เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Sign in Buddha's palm 182 นำเหรียญตรานี้ไป

Sign in Buddha's palm 182 นำเหรียญตรานี้ไป

Sign in Buddha's palm 182 นำเหรียญตรานี้ไป


Sign in Buddha's palm 182 นำเหรียญตรานี้ไป

“มีตำนานยุทธถือกำเนิดขึ้นอีกแล้ว?”

ส่วนลึกในดวงตาของซูฉินกลายเป็นลึกซึ้งราวกับมีวังวนลึกลับที่คอยหมุนวนไม่หยุด และมีดวงอาทิตย์ทั้งเก้าส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดภายในดวงตา

ในตอนนี้ซูฉินเป็นถึงอรหันต์ระดับนภาชั้นที่เจ็ดแล้ว ด้วยดวงตาแห่งสัจจะควบคู่กันกับวิชาปราณฉีฟ้ากำหนด เขาสามารถเห็นได้ทั่วทั้งอาณาจักรถังอย่างรวดเร็ว

ส่วนนอกอาณาจักรถัง แม้ว่าจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของซูฉิน แต่ก็ยังพอสัมผัสได้จางๆ

และในตอนนี้ ซูฉินก็สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าร่องรอยของตำนานยุทธหายวับไปในบริเวณแนวขอบของแผ่นดินใหญ่

“ไม่ใช่”

“ลมหายใจคงที่ ไม่ใช่ตำนานยุทธที่เพิ่งกำเนิดขึ้นใหม่ ควรจะเป็นตำนานยุทธที่มาจากต่างแดน”

ซูฉินจับความรู้สึกครู่หนึ่ง แล้วจึงคิดกับตนเอง

“ต่างดินแดน?”

ซูฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออก

แม้ว่าตำนานยุทธจากต่างแดนจะกลับมาในที่แห่งนี้ หากทำตัวดี ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง ซูฉินก็คร้านจะสนใจเข้าไปยุ่มย่ามแทรกแซง

แต่ถ้าอีกฝ่ายคิดจะสร้างปัญหาให้กับทวีปนี้หรือยั่วยุซูฉินล่ะก็...

ซูฉินก็ทำได้เพียงสังหารทิ้ง

ในเวลาเดียวกัน

ภายในโถงชีวิตนิรันดร์

จักรพรรดิหลี่เชิงแห่งราชวงศ์ถังนั่งบนบัลลังก์มังกร มองลงไปที่รองเสนาบดีประจำกรมพิธีการด้านล่างและกล่าวว่า “มีอะไรก็พูดมา”

“ตามพระบัญชา”

รองเสนาบดีกรมพิธีการโค้งคำนับพร้อมกล่าวว่า “ฝ่าบาท บัดนี้อาณาจักรเล็กๆ หลายแห่งได้ส่งจดหมายมาคนละฉบับสองฉบับ แต่ว่า...”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้รองเสนาบดีประจำกรมพิธีการก็ลังเลที่จะพูด มิกล้าเอ่ยกล่าวต่อ

ตั้งแต่ที่ซูฉินลงมือสังหารกองทัพเหมิ่งหยวนนอกเมืองฉางอัน เผาทหารไปห้าล้านนาย ทั้งโลกก็สั่นสะเทือน นานาชาติต่างตื่นตระหนก ส่งผลให้อาณาจักรเล็กๆ จำนวนหนึ่งส่งหนังสือยอมศิโรราบมาในช่วงก่อนหน้านี้

เป็นธรรมดาที่สิ่งนี้ทำให้จักรพรรดิถังมีความสุข

“แต่อะไร?”

จักรพรรดิถังเอ่ยถาม

รองเสนาบดีประจำกรมพิธีการกล่าวอย่างระมัดระวัง “ทว่ามีหกอาณาจักร ที่ว่ามานั้นรวมถึงหนานหมิง ซ่งเหนือและถูโปด้วย ได้เสนอเงื่อนไขมา...”

“เงื่อนไขอะไร?”

จักรพรรดิเอ่ยถาม ไม่แปลกใจเมื่อได้ฟังเรื่องดังกล่าว

ในบรรดาอาณาจักรทั้งหลาย มีเพียงหกอาณาจักรที่สามารถเรียกว่าเป็นอาณาจักรใหญ่ เหมือนเช่นอาณาจักรถัง

ทั้งเจ็ดอาณาจักรยืนเคียงข้างกัน บ้างก็เผชิญหน้ากัน บางทีก็ร่วมมือกัน แบ่งแยกดินแดนไปตามส่วนต่างๆ ของทวีป

สำหรับอาณาจักรเล็กๆ พวกเขาจะล่มสลายลงหลังจากนี้อีกไม่นาน และไม่ได้อยู่ในสายตาของจักรพรรดิถังเลย

ส่วนทั้งหกอาณาจักรที่ไม่ได้ยื่นหนังสือยอมศิโรราบมาเหมือนอาณาจักรเล็กๆ แต่เสนอเงื่อนไขมาแทน จักรพรรดิถังเองก็คาดหวังกับเงื่อนไขพวกนี้เช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุดด้วยฐานะที่เป็นอาณาจักรยักษ์ใหญ่ แม้ว่าจะยอมจำนนแล้วก็ตาม จักรพรรดิถังก็ยังต้องเอาใจใส่พวกเขาอยู่ดี

สำหรับจักรพรรดิถัง ตราบใดที่ทั้งหกอาณาจักรเหล่านี้ยอมจำนน เชื่อฟัง ไม่ขัดขวางกัน จักรพรรดิถังย่อมยอมตกลงในเงื่อนไขทั่วไปที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง

“ทั้งหกอาณาจักรต้องการคำสัญญา แม้อาณาจักรถังจะได้ครองทวีปในอนาคต แต่ลูกหลานของทั้งหกอาณาจักรจะต้องสามารถมีชีวิตอยู่อย่างเพลิดเพลินไปบนกองเงินกองทองได้ตลอดไป...”

“และหากทายาทของทั้งหกอาณาจักรประสบปัญหา ก็หวังว่าอาณาจักรถังจะยื่นมือช่วยเหลือ...”

รองเสนาบดีประจำกรมพิธีการโค้งคำนับ

“ของข้างั้นรึ นี่มันเงื่อนไขอะไรกัน...” เมื่อจักรพรรดิถังได้ฟังก็แย้มสรวล “เพลิดเพลินกับความมั่งคั่งและเกียรติยศตลอดไป? ยื่นมือเข้าช่วยยามเมื่อมีภัยงั้นหรือ? ได้ข้าตกลง”

ถ้าจักรพรรดิถังต้องการจะยึดครองทุกภูมิภาคจริง มันไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรที่จะดูแลลูกหลานของทั้งหกอาณาจักร ส่วนช่วยเหลือยามลำบากนั้น...

ตราบใดที่อาณาจักรถังเอ่ยปาก ในโลกนี้ยังจะมีใครกล้าทำให้ลูกหลานของทั้งหกอาณาจักรต้องอับอายอีก?

“ฝ่าบาท...”

รองเสนาบดีประจำกรมพิธีการกัดฟันพร้อมทั้งกล่าวคำว่า “คำสัญญาที่ทั้งหกอาณาจักรต้องการ ไม่ใช่คำสัญญาจากพระองค์...”

“ไม่ใช่สัญญาจากข้างั้นหรือ?”

จักรพรรดิถังขมวดคิ้ว สงสัยว่ารองเสนาบดีประจำกรมพิธีการกำลังจะพูดถึงอะไร

เมื่อรองเสนาบดีประจำกรมพิธีการตั้งสติได้ ก็กล่าวต่อไปว่า “คำสัญญาที่ทั้งหกอาณาจักรต้องการ คือคำสัญญาจากพระมาตุลาแห่งอาณาจักรพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อรองเสนาบดีประจำกรมพิธีการกล่าวคำว่า 'พระมาตุลาแห่งอาณาจักร' เสียงของเขาก็สั่นเครือเล็กน้อย

“อยากได้คำสัญญาของพี่สามงั้นหรือ?”

ทันใดนั้นจักรพรรดิถังก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา

หลังจากนั้นจักรพรรดิถังก็แสดงสีหน้าเย้ยหยัน “หกอาณาจักรนี้คำนวณมาเป็นอย่างดี...”

จักรพรรดิถังรู้ถึงแผนการของทั้งหกก๊ก

พูดง่ายๆ ก็คือจักรพรรดิจากทุกอาณาจักรไม่เชื่อถือในคำสัญญาของจักรพรรดิถัง ทุกคนต่างก็เป็นจักรพรรดิเหมือนกัน พวกเขาต่างเข้าใจความคิดของกันและกันเป็นอย่างดี

บางทีจักรพรรดิถังทรงให้คำมั่นสัญญาในวันนี้ แต่หลังจากควบคุมดินแดนทั้งหกอาณาจักรได้โดยแท้จริงแล้ว อาจจะค้นพบเหตุผลใหม่ๆ ที่จะทำให้ทายาทของทั้งหกอาณาจักรถึงแก่ความตายไปก็เป็นได้

แต่ถ้าซูฉินเป็นผู้ให้คำสัญญานี้ มันก็คงจะต่างออกไป

ไม่ว่าใครจะเป็นจักรพรรดิถังในอนาคต ซูฉินก็จะยังคงมีชีวิตอยู่ และคงไม่มีจักรพรรดิถังคนใดกล้าเหิมเกริมกับซูฉิน

คำพูดของซูฉินนั้นเพียงพอแล้วที่จะทำให้ทายาทของทั้งหกอาณาจักรมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปอีกหลายร้อยปีโดยไม่ต้องกังวลอันตรายใดๆ

“ข้าทราบความแล้ว”

จักรพรรดิถังคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกลับไปนั่งบนบัลลังก์มังกร “เจ้าออกไปก่อนเถอะ”

“รับพระบัญชา”

รองเสนาบดีประจำกรมพิธีการกราบทูลลา

หลังจากรองเสนาบดีประจำกรมพิธีการออกไป จักรพรรดิถังก็เสด็จมายังพระราชวังตะวันออกเพียงลำพัง

ทันทีที่จักรพรรดิถังเข้าสู่พระราชวังตะวันออก เขาก็รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งกาย รู้สึกสดชื่นสบายตัวมากยิ่งขึ้นหลังจากสูดลมหายใจเข้าไป

“วิธีการของพี่สามช่างเหนือจินตนาการจริงๆ...”

จักรพรรดิถังเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก

เขาเคยอาศัยอยู่ภายในพระราชวังตะวันออกมาเป็นเวลาหลายปี แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าพระราชวังตะวันออกเป็นเช่นไร และด้วยวิธีการของซูฉิน พระราชวังตะวันออกเดิมก็กลับลายเป็นสวรรค์บนดิน

ช่างน่าเหลือเชื่อ

“เมื่อใดที่หยวนเอ๋อขึ้นครองบัลลังก์ ข้าจะมาอาศัยอยู่ที่นี่กับหยุนเหนียงตลอดทั้งปี”

จักรพรรดิถังคิดอยู่ภายในใจ

ถ้าไม่ใช่เพราะอาณาจักรถัง เขาก็อยากจะมาอยู่ในพระราชวังตะวันออกตลอดทั้งวันไปเสียเลย

เพราะก่อนหน้านี้จักรพรรดิถังค้นพบว่า ซูชื่อหมินซึ่งเริ่มโรยราแล้ว กลับมีผมสีดำแซมขึ้นมาอีกครั้ง...

ในไม่ช้าจักรพรรดิถังก็มาหยุดอยู่หน้าตำหนักชุนฝั่งขวา

ตอนนี้พลังฟ้าดินอันยิ่งใหญ่ได้แพร่กระจายไปทั่วพระราชวังตะวันออกแล้ว ตระกูลซูได้หาสถานที่ใหม่ภายในพระราชวังตะวันออกเพื่อฝึกฝนบ่มเพาะ

ส่วนตำหนักชุนฝั่งขวา

ในฐานะที่มันเป็นที่พำนักเดิมของซูฉิน จึงไม่มีใครกล้าถือว่าตนเองครอบครองพื้นที่ตรงส่วนนี้

“พี่สาม”

จักรพรรดิถังโบกมือไปมาบริเวณหน้าตำหนักชุนฝั่งขวา พร้อมกระซิบคำแผ่วเบา

ในเวลาต่อมา

เสียงหนึ่งก็ล่องลอยมา

“เจ้ากำลังมองหาข้าอยู่งั้นรึ?”

เห็นเป็นซูฉินที่ไม่รู้ว่าโผล่มาตอนไหน อยู่ด้านข้างของจักรพรรดิถัง

“พี่สาม”

จักรพรรดิถังใจหายวูบ และรีบเล่าให้ฟังถึงเงื่อนไขของอาณาจักรทั้งหก

“ต้องการคำสัญญาจากข้างั้นหรือ?”

ซูฉินยิ้มให้กับความเขลา “ดูเหมือนว่าทั้งหกอาณาจักรจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของตนว่าเป็นเช่นไร”

ซูฉินไม่คาดคิดมาก่อนว่าหกอาณาจักรจะหาญกล้า ต้องการที่จะสร้างเงื่อนไขกับตำนานยุทธ

“พี่สาม ตอนนี้ควรทำเช่นไรดี?” จักรพรรดิถังกล่าวถาม “หรือต้องระดมกำลังพล ไปจัดการกับหกอาณาจักร?”

“อย่าทำอะไรให้มันลำบากนักสิ”

ซูฉินส่ายหัว จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์กระจายออกไปทั่วตำหนักชุนฝั่งขวาแบ่งออกเป็นหกส่วน กลายมาเป็นเหรียญตราหกเหรียญ

“ส่งคนไปยังอาณาจักรทั้งหก ให้ทางเลือกพวกเขาสองทาง”

เมื่อซูฉินกล่าวเช่นนั้นก็หยุดไปชั่วขณะแล้วจึงกล่าวต่อ “ยอมจำนนเสีย หรือไม่ก็ตาย”

ยอมจำนน

หรือไม่ก็ตาย

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใจของจักรพรรดิก็สั่นสะท้าน

“พี่สาม อาณาจักรทั้งหกจะยินยอมหรือ?” จักรพรรดิถังกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

หากไม่มีการร่วมมือกันของทั้งหกอาณาจักร ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายสิบปีกว่าอาณาจักรถังจะครองใต้หล้าได้

“ยินยอม?”

ซูฉินมอบเหรียญทั้งหกให้แก่จักรพรรดิแล้วกล่าวว่า “ถ้าพวกเขาไม่ยินยอม เพียงนำเหรียญตราอันนี้ออกมา”

“ขอรับ”

จักรพรรดิถังยื่นมือออกไปรับเหรียญตรามา เหรียญตราเหล่านี้รวมๆ กันหนักเพียงครึ่งเหลี่ยง[1]เท่านั้น แต่ในมือของจักรพรรดิถังกลับรู้สึกเหมือนว่ามันหนักนับพันชั่งเลยทีเดียว

------------------------------------------------------------

[1] 1 เหลี่ยง เท่ากับ 50 กรัม

จบบทที่ Sign in Buddha's palm 182 นำเหรียญตรานี้ไป

คัดลอกลิงก์แล้ว