- หน้าแรก
- หนีตายเอเลี่ยนคลั่ง อย่าให้มันจับได้ เดี๋ยวกลายเป็นมื้อเย็น
- บทที่ 20 นายนึกว่าเขียนนิยายอยู่เรอะ?
บทที่ 20 นายนึกว่าเขียนนิยายอยู่เรอะ?
บทที่ 20 นายนึกว่าเขียนนิยายอยู่เรอะ?
บทที่ 20 นายนึกว่าเขียนนิยายอยู่เรอะ?
เมื่อการสอบวัดระดับการปลุกพลังของเมืองใกล้เข้ามา นักเรียนชั้นมัธยมปลายปี 3 ทุกคนต่างตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา เพราะผลการสอบครั้งนี้จะกำหนดอนาคตของพวกเขาไม่มากก็น้อย
ทว่า คนที่มีค่าปราณเลือดสูงกลับไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่นัก
จากสถิติที่ผ่านมา ยิ่งค่าปราณเลือดสูงเท่าไหร่ พลังที่ปลุกขึ้นมาได้ก็จะยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น
เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก็จะถึงวันสอบ เจียงเทียนทำความสะอาดวิลล่าของเสวี่ยหรูเยียนจนสะอาดเอี่ยมอ่อง แล้วจึงออกไปพร้อมกับหวงซิง
หลังจากลงจากเขาวิหคทองคำ เจียงเทียนก็ตามหวงซิงไปที่บ้านเพื่อรับอุปกรณ์ครัวที่สั่งทำพิเศษ
"ชุดนี้ราคาเต็มหนึ่งล้านถ้วน แต่ใช้ส่วนลดเพื่อนฝูง เหลือแค่แปดแสน"
"รับประกันคุณภาพ แถมฉันยังขอของแถมจากเศษวัสดุที่เหลือมาให้นายด้วย"
หวงซิงพูดพลางเปิดกล่องบรรจุภัณฑ์
หม้อสีดำขลับมันวาวปรากฏแก่สายตาชาวโลก
หม้อดำใบนี้ก้นแบนเล็กน้อย กว้างและลึก ด้ามจับยาวเป็นพิเศษ มีลวดลายมังกรดำพันเกลียวรอบด้าม หันหัวมังกรเข้าหาตัวหม้อ
ลวดลายมังกรดำแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงราวกับมีชีวิต
หัวใจของหวงซิงเต้นผิดจังหวะเมื่อมองต่ำลงมาที่มีดทำครัว
ให้ตายเถอะ ใบมีดกว้างและหนา ใหญ่กว่ามีดทำครัวทั่วไปมาก ด้ามจับก็มีมังกรดำพันเกลียวเช่นกัน
เขาอยากจะถามจริงๆ ว่านี่มันมีดทำครัวหรือดาบมังกรดำกันแน่?
ทำไมมีดทำครัวกับหม้อถึงได้ดูเท่ระเบิดเถิดเทิงเหมือนอุปกรณ์ครัวสายดาร์กขนาดนี้?
บ่นพึมพำกับตัวเอง หวงซิงเอื้อมมือไปหยิบมีดทำครัว แต่พอออกแรงยก เขาก็เกือบจะหน้าทิ่มหัวทิ่มลงไปในหม้อ
"ยกไม่ขึ้น?" หวงซิงอึ้งไปชั่วขณะ รีบโคจรปราณเลือดในร่าง กัดฟันแน่นแล้วระเบิดพลังออกมา
เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน มือสั่นระริกขณะค่อยๆ ยก 'มีดทำครัวมังกรดำ' ขึ้นมา
แค่ยกขึ้นมา หวงซิงยังพอทนไหว แต่จะให้กวัดแกว่งของหนักขนาดนี้คงเป็นไปไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงหม้อดำใบนั้นเลย ถ้าให้แบกขึ้นหลัง เขาจะลุกขึ้นยืนไหวหรือเปล่าก็ไม่รู้
"พรุ่งนี้ต้องสอบแล้ว พักผ่อนเยอะๆ อย่าหักโหมจนบาดเจ็บล่ะ" ทันใดนั้นเสียงของเจียงเทียนก็ดังขึ้น เขาเอื้อมมือมาคว้ามีดทำครัวมังกรดำไปจากมือหวงซิง
หวงซิงมองดูเจียงเทียนถือมีดทำครัวมังกรดำราวกับไร้น้ำหนัก แถมยังควงเล่นโชว์อีกต่างหาก ตาแทบถลนออกจากเบ้า
ดูเหมือนเพื่อนซี้ของเขาจะผิดปกติยิ่งกว่าที่คิดไว้ซะอีก
ไม่สนใจความคิดของหวงซิง เจียงเทียนพุ่งความสนใจไปที่ของสั่งทำตรงหน้า
นอกจากมีดกับหม้อดำแล้ว ของแถมอื่นๆ ก็ดูดีทีเดียว
ในนั้นมีสายสะพายพร้อมตัวล็อกที่สามารถเกี่ยวกับเขาของมังกรดำที่ด้ามหม้อได้
ช่วยให้เจียงเทียนแบกหม้อดำขึ้นหลังได้อย่างสะดวก แถมยังมีกระเป๋าสะพายข้างที่ทำจากวัสดุเดียวกัน ไว้สำหรับใส่มีดได้อย่างพอเหมาะ
นอกจากนี้ ตะหลิวและขวดเครื่องปรุงขนาดเล็กที่แถมมาก็สามารถเก็บใส่ในกระเป๋าได้หมด
ทั้งหมดทำมาจากเศษวัสดุที่เหลือจากการตีมีดและหม้อ คุณภาพจึงหายห่วง
แค่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็ทำให้เจียงเทียนรู้สึกประทับใจช่างตีอาวุธที่หวงซิงหามาให้เป็นอย่างมาก
อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ แต่ก็ยังอุตส่าห์ทำให้
ในอนาคตถ้ามีเงินมากขึ้นและอยากอัปเกรดอุปกรณ์ เขาต้องกลับมาใช้บริการร้านนี้อีกแน่นอน
หลังจากเก็บข้าวของและร่ำลาหวงซิง เจียงเทียนก็กลับบ้าน
พ่อแม่ยังไม่กลับ คงออกไปทำงานแล้ว
แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่ตอนนี้ลูกชายมีอนาคตไกลและหาเงินก้อนโตได้ พวกเขาจึงไม่ต้องทำงานหนักสายตัวแทบขาดอีกต่อไป
ที่ยังไปทำงานอยู่ก็เพราะความเคยชิน ไม่อยากอยู่ว่างๆ เท่านั้นเอง
เมื่อกลับถึงบ้าน เจียงเทียนก็เข้าสู่สภาวะการฝึกตนอีกครั้ง
ในช่วงนี้ ด้วยความช่วยเหลือจากเสวี่ยหรูเยียนคู่หูของเขา เขาได้จัดการกินวัตถุดิบทั้งหมดในบ้านเธอจนเกลี้ยง
ปริมาณปราณเลือดสะสมในร่างกายของเขาพุ่งถึงขีดสุดแล้ว
จากการยืนยันของหวงซิง วัตถุดิบของเสวี่ยหรูเยียนล้วนเป็นของราคาแพงระยับ บางอย่างมีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องใช้เส้นสายเท่านั้น
คำนวณคร่าวๆ ภายในเวลาแค่หกวัน เจียงเทียนฟาดวัตถุดิบมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านหยวนเข้าไปแล้ว
จากการค้นหาข้อมูล เจียงเทียนรู้ว่าของพวกนี้ถ้าไม่กินก็จะเน่าเสียอย่างที่เสวี่ยหรูเยียนบอกจริงๆ แม้แต่ตู้เย็นก็ช่วยอะไรไม่ได้
แต่จะให้เขาสบายใจก็คงไม่ใช่ เพราะถ้านำไปขายต่อ ของพวกนี้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก
แต่เสวี่ยหรูเยียนเลือกที่จะให้เขา นี่คือบุญคุณ
เพื่อตอบแทนบุญคุณ นอกจากจะทำอาหารให้กินระหว่างการสอบแล้ว เขาจะช่วยให้เธอทำคะแนนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
เพราะถ้าคะแนนเธอดี เขาก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย
หลังเสร็จสิ้นการฝึกตน เจียงเทียนลืมตาขึ้นท่ามกลางความเจ็บปวดที่แฝงความสะใจแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ถ้าประเมินตัวเองไม่ผิด ค่าปราณเลือดบริสุทธิ์มาตรฐานของเขาน่าจะยังคงอยู่ที่ 999 แต้ม ไม่เปลี่ยนแปลง
ดูเหมือนว่าในสภาวะที่ยังไม่ได้ปลุกพลัง นี่คือขีดจำกัดสูงสุดที่เขาทำได้
อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาพัฒนาขึ้นอย่างมาก
บวกกับความพิเศษของเคล็ดวิชาที่เขาฝึกฝน ขีดความสามารถในการกักเก็บปราณเลือดภายในร่างกายจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
สำหรับคนอื่น เจียงเทียนคือสัตว์ประหลาดชัดๆ
ถ้าเปรียบปราณเลือดเป็นกระแสไฟฟ้า เจียงเทียนก็เหมือนพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวตลอดเวลา แถมตัวเขาเองยังเป็นเครื่องชาร์จเร็วระดับซูเปอร์ชาร์จอีกต่างหาก
ที่น่ากลัวที่สุดคือ ทั้งแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงค์ของเจียงเทียนต่างชาร์จจนเต็มปรี่ และยังเพิ่มความจุขึ้นเรื่อยๆ
"ถ้าเดาไม่ผิด หากเปิดใช้งานเตาหลอม ค่าปราณเลือดของผมน่าจะพุ่งทะลุ 2,000 ได้"
"แต่การฝึกของผมยังมีปัญหาบางอย่างที่รู้สึกทะแม่งๆ ถามอาจารย์โจวดีกว่า"
คิดได้ดังนั้น เจียงเทียนก็หยิบโทรศัพท์ เปิดแอปแชท แล้วส่งข้อความถามไป
"ค่าปราณเลือดของผมดูเหมือนจะถึงขีดจำกัดแล้วครับ แต่ปริมาณปราณเลือดที่เก็บสะสมในร่างกายกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมลองปรับแก้เคล็ดวิชาบางจุดให้เข้ากับร่างกายตัวเองด้วย"
"ผมไม่แน่ใจว่าขีดจำกัดนี้เป็นเพราะยังไม่ได้ปลุกพลัง หรือเป็นเพราะการดัดแปลงเคล็ดวิชาครับ"
"ข้างล่างนี้เป็นรายละเอียดการดัดแปลงเคล็ดวิชาของผม รบกวนอาจารย์โจวช่วยชี้แนะด้วยครับ..."
นอกจากรายละเอียดการดัดแปลงเคล็ดวิชา เจียงเทียนยังบรรยายความรู้สึกและความก้าวหน้าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มฝึก รวมถึงสถานการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอย่างละเอียด
หลังจากส่งข้อความทั้งหมดไป เจียงเทียนก็เตรียมเก็บโทรศัพท์และรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น
อาจารย์โจวเป็นคนสำคัญ งานยุ่งรัดตัว คงไม่ว่างมาตอบทันทีหรอก
ขณะที่คิดอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็นคำว่า "กำลังพิมพ์..." ปรากฏขึ้นบนหน้าแชทของอาจารย์โจวซาง
แต่สักพักมันก็หายไป กลับมาเป็นปกติ ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็ขึ้น "กำลังพิมพ์..." อีก แล้วก็กลับมาเป็นชื่ออาจารย์โจวเหมือนเดิม
เป็นแบบนี้สลับไปมาอยู่กว่าสิบนาที จนกระทั่งมีสายวิดีโอคอลเด้งขึ้นมา
เมื่อกดรับ ใบหน้าของโจวซางก็ปรากฏบนหน้าจอ
เขาจ้องมองสำรวจเจียงเทียนอย่างละเอียด พยักหน้าขึ้นลงอยู่นานสองนาน ก่อนจะเอ่ยปาก "ไอ้หนู ร่างกายเธอมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? อย่าใจร้อนอยากเห็นผลเร็วนัก มันไม่ดีต่อร่างกายนะ"
"อาจารย์โจวไม่ต้องห่วงครับ ร่างกายผมปกติดี" เจียงเทียนตั้งโทรศัพท์ไว้ แล้วถอยออกมาโพสท่าให้ดู
ในวิดีโอ โจวซางพยักหน้าเบาๆ "เอาล่ะ การดัดแปลงเคล็ดวิชาของเธอไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ถ้ามันเข้ากับเธอได้ดีก็เยี่ยมแล้ว"
"แต่จำไว้เสมอว่าการฝึกตนต้องค่อยเป็นค่อยไป ทีละก้าว ส่วนแนวทางของเคล็ดวิชา เดี๋ยวฉันจะช่วยดูให้อีกทีว่ามีตรงไหนต้องปรับปรุงไหม"
"ทำตัวให้มันเงียบๆ หน่อย หนทางของเธอยังอีกยาวไกล"
เจียงเทียนน้อมรับคำแนะนำอย่างถ่อมตน พยักหน้ารับทราบ
หลังจากวางสาย
หน้าจอโทรศัพท์ตรงหน้าโจวซางสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวของเขา เขากระเด้งตัวลุกขึ้นแล้วรัวหมัดใส่โต๊ะทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"ฉันรับศิษย์ประหลาดแบบไหนมาวะเนี่ย? มันเป็นสัตว์ประหลาดหรือไง?"
"ฝึกสำเร็จภายในคืนเดียว คนอื่นเขาต้องพักฟื้นสามสี่วันหลังฝึกครั้งหนึ่ง"
"แต่ไอ้เด็กบ้านี่เล่นเดินลมปราณรอบใหญ่เช้า กลางวัน เย็น? นึกว่ากินข้าวสามมื้อหรือไงวะ?"
"ใจเย็นๆ ใจเย็นไว้ อย่าตื่นเต้นเกินไป"
โจวซางสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจจากเจียงเทียนอย่างรุนแรงจริงๆ
ให้ตายสิ หลังจากได้รับข้อความและอ่านสิ่งที่เจียงเทียนส่งมา โจวซางเกือบจะพิมพ์ถามกลับไปแล้วว่า...
"นี่เอ็งกำลังแต่งนิยายอยู่หรือไง?"