เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 58 ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อบรรลุเป้าหมาย (ฟรี)

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 58 ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อบรรลุเป้าหมาย (ฟรี)

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 58 ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อบรรลุเป้าหมาย (ฟรี)


กำลังโหลดไฟล์

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 58 ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อบรรลุเป้าหมาย

คงหนิงไม่เชื่อความสามารถในการมองผู้คนของตนเองอีกต่อไป

ผู้คนบนโลกนี้ช่างเลวร้ายนัก เขาต้องการพลาดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และจะไม่มีครั้งที่สองอีก

แม้ว่าหว่านเอ๋อจะดูไร้เดียงสาและน่ารักในตอนนี้ ไม่ได้ดูเหมือนมีบางสิ่งแอบแฝง แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะเสี่ยง

ถ้าแม้แต่ซูหยานยังสามารถหลอกลวงเขาได้ คนอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

เมื่อมองไปที่หญิงสาวผู้ซื่อตรงเบื้องหน้า คงหนิงไม่เคยพูดความลับของเขาออกมา แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดด้วยรอยยิ้ม

“ช่วงนี้ข้าได้คลี่คลายความสัมพันธ์กับปีศาจภายในบ้านลงเล็กน้อย จึงได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับปีศาจภายในเมืองมาบ้าง”

“จำนวนปีศาจภายในเมืองนี้น่าจะมีเกือบๆ สิบตน”

“มีปีศาจทรงพลังที่นางไม่เคยพบมาก่อน เป็นผู้นำของปีศาจภายในเมือง”

“ปีศาจแมงป่องคาดเดาว่าปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดน่าจะมีพลังตบะมากกว่าสามร้อยปี แต่ไม่น่าจะเกินสามร้อยห้าสิบปี”

“ยิ่งไปกว่านั้น ปีศาจตัวที่เหลือล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป”

“ตัวที่อ่อนแอที่สุดก็มีพลังตบะมากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว”

“ในบรรดาปีศาจที่ทรงพลัง มีตัวที่มีพลังตบะมากกว่าสองร้อยปี ทั้งยังมีตัวที่มีพลังตบะเกือบๆ สามร้อยปีอยู่ด้วย”

คงหนิงแบ่งปันข้อมูลที่เขาสืบหามาจากซูหยานอย่างหนักให้หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าฟัง

และบอกกับหญิงสาวว่าปีศาจภายในเมืองดูเหมือนกำลังวางแผนครั้งใหญ่ร่วมกัน

เขานั้นวางแผนที่จะกำจัดผีร้ายรวมถึงปีศาจทั้งหมดที่นี่ ไม่ใช่มุ่งหมายเพียงแค่เอาชีวิตรอด

คำพูดโอ่อ่าและตรงไปตรงมาของคงหนิงทำให้ดวงตาของหญิงสาวค่อยๆ เบิกกว้าง

“......ดังนั้นสถานการณ์ภายในเมืองจึงซับซ้อนมาก มีปีศาจอย่างน้อยสองตนที่มีความแข็งแกร่งในขอบเขตกลั่นนภา”

คงหนิงกล่าวต่อไปว่า “แม้แม่นางหว่านเอ๋อจะสามารถทะลวงระดับไปถึงขอบเขตกลั่นนภาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ โดนอาศัยโอสถฟ้าดินยิ่งใหญ่ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความได้เปรียบเหนือปีศาจเหล่านั้น แปลว่ามันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”

“ไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีวิญญาณเทพเจ้าประจำเมืองที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ในโลกวิญญาณอีก”

“วิญญาณร้ายตนนั้นสามารถบรรลุข้อตกลงกับปีศาจภายในเมืองได้ และสามารถดูดซับปราณหยางของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้อย่างโฉ่งฉ่าง ความแข็งแกร่งจะต้องไม่เล็กน้อยอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าขอบเขตกลั่นนภา ไม่เช่นนั้นจะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเจรจากับปีศาจภายในเมือง”

“มันกำลังจับตามองดูอยู่ในโลกวิญญาณ เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงกับปีศาจภายในเมือง วิญญาณเทพเจ้าประจำเมืองจะไม่ยอดพลาดโอกาสดังกล่าวอย่างแน่นอน”

“และเมื่อวิญญาณเทพเจ้าประจำเมืองเดินทางมาสู่โลกมนุษย์ สถานการณ์ภายในเขตชานหลานที่ซับซ้อนอยู่แล้วก็จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นไปอีก”

“ดังนั้น การพึ่งพาแม่นางหว่านเอ๋อเพียงคนเดียวนั้นไม่เพียงพอ พวกเราต้องคอยดูแลช่วยเหลือกัน”

“มันจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาพลังพิเศษของข้าที่สามารถยกระดับได้อย่างต่อเนื่อง ตามหาปีศาจเหล่านั้นเพื่อฆ่ามันเสียและพยายามทะลวงไปสู่ระดับที่สูงขึ้น”

“ถ้าเราสองคนสามารถไปถึงขอบเขตกลั่นนภา แล้วร่วมมือกันสร้างสถานการณ์ บางทีพวกเราอาจจะเปลี่ยนสถานการณ์ที่แสนวุ่นวายนี่แล้วกวาดล้างสิ่งชั่วร้ายออกไปจนหมด”

คงหนิงวิเคราะห์สถานการณ์ในเมืองอย่างรอบคอบ แนะให้หญิงสาวเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่นางคิด

“ดังนั้นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่ต้องรอให้แม่นางหว่านเอ๋อฝ่าฟันไปเพียงลำพัง แต่เป็นการที่เราจะต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน”

“ในขณะที่เราแอบลอบสังหารปีศาจภายในเมือง เราจะแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไปโดยที่ปีศาจเหล่านั้นไม่ทันสังเกตเห็น นั่นจึงจะพอมีความหวัง”

“และด้วยการดำรงอยู่ของซูหยาน แม้ว่าปีศาจภายในเมืองจู่ๆ จะตกตายไปอย่างกะทันหัน ตราบใดที่เราจัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยสะอาดเอี่ยม ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรให้เหล่าปีศาจสงสัย ปีศาจตนอื่นๆ ก็จะคิดว่ามันเป็นฝีมือของซูหยาน และไม่ได้สังเกตว่ามีผู้ฝึกตนคอยสังหารปีศาจอยู่ในเมืองด้วย”

“ปีศาจแมงป่องซูหยานจะกลายเป็นแพะรับบาปในที่แจ้ง ได้รับความเกลียดชังจากปีศาจไปมากที่สุด นางจะช่วยพวกเราแบ่งเบาความผิดไปได้”

“พวกเราจะใช้นางดึงดูดความสนใจของปีศาจภายในเมือง แอบบุกทะลวงขอบเขตให้แข็งแกร่งขึ้น และจนกว่าจะแข็งแกร่งเพียงพอที่จะพลิกกลับสถานการณ์วุ่นวายต่างๆ นี้ได้ จึงค่อยออกมาที่ฉากหน้า”

“ด้วยวิธีนี้ พวกเราจึงจะมีหวังในการกำจัดสิ่งชั่วร้ายภายในเขตชานหลานและฟื้นฟูโลกที่สดใสให้กับที่นี่......หว่านเอ๋อ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”

คงหนิงวิเคราะห์หลายสิ่งอย่างมีเหตุผลและรอบคอบ ทำให้หญิงสาวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

ในท้ายที่สุด ยังเอ่ยถามความเห็นของหญิงสาวด้วยความสุภาพ

ภายใต้แสงแดดยามเที่ยง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ

“อ่า?”

นางอยากจะยกมือขึ้นเกาหัวอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อนางยกมือขึ้น ก็พบว่าพฤติกรรมนี้ไม่เหมาะสมกับตนเองที่มีฐานะเป็นผู้ฝึกตน นางไม่ใช่เด็กสาวอมมืออีกต่อไป

หญิงสาวจึงรีบเอามือลงแล้วพูดว่า “ข้าว่าสิ่งที่หัวหน้ามือปราบหนิงพูดมานั้นสมเหตุสมผลมาก ข้าจะทำตามคำแนะนำของเจ้า”

หญิงสาวกล่าวว่า “ถึงข้าจะไม่ค่อยรู้อะไรมาก แต่ข้ารู้ว่าการตามคนฉลาดนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง”

“อือ คืนนี้เราไปฆ่าปีศาจในคฤหาสน์ตระกูลสวีกันเถอะ หว่านเอ๋อจะรอหัวหน้ามือปราบหนิงอยู่ที่นี่”

หญิงสาวแสดงอาการอ่อนน้อมถ่อมตนมาก ไม่ได้มีเจตนาจะโต้แย้งแต่อย่างใด

คงหนิงมองนางด้วยความประหลาดใจ และยืนยันได้อีกครั้งหนึ่งว่าหญิงนางนี้ไม่ฉลาดจริงๆ ด้วย.......

คนแบบนี้กลายเป็นผู้สืบทอดคนสุดท้ายของนิกายกระบี่สวรรค์ลี้ลับ?

ทำไมจู่ๆ เขาถึงรู้สึกว่านิกายกระบี่สวรรค์ลี้ลับคงไม่มีหวังที่จะหวนกลับคืนมาเสียแล้ว......

หลังจากกระแอมไอ คงหนิงก็พูดขึ้นว่า “ดี งั้นพวกเราแยกย้ายกันก่อน ข้าจะกลับไปที่ศาลาว่าการ ไว้เจอกันคืนนี้”

คงหนิงไม่กล้ารอช้า เขาตัดสินใจร่ำลาทันทีที่คุยแผนการกันเสร็จสิ้น แล้วกลับไปศาลาว่าการเพื่อแสดงบทบาทของตนต่อไป

แต่เมื่อเขากำลังจะจากไป เด็กสาวก็ถามด้วยความสงสัย

“ว่าแต่ หัวหน้ามือปราบหนิง ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงรู้เรื่องราวมากมายขนาดนี้” ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความสงสัย “ปีศาจในบ้านของเจ้าน่ากลัวมาก แต่มันกลับบอกเจ้าทุกอย่างเลยหรือ? ตอนนี้นางกลายเป็นปีศาจที่พูดคุยได้ด้วยดีไปเสียแล้ว?”

ความสงสัยของหญิงสาว ทำให้คงหนิงเข่าแทบทรุด

ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า แก่ชราขึ้นในทันที

ภายใต้แสงแดดส่องสว่างจากดวงอาทิตย์ เขาถอนหายใจออกยาวๆ แล้วพูดอย่างขมขื่น

“พูดคุยด้วยดีงั้นหรือ? เพื่อแลกกับข้อมูลเหล่านี้.......”

หลังจากที่พูดออกไป ไม่ว่าหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม คงหนิงก็ออกจากบ้านร้างตระกูลเถียนไปด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ขี่ม้ากลับศาลาว่าการเพียงลำพัง

แม้ว่าจะมีความสุขที่ได้พบหว่านเอ๋อ แต่การไปสังหารปีศาจในค่ำคืนนี้ก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน

ทว่าเมื่อคิดว่าหลังจากเลิกงานกลับบ้าน ก็ต้องไปเจอกับปีศาจภายในบ้าน......

ฮึ่ย!

ขณะที่หว่านเอ๋อจ้องมองมาด้วยความงุนงง คงหนิงก็ออกจากบ้านร้างตระกูลเถียนไปแล้ว

ในไม่ช้า เขาก็ขี่ม้ากลับมาที่ศาลาว่าการและรับประทานอาหารกลางวัน

เวลาช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความคาดหวังว่าจะต้องไปทำอะไรสักอย่างอยู่ภายในใจ ก็ดูเหมือนว่าเวลาจะผ่านไปไวมากขึ้น

เมื่อคงหนิงกลับบ้านมาในตอนเย็น ปีศาจสาวก็มองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ

“หือ? สามี วันนี้ท่านอารมณ์ดีหรือ?”

นางปีศาจที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวยื่นคอชะโงกหน้าออกมาดู แม้ว่านางจะยังทำอาหารอยู่หน้าเตา แต่ใบหน้าอันงดงามของนางเหลียวมามองคงหนิงที่เพิ่งเดินเข้าประตูมา

นางยิ้มแล้วถามว่า “มีเรื่องน่ายินดีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรือ?”

คงหนิงมองคอที่ยื่นออกมาจากห้องครัวด้านหน้า ใบหน้าของเขาก็พลันกระตุกเล็กน้อย

ดูภาพนี้กี่ครั้งก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเสียทุกครั้งเลย

เลวร้ายจริงๆ

แต่เมื่อนึกถึงงานใหญ่ที่ต้องทำคืนนี้ คงหนิงก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ทอดมาแค่สองจานก็พอ เย็นนี้ไม่ต้องทำมาเยอะจนเกินไป”

คงหนิงถือยาสมุนไพรในมือแล้วกล่าวว่า “ข้าได้ขอยามาจากเหล่าจาง เขาบอกว่าถ้ากินเข้าไปจะผงาดดั่งมังกร ดุดันดั่งเสือ”

“งั้นคืนนี้......พวกเรามาพักผ่อนกันให้เร็วขึ้นเถอะ”

ต่อหน้าสาวงามที่กำลังประหลาดใจ คงหนิงก็นำยาไปต้มที่ลานหลังบ้าน

เพื่อให้นางปีศาจตนนี้รีบๆ ออกไปในค่ำคืนนี้ คงหนิงยอมเสียสละตนเองอย่างเต็มที่

จบบทที่ ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 58 ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อบรรลุเป้าหมาย (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว