เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 แอบซุ่มเงียบสินะ?

บทที่ 18 แอบซุ่มเงียบสินะ?

บทที่ 18 แอบซุ่มเงียบสินะ?


บทที่ 18 แอบซุ่มเงียบสินะ?

ฮัวหลินวอเตอร์ฟรอนท์ ย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ของเมืองเยว่

ภายในเขตบ้านเดี่ยว เมื่ออู๋เซียนชิงกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นพ่อนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น

ตรงหน้าของเขามีจอโฮโลแกรมกำลังฉายข่าวภาคค่ำ

เมื่อเห็นลูกชายกลับมา อู๋ยงเร่งเสียงโทรทัศน์ขึ้นก่อนจะเอ่ยถาม "เป็นไงบ้าง?"

"ทุกอย่างเป็นไปตามแผนครับ ไม่มีปัญหา" อู๋เซียนชิงยืนตัวตรงต่อหน้าผู้เป็นพ่อ "แต่ทำไมต้องเลือกเจียงเทียนด้วยครับ? ถ้าอยากให้แผนรัดกุม เลือกคนที่สอบได้ที่โหล่สุดไม่ดีกว่าเหรอ?"

อู๋ยงส่ายหน้า "จากข้อมูลที่สายสืบไปตรวจสอบมา ในบรรดา 'สี่จตุรเทพ' หรือพวกบ๊วยสี่อันดับแรกของโรงเรียนลูก อีกสามคนนั้นไม่ธรรมดาเลย"

"ค่าพลังเลือดลมของพวกนั้นอย่างต่ำก็ 70 แต้ม ซึ่งมากพอที่จะเข้าห้องคิงได้สบายๆ"

"แถมคนหนึ่งเป็นลูกชายรองประธานหอการค้าเมืองเยว่ อีกคนเป็นลูกชายคนรองของราชาบะหมี่เมืองข้างๆ ส่วนอีกคนพ่อเป็นนักปรุงยา!"

ได้ยินคำพูดของพ่อ อู๋เซียนชิงถึงกับเบิกตากว้าง

"แต่... แต่ผลการเรียนพวกมันห่วยแตก ไม่ขยัน แถมวันๆ ก็เอาแต่โดดเรียน..." คำพูดของอู๋เซียนชิงถูกขัดจังหวะด้วยการโบกมือของผู้เป็นพ่อ

อู๋ยงกล่าวต่อ "พวกมันแอบสมัครคอร์สฝึกพิเศษ ฝึกหนักช่วงสุดสัปดาห์ และที่บ้านของทุกคนล้วนมีห้องฝึกส่วนตัว ไฟเปิดตั้งแต่ตีสี่ ตื่นมาฝึกพิเศษก่อนไปโรงเรียนทุกวัน"

อู๋เซียนชิงกุมขมับ ถ้าจำไม่ผิด เจ้าพวกสี่จตุรเทพนี่ดังในโรงเรียนมาก

วันๆ เอาแต่เกเร ไม่ซ้อมยุทธ์ หาวหวอดๆ ตลอดเวลา แล้วก็ชอบโม้เรื่องเล่นเกมโต้รุ่ง

เออ ดี... ดีจริงๆ

สรุปไอ้ที่บอกว่า 'เล่นเกม' คือตื่นมาซุ่มฝึกหนักตั้งแต่ไก่โห่สินะ?

แอบแข่งขันกันลับหลังงั้นสิ?

"กว่าจะปรับแก้กฎการจับคู่ทีมประเมินให้เหลือสองคน และยัดเยียดเพื่อนร่วมทีมที่อ่อนแอที่สุดให้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว"

"โดยเฉพาะเจียงเทียนคนนี้ พื้นเพครอบครัวธรรมดามาก แถมช่วงนี้ยังหมกมุ่นอยู่แต่กับการอยากเป็นเชฟ เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านทุกวัน"

"ทันทีที่แผนเริ่ม เสวี่ยหรูเยียนจะไม่มีกำลังรบใดๆ คอยสนับสนุนอยู่ข้างกาย"

"ปฏิบัติการครั้งนี้มีแต่ต้องสำเร็จ ห้ามล้มเหลวเด็ดขาด นี่เป็นโอกาสเดียวเท่านั้น"

"พวกเราคำนวณทุกรายละเอียดไว้หมดแล้ว อัตราความสำเร็จสูงถึง 99.99%"

ขณะพูด อารมณ์ของอู๋ยงก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

ข้างกายเขา มือของอู๋เซียนชิงกำแน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับและอนาคตอันสดใสหลังแผนการสำเร็จ เขาก็อดตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นไม่ได้

ในขณะที่สองพ่อลูกตระกูลอู๋กำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุข

ณ วิลล่าของเสวี่ยหรูเยียน ภายในห้องฝึกซ้อม

เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังก้อง

โชคดีที่ที่นี่เป็นวิลล่าเดี่ยวบนภูเขาที่เงียบสงบ ไม่อย่างนั้นเพื่อนบ้านคงแจ้งข้อหารบกวนความสงบไปแล้ว

และเจ้าของเสียงร้องอันน่าสยดสยองนี้ก็คือหวงซิง ที่กำลังถูกเจียงเทียนกดร่างจนจมดิน

ปึก ปึก!

หวงซิงทุบพื้นรัวๆ เพื่อขอความเมตตา เจียงเทียนถึงได้ยอมปล่อยมือ

"เหล่าเจียง นายกะจะฆ่าฉันให้ตายเลยรึไง?" หวงซิงนอนแผ่หราอยู่บนพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลพราก

ตอนเริ่มสู้กัน จิตสังหารของเจียงเทียนทะลักออกมาจนขนหัวเขาลุกชัน เหมือนถูกปีศาจร้ายจ้องมอง

กว่าจะชินกับความรู้สึกถูกจิตสังหารปกคลุมจนกล้าเผชิญหน้าเจียงเทียนได้ เขาก็ถูกจัดการร่วงในท่าเดียว

เขาไม่สงสัยเลยว่าถ้าเป็นการต่อสู้จริง ป่านนี้เขาคงตายไปเป็นหมื่นรอบแล้ว

"ฉันสอบได้ที่สิบของห้องคิงนะเว้ย ค่าพลังเลือดลมตั้ง 89 แต้ม จะมาแพ้ง่ายๆ แบบนี้..." หวงซิงนั่งแปะอยู่กับพื้น สีหน้าห่อเหี่ยว

เจียงเทียนยืนกอดอก มองหวงซิงตรงหน้าเงียบๆ

ชาติก่อนเขาเป็นทหารรับจ้าง ภารกิจบางอย่างเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องสู้ระยะประชิด รูปแบบการต่อสู้ของเขาถูกขัดเกลามาจากความเป็นความตาย

ยิ่งไปกว่านั้น หลังผ่านเหตุการณ์สำนักดารา เขาเพิ่งจะสู้แลกชีวิตกับพวกเดรัจฉานนั่นมาหมาดๆ จิตสังหารยิ่งแหลมคมขึ้น จึงไม่แปลกที่หวงซิงจะรับมือไม่ไหว

"ดูเหมือนการประเมินการปลุกพลังจะไม่ใช่แค่ทดสอบการตื่นรู้ แต่เป็นการซ้อมรบให้นักเรียนได้สัมผัสสนามรบต่างมิติด้วยตัวเอง"

"ไม่ได้วัดแค่พรสวรรค์หรือผลการเรียน แต่วัดว่าเมื่ออยู่ในสนามรบจริงๆ จะทำผลงานได้แค่ไหน"

เจียงเทียนมองหวงซิงที่พื้นแล้วเอ่ยช้าๆ "ลืมเกรดที่โรงเรียนไปก่อน สองสามวันนี้ฉันจะติวเข้มให้นายเอง"

"ว่าแต่ เพื่อนร่วมทีมของนายล่ะ?"

หวงซิงถอนหายใจ "คู่หูฉันคือกัวฉี่หาง หัวหน้าแก๊งสี่จตุรเทพ สอบได้ที่โหล่ตลอดกาล เมื่อกี้ทักไปหามัน มันยังเล่นเกมอยู่เลย"

"แถมยังมาเยาะเย้ยฉันอีกว่าเพิ่งสุ่มได้สัตว์ขี่ระดับตำนานทองคำ 'ฟีนิกซ์' มา ฉันล่ะ..."

พูดยังไม่ทันจบ หวงซิงก็ฉวยโอกาสลอบโจมตี พุ่งเข้าใส่เจียงเทียนทันที

วิธีการฝึกของหมอนี่คือกินแหลกโดยน้ำหนักไม่ลด กล้ามเนื้อและไขมันสะสมรวมกัน ทำให้เขาเปรียบเสมือนลูกกระสุนปืนใหญ่มนุษย์ พุ่งชนเจียงเทียนด้วยแรงปะทะมหาศาล

ทว่า ทันทีที่เข้าประชิดตัว เจียงเทียนเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แล้วเสยหมัดเข้าที่หน้าท้องจากด้านล่าง

ปึก...

หมัดนั้นเหมือนชกเข้าใส่ก้อนวุ้นยักษ์ แรงสั่นสะเทือนกระจายเป็นวงกว้าง

และหวงซิงก็ถูกหมัดนี้ส่งลอยกระเด็น ไถลไปกับพื้นจนหน้าไถไปกับพื้นห้องถึงจะหยุดลง

"ลอบกัดก็ส่วนลอบกัด แต่ไม่ใช่พุ่งพรวดพราดเข้ามาแบบนี้" เจียงเทียนยืนนิ่ง ส่ายหน้าอย่างระอา

หวงซิงหอบหายใจหนัก ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ตามตัวมีรอยจ้ำแดงบวมช้ำหลายแห่ง

พละกำลังของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว พลังเลือดลมก็แทบเหือดแห้ง

"เหล่าเจียง จริงๆ แล้วนายเก่งขนาดไหนกันแน่เนี่ย?" หวงซิงถามพลางหอบ มองไปที่เจียงเทียน

ตอนนี้เขารู้สึกว่าเพื่อนซี้คนนี้ช่างลึกลับซับซ้อนคาดเดาไม่ได้

ซ้อมกับเขามาตั้งนาน เพื่อนเขายังไม่มีเหงื่อสักหยด อย่าว่าแต่หอบเลย

"ก็พอตัวน่ะ ฉันจะไปทำกับข้าว นายเก็บกวาดที่นี่ด้วย" เจียงเทียนชี้ไปที่อุปกรณ์ฝึกซ้อมที่กระจัดกระจาย แล้วหันหลังเดินออกไป

หวงซิงยันกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่า ระบายลมหายใจยาว

การฝึกซ้อมนี้ช่างทรมาน แต่ผลลัพธ์ก็ชัดเจน

แม้จะโดนอัดน่วมตลอด แต่เจียงเทียนก็คอยชี้จุดบกพร่องและช่วยเขาแก้ไขเสมอ

หวงซิงมั่นใจว่าถ้าโรงเรียนจัดประลองยุทธ์อีกรอบ เขากับอู๋เซียนชิงที่อยู่อันดับสองคงสู้กันได้สูสี

เมื่อเขาเก็บกวาดเสร็จและเดินมาถึงห้องอาหาร ก็ต้องกลืนน้ำลายเอือกใหญ่

หอมชะมัด!

เขาพุ่งไปที่โต๊ะอย่างอดใจไม่ไหว เห็นข้าวหน้าเนื้อสองที่วางอยู่ตรงหน้า

"ลองชิมดูสิว่าต่างกันตรงไหน" เจียงเทียนถือหม้อใบใหญ่มาวางตรงหน้าตัวเอง แล้วพยักพเยิดให้หวงซิงกิน

หวงซิงเงยหน้ามองหม้อใบเบ้อเริ่มเทิ่มที่เต็มไปด้วยอาหารตรงหน้าเจียงเทียน สมองถึงกับรวนไปชั่วขณะ

เจียงเทียนกินหมดนั่นจริงๆ เหรอวะ?

จบบทที่ บทที่ 18 แอบซุ่มเงียบสินะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว