เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 คนเลวยิ่งกว่าสุกร

บทที่ 9 คนเลวยิ่งกว่าสุกร

บทที่ 9 คนเลวยิ่งกว่าสุกร


บทที่ 9 คนเลวยิ่งกว่าสุกร

เมื่อเกิดความวุ่นวายใหญ่โตเช่นนี้ ย่อมต้องมีผู้หวังดีรีบไปแจ้งฮานเฉียง ผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบเรื่องราว

หมู่บ้านผาพยัคฆ์แห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีครัวเรือนเพียงเจ็ดสิบถึงแปดสิบหลังคาเรือนเท่านั้น

ฮานเฉียงมาถึงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นแม่เฒ่าฮานนอนแผ่หราอยู่กับพื้น ก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจแล้วเอ่ยเสียงเย็นชา "คราวนี้มีเรื่องอะไรกันอีก?"

"โธ่... ท่านผู้ใหญ่บ้าน ท่านดูสิเจ้าคะ บ้านเจ้าสามมันอกตัญญู! พวกมันจับกระต่ายได้แล้วแอบกินกันเอง ไม่คิดจะเอามาเซ่นไหว้แม่บังเกิดเกล้าอย่างข้าบ้างเลย! ข้าเลี้ยงมันมาเสียข้าวสุกจริงๆ..."

แม่เฒ่าฮานพูดไปก็ปาดน้ำมูกน้ำตาไปอย่างน่าเวทนา

ฮานเฉียงได้ฟังความจากปากแม่เฒ่าฮานแล้วก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห "พวกท่านแยกบ้านกันแล้วไม่ใช่รึ? เขาออกจากบ้านตัวเปล่าเล่าเปลือย ท่านยังต้องการอะไรอีก? จะให้ฮานหมิงหยวนกับครอบครัวไปผูกคอตายกันให้หมดเลยหรือไง?"

"ข้า..."

แม้แม่เฒ่าฮานจะเป็นหญิงปากร้าย แต่นางก็เก่งแต่กับคนในครอบครัวเท่านั้น พอเจอผู้ใหญ่บ้านเข้าจริงๆ ก็อดเกรงกลัวไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้ใหญ่บ้านเพิ่งจะขู่ว่าจะไล่พวกนางออกจากหมู่บ้านเมื่อช่วงเช้านี้เอง

"แต่ลูกกตัญญูแม่ด้วยกระต่ายสักตัวมันก็เป็นเรื่องสมควรไม่ใช่หรือ? กว่าข้าจะเลี้ยงมันมาจนโตป่านนี้..."

ภายในห้อง ฮานหมิงหยวนมองแม่ตัวเองที่นอนครวญครางอยู่ด้านนอก แล้วหันกลับมามองลูกสาวสองคนที่อ่อนแอและถูกรังแก แววตาของเขาลุกโชนด้วยไฟโทสะ

"อวิ๋นเหนียง... พาข้าออกไปที"

"พี่หยวน?"

อวิ๋นเหนียงเองก็อยากออกไปช่วยลูก แต่สภาพของพี่หยวน... ขาของเขา...

"พาข้าออกไป ข้าเป็นพ่อคน ข้ายังไม่ตาย! จะให้ข้ามามุดหัวอยู่หลังลูกเมียเวลามีเรื่องได้ยังไง?!"

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่บังเกิดเกล้าจะไร้เหตุผลได้ถึงเพียงนี้

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ!"

ถ้าไม่ใช่เพราะฮานลั่วเสวี่ยคอยห้ามไว้ อวิ๋นเหนียงคงระเบิดอารมณ์ใส่นางไปนานแล้ว

นางวางลูกชายตัวน้อยลงอย่างระมัดระวัง แล้วก้มลงแบกฮานหมิงหยวนขึ้นหลัง

หากเป็นเมื่อก่อนตอนที่ฮานหมิงหยวนยังร่างกายแข็งแรง หญิงร่างเล็กบอบบางอย่างนางไม่มีทางแบกเขาไหวแน่ แต่ตอนนี้ ผ่านไปครึ่งปี เขาเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก การแบกเขาจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

เมื่อประตูเปิดออก ผู้คนที่กำลังมุงดูอยู่ด้านนอกยังไม่ทันสังเกตเห็น

"ท่านแม่ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะเรียกท่านว่าแม่"

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธแค้นหรืออะไร แต่ในวันนี้เขารู้สึกว่าตนเองมีเรี่ยวแรงและจิตใจเข้มแข็งเป็นพิเศษ

เสียงของเขาทำให้ทุกคนในลานบ้านชะงัก แล้วภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ...

อวิ๋นเหนียงร่างเล็กกำลังแบกฮานหมิงหยวนร่างสูงใหญ่ออกมา?

ใครจะไปคิดว่าอวิ๋นเหนียงจะมีแรงมากขนาดนี้?

ฮานเฉียงเองก็ตะลึงไปชั่วครู่ แต่ก็รีบได้สติวิ่งเข้าไปในบ้านยกเก้าอี้ออกมาให้ฮานหมิงหยวนนั่ง

"เจ้า... ไอ้ลูกอกตัญญู ยังมีหน้ามาเรียกข้าว่าแม่อีกรึ?"

ความโกรธของแม่เฒ่าฮานพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีที่เห็นหน้าลูกชาย นางพยายามจะลุกขึ้น แต่พอขยับตัวนิดเดียวก็ร้องโอดโอย เอวเคล็ดจนเจ็บร้าวไปหมด

ฮานหมิงหยวนมองแม่เฒ่าฮานด้วยแววตาผิดหวังอย่างถึงที่สุด เอ่ยเสียงเข้ม "โบราณว่าบุญคุณพ่อแม่ท่วมหัว การกตัญญูต่อท่านย่อมเป็นสิ่งที่ลูกพึงกระทำ แต่การกระทำของท่านทำให้ข้าผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

"ตอนข้าแต่งอวิ๋นเหนียงเข้าบ้าน ท่านก็รังเกียจเดียดฉันท์ สะใภ้ใหญ่ สะใภ้รอง สะใภ้สี่ ท่านมีสินสอดทองหมั้นให้พร้อมสรรพ แต่อวิ๋นเหนียงกลับไม่มีอะไรเลย เรื่องนั้นมันผ่านไปแล้ว ข้าไม่อยากจะรื้อฟื้น แต่ตอนอวิ๋นเหนียงตั้งท้อง ท่านเคยให้นางได้พักบ้างไหม? ข้าวปลาอาหารเคยให้กินอิ่มท้องบ้างหรือเปล่า? งานในไร่นาข้าทำน้อยหน้าคนอื่นรึก็ไม่? พอเสร็จงานนายังต้องเข้าป่าล่าสัตว์ ของที่ข้าหามาได้ ท่านก็เอาไปกินเอาไปขาย ข้าเคยได้ส่วนแบ่งสักแดงไหม?"

"ปีที่ข้าวยากหมากแพง ครอบครัวเรารอดตายมาได้เพราะอะไร? ก็เพราะเนื้อสัตว์ที่ข้าล่ามาได้ไม่ใช่หรือ? ช่างเถอะ คนในครอบครัวต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ข้าไม่อยากถือสาหาความ แต่ตอนต้นปี เจ้าสามคนนั้นรั้นจะตามข้าเข้าป่า ไม่เชื่อฟังจนไปยั่วโมโหฝูงหมาป่า แล้วพวกมันทำยังไง? ข้าแข็งแรงที่สุดเลยต้องรั้งท้ายคอยระวังหลังให้ แต่ฮานหมิงซินกลัวตายจนขาสั่นวิ่งไม่ไหว มันกลัวโดนหมาป่ากิน เลยผลักข้าล้มลงไปให้หมาป่ารุมทึ้งแทน! ถ้าข้าไม่ได้เจอกับฮานอวี้เฉิน ป่านนี้ข้าคงตายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว"

เฮือก... ชาวบ้านต่างสูดปากด้วยความตื่นตะลึง ฮานหมิงหยวนบาดเจ็บทุกคนรู้ว่าเป็นเพราะหมาป่า แต่ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางขนาดนี้มาก่อน?

"เจ้า... เจ้าพูดเพ้อเจ้อ! หมิงซินไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้นแน่!"

ฮานหมิงซินเป็นลูกคนเล็ก เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ นางยอมให้เจ้าสามมาทำลายชื่อเสียงลูกรักไม่ได้เด็ดขาด

"ฮานอวี้เฉินก็อยู่ในเหตุการณ์ ต้องให้ตามตัวเขามายืนยันไหม?"

ในเมื่อวันนี้ฮานหมิงหยวนตัดสินใจออกมาพูดแล้ว เขาก็ไม่คิดจะปกป้องคนบ้านฮานอีกต่อไป

ฮานหมิงซินไม่ใช่คนดี มันทำร้ายได้แม้กระทั่งพี่น้อง ให้ชาวบ้านระวังตัวไว้บ้างก็ดี

"ข้าอยู่นี่ ข้าเห็นเหตุการณ์กับตา อาลุงหมิงหยวนคอยระวังหลังให้พวกนั้น แต่อาลุงหมิงซินกับคนอื่นๆ กลัวจนขาสั่นวิ่งหนีไม่ทัน กลัวโดนหมาป่ากิน ก็เลยผลักอาลุงหมิงหยวนล้มลงไป"

ฮานอวี้เฉินก้าวออกมาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เมื่อทุกคนเห็นเขาเดินเข้ามา ต่างก็ถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ รักษาระยะห่าง

รอยแผลเป็นบนหน้าเขาน่ากลัวเกินไป คนผู้นี้ดวงแข็งนักที่รอดชีวิตมาได้พร้อมแผลฉกรรจ์ขนาดนั้น

เมื่อมีพยานมายืนยัน แม่เฒ่าฮานก็อึกอักเถียงไม่ออกไปชั่วขณะ

"ตอนที่ข้าเจ็บใหม่ๆ ขายังพอรักษาได้ หมอบอกว่ามีโอกาสหายถึงห้าส่วน"

ฮานหมิงหยวนสูดหายใจลึก ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นเขาเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด

"แต่หมอบอกว่าต้องใช้ยาสมุนไพรดีๆ หน่อย ตอนนั้นที่บ้านเลี้ยงหมูอยู่ตัวหนึ่ง เป็นหมูที่ซื้อมาด้วยเงินที่ข้าหาจากการล่าสัตว์ หมอบอกให้ขายหมูตัวนั้น อย่างมากแค่ครึ่งราคาหมูก็พอค่ายาแล้ว แต่ท่านพูดว่ายังไง?"

ฮานหมิงหยวนจ้องแม่เฒ่าฮานด้วยสายตาตัดพ้อรุนแรง แม่เฒ่าฮานสะดุ้งโหยง นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นลูกชายคนที่สามมองนางด้วยสายตาเช่นนี้

"ข้า... ตอนนั้นที่บ้านไม่มีข้าวกิน ถ้าขายหมูมารักษาขาเจ้า แล้วคนทั้งบ้านจะไม่อดตายกันหมดหรือ? อีกอย่างหมอก็บอกว่ามีโอกาสแค่ห้าส่วน เนื้อฝ่ามือกับเนื้อหลังมือก็เนื้อเหมือนกัน ข้าจะยอมให้คนทั้งบ้านอดตายเพื่อเจ้าคนเดียวได้ยังไง?"

"เหอะ ท่านย่า พูดมาได้น่าขันสิ้นดี ท่านพ่อข้าบอกแล้วว่าหมูตัวนั้นซื้อมาด้วยเงินที่ท่านพ่อหาได้ แล้วปกติท่านพ่อก็เป็นคนหาอาหารมาเลี้ยงมัน สมควรแล้วไม่ใช่หรือที่ท่านพ่อจะใช้มันรักษาขา?"

"อีกอย่าง ฝีมือล่าสัตว์ของท่านพ่อเป็นที่เลื่องลือ ขอแค่ขาหายดี ท่านพ่อก็กลับไปล่าสัตว์ได้ ท่านยังเป็นแม่แท้ๆ ของท่านพ่ออยู่หรือเปล่า? ไม่เคยคิดจะให้โอกาสท่านพ่อได้มีชีวิตรอดบ้างเลยหรือ?"

"ข้า... ก็หมอบอกว่ามีโอกาสแค่ห้าส่วน..."

แม่เฒ่าฮานอู้อี้เถียงข้างๆ คูๆ ฮานลั่วเสวี่ยทำท่าจะแย้งต่อ แต่ฮานหมิงหยวนยกมือห้ามไว้แล้วพูดต่อ "แล้วเมื่อกี้ท่านหมายความว่ายังไง? จะเอาฮานลั่วเสวี่ยไปแลกกับหลิวคนขายเนื้อ? นี่มันบีบให้ฮานลั่วเสวี่ยไปตายชัดๆ ไม่ใช่รึ?"

"ฮึ! หลิวคนขายเนื้อมันไม่ดีตรงไหน? บ้านเขามีอันจะกิน ฮานลั่วเสวี่ยไปอยู่ด้วยก็สุขสบายไม่ต้องอดอยากปากแห้ง นี่ข้าอุตส่าห์หาคู่ครองดีๆ ให้แทบตายเชียวนะ"

"เหอะๆ งั้นทำไมท่านไม่บอกด้วยล่ะว่าหลิวคนขายเนื้อมันซ้อมเมียตายไปหกคนแล้ว? มีผู้หญิงคนไหนแต่งกับมันแล้วอยู่รอดเกินสองปีบ้าง?"

"ก็ไม่แน่หรอก ฮานลั่วเสวี่ยหน้าตาสะสวยเหมือนข้า บางทีหลิวคนขายเนื้ออาจจะเอ็นดูนางเป็นพิเศษก็ได้?"

ฮานลั่วเสวี่ยหน้าตาเหมือนแม่เฒ่าฮาน?

ทุกคนมองสภาพมอมแมมดำคล้ำของแม่เฒ่าฮาน สลับกับฮานลั่วเสวี่ยที่ผิวพรรณผุดผ่องงดงามราวกับคุณหนูผู้ดี นี่มัน...

ไก่ป่ากับหงส์ฟ้าชัดๆ ยายแก่ฮานนี่ช่างไม่รู้จักเจียมกะลาหัว ไม่ส่องกระจกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเลย

ชาวบ้านต่างเบ้ปากด้วยความรังเกียจ แต่แม่เฒ่าฮานกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"ถ้ามันดีนัก ทำไมท่านไม่ส่งจูฮัวหลานรักของท่านไปล่ะ?"

"เมื่อครู่นี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้า ฮานหมิงหยวน จะเรียกท่านว่าแม่! นับจากนี้ไป ข้าฮานหมิงหยวนขอขาดจากความเป็นลูกกับแม่เฒ่าฮาน ตระกูลฮานของท่านกับข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ต่อให้ลูกเมียข้าต้องอดตาย ข้าก็จะไม่บากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากพวกท่านเด็ดขาด"

ฮานหมิงหยวนประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

จบบทที่ บทที่ 9 คนเลวยิ่งกว่าสุกร

คัดลอกลิงก์แล้ว