เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ผมอยากเป็นเชฟ

บทที่ 10 ผมอยากเป็นเชฟ

บทที่ 10 ผมอยากเป็นเชฟ


บทที่ 10 ผมอยากเป็นเชฟ

หลังจากเปิดอกคุยกับพ่อแม่จนเข้าใจกันดีแล้ว เจียงเทียนก็กลับเข้ามาในห้อง

ติ๊ง ต่อง

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น เจียงเทียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็ต้องตะลึง

"เรียนท่านผู้ใช้..."

ข้อความจากธนาคารที่คุ้นเคย พร้อมยอดเงินโอนเข้า 3 ล้านหยวน

เมื่อมองดูรายละเอียด ก็เห็นคำว่า 'รางวัลนำจับ' สั้นๆ โดยไม่มีข้อมูลอื่นใดเพิ่มเติม

"เงินรางวัลจากการฆ่าพวกลัทธิมารสำนักดาราเข้าเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?" เห็นข้อความแล้ว เจียงเทียนก็อดแปลกใจไม่ได้

ข้างนอกเพิ่งจะมืดค่ำ อย่างมากก็เพิ่งผ่านไปแค่ 2 ชั่วโมงไม่ใช่หรือ? ประสิทธิภาพการทำงานจะสูงปานนั้นเชียว?

ไม่เห็นจะมีพิธีมอบรางวัล หรือการรับรางวัลต่อหน้าอะไรเลย

กลับกลายเป็นการโอนเงินดื้อๆ ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ

แม้จะงุนงง แต่เจียงเทียนก็ไม่คิดอะไรมาก ตราบใดที่เงินถึงมือก็เป็นอันใช้ได้

"ยังหัวค่ำอยู่ อ่านหนังสือต่อดีกว่า" เจียงเทียนตบแก้มเรียกสติ หยิบหนังสือออกมา แล้วเริ่มตั้งใจอ่าน

ในเวลาเดียวกัน

ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องล่าง โจวซางเดินทางมาถึงอย่างเงียบเชียบ ประกายพลังเลือดลมจางๆ ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้า พร้อมกับพลังภายในที่พลุ่งพล่าน

เขาก้าวเดินกลางอากาศ เหยียบย่ำความว่างเปล่าไต่ระดับขึ้นไป

เพียงไม่นาน เขาก็มายืนอยู่ข้างหน้าต่างห้องของเจียงเทียน มองเข้าไปด้านใน

เห็นเจียงเทียนกำลังนั่งอ่านหนังสือในห้อง มือไม้ทำท่าทางเหมือนฟันดาบ

"พรสวรรค์ช่างน่ากลัวจริงๆ ขยันหมั่นเพียรขนาดนี้ ดึกดื่นค่อนคืนยังตั้งใจศึกษาฝึกฝนวิชาดาบ ช่างเป็น..."

ความคิดของโจวซางชะงักกึก เพราะเขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

หนังสือที่เจียงเทียนกำลังอ่าน ดูเหมือนจะไม่ใช่ตำราวิชาดาบอย่างที่เขาคิด แต่เป็น...

"เคล็ดลับการฝึกฝนทักษะการใช้มีดของยอดเชฟ"

พอมองดูดีๆ ท่าทางของเจียงเทียนก็ไม่ใช่วิชาดาบเลย แต่มันคือการซ้อมหั่นผักชัดๆ!

ที่แท้เขาก็ซาบซึ้งไปเองคนเดียว ไอ้หนูนี่มันกำลังเรียนทำอาหารอยู่ต่างหาก

วูบ!

โจวซางชะงักกึกทันที เมื่อรู้ตัวว่าถูกล็อกเป้าด้วยจิตสังหาร เขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นเจียงเทียนในห้องหยุดการเคลื่อนไหว และกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา

"ถูกจับได้ซะแล้ว สาทสัมผัสฉับไวดีแท้" แม้โจวซางจะไม่ได้ตั้งใจซ่อนตัว แต่สำหรับนักเรียนธรรมดา การจะสังเกตเห็นเขาได้นั้นยากมาก

สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะวิปริตที่สามารถฆ่าหัวหน้าสาขาสำนักดาราระดับ 2 ได้ทั้งที่ยังไม่ปลุกพลัง ไม่ธรรมดาจริงๆ

"ไม่ต้องตกใจ ฉันคือ 'โจวซาง' อธิการบดีมหาวิทยาลัยหงอู่แห่งซิงเฉิง" ริมฝีปากเขาขยับเล็กน้อย แม้จะไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา แต่ถ้อยคำกลับส่งตรงถึงหูเจียงเทียนอย่างชัดเจน

"เธอคงได้รับเงินรางวัลแล้วใช่ไหม? ฉันสั่งลูกศิษย์ให้เร่งดำเนินการเป็นกรณีพิเศษน่ะ"

การส่งกระแสจิต ทักษะเล็กๆ น้อยๆ

เพื่อเลี่ยงความเข้าใจผิด โจวซางจึงรีบแนะนำตัวเพื่อให้เจียงเทียนไว้ใจ

แม้โจวซางจะพูดเช่นนั้น แต่เจียงเทียนก็ไม่ได้ลดการป้องกันตัวลง จ้องมองร่างนอกหน้าต่างอย่างไม่วางตา

อยู่บนชั้นสูงขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายกลับลอยตัวกลางอากาศได้ แถมยังมีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัว ต้องเป็นยอดฝีมือระดับท็อปแน่ๆ

ในเมื่อเขายังอ่อนแอ อีกฝ่ายจะฆ่าเขาด้วยการตบทีเดียวก็ย่อมได้ ไม่มีความจำเป็นต้องมาหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม เจียงเทียนก็ยังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาชื่อของอีกฝ่าย

ข้อมูลปรากฏขึ้น เมื่อเทียบรูปพรรณสัณฐานแล้ว เป็นคนเดียวกันจริงๆ

"ให้คนแก่ตากลมหนาวข้างนอกคงไม่ดีมั้ง? ขอเข้าไปนั่งข้างในได้ไหม?" เสียงกระเซ้าเย้าแหย่อย่างใจดีของโจวซางดังขึ้นในหูเจียงเทียนอีกครั้ง

เจียงเทียนเปิดหน้าต่าง "เชิญครับท่านอธิการบดีโจว"

เมื่อได้รับคำเชิญ โจวซางก็ขยับเข้ามาใกล้ ก้มตัวปีนหน้าต่างเข้ามา

เจียงเทียนยืนมองฉากนี้อยู่ข้างๆ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้อันดับสองของประเทศ ปีนหน้าต่างเข้าห้องเขาตอนกลางดึก คิดยังไงก็รู้สึกแปลกพิลึก

พอเข้ามาในห้อง โจวซางสะบัดมือเบาๆ พลังเลือดลมก็แผ่ออกมาปกคลุมทั่วทั้งห้อง

ด้วยวิธีนี้ ห้องนี้จะถูกปิดกั้น ไม่สามารถเข้าออกได้ และเสียงก็ไม่อาจเล็ดลอดออกไป

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น โจวซางก็พิจารณาเจียงเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้า "ไอ้หนู เก่งมากที่จัดการพวกสาวกมารระดับ 1 ได้ตั้งเยอะ แถมยังเก็บหัวหน้ากลุ่มระดับ 2 ได้อีก"

"พรสวรรค์เหนือชั้น อัจฉริยะแห่งยุค เรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาความลับแล้ว"

"ขืนพรสวรรค์ระดับปีศาจของเธอหลุดรอดออกไป พวกต่างเผ่าพันธุ์ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่าเธอแน่ เพื่อไม่ให้มนุษยชาติมีสุดยอดฝีมือเกิดขึ้นในอนาคต"

"ประมาทเกินไป เธอไม่ควรเปิดเผยตัวตนง่ายๆ แบบนั้น แถมยังส่งคลิปวิดีโอไปอีก"

ฟังคำร่ายยาวของโจวซาง เจียงเทียนสัมผัสได้ถึงความหวังดีและความห่วงใย

เจียงเทียนจึงถามโจวซางกลับไปว่า "ผมทำผิดเหรอครับที่ฆ่าพวกสำนักดารา?"

โจวซางตอบทันควัน "ไม่ผิดแน่นอน"

เจียงเทียน: "งั้นทำไมต้องปิดบังซ่อนเร้นสิ่งที่ถูกต้องด้วยล่ะครับ?"

โจวซางอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มและพยักหน้ารัวๆ "เธอพูดถูก ทำไมต้องปิดบังสิ่งที่ถูกต้องด้วยนะ?"

"แต่ท่านก็พูดถูกเหมือนกันครับ บางทีเราต้องซ่อนเขี้ยวเล็บไว้บ้าง ไม่ให้ศัตรูรู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริง" เจียงเทียนก็น้อมรับคำสอนอย่างถ่อมตน "คราวหลังผมจะระวังครับ"

พูดถึงตรงนี้ เจียงเทียนชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนถามด้วยความสงสัย "ท่านอธิการบดีโจว พรสวรรค์ของผมมันสุดยอดขนาดนั้นเลยเหรอครับ?"

โจวซาง: "..."

คำถามนี้ทำเอาเขาไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว

คุยกันตั้งนาน ไอ้หนูนี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองมีของดีขนาดไหน?

"แข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งสุดๆ!" โจวซางพยักหน้าอย่างจริงจัง จริงๆ เขาอยากจะบอกว่าเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ แต่กลัวเด็กมันจะเหลิง เลยยั้งปากไว้หน่อย

พูดจบ แหวนที่นิ้วของโจวซางก็เปล่งแสง กำไลข้อมือหน้าตาเรียบง่ายจนดูเก่าคร่ำครึปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ

"ของสิ่งนี้เอาไว้ช่วยชีวิต ฉันได้มาเป็นของสงครามหลังจากไปถล่มสำนักดารามา" โจวซางอธิบายขณะยื่นส่งให้เจียงเทียน บอกให้เขาลองถ่ายพลังเลือดลมเข้าไป

เจียงเทียนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง พอถ่ายพลังเลือดลมเข้าไป ข้อมูลก็ปรากฏขึ้นในหัวทันที ทำให้รู้ว่ามันคืออะไร

กำไลตัวตายตัวแทน

เมื่อถูกโจมตีถึงตาย กำไลจะรับเคราะห์แทนและแตกออก

มิหนำซ้ำ มันยังจะสร้างเกราะป้องกันและพาผู้สวมใส่หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เท่ากับว่ามีชีวิตสำรองเพิ่มมาอีกหนึ่งชีวิต!

ความล้ำค่าของมันไม่ต้องพูดถึง

พอรู้สรรพคุณ เจียงเทียนก็ทำท่าจะถอดคืนให้โจวซาง แต่อีกฝ่ายโบกมือห้ามไว้

"คนหนุ่มสาวคืออนาคต ยิ่งมีพรสวรรค์ขนาดนี้ ในฐานะผู้อาวุโสและรุ่นพี่ ฉันย่อมต้องปกป้องเธอ"

"นี่คือของขวัญจากฉัน ผู้ใหญ่ให้ของ ห้ามปฏิเสธ"

ขณะที่โจวซางพูด ใบหน้าเปื้อนยิ้ม แววตาที่มองเจียงเทียนเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ดูเหมือนเขากำลังรอคอยว่าเจียงเทียนจะนำความประหลาดใจแบบไหนมาสู่มนุษยชาติในอนาคต

และจะนำความหวาดกลัวแบบไหนไปสู่พวกต่างเผ่าพันธุ์เมื่อเติบโตขึ้น

"ที่ฉันรีบมาหาเธอเร็วขนาดนี้ ก็เพราะมีอีกเรื่อง" จากนั้น โจวซางก็พูดต่อ จ้องมองเจียงเทียน "ฉันอยากถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดของฉันให้เธอ"

"วิชาของฉันมันพิเศษ หาคนสืบทอดลำบาก บางทีเธออาจจะทำได้"

"ไม่ทราบว่าเธอสนใจจะมาเป็นศิษย์ของฉันไหม?"

เจียงเทียนเงียบไปนาน ก่อนจะมองหน้าโจวซางด้วยความรู้สึกผิด "ขอโทษจริงๆ ครับท่านอธิการบดีโจว ผมเกรงว่าคงรับปากไม่ได้"

โจวซางอึ้งไปเป็นครั้งแรก ก่อนที่สีหน้าจะสลดลงเล็กน้อย

คนเราต่างจิตต่างใจ เขาคงไปบังคับไม่ได้

แต่เขาก็ยังอยากรู้เหตุผล จึงคาดคั้นถามเจียงเทียน "พอบอกเหตุผลได้ไหม? หรือเธอมีอาจารย์ในดวงใจแล้ว หรือว่า..."

เจียงเทียนทำหน้าจริงจัง "ผมตั้งใจแน่วแน่จะเป็นเชฟครับ ถ้าไปเป็นศิษย์ท่าน เกรงว่าจะทำให้ท่านเสียชื่อและเสียเวลาเปล่าๆ"

โจวซาง: "???"

จบบทที่ บทที่ 10 ผมอยากเป็นเชฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว