เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Sign in Buddha's palm 21 การเปลี่ยนแปลงในหอคอยสะกดมาร

Sign in Buddha's palm 21 การเปลี่ยนแปลงในหอคอยสะกดมาร

Sign in Buddha's palm 21 การเปลี่ยนแปลงในหอคอยสะกดมาร


Sign in Buddha's palm 21 การเปลี่ยนแปลงในหอคอยสะกดมาร

หอคอยสะกดมาร

เป็นพื้นที่หวงห้ามอีกแห่งที่วัดเส้าหลินสร้างไว้เพื่อปราบปรามกักขังหมู่มารให้แยกตัวออกจากยุทธภพโดยเฉพาะ ซึ่งแบ่งเป็นชั้นๆ ไว้ทั้งหมดเก้าชั้น

ทั้งเก้าชั้นนี้ไม่ได้สร้างไว้เหนือผืนดิน แต่สร้างทอดยาวลงไปใต้พื้นดิน

ชั้นแรกไปจนที่ชั้นที่สามเอาไว้ใช้กักขังเหล่ามารร้ายสามระดับล่าง ชั้นที่สี่ถึงชั้นที่หกใช้เพื่อกักขังมารร้ายสามระดับกลาง และในชั้นที่เจ็ดถึงเก้าใช้เพื่อกักขังเหล่ามารในสามระดับบน

อย่างไรก็ตามในยุคสมัยนี้หอคอยสะกดมารได้กักขังเหล่ามารร้ายในสามระดับบนไว้น้อยมาก

ในตอนนั้นเอง ที่ชั้นสองของหอคอยสะกดมาร มีชายคนหนึ่งที่เอนตัวพิงมุมผนังอยู่ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงสีแดงเข้มสาดประกายออกมา ให้ความรู้สึกถึงความบ้าคลั่งกดขี่ข่มเหง

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

“มารเฒ่าผู้นี้ในที่สุดก็ลอบเข้ามาจนได้สักที”

ชายคนนี้จ้องมองไปที่เหล่ามารร้ายคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขังไว้ในหอคอยสะกดมาร ดวงตาฉายแววแห่งความโลภ

เขาคือมารร้ายผู้โด่งดัง ผู้คนต่างเรียกขานเขาว่า มารเฒ่ากลืนโลหิต

หลายปีก่อนมันปลอมแปลงหน้าตาแล้วจงใจให้ตนโดนจับกุมโดยวัดเส้าหลินเพียงเพื่อต้องการจะเข้ามาในหอคอยสะกดมาร

พวกจอมยุทธฝ่ายมารมักจะชอบดูดกลืนพลังชีวิตของผู้อื่นมาเติมเต็มพลังของตนเองอยู่แล้ว

เรื่องราวนี้เป็นจริงเสียยิ่งกว่าจริงเมื่อพูดถึง มารเฒ่ากลืนโลหิต

การฝึกตนของมารเฒ่าตนนี้คือการสูบเลือดของผู้อื่นเพื่อเพิ่มระดับ และจะบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งความแข็งแกร่งของเป้าหมายที่ถูกกลืนกินแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็จะเสริมพลังให้มารเฒ่ากลืนโลหิตได้มากเท่านั้น

ดังนั้นมารเฒ่าจึงเริ่มเบนความสนใจไปทางจอมยุทธมากกว่าคนธรรมดา

กระนั้นจอมยุทธปกติแล้วย่อมไม่โง่เง่า เมื่อพบเจอการลอบโจมตีของมารเฒ่ากลืนโลหิต พวกเขาล้วนตื่นตัวและเรียกหาพรรคพวกมากลุ้มรุมมารเฒ่า

หลังจากเกิดความสูญเสียขึ้นกับตนอยู่สองสามครั้ง มารเฒ่าก็ล้มเลิกความคิดนี้

แต่ในตอนนี้

มารเฒ่ากลืนโลหิตพลันนึกขึ้นมาได้ว่าหอคอยสะกดมารของวัดเส้าหลินเป็นที่คุมขังของเหล่ามารร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน

มารร้ายพวกนี้จะถูกปราบและขังอยู่ในหอคอยแบบนั้นไปตลอดชีวิตจนสุดท้ายตายไปด้วยความชรา

หลังจากที่ตระหนักถึงความจริงอันนี้ มารเฒ่าก็คิดว่าถ้าเขาแอบเข้าไปในหอคอยสะกดมารแล้วกลืนกินพลังจากเหล่ามารร้ายเหล่านั้น ไม่ใช่ว่าเป็นแผนที่ยอดเยี่ยมไปเลยหรอกหรือ?

เมื่อนึกได้แบบนี้มารเฒ่าก็วางแผนการว่าจะเข้าไปในหอคอยสะกดมารได้อย่างไร

วัดเส้าหลินเป็นถึงหนึ่งในสุดยอดพรรค จะบุกเข้าไปตรงๆ ก็คงไม่ได้

ทางเดียวที่มีคือต้องถูกวัดเส้าหลินจับตัวโดยสมัครใจและคุมขังไว้ในหอคอยสะกดมาร

เพื่อกระทำการนี้ มารเฒ่ากลืนโลหิตต้องทำสองสิ่งเพื่อให้มั่นใจ

ประการแรกคือ วัดเส้าหลินจะค้นพบตัวตนของเขาไม่ได้

ไม่เช่นนั้นพระสงฆ์ในสามระดับบนจะเริ่มต้นด้วยการทำลายฐานการฝึกฝนของมารเฒ่าก่อนเป็นอย่างแรก แล้วแผนการทั้งหมดของเขาก็จะล้มเหลว

ประการที่สองคือต้องหาทางเข้าและหนทางหลบออกมาจากหอคอยสะกดมาร

มิเช่นนั้นแล้วการที่มารเฒ่ากลืนโลหิตจะเข้าไปแล้วสูบกลืนพลังมาทั้งหมดจะได้อะไร หากไม่สามารถหลบหนีออกไปได้

ประการแรกนั้นง่ายที่จะกระทำ

ในเส้นทางสายอธรรมมีเคล็ดวิชาลับที่แปลงโฉมรูปลักษณ์ของผู้คนได้

เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาด มารเฒ่ากลืนโลหิตก็เก็บงำความแข็งแกร่งและแสร้งว่าตนเป็นมารร้ายในสามระดับล่าง

ในส่วนของประการถัดมา...

มารเฒ่ากลืนโลหิตค้นพบข้อความในหนังสือโบราณกล่าวว่าทุกๆ คืนเดือนเพ็ญ กลไกของหอคอยสะกดมารจะเผยช่องโหว่ขึ้นชั่วคราว

เมื่อแก้ไขได้ทั้งสองจุดแล้ว มารเฒ่าก็เริ่มแผนการของเขาและถูกนำตัวไปคุมขังที่ชั้นที่สองของหอคอยสะกดมารได้เป็นผลสำเร็จ

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“อาหารพวกนี้ทำเอาข้าน้ำลายสอเสียแล้ว...”

มารเฒ่ากลืนโลหิตเลียริมฝีปาก มองไปยังเหล่ามารร้ายที่ถูกขังอยู่ในชั้นสองของหอคอยสะกดมารด้วยความโลภโมโทสัน

ฟิ่ว!

มารเฒ่ากลืนโลหิตพุ่งตรงไปปรากฏตัวที่หน้ามารร้ายตนหนึ่ง คว้าจับเข้าที่ลำคอ

เฮือก!!!

มารเฒ่าสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มที่

ความหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าของมารร้ายผู้นั้น ร่างกายของมันแห้งเหี่ยวด้วยความเร็วระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพียงไม่กี่นาทีก็กลายเป็นซากศพแห้งๆ

“แกไม่รู้หรอกว่ามารเฒ่าผู้นี้ลงทุนไปมากเท่าไหร่เพื่อที่จะเข้ามาในนี้รวมถึงต้องซ่อนตัวตนจากกลุ่มลาหัวโล้นวัดเส้าหลินพวกนั้น”

“ตอนนี้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว”

ไอพลังของมารเฒ่าแพร่กระจายออกไปทั่วทิศทางอย่างคลุ้มคลั่ง

เหล่ามารร้ายจากชั้นที่สองของหอคอยก็ถูกสูบกลืนพลังกันทีละตนจนกลายเป็นซากศพ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

มารร้ายตนอื่นๆ ตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติและเริ่มเคลื่อนตัวหนีจากมารเฒ่าในทันที

“ไม่ดีแล้ว”

“มีคนกำลังพยายามสูบกลืนพลังจากพวกเรา!” มารร้ายที่อาวุโสในสถานที่นี้คำรามลั่น

“มารเฒ่ากลืนโลหิต?”

“บัดซบ ทำไมมันถึงมาอยู่ที่ชั้นสองได้?”

เหล่ามารร้ายต่างแปลกใจปนกับโกรธเกรี้ยว ในขณะที่การแสดงออกส่อให้เห็นว่ากำลังตื่นตระหนก

ด้วยความแข็งแกร่งของมารเฒ่ากลืนโลหิต แม้ว่าจะถูกจับกุมมาได้โดยวัดเส้าหลิน มันก็ควรจะถูกคุมขังอยู่ในหอคอยสะกดมารชั้นที่เจ็ดเป็นอย่างน้อย

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

“คิดจะหนีอย่างนั้นหรือ? จะหนีไปไหนได้เล่า?”

“มาร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมารเฒ่าผู้นี้เถิด”

“ตัวข้าผู้นี้รีบร้อนนัก ยังมีธุระให้ต้องสะสางในชั้นต่อไป”

มารเฒ่ากลืนโลหิตหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะมองไปที่เหล่ามารร้าย สายตาไม่ได้แยแสในชีวิตของพวกมัน

ตั้งแต่ที่เขาคิดที่จะเข้ามายังหอคอยสะกดมาร เป็นธรรมดาที่ไม่ได้หวังจะมาสูบกลืนพลังจากเหล่ามารพวกนี้เพียงแค่ชั้นเดียวแน่ๆ

เป้าหมายที่แท้จริงของมารเฒ่ากลืนโลหิตคือพวกมารร้ายที่อยู่บนชั้นเก้า

ยามมืด

ดวงจันทร์ลอยสูงเด่นบนท้องนภา

ซูฉินนั่งขัดสมาธิ หายใจเข้าลึกหายใจออกยาว

หากมีผู้เยี่ยมยุทธสามระดับบนอยู่บริเวณนี้จะต้องตกใจเป็นแน่เมื่อพบว่าการสูดลมหายใจของซูฉินแต่ละครั้งสูดเอาพลังฟ้าดินจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย

พลังฟ้าดินที่ซูฉินสูดหายใจเข้าไปในแต่ละครั้งเพียงพอที่จะระเบิดร่างของผู้เชี่ยวชาญสามระดับบนทั่วๆ ไปได้แล้ว

ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญสามระดับบนจะสามารถเปิดสะพานเชื่อมระหว่างตนเองกับพลังปราณโลกได้ เพื่อชักนำพลังภายนอกเข้ามาชำระล้างร่างกายภายใน

แต่การทำแบบนั้นจะต้องค่อยเป็นค่อยไป

ให้เปรียบเสมือนสายน้ำไหลไปตามสายธารเล็กๆ ค่อยๆ ไหลเอื่อยๆ

แต่ตอนนี้การกระทำของซูฉินเหมือนกับก่อเกลียวคลื่นดึงดูดมวลน้ำจากทะเลสาบ ปริมาณมันไร้ที่สิ้นสุด

แม้แต่ยอดปรมาจารย์ระดับต้นๆ พอมาเห็นซูฉินปล่อยไอฟ้าดินออกมาแบบนี้ก็ต้องขนลุกชันไปทั่วศีรษะ

พลังปราณของโลกอันตรายอย่างยิ่ง ถ้าพลังปราณโลกจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย ต่อให้เป็นยอดปรมาจารย์ระดับชั้นที่หนึ่งหากประมาทไปเพียงเล็กน้อยก็อาจทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บได้เหมือนกัน

เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บที่มาจากปราณโลก ปัญหาต่างๆ จะตามมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ดังนั้นจึงไม่มีผู้เยี่ยมยุทธคนใดกล้าจะทำแบบนี้

“[กายาวัชระคงกระพัน] สมกับที่เป็นผลงานชิ้นเอกในด้านกำลังภายนอกของวัดเส้าหลิน”

ซูฉินลืมตาขึ้นมา กล่าวชมเชยอยู่ในใจ

ร่างกายที่ไปถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ใน [กายาวัชระคงกระพัน] ทำให้ซูฉินดูดซับพลังฟ้าดิน พลังปราณโลกได้โดยไม่ต้องกังวลอันตรายใดๆ ที่ซุกซ่อนอยู่

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน ข้าคงคิดว่า [กายาวัชระคงกระพัน] นั้นสมบูรณ์แบบและไม่มีข้อบกพร่อง”

“แต่ยามนี้ ข้ามี [ดวงตาแห่งสัจจะ] มาใช้สังเกตตนเอง ข้อบกพร่องของ [กายาวัชระคงกระพัน] จึงปรากฏให้เห็นได้ชัดเจน...”

ซูฉินถอนหายใจเบาๆ รู้สึกนับถือในพลังของ [ดวงตาแห่งสัจจะ] มากขึ้น

[กายาวัชระคงกระพัน] เป็นแก่นแท้แห่งพลังหยางที่ทรงพลังที่สุด ดั่งหินผาสูงชันที่ไม่สามารถทำลายลงได้

อย่างไรก็ตามทุกสิ่งในโลกล้วนไม่ได้มีเพียงหยินหรือหยางแค่อย่างเดียว มีหยินอย่างเดียวไม่พัฒนา หยางเพียงอย่างเดียวก็ยากที่จะเติบโตจนสุด!

เพื่อความยืนยงอย่างแท้จริง หยินและหยางต้องสอดคล้องประสมประสานกัน

[กายาวัชระคงกระพัน] เสริมแกร่งร่างกายได้มากจนสามารถใช้เพียงร่างกายก็ต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญสามระดับบน

แต่มันสุดโต่งเกินไป

หากซูฉินต้องการก้าวข้ามไปอีกขั้นและบรรลุระดับ'อรหันต์' เขาจะไม่สามารถขัดเกลาร่างกายจนไปถึงขีดสุดได้โดยการใช้แค่ [กายาวัชระคงกระพัน] อย่างแน่นอน

ซูฉินต้องตามหาเคล็ดวิชาบ่มเพาะร่างกายที่มีคุณลักษณะธาตุหยินอีกสักชนิดเพื่อผสานเข้ากับวิชา [กายาวัชระคงกระพัน]

จบบทที่ Sign in Buddha's palm 21 การเปลี่ยนแปลงในหอคอยสะกดมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว