเชื่อว่าฝีมือเราเทพ..."

"แต่ถ้าเปลี่ยนคนขี้เหร่ให้กลายเป็นคนสวยได้ นั่นไม่ยิ่งพิสูจน์ว่าฝีมือเทพกว่าเหรอครับ?"

"..."

SY เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแล้วด่าสวนมา "คุณน่ะสิคนขี้เหร่!"

ฉือเวินหัวเราะตาม "งั้นแสดงว่าคุณเป็นคนสวยสินะ"

"อื้ม... แต่งหน้าแล้วก็สวยแหละ แต่พอลบหน้าแล้ว... ใครจะรู้ล่ะ"

เสียงฝีเท้าของฉือเวินดังก้องในโถงบันไดหนีไฟเป็นพิเศษ SY ได้ยินเข้าจึงถามขึ้น

"ทำอะไรอยู่น่ะ?"

"เดินลงบันไดครับ"

"ไม่มีลิฟต์เหรอ?"

"กลัวเข้าลิฟต์แล้วสัญญาณไม่ดี สายจะตัดเหรอครับ?"

SY หัวเราะคิกคัก "แหม คุณ W คุณแคร์สายของฉันขนาดนั้นเชียว?"

"เดินบันไดถือเป็นการออกกำลังกายไงครับ"

ฉือเวินแถข้างๆ คูๆ "คุณไม่ออกกำลังกายบ้างเหรอ?"

"โอ้~ พ่อหนุ่มน้อย จะถือว่าทำเพื่อออกกำลังกายก็แล้วกันนะ"

หูของฉือเวินร้อนผ่าว เขารีบเร่งฝีเท้าวิ่งออกจากโถงบันได ลมหนาวที่พัดผ่านตึกสำนักงานช่วยให้สมองของเขาปลอดโปร่งขึ้นมาได้มากโข

"เลิกเรียกผมว่า 'พ่อหนุ่มน้อย' จะได้ไหมครับ?"

"ทำไมล่ะ? ก็คุณอายุน้อยกว่าฉันเห็นๆ"

"เอ่อ มันฟังดู..."

ฉือเวินถูจมูก พูดอย่างลังเล "วาบหวิวชอบกล?"

"..." SY เงียบไปอีกหลายวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เพราะงั้นสินะ..."

ฉือเวินเองก็นึกสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงหลุดปากพูดคำนั้นออกไป

พ่อหนุ่มน้อย... วาบหวิว?

ฉือเวิน สมองนายเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ

แต่พอคิดอีกที เสียงหัวเราะของ SY ช่างไพเราะเหลือเกิน ต่อให้โดนมองว่าเป็นคนทะลึ่งตึงตังเพราะประโยคเดียวก็ช่างมันเถอะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เขาได้ยินเสียงเคาะประตูดังลอดเข้ามาในสาย

"อาจารย์เสิ่นคะ..."

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยเรียกเธอ

ฟึ่บ ฟั่บ...

SY คงกำลังลนลานเก็บถุงมันฝรั่งทอดซ่อน ก่อนจะขานรับ "มีอะไร?"

"ทีมงาน... จะชวนไปทานมื้อค่ำกันค่ะ..."

ฉือเวินเดินลงมาถึงข้างล่างแล้ว และกำลังสั่งหมี่มันฝรั่งให้เสี่ยวชิว

พ่อค้าเร่งไฟเตาแก๊สเสียงดังฟู่ เปลวไฟสีน้ำเงินลุกโชนเลียไล้หม้อดินเผาสำหรับปรุงหมี่มันฝรั่ง

ฉือเวินยืนมองเขากระบวยตักน้ำซุป หยิบเส้นหมี่ ฝ่ามือเหล็กที่สะบัดไปมาเหนือเปลวไฟอย่างช่ำชอง

"สุดหล่อ เอาเผ็ดไหม?"

"...เผ็ดกลางครับ เฮีย มือไหม้แล้วนั่น"

"โอ๊ย ร้อน!"

พ่อค้ารีบชักมือกลับ ดูท่าวิชา 'ฝ่ามือเหล็ก' จะยังฝึกไม่สำเร็จขั้นสุดยอดแฮะ

จบบทที่ บทที่ 27 หม้อไฟ มันฝรั่งทอด และหมี่มันฝรั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว