เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 การมาเยือนของเสี่ยวชิว

บทที่ 9 การมาเยือนของเสี่ยวชิว

บทที่ 9 การมาเยือนของเสี่ยวชิว


บทที่ 9 การมาเยือนของเสี่ยวชิว

ฉือเวินจัดการจองตั๋วรถไฟมายังเมืองหนานชิงให้กับ 'ฉือเสี่ยวชิว' ในอีกสี่วันข้างหน้า เพื่อให้เธอมีเวลาทำเรื่องลางาน

อันที่จริง ฉือเวินไม่ได้กะจะให้เธอกลับไปที่นั่นอีกแล้ว

เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีที่มีวุฒิแค่ชั้นมัธยมต้น จะให้หมกตัวอยู่แต่ในชนบทแบบนั้นไปเพื่ออะไร?

"จะเช่าห้องพักเหรอ?"

เถาซินอวี่ยัดขนมเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ มองฉือเวินที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาด้วยความแปลกใจ

"ครับ ผมอยากเช่าห้องแถวๆ บริษัท ขอเป็นแบบสองห้องนอนนะครับ"

ฉือเวินเกาหัวแกรกๆ ราคาที่พักในเมืองหนานชิงตอนนี้ไม่ใช่ถูกๆ แต่ถึงจะแพงแค่ไหนเขาก็ต้องกัดฟันสู้ จะให้ฉือเสี่ยวชิวไปนอนเบียดเสียดในหอพักชายกับเขาคงไม่ได้

เขาแค่ตั้งใจจะมาลองถามเถาซินอวี่ดูเผื่อเธอจะมีคำแนะนำ แต่ไม่คิดเลยว่าบอสสาวจะพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องคิด

"ฉันมีนะ"

"นายไม่เคยถาม ฉันก็เลยไม่เคยบอก อันที่จริงบริษัทเรามีหอพักสวัสดิการพนักงานด้วยนะ"

เถาซินอวี่ชี้ไปที่ตึกข้างๆ ซึ่งมองเห็นได้ผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ "อยู่ตึกตรงข้ามถนนนี่เอง เป็นหอพักสไตล์อพาร์ตเมนต์ ห้องชุดหนึ่งห้องนั่งเล่นสองห้องนอน"

"ค่าเช่าเท่าไหร่ครับ?"

"เก้าร้อยต่อเดือน"

"เก้าร้อย?"

ฉือเวินสะดุ้งโหยง ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะมันถูกเกินไปต่างหาก

'อาจูร สตูดิโอ' ตั้งอยู่ภายในวงแหวนรอบที่สองของเมืองหนานชิง ติดกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่เบิ้ม ราคาเช่าห้องชุดสองห้องนอนแถวนี้โดยปกติสตาร์ทที่ 2,600 หยวนขึ้นไปทั้งนั้น

"ทำไมถึงเหลือแค่เก้าร้อยล่ะครับ?"

"อ้อ..." เถาซินอวี่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วหันมายิ้มหวาน "ก็เพราะฉันเป็นเจ้าของตึกน่ะสิ จะเก็บค่าเช่าเท่าไหร่ก็ได้"

ฉือเวินเงียบกริบ

"เจ้าของตึก?"

"อื้ม"

"ทั้งตึกเลยเหรอครับ?"

"จะบ้าเหรอ! แค่สองชั้นย่ะ"

ฉือเวินสูดหายใจเข้าลึก

"งั้นคุณก็ควรจ่ายเงินเดือนผมแค่สามพันห้าพอนะ!!!"

"ก็ขึ้นให้เป็นหกพันแล้วไม่ใช่รึไง!"

"ก่อนหน้านั้นมันแค่สามพันห้าเองนะ!"

"ก็ตอนนั้นมันขาดสภาพคล่องจริงๆ นี่นา! แล้วค่าเช่านี่เขาก็เก็บกันเป็นรายไตรมาส! ฉันเพิ่งจะเก็บค่าเช่าไตรมาสนี้ไปเมื่อไม่กี่วันก่อนเอง!"

"..."

ไม่ว่าจะยังไง หลังจากยืนยันได้แล้วว่าบอสของเขาคือ 'เศรษฐีนี' ตัวจริงเสียงจริง—แถมยังเป็นเศรษฐีนีระดับที่ครอบครองสำนักงานหนึ่งชั้นและอาคารพาณิชย์อีกสองชั้น—อารมณ์ของฉือเวินก็สงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์

อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าวันดีคืนดีบริษัทจะเจ๊ง หรือบอสจะหอบเงินหนีไปดื้อๆ

เขาเคยได้ยินมาว่าที่บอสรวยขนาดนี้เพราะพ่อแม่ของเธอมีฐานะมาก แม้แต่ 'เถาซินไป๋' พี่ชายจอมเจ้าสำราญที่ชอบแต่งหญิงทำตัวตุ้งติ้งอ้อนขอของขวัญจากคนดูคนนั้น ก็รวยระดับอภิมหาเศรษฐีเหมือนกัน

สรุปแล้ว... ในบริษัทนี้ มีแค่ฉือเวินคนเดียวที่จนกรอบงั้นสิ?

เขานึกเสียใจที่คราวก่อนเรียกงบจ้างอาร์ตภายนอกไปแค่สี่หมื่นหยวน เพราะกลัวว่าถ้าเรียกเยอะกว่านี้ อาจูรอาจจะล้มละลายแล้ววงแตกได้

หลังเลิกงาน เถาซินอวี่พาเขาไปดูหอพักของบริษัท

เมื่อก่อนที่นี่เคยมีคนอยู่เต็ม แต่ตอนนี้กลับเงียบเชียบวังเวง

ทว่าสภาพแวดล้อมนั้นดีเยี่ยม มีทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เครื่องทำน้ำอุ่น ทุกอย่างครบครันพร้อมเข้าอยู่

ถ้าเอาห้องสภาพนี้ไปปล่อยเช่าจริงจัง คงได้ราคาไม่ต่ำกว่า 4,000 หยวนต่อเดือน ราคาเก้าร้อยหยวนนี่คงเป็นราคาต่ำสุดที่เถาซินอวี่จะให้พนักงานได้แล้วจริงๆ

หลังจากฉือเวินจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปหนึ่งไตรมาส เขาก็รีบนั่งแท็กซี่กลับไปขนของย้ายเข้ามาทันทีในคืนนั้น

เขายกห้องนอนใหญ่ให้เสี่ยวชิว ในห้องมีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยงามของละแวกนี้ได้อย่างชัดเจน

กว่าจะจัดของเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบห้าทุ่ม

โชคดีที่ห้องนี้เก็บเสียงได้ดี และห้องข้างเคียงก็ไม่มีคนอยู่ เขาจึงไม่ต้องกังวลว่าจะรบกวนใคร

อาจเป็นเพราะกำลังจะได้มาเมืองหนานชิง เสี่ยวชิวจึงตื่นเต้นเป็นพิเศษและส่งข้อความหาเขาไม่หยุด

หลังจากฉือเวินไล่ตอบข้อความของเธอจนครบ เขาก็เห็นข้อความจาก SY เด้งขึ้นมา

SY: ข่าวร้าย ฉันคงดีใจเก้อซะแล้วสิ

SY: วันหยุดหมดเร็วกว่ากำหนด ฉันได้รับงานใหญ่ มะรืนนี้ต้องบินออกจากเมืองหลวงแล้ว

Chi W: ไปไหนครับ?

Chi W: งานของคุณน่าสนใจจัง ได้เดินทางไปทั่วเลย

SY: ก็จริงของนาย ฮ่าๆๆ

SY: ไปเมือง 'ฉางเหอ' น่ะ นายรู้จักไหม?

SY: เมืองที่มีแม่น้ำแยงซีไหลผ่าน วิวแม่น้ำที่นั่นอลังการมาก

ฉือเวินไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ โลกใบนี้มีความแตกต่างจากโลกเดิมของเขามากเกินไป บางทีมันอาจจะเป็นสถานที่เดียวกันแค่คนละชื่อก็ได้

Chi W: ไม่เคยไปครับ แต่ฟังจากที่คุณเล่าแล้ว ผมชักอยากจะเห็นบ้างซะแล้วสิ

SY: ตอนนี้มันดึกไปหน่อย ถ้าจะไปเที่ยว ช่วงฤดูร้อนน่าจะดีที่สุด

SY: อากาศกำลังจะเริ่มเย็นแล้ว ถ้าไปยืนริมแม่น้ำใหญ่ตอนนี้ ลมคงหนาวบาดกระดูกแย่

SY: ว่าแต่ นายยุ่งอะไรอยู่ ทำไมป่านนี้ยังไม่นอน?

Chi W: ย้ายหอน่ะครับ ผมย้ายออกจากหอพักนักศึกษามาอยู่หอพักพนักงานแล้ว

Chi W: [แนบรูปภาพ]

Chi W: สวยใช้ได้เลยใช่ไหมครับ? ค่าเช่าแค่เก้าร้อยหยวนเอง

Chi W: เป็นตึกของบอสเองน่ะครับ รวยจนน่าตกใจจริงๆ...

ในระหว่างการสนทนา ฉือเวินไม่เคยปิดบังฐานะความเป็นอยู่ของตัวเองเลย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอาศัยอยู่ในหอพักนักศึกษา หรือความจำเป็นต้องซื้อมือถือมือสองมาเป็นเครื่องสำรอง

ความยากจนในชั่วขณะนี้ไม่ใช่ตราบาปที่ต้องปกปิด แต่การยอมจำนนต่อความยากจนไปตลอดชีวิตต่างหากที่น่าละอาย

ฉือเวินเชื่อว่าเขาคงจะตกอยู่ในสถานการณ์ขัดสนแบบนี้อีกไม่นาน

ทันทีที่เกม "Inside" เปิดตัว เขาเชื่อมั่นว่าชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

... ...

สี่วันต่อมา ในเดือนพฤศจิกายน เมืองหนานชิงเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงอันแสนหม่นหมองอย่างเป็นทางการ

เถาซินอวี่ขับรถมาส่งฉือเวินที่หน้าทางเข้าสถานีรถไฟความเร็วสูงหนานชิง

เดิมทีฉือเวินตั้งใจจะแค่ขอลางานหนึ่งวัน แต่เถาซินอวี่กลับถามว่าเขาขับรถเป็นไหม ถ้าเป็น เธอจะให้ยืมรถขับมารับน้องสาว

ฉือเวินกระแอมเบาๆ "อันที่จริงผมขับเป็นครับ"

"แล้วมีใบขับขี่ไหม?"

"..."

เถาซินอวี่จ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมแพ้ "ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันขับไปส่งเอง ขืนให้นายขับ เดี๋ยวรถฉันโดนยึด แถมดีไซเนอร์มือหนึ่งของฉันจะโดนจับไปด้วย"

"ผมเป็นผู้จัดการโปรเจกต์ไม่ใช่เหรอครับ? ไหงกลายเป็นเกมดีไซเนอร์ไปแล้วล่ะ?"

"...ฉันลืม ฉันเป็นบอส ฉันบอกว่านายเป็นอะไร นายก็เป็นไอ้นั่นแหละ"

"โอเคครับบอส ขอบคุณครับบอส ซิ่งเลยครับบอส"

คติประจำใจของฉือเวินคือการไม่มีคติประจำใจ

ลมหนาวแห่งเมืองหนานชิงพัดกรรโชกบาดผิวหน้าจนแสบชา แต่หัวเข่าที่สวมกางเกงลองจอนไว้ข้างในยังคงสัมผัสได้ถึงความชื้นเย็นยะเยือก

เขายืนรออยู่ที่ทางออกสถานีรถไฟความเร็วสูง จังหวะนั้นฉือเสี่ยวชิวก็โทรเข้ามา

"พี่ฉือ..."

น้ำเสียงของฉือเสี่ยวชิวฟังดูขลาดกลัวอย่างคาดไม่ถึง "หนูหาทางออกไม่เจอ..."

แม้ว่าหนานชิงจะเทียบไม่ได้กับปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว หรือเซินเจิ้น แต่มันก็จัดว่าเป็นเมืองเอกระดับแนวหน้า สถานีรถไฟแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นอย่างใหญ่โตโอ่อ่าและหรูหรา

ฉือเสี่ยวชิวเดินวนอยู่นานกว่าจะเดินตามป้ายบอกทางออกมาได้สำเร็จ

จะว่าไป นี่นับเป็น "ครั้งแรก" ที่ฉือเวินจะได้เจอกับเธอ

เพราะเรื่องราวบาดหมางภายในครอบครัว เจ้าของร่างเดิมจึงไม่เคยกลับบ้านเลยนับตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย

สามสี่ปีที่ผ่านมานี้ คือช่วงวัยรุ่นที่ฉือเสี่ยวชิวเติบโตขึ้น จากเด็กหญิงตัวน้อยที่เคยผอมแห้งเหมือนถั่วงอก จู่ๆ ก็เติบใหญ่เป็นหญิงสาวสะพรั่ง

ขณะที่เธอเดินตรงมาหาเขาในชุดเสื้อฮู้ดและกางเกงยีนส์ สะพายกระเป๋าข้างใบเดียว ฉือเวินยังไม่ทันเชื่อมโยงภาพของเธอกับน้องสาวในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมได้ในทันที

จนกระทั่งฉือเสี่ยวชิวมายืนอยู่ข้างกายเขา และเอ่ยเรียก "พี่ฉือ" ด้วยน้ำเสียงสดใสชัดเจน นั่นแหละฉือเวินถึงได้สติ

แม่เจ้าโว้ย ฉันมีน้องสาว!

แถมยังเป็นน้องสาวที่หน้าตาดีโคตรๆ อีกต่างหาก!

จบบทที่ บทที่ 9 การมาเยือนของเสี่ยวชิว

คัดลอกลิงก์แล้ว