- หน้าแรก
- หนีตายเอเลี่ยนคลั่ง อย่าให้มันจับได้ เดี๋ยวกลายเป็นมื้อเย็น
- บทที่ 5 เด็กนี่มันบ้าหรือเปล่า?
บทที่ 5 เด็กนี่มันบ้าหรือเปล่า?
บทที่ 5 เด็กนี่มันบ้าหรือเปล่า?
บทที่ 5 เด็กนี่มันบ้าหรือเปล่า?
คมมีดจากบานประตูเหล็กที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงยังไม่ทันได้สัมผัสเป้าหมาย เจียงเทียนก็ชิงลงมือก่อน
เจียงเทียนหมุนตัวกลับหลังอย่างฉับพลัน คว้าจับบานประตูเหล็กที่กำลังฟันเข้ามาอย่างแม่นยำ
เคร้ง!
เสียงปะทะดังสนั่นก้องกังวาน ทันทีที่มือของเจียงเทียนสัมผัสกับบานประตูเหล็ก เท้าของเขาก็ครูดไปกับพื้นเล็กน้อยเพื่อถ่ายแรง
แรงปะทะมหาศาลจากประตูเหล็กถูกสลายลงภายใต้การควบคุมของเจียงเทียน
ไม่เพียงเท่านั้น 'เปลวเพลิงพลังเลือดลม' ที่ลุกโชนอยู่บนร่างของเขายังลามเลียไปบนประตูเหล็ก แผดเผาจนแสงสีแดงที่เคยห่อหุ้มมันสลายหายไป
ไม่ไกลนัก สาวกสำนักดาราผู้ควบคุมประตูเหล็กสัมผัสได้ทันทีว่าการเชื่อมต่อของเขากับเศษประตูเหล็กได้ขาดหายไป
"ถูกเผาทำลายงั้นรึ?" แทบจะในวินาทีเดียวกัน เขาก็ตระหนักได้ว่าเจียงเทียนทำอะไรลงไป
เจียงเทียนผู้ถือครองเศษประตูเหล็กราวกับได้ศาสตราวุธเทพมาครอบครอง เขาเริ่มหมุนตัวอยู่กับที่ราวกับกังหันลมยักษ์
เปลวเพลิงพลังเลือดลมสีแดงฉานไหลผ่านฝ่ามือ เข้าปกคลุมเศษประตูเหล็กทั้งบาน
เศษประตูเหล็กเริ่มแผ่ความร้อนสูงจนค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และทวีความคมกริบอย่างน่าสะพรึง
ชายล่ำบึ้กสวมเสื้อกล้ามที่อยู่ตรงหน้าเจียงเทียน ถูกฟันขาดครึ่งท่อนบริเวณเอวในพริบตา ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ
หลังจากสังหารชายเสื้อกล้าม ความเร็วของเจียงเทียนไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงพุ่งเข้าหาสาวกสำนักดาราคนอื่นๆ
สาวกสำนักดาราโดยรอบต่างขวัญหนีดีฝ่อ เตรียมจะแตกฮือหนีเอาตัวรอด
ทว่าความเร็วของเจียงเทียนนั้นเหนือชั้นกว่ามาก สาวกที่อยู่ใกล้ตัวเขาล้วนถูกฟันร่วงลงไปกองกับพื้น
จากนั้น เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ เศษประตูเหล็กในมือก็พุ่งออกไปราวกับกงจักรสังหารขนาดใหญ่ ตัดผ่านอากาศเป็นวงกว้าง
กระทั่งสาวกสำนักดาราคนที่ควบคุมเศษประตูเหล็กโจมตีในตอนแรก ซึ่งยืนอยู่ไกลที่สุด ถูกฟันจนขาดใจตาย เปลวเพลิงพลังเลือดลมสีแดงบนเศษเหล็กจึงมอดดับลง ปักคาอยู่กับผนังโรงงานแล้วหยุดนิ่ง
สาวกสำนักดาราที่นอนจมกองเลือดเบิกตากว้าง อ้าปากค้างราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เลือดสดๆ กลับทะลักออกมาไม่หยุด
สิ่งที่เขาคิดว่าจะเป็นท่าไม้ตายเพื่อสังหารเจียงเทียน กลับกลายเป็นการยื่นอาวุธให้อีกฝ่ายกับมือ
ในวาระสุดท้ายของชีวิต เขาจ้องมองนักเรียนมัธยมปลายในชุดเครื่องแบบที่กำลังเดินย่างสามขุมเข้าไปหาหัวหน้าสาขาด้วยแววตาเหม่อลอย
โลกใบนี้มันเปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?
นักเรียนมัธยมปลายสมัยนี้ห้าวหาญขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
เขาอยากจะลุกขึ้นไปถามฝ่ายสรรหาคนเข้าสำนักเหลือเกินว่า 'สมองกลับหรือไง? ทำงานข่าวกรองกันประสาอะไร?'
ไหนบอกว่าเป้าหมายคือชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีทางสู้ แต่ดันลากเอาอัจฉริยะปีศาจที่ไร้เทียมทานแบบนี้มากวาดล้างพวกเดียวกันเองเนี่ยนะ?
"ไอ้เวรเอ๊ย..." หลังจากก่นด่าคำที่หยาบคายที่สุดในชีวิตออกมา สาวกสำนักดาราผู้นี้ก็สิ้นลมหายใจไปอย่างสมบูรณ์
หลังจากสังหารเหล่าสวะพวกนี้ เจียงเทียนไม่ได้ผ่อนคลายลง ตรงกันข้าม กล้ามเนื้อทั่วร่างของเขากลับเกร็งเขม็ง
เขารู้สึกเหมือนถูกสัตว์ร้ายจับจ้อง และได้ยินเสียงลมแหวกอากาศมาจากด้านหลัง
เจียงเทียนพลิกตัวกลับทันที อาศัยแรงเหวี่ยงเตะกวาดกลับหลังเข้าใส่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ตึง!
เสียงปะทะทึบหนักดังขึ้น แรงกระแทกอันดุดันแผ่กระจายไปทั่วทิศทาง จนกระจกหน้าต่างโรงงานแตกละเอียด เศษแก้วปลิวว่อนออกไปด้านนอก
ในวินาทีนี้เอง เจียงเทียนจึงได้เห็นคู่ต่อสู้ชัดเจน มันคือชายคนที่เขาแอบสังเกตการณ์ก่อนหน้านี้ คนที่กำลังเอาขาหมูมาต่อเข้ากับร่างกายตัวเอง
สิ่งที่รับลูกเตะของเขาไว้ คือขาหมูที่เชื่อมต่อสำเร็จแล้ว ซึ่งทำให้เจียงเทียนรู้สึกพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก
และเมื่อสังเกตให้ดี เขาก็เห็นชัดเจนว่าขาหมูข้างนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง
ผิวภายนอกใสกระจ่างราวกับคริสตัล มองเห็นเส้นชีพจรภายในได้ชัดเจน
ขนาดโดยรวมใหญ่กว่าแขนคนปกติสองถึงสามเท่า และส่วนปลายนั่นไม่ใช่กีบเท้าอย่างที่จินตนาการไว้ แต่กลับเป็นนิ้วสามนิ้ว
ที่ปลายนิ้วมีลักษณะแข็งคล้ายกีบเท้าแหลมคม
เจียงเทียนยังคงสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง แต่หัวหน้าสาขาผู้นี้ไม่รอช้า ยื่นมืออีกข้างออกมาโจมตีทันที
สัมผัสแห่งวิกฤตแล่นพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เจียงเทียนรีบดีดตัวถอยหลัง
ฟุ่บ!
แต่ความเร็วของเขายังช้าไปก้าวหนึ่ง แสงสีเลือดคมกริบประดุจศาสตราวุธวาดผ่านหน้าอก กรีดชุดนักเรียนขาดวิ่นและสร้างบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกของเขา
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด ย้อมชุดนักเรียนสีขาวฟ้าจนแดงฉานในพริบตา
"ไอ้หนู อายุแค่นี้แต่ฝีมือร้ายกาจนักนะ นึกไม่ถึงเลยว่าพิธีกรรมอัญเชิญวิญญาณธรรมดาๆ จะดึงดูดอัจฉริยะปีศาจอย่างแกมาได้"
"น่ากลัวจริงๆ ขนาดยังไม่ปลุกพลังยังแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ ถ้าปล่อยให้เติบโตไปจะขนาดไหน?"
"การได้สังหารแกตั้งแต่ยังไม่ออกปีกออกหาง ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"สวรรค์เข้าข้างข้า! นึกไม่ถึงเลยว่าข้า 'เฟิงซิงอวี่' จะมีวันนี้?"
เฟิงซิงอวี่ หัวหน้าสาขาสำนักดารา รุกไล่เจียงเทียนอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าฉายแววตื่นเต้นระคนบ้าคลั่ง
แขนขาหมูที่ผสานรวมกับร่างแล้วชกออกไป เล็งเป้าที่เจียงเทียน
แม้จะอยู่ห่างกันพอสมควร แต่รอยประทับหมัดสีเลือดกลับพุ่งข้ามระยะทาง กระแทกเข้าใส่ร่างเจียงเทียนอย่างจัง
ตึง!
หมัดที่เปี่ยมด้วยพละกำลังอันหนักหน่วงซัดร่างเจียงเทียนลอยกระเด็นไปกระแทกกับเสาโรงงาน
เสียงโลหะบิดงอดังเอี๊ยดอ๊าด เสาต้นนั้นถึงกับคดงอเล็กน้อย
เจียงเทียนยกมือข้างหนึ่งกุมหน้าอก พลิกตัวหลบอีกครั้ง "นี่คือความสามารถของมันงั้นรึ? ดูเหมือนจะขยายระยะการโจมตีได้"
"ตั้งแต่มาโลกนี้เราก็ละเลยการฝึกฝน พลังเลือดลมสะสมในร่างมีไม่พอ แบบนี้ชักจะยุ่งยากแล้วสิ"
เจียงเทียนที่หลบการโจมตีของคู่ต่อสู้พ้น ครุ่นคิดในใจ มือก็ล้วงเอาบิสกิตชิ้นเล็กๆ จากกระเป๋าโยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
การกินของว่างแค่นี้แทบไม่ช่วยอะไร เปรียบเหมือนเอาดินถมทะเล แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ทักษะ 'เครื่องบดเนื้อ' ยังคงทำงาน หน้าอกของเจียงเทียนที่อาบด้วยเปลวเพลิงแห่งเตาหลอมเลือดลมส่งเสียงฉ่า เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดค่อยๆ สมานตัวเข้าหากัน
เมื่อเปิดใช้งาน 'เครื่องบดเนื้อ' ไม่เพียงพละกำลังจะเพิ่มขึ้นมหาศาล อัตราการฟื้นฟูก็จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ทว่า อัตราการเผาผลาญพลังเลือดลมก็พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
เขาคงยื้อไว้ได้อีกไม่นาน ทางเลือกของเจียงเทียนในตอนนี้คือต้องหนี และลองดูว่าจะฝ่าม่านพลังค่ายกลที่ปิดล้อมโรงงานออกไปได้หรือไม่
"เมื่อกี้ตอนฆ่าลูกศิษย์ข้ายังเก่งอยู่เลยไม่ใช่เรอะ? ทำไมตอนนี้ได้แต่หนีหัวซุกหัวซุนล่ะ?"
"ข้าได้ผสานร่างกับเผ่าพันธุ์ชั้นสูง 'หมูโลหิต' ผู้ยิ่งใหญ่ จนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับท่านแล้ว นักเรียนอย่างแกไม่มีทางเทียบข้าได้หรอก"
"ตายซะ! การได้ตายด้วยน้ำมือของเทพหมูโลหิตผู้ยิ่งใหญ่ ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลแกแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"
เฟิงซิงอวี่ หัวหน้าสาขาสำนักดาราตกอยู่ในภวังค์ความคลั่ง ขาหมูที่ใสกระจ่างดุจคริสตัลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ฟาดฟันใส่เจียงเทียนด้วยพละกำลังที่กดข่มทุกสิ่ง
"แข็งแกร่งมาก!" จากการสัมผัสกลิ่นอาย เจียงเทียนรู้ได้เลยว่าขาหมูบนร่างของมันกำลังส่งพลังให้อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
เพราะเหตุนี้ ตอนที่เขาสังเกตการณ์จากนอกโรงงานเมื่อครู่ จึงไม่รู้สึกว่าคนคนนี้จะเก่งกาจอะไรนัก
แต่ตอนนี้ เขากำลังตกที่นั่งลำบาก
พลังเลือดลมของเขามีไม่มากพอ จะเดินเครื่องบดเนื้อเต็มกำลังก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้น...
เดี๋ยวนะ!
จู่ๆ เจียงเทียนก็เกิดความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เขาหดเปลวเพลิงพลังเลือดลมที่ลุกโชนทั่วร่างกลับคืน แล้วรวบรวมมันไปไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง
และเมื่อเผชิญหน้ากับหมัดนี้ เขาไม่หลบและไม่เลี่ยง
ฉึก!
ในวินาทีนี้ เฟิงซิงอวี่ถึงกับประหลาดใจ เบิกตากว้างมองเจียงเทียนที่ไม่ยอมต่อต้าน ปล่อยให้ตัวเองถูกหมัดซัดเข้าใส่เต็มๆ
เพียงแค่ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยเพื่อเลี่ยงจุดตาย
หมัดนั้นทะลวงผ่านหัวไหล่ของเจียงเทียนจนทะลุ
สีหน้าของเฟิงซิงอวี่เปลี่ยนไป มองเจียงเทียนด้วยความไม่อยากเชื่อ "เด็กนี่มันคิดจะทำบ้าอะไร?"