เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 สวัสดิการฟาร์ม

บทที่ 29 สวัสดิการฟาร์ม

บทที่ 29 สวัสดิการฟาร์ม


บทที่ 29 สวัสดิการฟาร์ม

นอกจากพวกเส้นสาย ยังมีแผนกที่ไม่สำคัญแต่ซ้ำซ้อนกันอีกหลายแผนก

คนเหล่านี้จะถูกปลดออกโดยอ้างอิงจากผลงานในช่วงที่อยู่ฟาร์มเดิม

แผนกที่ทำงานประเภทเดียวกันจะถูกยุบรวมเหลือเพียงหนึ่ง ส่วนแผนกที่คล้ายกันจากฟาร์มอื่นจะถูกยกเลิก

พนักงานในแผนกที่ถูกยุบ หากใครทำงานจริงจังก็จะได้รับโอกาสให้อยู่ต่อและย้ายไปสังกัดแผนกที่ยังคงไว้ในประเภทเดียวกันแทน

การยุบรวมเหลือเพียงหนึ่งแผนกจากเดิมที่มีหลายแผนก ท่ามกลางฟาร์มที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ย่อมทำให้กำลังคนในแผนกเดิมไม่เพียงพอ การโยกย้ายคนเข้ามาช่วยจึงเป็นการเพิ่มกำลังพลและลดภาระงานไปในตัว

แน่นอนว่าการเลิกจ้างที่กล่าวมาทั้งหมด มุ่งเป้าไปที่พนักงานออฟฟิศในแผนกต่างๆ เช่น การตลาด การบริหาร และอื่นๆ เท่านั้น

สำหรับคนงานในฟาร์มที่มีจำนวนมากกว่ามาก ซูอี้ตั้งใจจะไม่เลิกจ้างใครเลย แต่จะเก็บทุกคนไว้

พวกเขาคือคนที่ทำงานในแนวหน้า ส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ชาวนาผู้ซื่อสัตย์จากหมู่บ้านใกล้เคียง

อายุเฉลี่ยเกินสี่สิบปี

ส่วนใหญ่มาทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว และเติบโตมากับการทำไร่ทำนา ดังนั้นโดยปกติพวกเขาจึงไม่ค่อยอู้งาน

แม้ว่าตามการคำนวณแล้ว คนงานในฟาร์มตอนนี้จะมีจำนวนเกินความจำเป็นไปบ้าง แต่หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ซูอี้ก็ตัดสินใจเก็บพวกเขาไว้ทั้งหมด

ประการแรก ต่างจากพนักงานออฟฟิศ สำหรับคนงานในฟาร์มหลายคน หากตกงานนี้ไป พวกเขาคงไม่รู้จะไปทำมาหากินอะไร แม้ซูอี้จะไม่ได้ตั้งใจจะเป็นพ่อพระโปรดสัตว์ แต่เขาก็ยังไม่ใจร้ายพอที่จะไปแย่งเศษเงินจากคนยากจนที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินเหล่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น คนงานส่วนเกินเหล่านี้อาจไม่ได้อยู่เฉยๆ

หากมีการนำพืชเวทมนตร์เข้ามาเพาะปลูก ในช่วงเริ่มต้นที่ยังขาดประสบการณ์ ย่อมต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิด

เยว่หลิงคงไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น

และซูอี้ก็คงไม่ยอมให้เธอต้องมาตากแดดตากลมดูแลพืชเวทมนตร์ในแปลงเกษตรทุกวันแน่ๆ

การให้ชาวไร่ผู้มากประสบการณ์เหล่านี้ช่วยดูแลพืชผลเหล่านั้น น่าจะเป็นความคิดที่ดีกว่า

ถึงตอนนั้น คนงานส่วนเกินที่มีอยู่อาจจะไม่พอเสียด้วยซ้ำ

ประการที่สอง เพื่อความสงบเรียบร้อย เขาไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองต้องปวดหัว

สถานการณ์ปัจจุบันของซูอี้คือ ไม่กลัวอิทธิพลมืดจากภายนอก แต่กลัวพวกอันธพาลเจ้าถิ่น

มีเยว่หลิงอยู่ข้างกาย ต่อให้เขาสร้างเรื่องใหญ่โตแค่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนผู้มีอิทธิพลที่ไหนหมายหัว

เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ใครกล้ามาหาเรื่อง เขาพร้อมจะทำให้คนผู้นั้นหายไปจากโลกใบนี้

ในทุกยุคสมัย การกำจัดใครสักคนให้สิ้นซากทางกายภาพ คือการเชือดไก่ให้ลิงดูที่ได้ผลที่สุด

ไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่กลัวตาย

และเยว่หลิงก็ดันมีพลังที่จะสั่งตายใครก็ได้บนดาวบลูสตาร์เสียด้วย

ดังนั้นซูอี้จึงไม่กลัวพวกขาใหญ่ แต่ถ้าต้องมาเจอกับพวกอันธพาลเจ้าถิ่น มันคงเหมือนคางคกไต่เท้า ไม่กัดแต่ขยะแขยง!

เขามาจากชนบท ย่อมเข้าใจความซื่อสัตย์และความขยันขันแข็งของคนชนบทดี

แต่เขาก็เข้าใจความหยาบกระด้างและไร้เหตุผลในบางมุมของคนชนบทเช่นกัน

คนงานในฟาร์มล้วนเป็นคนจากหมู่บ้านระแวกนี้ ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าถ้าเขาสั่งปลดคนงานจำนวนมากในวันนี้ ต่อให้เหตุผลจะฟังขึ้นแค่ไหน หรือจ่ายเงินชดเชยให้มากเพียงใด อนาคตของฟาร์มคงไม่สวยหรูแน่

หากเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริงๆ เขาคงให้เยว่หลิงไล่ฆ่าคนทุกคนไม่ได้

นี่คือบอดี้การ์ดส่วนตัวและภรรยาสุดที่รักของเขา ไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อตัดปัญหาจุกจิกกวนใจ และเขาก็มีงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์ของคนงานเหล่านี้จริงๆ

การเก็บคนเกินไว้ชั่วคราวจึงเป็นทางออกที่ดีกว่า

แน่นอนว่าในเมื่อให้อยู่ต่อ สวัสดิการก็ต้องเปลี่ยน

ก่อนหน้านี้ ฟาร์มจ่ายค่าจ้างให้คนงานเหล่านี้แค่เดือนละสี่ถึงห้าพันหยวน

ฟังดูเหมือนเยอะ แต่เมื่อเทียบกับภาระงานและความหนักหน่วง เงินแค่นั้นถือว่าน้อยนิด

ซูอี้วางแผนจะปรับขึ้นเงินเดือนให้คนงานที่ยังอยู่

ไม่มากหรอก แค่เพิ่มเป็นสองเท่าจากของเดิม

เดือนละแปดพันหยวน

และสัญญาจ้างแปลกๆ ที่เคยเซ็นกันไว้ ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน

บังคับใช้เวลาทำงานวันละแปดชั่วโมง ทำงานห้าวันหยุดสองวัน พร้อมสวัสดิการประกันสังคมห้าประเภทและกองทุนที่อยู่อาศัยครบถ้วน

บริษัทจะดูแลเรื่องอาหารและที่พัก แต่เนื่องจากหอพักพนักงานยังสร้างไม่เสร็จ พนักงานสามารถเช่าที่พักข้างนอกเองได้ แล้วนำสัญญาเช่ามาเบิกกับฝ่ายการเงิน ค่าเช่าไม่เกิน 1,000 หยวนต่อเดือนเบิกได้เต็มจำนวน ส่วนที่เกินพนักงานต้องรับผิดชอบเอง

จากความเข้าใจของซูอี้ ในย่านชานเมืองเจียงเฉิง เงินจำนวนนี้เช่าบ้านดีๆ อยู่ได้สบาย

สำหรับคนท้องถิ่นที่ไม่จำเป็นต้องเช่าบ้าน เขาเดาได้เลยว่าต้องมีคนหัวหมอทำสัญญาเช่าบ้านตัวเองเพื่อมาเบิกเงินอุดหนุนแน่ๆ แต่เขาไม่แคร์ ถือว่าเป็นสวัสดิการให้พวกเขาก็แล้วกัน

นอกจากนี้ยังมีสวัสดิการอื่นๆ อีกเพียบ เช่น อาหารว่างยามบ่ายและเงินอุดหนุนมื้อดึก

ระดับสวัสดิการเทียบชั้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้เลย

ท้ายที่สุด ในฐานะเจ้าของกิจการ ต่อให้ไม่ได้พืชเวทมนตร์มา และฟาร์มดำเนินกิจการไปตามปกติ

การให้สวัสดิการพนักงานระดับนี้ เขาก็แทบไม่ขาดทุน

ยิ่งถ้ามีพืชเวทมนตร์จากต่างโลกมาช่วยกอบโกยเงินจากกระเป๋าเศรษฐี เขายิ่งไม่เสียดายที่จะแบ่งปันให้พนักงานมากขึ้น

ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยคิดจะขูดรีดคนจน เป้าหมายของเขาคือพวกคนรวยต่างหาก

ซูอี้ไม่ได้มีความทะเยอทะยานจะช่วยเหลือคนทั้งโลก แต่เขามีจิตสำนึกพอที่จะดูแลคนที่ติดตามเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แน่นอน เขาไม่ได้โลกสวยคิดว่าการทุ่มเงินและสวัสดิการให้พนักงานเหนือกว่าที่อื่น จะทำให้ทุกคนจงรักภักดีต่อเขาอย่างถวายหัว

ย่อมต้องมีคนส่วนน้อยที่พอได้ดีแล้วเหลิง คิดว่าเขาใจดีเลยอยากได้เพิ่ม พอไม่ได้ดั่งใจก็ก่อเรื่อง

แต่นั่นก็เป็นแค่คนกลุ่มเล็กๆ หากพวกนั้นคิดก่อเรื่องจริงๆ ซูอี้แทบไม่ต้องลงมือเอง พนักงานคนอื่นที่ได้รับประโยชน์จากการทำงานให้เขาจะออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตนเองโดยอัตโนมัติ

เมื่อคนส่วนใหญ่ได้รับผลประโยชน์ คนโลภไม่กี่คนย่อมไม่อาจสร้างคลื่นลมได้

เมื่อเห็นระบบสวัสดิการพนักงานฉบับใหม่ที่ซูอี้ร่างขึ้นเองกับมือ โจวเหยียนถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ กลั้นใจอยู่นานก่อนจะถอนหายใจออกมา

"คุณนี่... เป็นเจ้านายที่ใจป้ำที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยครับ"

"เศษเงินน่า นี่เป็นแค่สวัสดิการสำหรับพนักงานระดับล่างสุดของฟาร์ม ส่วนแผนกอื่นๆ คุณช่วยร่างตารางเทียบเคียงตามมาตรฐานนี้มาให้ผมดูหน่อย ไม่ต้องกลัวเปลือง เงินเดือนพนักงานจะสักกี่ตังค์เชียว" ซูอี้พูดอย่างไม่ยี่หระ

โจวเหยียนไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ จึงรีบรับคำ

หลังจากสั่งงานเสร็จ ซูอี้ก็มองเขาด้วยความสนใจแล้วเอ่ยขึ้น

"ผู้จัดการโจว ความสามารถของคุณโดดเด่นมาก จัดการเรื่องต่างๆ ในช่วงไม่กี่วันนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ทราบว่าเมื่อก่อนคุณดำรงตำแหน่งอะไรในตระกูลเสิ่นเหรอครับ?"

โจวเหยียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วรีบตอบ

"ท่านประธานซูเข้าใจผิดแล้วครับ ผมถูกคุณเสิ่นว่าจ้างมาชั่วคราวเพื่อจัดการเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ หมดสัญญาแล้วผมก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเสิ่นอีก"

"ผมอยากจะเชิญคุณมาเป็นผู้จัดการทั่วไปของ 'เทียนอวี่ฟาร์ม' สนใจไหมครับ?" ซูอี้ยิ้ม

"ใจปรารถนา แต่มิกล้าเอ่ยปากครับ! ท่านประธานซูเมตตาเกินไปแล้ว!" ดวงตาของโจวเหยียนเป็นประกายด้วยความยินดี เขารีบตอบรับทันที

แม้การให้เขามาเป็นผู้จัดการฟาร์มจะดูเป็นการใช้คนมีความสามารถไม่คุ้มค่าไปบ้าง

แต่เขารู้ดีว่าอีกบริษัทของชายหนุ่มคนนี้ 'เทียนอวี่โฮลดิ้ง' มีกระแสเงินสดนอนนิ่งอยู่ในบัญชีเกือบพันล้าน

นี่มันแนวคิดระดับไหนกัน?

บริษัทใหญ่โตหลายแห่งที่มีมูลค่าตลาดหลักหมื่นหรือแสนล้านหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ อาจจะยังไม่มีปัญญาหาเงินสดพันล้านมาวางกองตรงหน้าได้ง่ายๆ แบบนี้

แต่เทียนอวี่โฮลดิ้งทำได้!

ด้วยวิสัยทัศน์ของเขา มองออกได้ไม่ยากว่าซูอี้ต้องการปั้นเทียนอวี่โฮลดิ้งให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่

หากทำสำเร็จ การเข้าร่วมตั้งแต่ตอนนี้จะทำให้เขากลายเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกในอนาคต

หลังจากได้เห็นพลังเงินและควาทะเยอทะยานของซูอี้ ต่อให้ไม่จ้าง เขาก็อยากจะมาทำฟรีด้วยซ้ำ

ยิ่งซูอี้ใจป้ำกับพนักงานระดับล่างขนาดนี้ แล้วเขาที่เป็นถึงระดับผู้จัดการทั่วไป จะไม่ได้ดิบได้ดีเชียวหรือ?

จบบทที่ บทที่ 29 สวัสดิการฟาร์ม

คัดลอกลิงก์แล้ว