เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Sign in Buddha's palm 1 มิว่าสวรรค์หรือพิภพ ตัวตถาคตเหนือสรรพสิ่ง!

Sign in Buddha's palm 1 มิว่าสวรรค์หรือพิภพ ตัวตถาคตเหนือสรรพสิ่ง!

Sign in Buddha's palm 1 มิว่าสวรรค์หรือพิภพ ตัวตถาคตเหนือสรรพสิ่ง!


Sign in Buddha's palm 1  มิว่าสวรรค์หรือพิภพ ตัวตถาคตเหนือสรรพสิ่ง!

“ไม่คาดคิดเลยแฮะว่าเราจะกลายมาเป็นเณรกวาดลานที่วัดเส้าหลินแบบนี้”

ซูฉินลืมตาตื่น ยันกายลุกขึ้นอย่างว่องไว เดินผ่านประตูออกไปด้วยความรวดเร็ว

ซูฉินหาใช่คนที่นี่ไม่ เขามาจากโลก ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

ตามจริงแล้วซูฉินก็ไม่ใช่ลูกศิษย์ของวัดเส้าหลินเสียด้วยซ้ำ ตอนที่เขาข้ามโลกมาแต่แรกนั้น เขากลายมาเป็นคุณชายสามแห่งตระกูลซู

ตระกูลซูถือเป็นตระกูลมั่งคั่งประจำถิ่น มีผู้เชี่ยวชาญอยู่มากมาย หัวหน้าตระกูลถึงกับมีพลังอยู่ที่ชั้น 6 นับเป็นผู้แข็งแกร่งในพื้นที่ร้อยลี้นี้

โชคไม่ดีเมื่อซูฉินอายุได้เพียงสิบขวบ ซึ่งก็คือไม่กี่วันก่อนหน้า ศัตรูตัวฉกาจของตระกูลซูเข้ามาทำร้ายหัวหน้าตระกูลด้วยน้ำมือของมัน

เพื่อรักษาตระกูลเอาไว้ ตระกูลซูจำต้องปลดศิษย์ทั้งหลายเป็นทางออกสุดท้าย และซูฉินก็โดนส่งตัวไปวัดเส้าหลินอย่างเงียบๆ

เพื่อป้องกันการปฏิเสธของทางวัด ตระกูลซูจึงไม่เปิดเผยสถานะของซูฉินแต่ส่งเขาไปในนามของเด็กกำพร้าแทน

วัดเส้าหลินเป็นสถานที่ที่มีเบื้องหลังยากจะหยั่ง แม้จะอยู่ในช่วงตกต่ำในเวลาหลายปีที่ผ่านมา แต่ศัตรูของตระกูลซูก็ไม่นับว่าเป็นตัวอะไรในสายตาเส้าหลิน

ตราบที่ซูฉินยังอยู่ในวัด เท่ากับว่าประกันความปลอดภัยได้อย่างแน่นอน

ความจริงซูฉินเข้าสักการะวัดเส้าหลินเป็นที่เรียบร้อย เพียงแต่ไม่มีพรสวรรค์ในเต๋าวิชายุทธ์จึงได้เพียงแต่รับหน้าที่เป็นเณรกวาดลานสังกัดตำหนักลานจิปาถะ

ซูฉินเดินมาที่ประตู

ขณะนั้นมีสามเณรห่มชุดคลุมสีเทาหลายสิบคนยืนออกันอยู่ที่ด้านนอก ซูฉินเดินไปหาพื้นที่แถวๆ ด้านหลังสำหรับตัวเอง

“เอาล่ะ”

“ตั้งแต่ที่พวกเจ้าเข้าร่วมกับทางวัดเส้าหลิน จงอย่าได้สนใจอดีตที่ผ่านมา”

เป็นพระใบหน้ากว้าง หูใหญ่ พูดออกมา

“ถึงแม้ว่า ลานจิปาถะ จะไม่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนกับ ลานธรรม และตำหนักยุทธ์สงฆ์ แต่มันก็ยังดีกว่าอยู่แบบเงียบเหงา เพียงทำตามหน้าที่ในทุกวันให้ดี ก็จะไม่มีใครมาวุ่นวายกับพวกเจ้า”

พระหน้ากว้างหูใหญ่หยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยพูดต่ออีกครั้ง “เอ้า แยกย้ายแล้วไปทำหน้าที่ของตัวเองซะ”

กลุ่มเณรต่างกระจายตัวกันออกไปทีละคนๆ

ซูฉินถือไม้กวาดไปทางโถงศาลาการประชุมใหญ่

เขาเป็นเณรกวาดลาน แต่ที่วัดไม่ได้มีแค่ซูฉินเพียงคนเดียวเสียเมื่อไหร่

ในฐานะที่วัดเส้าหลินเป็นพรรคแข็งแกร่งระดับโลก มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ไพศาล หากให้ซูฉินทำความสะอาดคนเดียวก็คงทำไม่หมดแม้ใช้เวลาร่วมปี

สถานที่ที่ซูฉินรับหน้าที่ทำความสะอาดวันนี้อยู่ใกล้กับโถงใหญ่อันเป็นศาลาการประชุม

ในไม่ช้าเขาก็มาถึงห้องโถงใหญ่ และมองเข้าไปในโถงอันวิจิตร

โถงใหญ่ถือเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของวัดเส้าหลิน ทุกๆ มุมสร้างออกมาอย่างประณีตงดงาม

ซูฉินยืนอยู่หน้าห้องโถง มองเข้าไปด้านในก็จะเห็นพระพุทธรูปทองคำประดิษฐานอยู่ภายในแม้จะมองได้ไม่ค่อยชัดเจนนักก็ตาม

ทันใดนั้นก็มีเสียงราวกับเครื่องจักรดังก้องอยู่ในหูของซูฉิน

[ระบบกำลังเริ่มทำงาน...]

[เปิดใช้งานสำเร็จ วันนี้โฮสต์สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้...]

….

“ระบบ?”

“ลงชื่อเข้าใช้งาน?”

ม่านตาของซูฉินหดตัวลง

ความคิดในหัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว กล่าวถามออกไปอย่างไม่แน่ใจว่า “ฉันต้องลงชื่อเข้าใช้ที่นี่หรอ”

[ได้ทุกที่บนโลก ตราบที่จุดนั้นมีเต๋าสะสมทิ้งเอาไว้ โฮสต์ก็สามารถลงชื่อเข้าใช้ได้]

[หมายเหตุ: คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้ได้วันละครั้งเท่านั้น]

[ยิ่งความหนาแน่นสะสมมากเท่าไหร่ ของที่ได้รับจากการลงชื่อเข้าใช้ก็ยิ่งมากเท่านั้น]

[บางสถานที่สามารถลงชื่อซ้ำได้หลายครั้ง]

เสียงเครื่องจักรกลไม่มีโทนสูงต่ำดังขึ้นช้าๆ ในหูของซูฉิน

“แหล่งสะสมเต๋า?”

ซูฉินพึมพำกับตนเอง

แน่นอนว่าเขาเข้าใจความหมายที่ระบบกำลังบอก

ไม่ใช่ทุกที่ที่มีสิทธิ์ลงชื่อเข้าใช้

อย่างเช่นซูฉินที่อาศัยในตระกูลซูมานานถึงสิบปี แต่ก็ไม่พบแหล่งสะสมเต๋าตามที่ระบบได้กล่าวเอาไว้ แล้วระบบก็ไม่ได้ถูกกระตุ้นด้วยซ้ำ

แต่ที่โถงประชุมใหญ่นี้...

มันถึงระดับที่เป็นที่ประดิษฐานของพุทธรูปทองคำของวัดเส้าหลิน เป็นแหล่งสะสมของเต๋า ตรงตามเงื่อนไขของระบบ

ในหัวเขามีความคิดสับสนวุ่นวายเต็มไปหมด แต่สีหน้ายังแสดงออกด้วยความสุข

เดิมทีซูฉินคิดว่าเขาคงตายไปอย่างเหงาหงอยในคราบของพระกวาดลาน

สุดท้ายแล้วเส้าหลินก็ไม่ใช่สถานที่ที่ใครอยากจะมาก็มา จะไปก็ไป

ซูฉินสักการะวัดเส้าหลินในฐานะที่เป็นเด็กกำพร้า หมายความว่าเป็นการถวายกายใจแด่วัด การจะกลับไปเป็นฆารวาสนั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้รับความยินยอมจากหัวหน้าตำหนักสักแห่ง

แต่ความจริงแล้วมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ตัวตนของหัวหน้าตำหนักสงฆ์คืออะไร? เขาจะต้องมาสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของซูฉินรึเปล่า? ก็แค่พระกวาดลาน

นอกจากนี้ ถ้าพระทุกรูปขอลาสึกไปอยู่ในเมือง แล้วใครมันจะไปอยู่ในวัดเส้าหลินกัน

ต่อให้ตระกูลซูจะขับไล่ศัตรูไปได้แล้วและกลับคืนสถานะ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมาบอกเรื่องนี้กับหัวหน้าสงฆ์ในวัดเส้าหลิน

ถึงตระกูลซูจะเป็นตระกูลผู้มั่งคั่งแถบชนบท แต่เส้าหลินที่ถึงกับเคยอยู่คับฟ้า มีชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งไปทั่วยุทธภพ

ทั้งคู่มันอยู่กันคนละระดับ

แม้แต่ศัตรูตัวฉกาจที่บีบบังคับให้สมาชิกตระกูลซูกระซ่านกระเซ็นไปเพื่อรักษามรดกสายเลือด ก็ไม่มีค่าเพียงพอจะเอ่ยถึงเมื่อมายืนอยู่ต่อหน้าวัดเส้าหลิน

แม้ว่าซูฉินเข้ามาอยู่ในวัด หลบหนีการตามล่าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ในทางกลับกันเขาก็จะติดอยู่ในวัดไปตลอดชีวิต

ทว่าตอนนี้ระบบลงชื่อเข้าใช้ทำให้ซูฉินกลับมามีหวัง

“ระบบ ฉันจะลงชื่อเข้าใช้”

ซูฉินสำรวมกาย พึมพำเบาๆ ในใจ

หลังจากนั้น

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับ 'ฝ่ามือยูไล' ]

เสียงของระบบ ไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วดังขึ้นในหูของซูฉิน

“ฝ่ามือยูไล?”

ซูฉินสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอด

ถ้าจำไม่ผิด ฝ่ามือยูไล คือสุดยอดวิทยายุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของวัดเส้าหลิน ซึ่งทราบกันดีว่าจะถ่ายทอดวิชากันเฉพาะตัวต่อตัวเท่านั้น

ในจังหวะที่ซูฉินได้รับฝ่ามือยูไลนั้นเอง

หวึ่งงง!

เหนือโถงประชุมใหญ่ ปรากฏร่างทองแห่งองค์ยูไลขนาดยักษ์ หนึ่งนิ้วจรดฟ้า หนึ่งนิ้วชี้พื้นพสุธา มองดูสง่าผ่าเผย น่าเกรงขาม

สูงกว่าสวรรค์ เหนือกว่าพิภพ เพียงตัวตถาคต

แสงขององค์ยูไลส่องสว่างไปทั่ววัด มีลำแสงยาวส่องทอกระจายออกไปนับไม่ถ้วน

วัดเส้าหลินถึงกับสั่นสะเทือน เหล่าพระเณรต่างก้มลงตะโกน “องค์ยูไลอันศักดิ์สิทธิ์”

ฟึ่บ!

ฟึ่บ!

ฟึ่บ!

เป็นเวลาเดียวกันที่ร่างเงามากมายมาปรากฏตัวที่ด้านนอกโถงประชุมใหญ่อย่างเงียบๆ

คนแรกที่มาถึงสวมจีวรสีแดงเลือดหมูในมือถือไม้เท้าเก้าห่วง ท่านคือเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวิน เป็นเจ้าอาวาสของวัดเส้าหลินในยุคสมัยปัจจุบัน

คนที่เหลือเป็นหัวหน้าตำหนักสงฆ์ของลานสงฆ์และตำหนักสงฆ์ต่างๆ

ในเวลานี้ทุกคนรวมถึงเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวิน มองไปที่องค์ยูไลสีทองขนาดยักษ์ที่ปรากฏอยู่เหนือโถงใหญ่ด้วยแววตาตระหนก

“นะโม อมิตาพุทธ...”

เจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินเคลื่อนเข้าไปคำนับองค์ยูไลสีทองขนาดใหญ่ หัวหน้าตำหนักต่างก็ก้มหัวคำนับด้วย “นะโม อมิตาพุทธ...”

จากนั้นไม่นานแสงขององค์ยูไลก็ค่อยๆ สลายไป

รอจนกระทั่งแสงจางหายไปจนหมด เจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินถึงได้หน้าเงยหน้าขึ้นมอง

“เป็นพลังพุทธคุณอันรุนแรงยิ่ง...”

คลื่นลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นในใจของเจ้าอาวาส

เขาไม่ใช่เป็นเพียงเจ้าอาวาส แต่ตัวเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญวิทยายุทธ์ที่มีชื่อเสียงขจรขจายอีกด้วย องค์ยูไลทองคำที่ปรากฏขึ้นนี้ก่อตัวด้วยพลังธรรมชาติแห่งพุทธะ

ต้องเข้าใจว่าแม้แต่การคงอยู่ของพลังระดับ 'อรหันต์' ก็ยังไม่เทียบเท่าแม้หนึ่งในหมื่นขององค์ยูไลสีทองเมื่อครู่

“เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีศิษย์วัดคนใดได้รับความชื่นชอบจากพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นเหตุผลว่าทำไมพลังแห่งพุทธะถึงเคลื่อนคล้อยลงมา”

เจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินมองไปที่ลูกศิษย์หลายคนที่กำลังดูแลแถวข้างองค์พระพุทธรูปทองคำในห้องโถงใหญ่

โถงประชุมใหญ่ถือเป็นสถานที่สำคัญของเส้าหลินและมีเหล่าลูกศิษย์ลูกหาคอยดูแลตลอด

ถ้าจะมีศิษย์ที่ได้รับความโปรดปราน ก็คงเป็นกลุ่มศิษย์เหล่านี้

หัวหน้าตำหนักต่างก็คิดไปในทางนี้เช่นกัน สายตาของพวกเขาเปลี่ยนไปในทันทีที่มองเข้าไปในห้องโถงใหญ่

ตั้งแต่ 60 ปีที่แล้ว สงฆ์ศักดิ์สิทธิ์มรณภาพลงในขณะเข้าฌาน จากนั้นวัดเส้าหลินก็ไม่ได้ให้กำเนิดสงฆ์อันศักดิ์สิทธิ์อีกเลย

ผลลัพธ์ก็คือสถานะของการเป็นสุดยอดพรรคตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

ถ้ามีลูกศิษย์คนใดได้ที่ได้รับพลังแห่งพุทธะอันยิ่งใหญ่แบบเมื่อครู่แล้วล่ะก็ ไม่ต้องห่วงเรื่องสงฆ์ศักดิ์สิทธิ์หรอก ถ้าจะสำเร็จจนถึงขั้นเป็นอรหันต์ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย

คิดได้เพียงเท่านั้นเหล่าหัวหน้าตำหนักพลันเนื้อเต้น

“ทุกคนตรงนั้น ถอยออกมาให้หมด อย่าได้เข้าไปใกล้ถ้าไม่ได้รับการยินยอมจากหัวหน้าตำหนัก”

หัวหน้าตำหนักยุทธสงฆ์มีลักษณะนิสัยใจร้อน เขาเหลือบมองซูฉินและคนอื่นๆ เณรหลายคนจากลานจิปาถะหน้าขาวๆ ซื่อๆ โบกมือรับคำ

“ครับผม” เณรลานจิปาถะชำเลืองมองหน้ากันเองก่อนจะหันหลังเดินจากไป

หัวหน้าตำหนักคนอื่นๆ รวมถึงท่านเจ้าอาวาสฮุ่ยเหวินเห็นสิ่งนี้ แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

ถ้าพวกเขารู้ว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจากซูฉินซึ่งเป็นเณรกวาดลานจากตำหนักลานจิปาถะที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขานี้เอง คงต่างตื่นตะลึงและไม่อาจทำใจเชื่อได้ลง

จบบทที่ Sign in Buddha's palm 1 มิว่าสวรรค์หรือพิภพ ตัวตถาคตเหนือสรรพสิ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว