- หน้าแรก
- หนีตายเอเลี่ยนคลั่ง อย่าให้มันจับได้ เดี๋ยวกลายเป็นมื้อเย็น
- บทที่ 30 ได้โปรดอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ
บทที่ 30 ได้โปรดอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ
บทที่ 30 ได้โปรดอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ
บทที่ 30 ได้โปรดอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ
ก่อนที่หยาดน้ำตาของเสวี่ยหรูเยียนจะทันได้รินไหล
พวกวิหคเพลิงที่เพิ่งพ่นไฟโจมตีใส่เจียงเทียนก็ได้พุ่งดิ่งลงไปในป่าแล้ว เพื่อค้นหาศพของนักเรียนมนุษย์ผู้นั้น
ตามแผนความร่วมมือ ศพของมนุษย์ผู้นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต้องเก็บกู้มาให้ได้
สมาชิกเผ่าวิหคเพลิงตัวหนึ่งโชคดี พบตำแหน่งที่เจียงเทียนตกลงไปอย่างรวดเร็ว
มันส่งเสียงร้องจิ๊บๆ เรียกพวกพ้องให้เข้ามาใกล้
จากนั้นมันก็เตรียมจะก้าวเข้าไปดูว่าเจียงเทียนเป็นตายร้ายดีอย่างไร
แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ มันก็เห็นร่างที่ควรจะมีควันดำลอยกรุ่น กลับดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างคล่องแคล่วราวกับปลาดีดดิ้น
"เสวี่ยหรูเยียน เธอนี่จริงๆ เลย ตัดสินใจเองเออเองแบบนี้ ทำเอาฉันตกใจหมด" เจียงเทียนบิดคอไปมาจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ
ต้องยอมรับว่าอาชีพ 'ผู้บำเพ็ญปราณ' นั้นร้ายกาจจริงๆ พลังเลือดลมสามารถปรับสมดุลการใช้งานได้ทั้งสองรูปแบบพร้อมกัน
เจียงเทียนไม่รู้ว่าพฤติกรรมของเธอเมื่อครู่เป็นพรสวรรค์เฉพาะตัวหรือเคล็ดวิชาลับอะไรหรือเปล่า
"ดูเหมือนสมรรถภาพร่างกายของฉันจะพัฒนาขึ้นเยอะเลยแฮะ" เจียงเทียนก้มมองชุดคอมแบทที่ไม่เสียหายมากนัก แล้วสำรวจผิวหนังตัวเอง
เสาเพลิงชุดใหญ่ที่แผดเผาเมื่อครู่ และแรงระเบิดที่ตามมา ทำได้แค่ให้เขารู้สึกสั่นสะเทือนในร่างกายและผิวหนังร้อนวูบวาบเล็กน้อยเท่านั้น
นอกเหนือจากนั้น ก็ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ อีก
เท่ากับว่าไร้รอยขีดข่วน เห็นได้ชัดว่าหลังจากปลุกพลังและก้าวสู่ระดับ 1 ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
"หืม?" ทันใดนั้น เจียงเทียนก็หันขวับ สายตาประสานเข้ากับสมาชิกเผ่าวิหคเพลิงที่บินตามลงมา
เจียงเทียนแปลกใจเล็กน้อย อีกฝ่ายตามมาถึงนี่เชียวหรือ?
ถ้าเป้าหมายของพวกมันคือเสวี่ยหรูเยียน ก็ไม่น่าจะทุ่มเทกำลังมาสนใจเขาขนาดนี้นี่นา
"ดูเหมือนฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการด้วยสินะ?" เจียงเทียนครุ่นคิดในใจ
ในขณะเดียวกัน สมาชิกเผ่าวิหคเพลิงตัวนั้นเห็นเจียงเทียนลุกขึ้นยืน เอาหอกปักพื้น แล้วยืนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ความโกรธที่ไร้ที่มาปะทุขึ้นในใจมัน ไอ้เด็กมนุษย์นี่ไม่เห็นมันอยู่ในสายตาเลยสักนิด
รนหาที่ตาย!
คิดได้ดังนั้น เผ่าวิหคเพลิงตัวนั้นก็พุ่งเข้าใส่ทันที ปีกกระพือรัวเร็ว เร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
พอเข้าใกล้เจียงเทียน มันก็เปลี่ยนท่าเป็นร่อนถลา ยกกรงเล็บขึ้นหมายจะควักไส้เด็กหนุ่มมนุษย์ตรงหน้า
ยังไงซะอีกฝ่ายก็บอกแค่ว่าต้องการศพ งั้นกินแค่หัวใจกับตับคงไม่เป็นไรมั้ง?
เพราะหัวใจและตับของมนุษย์คือโอชาเลิศรสสำหรับเผ่าพันธุ์ของพวกมัน
ยิ่งรสชาติของมนุษย์วัยนี้ ยิ่งชวนให้หลงใหล
วูบ!
ประกายมีดวูบผ่าน เผ่าวิหคเพลิงตัวนั้นยังไม่ทันสัมผัสถึงความรู้สึกที่กรงเล็บจิกเนื้อ กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไป
จนกระทั่งเห็นกรงเล็บนกสองข้างลอยกระเด็นผ่านหน้าไป มันถึงได้ตระหนักว่าอะไรที่หายไป
ยังไม่ทันได้ตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น นักเรียนตรงหน้าก็คว้าหมับเข้าที่ลำคอของมันแล้ว
ถ้อยคำที่หลุดจากปากอีกฝ่าย ฟังดูราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ "ก็ดี กรงเล็บมันกินไม่ได้อยู่แล้ว ตัดทิ้งไปซะ... เป็นแค่วัตถุดิบแท้ๆ กล้าดียังไงจะมาจับคนกิน?"
"ต่อไปเกรงว่าจะต้องสู้กันอีก งั้นกินแกตุนพลังเลือดลมไว้ก่อนละกัน"
พรึ่บ!
พลังเลือดลมทะลักออกจากฝ่ามือเจียงเทียนในพริบตา เปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีชาดห่อหุ้มร่างของเผ่าวิหคเพลิงตัวนั้นไว้
ความร้อนระอุระดับน่าสะพรึงกลัวแผดเผาเผ่าวิหคเพลิงทั้งตัวทันที
เจียงเทียนใช้มือข้างหนึ่งจับวิหคเพลิงไว้ ส่วนอีกมือควงมีดมังกรทมิฬอย่างรวดเร็ว ผ่าท้องควักเครื่องในออกอย่างชำนาญ
ขนสีแดงร่วงหล่นลงมา เจียงเทียนเก็บรวบรวมไว้ ส่วนขนอื่นๆ ถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
ไม่นาน กลิ่นไก่ย่างหอมฉุยก็ค่อยๆ ลอยฟุ้งกระจาย
ภายในป่าไม้แดง สมาชิกเผ่าวิหคเพลิงตัวอื่นๆ กำลังทยอยมาสมทบ
พวกมันได้ยินเสียงเรียกของพวกพ้อง และเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มตามแผนที่วางไว้
อันที่จริง ก่อนจะวางแผน จากข้อมูลของฝั่งมนุษย์ เหยื่อที่เป็นนักเรียนชายนั้นอ่อนแอมาก
พวกมันตัวใดตัวหนึ่งก็สามารถจัดการได้สบายๆ
แต่ยิ่งเข้าใกล้จุดเป้าหมาย ทำไมถึงได้กลิ่นเนื้อย่างลอยมา?
"แย่แล้ว เจ้าโง่นั่นคงไม่ได้ย่างมนุษย์กินไปแล้วใช่ไหม?!"
"ก็เป็นไปได้ เจ้านั่นตะกละที่สุดในกลุ่มอยู่แล้ว"
"ขอให้มันกินแค่หัวใจกับตับเถอะ อย่ากินไปทั้งตัวเลย ไม่งั้นงานเข้าแน่"
เผ่าวิหคเพลิงเหล่านี้สื่อสารกันด้วยภาษานกเฉพาะเผ่า กระพือปีกเร่งความเร็วพุ่งไปข้างหน้า
เมื่อมาถึงจุดหมาย ร่างของพวกมันก็ชะงักกึก ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
เสียงเคี้ยวกร้วมๆ ดังกรอบแกรบแว่วมาจากด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายของพวกมัน นักเรียนชายชั้นมัธยมปลาย อยู่ตรงหน้านี้เอง
ตามข้อมูลระบุว่าเป็นเพศชายที่อ่อนแอและจัดการง่าย
เขากำลังถือร่างของพวกพ้องพวกมันที่น้ำมันกำลังหยดติ๋งๆ กลิ่นเนื้อหอมฉุยโชยออกมาจากร่างนั้น
เมื่อเพ่งมองให้ชัด เจนเห็นได้เลยว่าพวกพ้องที่ส่งสัญญาณเรียกพวกมันมา และมักจะตะกละผิดปกติ บัดนี้สุกทั่วถึงทั้งตัวแล้ว!
ส่วนเสียงเคี้ยวกรอบแกรบนั่น ดังมาจากปากของผู้ชายตรงหน้า
อีกฝ่ายกำลังกัดกินพวกพ้องของพวกมันคำแล้วคำเล่า แม้แต่กระดูกก็ยังถูกเคี้ยวจนละเอียด
ชายตรงหน้าเปรียบเสมือนปีศาจตะกละในร่างมนุษย์ และร่างของพวกพ้องพวกมันก็ค่อยๆ หายเข้าไปในปากเขา
และในขณะที่อีกฝ่ายกำลังสวาปาม ผิวหนังของเขาก็เริ่มแดงก่ำ ไอร้อนพวยพุ่งออกจากร่างไม่ขาดสาย
ไอน้ำและหมอกขาวที่ลอยขึ้นมาค่อยๆ บดบังร่างของเขา ดวงตาที่เปี่ยมด้วยพลังเลือดลมส่องประกายสีแดงฉานท่ามกลางหมอกขาว
เขาเหมือนสัตว์ร้ายบรรพกาลที่ซ่อนตัวอยู่ในสายหมอก จ้องมองพวกมันที่เป็นเหยื่อ
โดยเฉพาะเมื่อเสียงของเขาดังขึ้นในจังหวะนี้ ราวกับมากระซิบอยู่ข้างหู
"ยังไม่อิ่มเท่าไหร่แฮะ..."
สิ้นเสียงนั้น สมาชิกเผ่าวิหคเพลิงตัวหนึ่งไม่คิดชีวิต กระพือปีกอย่างบ้าคลั่งเตรียมจะหนี
แต่ทันทีที่หันหน้ากลับไป มันก็เห็นนักเรียนชายที่ปากมันแผล็บไปด้วยคราบน้ำมัน มายืนขวางทางมันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แถมอีกฝ่ายยังยิ้มให้อีกต่างหาก!
ฉึก!
เผ่าวิหคเพลิงตัวนั้นรู้สึกเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายถือมีดปังตอ แทงสวนเข้าที่ใต้ลำคอของมัน
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
หากมีมนุษย์คนอื่นอยู่แถวนี้ คงดูออกว่าเจียงเทียนกำลังใช้วิธีเชือดไก่ถ่ายเลือดชัดๆ
เผ่าวิหคเพลิงผู้สง่างาม ในเวลานี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเจียงเทียน กลับกลายเป็นเหมือนลูกเจี๊ยบ
เสียงนกร้องโหยหวนดังระงมออกมาจากป่าไม้แดงอย่างต่อเนื่อง
เผ่าวิหคเพลิงเหล่านี้สิ้นหวัง พยายามหนีตายสุดชีวิตมุ่งหน้าไปหากลุ่มหลัก
เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงความวุ่นวายก็ลอยไปเข้าหูอู๋เซียนชิงและพรรคพวก
"เสียงอะไรน่ะ?" ตอนแรกอู๋เซียนชิงได้ยินไม่ชัด รู้แค่ว่าเสียงความวุ่นวายจากป่าไม้แดงด้านหน้านั้นดังมาก
ควันหนาทึบลอยโขมงขึ้นมาไม่ขาดสาย ราวกับพวกวิหคเพลิงกำลังพ่นไฟเผาป่าไม้อย่างบ้าคลั่ง
ไม่นาน ป่าไม้แดงจุดที่เจียงเทียนตกลงไปก็ถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงโชติช่วงและควันดำทมึน
และเป็นเวลาเดียวกับที่กลุ่มของอู๋เซียนชิงและพวกวิหคเพลิงตัวอื่นๆ ได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน
เสียงกรีดร้อง... มันคือเสียงร้องอันน่าเวทนาของเผ่าวิหคเพลิง ที่ดังออกมาจากป่าอย่างต่อเนื่อง
เสวี่ยหรูเยียนที่ทรุดฮวบอยู่กับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ค่อยๆ ยืดตัวตรงขึ้นในเวลานี้ แววตาฉายประกายแห่งความหวัง
เธอหันขวับไปมอง สวดอ้อนวอนในใจอย่างบ้าคลั่ง
"คนมาช่วยเหรอ? นักเรียนเจียง นายถูกช่วยไว้แล้วใช่ไหม? ได้โปรดอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ"