เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Sign in Buddha's palm 82 เฉียนขู่ท่องยุทธภพ

Sign in Buddha's palm 82 เฉียนขู่ท่องยุทธภพ

Sign in Buddha's palm 82 เฉียนขู่ท่องยุทธภพ


Sign in Buddha's palm 82 เฉียนขู่ท่องยุทธภพ

ที่ด้านนอกลานโพธิ์

ความคิดของซูฉินพลิกผันไปมา

“ลืมมันไปซะ”

“สำหรับตัวข้าตอนนี้ โอสถอายุวัฒนะเคลือบทองคำนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว หากฝืนใช้โอสถหมุนวนเก้าโคจรละก็ข้าแทบจะไม่สามารถดูดซับตัวยาได้เลย มันจะต้องเสียคุณสมบัติทางยาส่วนใหญ่ไปแน่นอน ซึ่งไม่คุ้มค่าเลย”

ซูฉินส่ายศีรษะ

รู้หรือไม่ว่าโอสถหมุนวนเก้าโคจรที่เขามีในปัจจุบันนั้นจำนวนน้อยกว่าโอสถอายุวัฒนะเคลือบทองคำเสียอีก มีจำนวนไม่ถึงห้าร้อยเม็ด

เขาควรจะประหยัดเสียหน่อย

“ตามบันทึกโบราณของวัดเส้าหลิน เมื่อเทียบกับระดับนภาชั้นที่หนึ่งถึงชั้นที่สามของขอบเขตอรหันต์ นภาชั้นที่สี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงศักยภาพขนานใหญ่”

“เมื่อถึงเวลานั้นคงจะไม่สายเกินไปที่จะใช้โอสถหมุนวนเก้าโคจร”

ซูฉินอยู่ในอารมณ์ที่ดี เขาหมุนตัวเดินทางกลับไปยังพื้นที่หวงห้ามภูเขาด้านหลังอีกครั้ง

หนึ่งเดือนต่อมา

ก่อนที่จะลงจากเขาไปท่องยุทธภพ เฉียนขู่ได้มาที่เขตหวงห้ามภูเขาด้านหลังเพื่ออำลาซูฉิน

“ผู้ทรงสมณศักดิ์ฯ”

“วันนี้ข้าจะออกจากวัดแล้ว”

สีหน้าของเฉียนขู่ดูใจหายเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะเตรียมพร้อมมานานแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เขาก็เพิ่งค้นพบว่าต้นไม้ใบหญ้าในวัดเส้าหลินหลินนั้นก็ดูสวยงามไม่น้อย มีความรู้สึกไม่ได้อยากจากไปขึ้นมาบ้าง

อย่างไรก็ตามการท่องยุทธภพเพื่อฝึกฝนหาประสบการณ์เป็นสิ่งที่'เฉียนขู่'ในฐานะของภิกษุจากวัดเส้าหลินพึงกระทำ

บางทีศิษย์คนอื่นๆ คงจะพอเลี่ยงได้ แต่เฉียนขู่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงหน้าที่อันนี้ได้

“ข้าก็สอนสั่งเจ้ามาหลายปีแล้ว”

“ในเมื่อเราจะต้องจากกันไป ข้าก็มีของเล็กๆ น้อยๆ จะมอบให้”

ซูฉินนั่งไขว้ขวา ยื่นมือขวาไปหยิบดาบไม้ที่ดูสวยมิหยอกขนาดเพียงเท่าฝ่ามือขึ้นมา

ดาบไม้อันนี้ดูไปแล้วก็ธรรมดามาก เหมือนจะแกะสลักมาจากไม้ทั่วๆ ไปที่หาได้ง่ายในวัดเส้าหลิน

“ขอบคุณท่านผู้ทรงสมณศักดิ์ฯ”

เฉียนขู่ชอบดาบไม้อันนี้มาก เขาสวมมันไว้รอบคอแล้วห้อยดาบไม้ไว้แนบอก

“ลงไปได้แล้วล่ะ”

ซูฉินโบกมือ

“ขอรับ”

เฉียนขู่ออกจากพื้นที่หวงห้ามภูเขาด้านหลังด้วยความนอบน้อม

“เป็นเวลาหลายปีแล้วสินะ...”

ซูฉินถอนหายใจเล็กน้อย

เจ้าเณรน้อยที่อายุมากกว่าสิบขวบไปไม่มาก พร้อมที่จะลงจากเขาไปท่องยุทธภพแล้ว

“ด้วยดาบไม้นั่น ไม่น่าจะมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้น”

ซูฉินคิดอย่างไม่ได้จริงจังมากนัก

ดาบไม้ขนาดเท่าฝ่ามือที่ซูฉินมอบให้เฉียนขู่ แน่นอนว่าถูกสร้างขึ้นด้วยตัวเขาเองโดยแฝงเจตจำนงแห่งดาบเอาไว้ภายใน

เจตจำนงแห่งดาบที่กลั่นออกมานั้นมีพื้นฐานมาจากเคล็ดวิชาดาบแห่งธรรม เมื่อ'เฉียนขู่'ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต มันจะไปกระตุ้นเจตจำนงแห่งดาบให้ออกมา

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของซูฉิน หากเจตจำนงถูกกระตุ้นใช้ออกขึ้นมาจริงๆ ละก็ แม้ว่าจะไม่สามารถสังหารตำนานยุทธลงได้ แต่สำหรับยอดปรมาจารย์ระดับชั้นที่หนึ่งจะต้องตกตายลงเป็นแน่

นี่คือสิ่งรับประกันชีวิตที่ซูฉินทิ้งไว้ให้กับเฉียนขู่

ท้ายที่สุดแล้ว เฉียนขู่ก็ออกไปท่องยุทธภพเพื่อฝึกฝน ไม่ใช่เพื่อออกไปตาย

ข้างนอกนั่นมีอันตรายถึงแก่ชีวิตรออยู่ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปล่อยให้เฉียนขู่ต้องตาย

อย่างไรก็ตามซูฉินไม่คิดว่าเฉียนขู่จะตกอยู่ในอันตรายที่ถึงแก่ชีวิตหรอก

วัดเส้าหลินเป็นถึงสุดยอดพรรคในยุทธภพ และเฉียนขู่ก็เป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์ของยุคนี้ที่ลงจากเขาไปท่องยุทธภพ ถึงจะมีสำนักพรรคมากมายในยุทธภพก็ควรจะไว้หน้ากันบ้างไม่มากก็น้อย

แม้จะไม่ได้เคารพวัดเส้าหลิน แต่ก็คงไม่ถึงกับฆ่าแกงเฉียนขู่

สุดท้ายแล้ว การสังหารเฉียนขู่จะเกิดอะไรขึ้น?

นอกจากเป็นการประกาศสงครามกับสุดยอดพรรคในยุทธภพอย่างวัดเส้าหลินแล้ว จะเป็นเรื่องใดได้อีก?

หลังจากเฉียนขู่ออกจากพื้นที่หวงห้ามภูเขาด้านหลัง เขาก็มุ่งตรงออกจากวัดเส้าหลินในทันที

นอกวัดเส้าหลิน ฟ้าสูง แผ่นดินกว้าง

เฉียนขู่ท่องไปทั่วทุกที่ พบกับความอยุติธรรมที่ใดเขาก็เข้าช่วยเหลือ พบคนล้มตายเขาก็สวดแผ่เมตตา

เมื่อเวลาผ่านไป เฉียนขู่ยังได้พบศิษย์จากนิกายอื่นๆ ในทำเนียบยุทธอีกมากมาย

โดยพื้นฐานแล้วศิษย์สาวกเหล่านี้ก็มีความคล้ายคลึงกับเฉียนขู่ พวกเขามาศึกษาหาประสบการณ์จากการเข้าร่วมยุทธภพและหาคุณค่าของตนเอง

ในหมู่คนเหล่านี้ก็มีจางเซียว ศิษย์สายตรงที่มีอายุน้อยที่สุดในบรรดาศิษย์ของนักพรตจางจากเขาหวู่ตั้ง

ว่ากันว่ายามเมื่อจางเซียวอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี เขาก็เข้าสู่เส้นทางไท่ฉีจากเขาหวู่ตั้งเรียบร้อยแล้ว ทำให้นักพรตจางที่เพิ่งออกจากการปิดด่านฝึกตนตกใจมาก

จางเซียวอยู่ในยุทธภพมานานกว่าเฉียนขู่เพียงไม่กี่ปี และอยู่ในทำเนียบจอมยุทธมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ยังได้รับฉายา 'นักพรตตัวน้อย' มาอีกด้วย

นอกจากจางเซียวแล้ว ยังมีสาวกของนิกายใหญ่ๆ นิกายอื่นด้วย พวกเขาล้วนมาจากพรรคนิกายโบราณที่ทรงคุณธรรมและกล้าหาญ

“ท่านเณรน้อย ข้าได้ยินมาว่ามีอรหันต์ปรากฏตัวขึ้นในวัดเส้าหลินของท่าน นั่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

จางเซียวสวมเสื้อคลุมนักพรตเต๋าและเอ่ยถามอย่างเบื่อหน่าย

บุคลิกของเขาค่อนข้างอิสรเสรี เรียบง่าย ไม่กลัวใคร นอกเสียจากว่าผู้นั้นจะเป็นนักพรตจาง

“นะโมอมิตาพุทธ...”

เฉียนขู่ประสานมือไว้กลางอกโดยไม่ตอบคำ

ก่อนที่จะออกท่องยุทธภพ เจ้าอาวาสได้ตระเตรียมกับเฉียนขู่เอาไว้ว่าจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับซูฉิน

“จางเซียวอย่าแกล้งท่านเณรเฉียนขู่เช่นนั้นสิ” หญิงสาวด้านข้างจางเซียวมองที่จางเซียวแล้วกล่าวด้วยความไม่พอใจ

“เฮ่เฮ่”

“หลิ่วหรูเหมย ที่เจ้าออกตัวแทนท่านเณรน้อยเช่นนี้เป็นเพราะเจ้าชอบเขาใช่หรือเปล่าเนี่ย?”

จางเซียวเหน็บแนม

“เจ้า?!”

หญิงสาวที่ชื่อหลิ่วหรูเหมยดึงกระบี่เล่มยาวออกมาแล้วฟันใส่จางเซียว

ปราณดาบกวาดกระจายไปทั่ว

ทันใดนั้นร่างของจางเซียวก็กะพริบวูบไหวและถอยหลังไปสามก้าว “เจ้ามันหญิงบ้า นี่กล้าลงมือจริงๆ เลยรึ?”

เมื่อคนอื่นเห็นฉากนี้ไม่เพียงไม่เข้ามาห้ามปราม แต่ยังรอชมการแสดงแทน

พวกเขาต่างก็เป็นสำนักฝ่ายธรรมะ เป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้มีเจตนาฆ่าฟันกันจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นจางเซียวหรือหลิ่วหรูเหมย พวกเขาจะหยุดสู้กันไปเองหลังจากได้ประมือกันเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่การต่อสู้จริงจังอะไร

ในเวลาเดียวกัน

ในบ้านพักแห่งหนึ่งบนภูเขา

มีหลายคนยืนอยู่อย่างเคร่งขรึมที่ด้านใน

เห็นได้ชัดจากกลิ่นอายของแต่ละร่างว่าคนเหล่านี้ต่างก็เป็นจอมยุทธผู้ทรงพลัง โดยเฉพาะชายที่จมูกงองุ้ม ไอพลังของเขาครอบคลุมไปทั่วทุกทิศ เขาคือยอดปรมาจารย์ระดับชั้นที่หนึ่ง

“นายท่าน ข้าได้ไปตรวจสอบดูแล้ว จางเซียว ศิษย์สายตรงของนักพรตจางแห่งเขาหวู่ตั้งจะผ่านทางมาที่นี่ในวันพรุ่งนี้ขอรับ”

ในตอนนั้นเองชายในชุดดำก็เดินเข้ามาและคุกเข่ามาทางชายจมูกงุ้ม

“นี่เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่?”

ดวงตาของชายจมูกงุ้มสว่างวาบและกล่าวถามกลับทันที

“หากมาตามเส้นทางนี้ย่อมถูกต้องเป็นแน่ ยกเว้นพวกเขาจะเดินกลับทางเก่า มันก็จำเป็นต้องผ่านมาที่นี่อย่างหลีกเลี่ยงมิได้”

ชายในชุดดำพูดโดยไม่มีความลังเล

“เยี่ยมมาก!”

“เยี่ยมมากจริงๆ!!”

ชายจมูกงุ้มหัวเราะด้วยท่าทีดุร้าย สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ

“นักพรตจาง เมื่อสามสิบปีก่อนเจ้าสังหารพ่อแม่และลูกของข้า ต้องการให้สกุลของข้ามลายสูญ และตอนนี้ข้าก็จะสังหารศิษย์คนสุดท้ายของเจ้า เพื่อเซ่นสังเวยวิญญาณของลูกชายข้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์!!”

ชายจมูกงุ้มกระแทกเสียงในทุกๆ คำ

คนที่เหลือด้านในโถงต่างก้มหน้าลงโดยพลัน ไม่มีใครกล้ามองตรงๆ ไปยังชายจมูกงองุ้ม

“นายท่าน ถ้าท่านสังหารจางเซียวจะไม่เป็นการทำให้นักพรตจางออกมาแก้แค้นหรอกหรือ?” ร่างที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายที่มีจมูกงองุ้มผู้นั้นเอ่ยถาม

“ฮ่าฮ่า...”

ชายจมูกงุ้มส่ายศีรษะ “ไม่ต้องกังวล ถ้าเป็นที่อื่นที่คนพลุกพล่าน ข้าคงไม่กล้าฆ่าจางเซียวหรอก”

“แต่ที่นี่...”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ชายที่มีจมูกงองุ้มก็เผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า “สังหารจางเซียวที่นี่ จะไม่มีใครรู้”

ใบหน้าของชายจมูกงุ้มราวกับนกอินทรี ตอนนี้ลิงโลดราวกับได้รับชัยชนะ

ด้วยความแข็งแกร่งของยอดปรมาจารย์ระดับชั้นที่หนึ่งเช่นเขา หากต้องการสังหารจางเซียวให้ตกอยู่ในความสิ้นหวัง เขาคงจะสังหารทิ้งไปเสียนานแล้ว เหตุผลที่เขารอมาจนถึงป่านนี้ก็เพราะรอโอกาสที่จะสร้างความเข้าใจผิด ความบาดหมางให้เกิดขึ้น

และตอนนี้ ในที่สุดโอกาสที่เขารอคอยก็มาถึง

จบบทที่ Sign in Buddha's palm 82 เฉียนขู่ท่องยุทธภพ

คัดลอกลิงก์แล้ว