เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Sign in Buddha's palm 9 ใบไม้ร่วงโรยใบหนึ่ง

Sign in Buddha's palm 9 ใบไม้ร่วงโรยใบหนึ่ง

Sign in Buddha's palm 9 ใบไม้ร่วงโรยใบหนึ่ง


Sign in Buddha's palm 9 ใบไม้ร่วงโรยใบหนึ่ง

ที่ลานธรรม

พลังมารปกคลุมไปทั่วหัวระแหงในวัดเส้าหลิน ศิษย์วัดที่ถูกโจมตีด้วยพลังมารต่างสับสนวุ่นวายและยอมจำนนต่อพลังอย่างรวดเร็ว

ในส่วนลึกของไอพลังมารเข้มข้น รัศมีพุทธคุณกำลังอ่อนแรงลงคล้ายกับหัวเทียนที่ใกล้จะมอดดับอยู่รอมร่อ

แสงพลังพุทธะด้านในหมอกกำลังต่อสู้อยู่กับพลังมาร

แต่ก็ชัดเจนว่าแสงพุทธะนั้นคงดิ้นรนต่อไปได้ไม่นานนัก

“พระแก่ฮุ่ยเหวิน ยอมจำนนเสียบัดนี้ เดี๋ยวแกจะได้รู้ว่าความน่ากลัวของพลังแห่งมารพุทธะมันเป็นอย่างไร” เจินซิ่งเอ่ยช้าๆ

ตอนนี้หัวหน้าตำหนักวัดเส้าหลินก็เสียความสามารถในการต่อต้านไปเรียบร้อย ส่วนเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินก็ไม่สามารถทนได้นานไปกว่านี้ เจินซิ่งมองเห็นชัยชนะอยู่ตรงหน้าแล้ว

“โชคดีที่ข้าพาหัวหน้าตำหนักและเจ้าอาวาสมารวมตัวกัน ไม่อย่างนั้นแล้วถ้ามีใครสักคนหลบหนีไปแล้วใช้มรดกในวัดเส้าหลินเพื่อทำลายวัดลง เกรงว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายปานนี้แน่”

เจินซิ่งแย้มยิ้มภาคภูมิใจ

สุดท้ายแล้ววัดเส้าหลินก็ยังคงเป็นสุดยอดพรรค แม้นไม่มีสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์ระดับชั้นที่หนึ่งในยุคนี้ แต่รากฐานอันยาวนานนั้นก็มีพลังเพียงพอจะสยบเขาลงได้

อย่างไรก็ตาม

ไม่ว่ามรดกตกทอดจะแกร่งเพียงใด มันจำเป็นจะต้องมีคนนำมันมาใช้งาน

ทว่ายามนี้ ผู้ที่สามารถใช้มรดกตกทอดถูกเขาจัดการ ไม่มีใครหนีรอดไปได้

ในตอนนั้นเองที่เจินซิ่งจะลงมือกำจัดเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินให้สิ้น ใบหน้าเขาก็เปลี่ยนไปราวกับรู้สึกได้ถึงบางอย่าง

“นี่คือ?”

เจินซิ่งหันไปมองทางศาลาพระคัมภีร์ในทันทีทันใด

ไอพลังหยางอันบริสุทธิ์ที่สามารถแทงทะลุทะลวงพลังมารอันแข็งแกร่งราวกับดาบแหลมคม

พลังมารอันไร้ขีดจำกัดนี้ก่อตัวขึ้นมาจากพลังของจิตมาร ถึงแม้มันจะเป็นเพียงพลังลวงตา แต่แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญระดับชั้นที่สองยังต้องจำนนต่อมัน

กระนั้นพลังหยางที่กำลังเข้ามาใกล้นี้ตัดฝ่าพลังมารดำมืดนี้มาได้เหมือนกับตัดผ่านกระดาษ

ครู่ต่อมา

ไอพลังนี้ข้ามผ่านระยะทางหลายลี้มาถึงเจินซิ่งในชั่วพริบตา

“ไม่ดีแล้ว!!”

เจินซิ่งหนังศีรษะลุกวาบ เขาต้องถอยหนี เลี่ยงมันให้ได้

แต่มันสายเกินไป

พลังหยางพุ่งทะลวงเข้ากลางหว่างคิ้วของเจินซิ่ง ส่งร่างของเขาลอยคว้างสู่ระฆังโบราณอายุกว่าพันปีด้านหลัง

เป๊ง!!

เสียงใสดังกังวาน

“ข้า...”

ตาของเจินซิ่งว่างเปล่า ร่างของเขาปริแตกออก

เมื่อขาดแหล่งพลัง พลังมารที่ปกคลุมกว่าครึ่งเสี้ยววัดก็คลายออกและหายไปในความเร็วที่มองเห็นได้ชัดเจน

เจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินที่เตรียมจะระเบิดร่างตนเองนิ่งงันไป

เขาไม่คาดฝันว่าจะเป็นเจินซิ่งที่ทำลายตัวเอง ก่อนที่เขาจะลงมือเสียอีก

“ไม่ใช่”

“เขาไม่ได้ทำลายตนเอง”

“มีใครบางคนที่ทำ”

เจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินคู่ควรกับการเป็นปรมาจารย์ระดับชั้นที่สองที่มากล้นไปด้วยประสบการณ์ เขาตระหนักถึงบางสิ่งได้ทันที

จากนั้น

ฮึบ!!

พลังมารที่เหลืออยู่ค่อยๆ มารวมตัวกัน 'เจินซิ่ง' ร่างใหม่ก็กำเนิดขึ้น

“นี่ข้าตายแล้วงั้นรึ?”

เจินซิ่งหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ

ถ้าไม่ใช่เพราะ 'เคล็ดวิชาตัวตายตัวแทน' จากมรดกตกทอดของมารพุทธะ เขาน่าจะตายไปจริงๆ แล้วในตอนนี้

แต่ถึงแบบนั้น เจินซิ่งก็ไม่ใช่จะโชคดีไม่เสียทั้งหมด [เคล็ดวิชาตัวตายตัวแทน] เป็นเคล็ดวิชาต้องห้าม ผู้สืบทอดของมารพุทธะแต่ละคนสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นทั้งชีวิต ซึ่งเทียบเท่ากับเป็นชีวิตที่สอง

สีหน้าของเจินซิ่งซีดลง มองไปที่ระฆังโบราณพันปีที่อยู่ไม่ไกล

เขาจึงได้เห็นใบไม้สีเหลืองแห้งเหี่ยวอยู่บนระฆัง

“ใบไม้หรอ?”

“ข้าตายเพราะใบไม้เนี่ยนะ?”

หัวใจของเจินซิ่งสั่นไหวไม่หยุด

ถ้าเขาตายเพราะอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เขาจะได้จดจำมันไว้

แต่นี่มันแค่เศษใบไม่ร่วง...

ต้องแข็งแกร่งถึงระดับไหนกันถึงฆ่าเขาได้เพียงใช้ใบไม้ธรรมดาๆ ?

เจินซิ่งไม่อาจจะจินตนาการได้เลย

“แล้ว...”

เจินซิ่งสัมผัสไปที่หว่างคิ้ว แม้ว่าเขาจะรอดตายมาได้เพราะใช้ [เคล็ดวิชาตัวตายตัวแทน] เขายังรู้สึกได้ถึงไอพลังหยางที่หว่างคิ้ว ค่อยๆ ลดทอนพลังมารในตัวเขาอย่างต่อเนื่อง

ใต้ความกดดันของพลังหยางอันหนักแน่นนี้ เจินซิ่งเหลือพลังแค่หนึ่งในสิบ ไม่สามารถที่จะต่อกรกับระดับชั้นที่สามได้ด้วยซ้ำ

“วัดเส้าหลินลึกล้ำและประเมินไม่ได้จริงๆ...”

เจินซิ่งหันมองที่เจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินที่ยังคงตกตะลึง และรู้ว่าเขาจะต้องหนีไปได้แล้ว

ถ้าเขาไม่จากไป ไม่เพียงแต่จะทำลายเส้าหลินไม่ได้ เขาจะต้องจบชีวิตลงที่นี่ด้วย

คิดได้แบบนี้เจินซิ่งกลายเป็นเงาร่าง ไม่ลังเลที่จะหนีออกไป

ถึงเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินจะเห็นสิ่งนั้นแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

จริงอยู่ที่เจินซิ่งสูญเสียความแข็งแกร่งส่วนใหญ่ไป แต่ตัวเขาเองก็ไม่ใช่ตกอยู่ในที่นั่งเดียวกันหรอกหรือ

หลังจากประสบกับการลอบโจมตีของเจินซิ่ง และพลังมารถาโถม อาการบาดเจ็บของเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินตอนนี้รุนแรงมากเสียยิ่งกว่าเจินซิ่งเสียอีก

ด้านนอกของวัดเส้าหลิน

ร่างเงาพุ่งออกมาอย่างร้อนรน

“บัดซบเอ้ย บัดซบ ไอ้ชาติหมาเอ้ย!”

“เกือบไปแล้ว เกือบไปแล้วเชียว!!!”

เจินซิ่งโกรธแค้น

การเป็นผู้สืบทอดของมารพุทธะเป็นที่แน่นอนว่าสามารถก้าวเข้าสู่ระดับชั้นที่สองไม่ก็ชั้นที่หนึ่งได้ในเวลาอันสั้นเพราะการส่งเสริมจากจิตมาร

แต่ในทางกลับกัน ผู้สืบทอดของมารพุทธะทุกคนมีจิตใจที่บิดเบี้ยว มุ่งหมายเพียงแต่จะทำลายวัดเส้าหลินประดุจเป้าหมายของชีวิต

ยิ่งไปกว่านั้นอายุขัยของผู้สืบทอดมารพุทธะนั้นจะสั้นมาก และจะสิ้นชีวิตลงภายในห้าปีเป็นอย่างมาก

“คนที่โจมตีและฆ่าข้าด้วยใบไม้นั่นอย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นยอดปรมาจารย์ในระดับชั้นที่หนึ่ง”

“ยิ่งกว่านั้นมันยังเป็นยอดปรมาจารย์ระดับชั้นที่หนึ่งที่ทรงพลังเอามากๆ ด้วย”

“แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์ในวัดเส้าหลินอีกต่อไปแล้วไม่ใช่หรือ?”

เจินซิ่งสูดลมหายใจเข้าลึก และมองกลับไปที่วัดเส้าหลิน “ยอดปรมาจารย์ชั้นที่หนึ่งนั่น...คงไม่ตามข้าออกมาหรอกใช่ไหม?”

แต่เมื่อเจินซิ่งรู้สึกผ่อนคลายลงได้เล็กน้อย

เสียงสงบเย็น ไม่เร็วไม่ช้าเอ่ยขึ้น

“เจ้ากำลังมองหาข้าอยู่เยี่ยงนั้นหรือ?”

วูบ!!!

เจินซิ่งขนลุกชัน หันกลับไปมองที่ต้นเสียงทันที

เขามองเห็นพระสวมใส่จีวรสีเทากำลังมองมาที่เขา

“เจ้าคือ?”

เจินซิ่งรู้สึกว่าค่อนข้างคุ้นหน้าซูฉิน

ก่อนที่เจินซิ่งจะถูกครอบงำโดยจิตมาร แม้ว่าเขาจะเป็นอัจฉริยะแห่งลานอรหันต์ เขาได้เข้าวัดเส้าหลินมาพร้อมๆ กับซูฉิน ก็พอจะคุ้นๆ หน้ากันอยู่บ้าง

แต่ซูฉินเป็นเพียงพระกวาดลาน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก

“เป็นเจ้านั่นเอง!”

ความคิดของเจินซิ่งไหลไปและในที่สุดเขาก็จำซูฉินได้

เจินซิ่งถึงกับเคยพูดคุยบ้างสองสามคำกับซูฉินตอนที่เข้ามาในวัด

ถึงอย่างไรก็ตามการที่ซูฉินได้รับมอบหมายให้สังกัดลานจิปาถะแล้วกลายเป็นพระกวาดลาน เจินซิ่งก็ไม่เคยได้ติดต่อกับซูฉินอีก

จากมุมมองของเจินซิ่ง เขาและซูฉินนั้นถูกกำหนดให้แตกต่าง และไม่มีวันได้เดินไปในเส้นทางเดียวกัน

แม้แต่ตอนนี้ เจินซิ่งได้กลายมาเป็นทายาทของมารพุทธะ เขาก็ยังไม่ได้เห็นซูฉินอยู่ในสายตา

“เจ้ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ยิ่งเจินซิ่งมองไปที่ซูฉินมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตกใจมากเท่านั้น

ถึงแม้ซูฉินจะดูเหมือนคนปกติ ต่อหน้าเขาไม่มีแม้แต่ความผันผวนของกำลังภายใน แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้นเจินซิ่งยิ่งรู้สึกว่ามันผิดปกติ

ต้องรู้ไว้ก่อนว่าเขาเป็นใคร?

เขาคือทายาทของมารพุทธะ! ถึงตอนนี้จะบาดเจ็บ แต่กลิ่นอายก็เพียงพอจะทำให้ผู้ฝึกยุทธทั่วไปหัวใจสั่นระรัว ไม่ต้องพูดถึง 'คนธรรมดา' อย่างเช่นซูฉินนี้เลย

ถ้าซูฉินเป็นคนปกติ ขาของเขาควรจะอ่อนยวบลงไปได้แล้วไม่ใช่หรือ?

ในตอนที่เจินซิ่งรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนั้นเอง ซูฉินก็พลันพูดบางอย่างที่เปลี่ยนสีหน้าของเขาออกมา

“เจ้ายังไม่ตายหลังจากถูกโจมตีหรอกหรือ? มารพุทธะนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

สีหน้าของเจินซิ่งแข็งค้างและถอยหนีทันที ทะยานตัวออกไปไกลเป็นลี้ราวกับเขาพบเข้ากับศัตรู ราวกับประสบพบเจออันตรายถึงแก่ชีวิต

“เจ้าเป็นใครกันแน่?”

จบบทที่ Sign in Buddha's palm 9 ใบไม้ร่วงโรยใบหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว