เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 203 : ฝูงปลาหัวเขียว

ตอนที่ 203 : ฝูงปลาหัวเขียว

ตอนที่ 203 : ฝูงปลาหัวเขียว


ตอนที่ 203 : ฝูงปลาหัวเขียว

จางจุนควบคุมความเร็วในการเก็บสายอย่างระมัดระวัง เขาจะหยุดหนึ่งนาทีทุกๆ การดึงขึ้นมาสิบเมตร เพื่อให้ปลาได้ปรับตัวกับแรงดันน้ำ

เมื่อดึงปลาขึ้นมาถึงผิวน้ำ เขาก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เป็นปลานกขุนทอง หนักกว่าสิบจินอีกแล้ว

แถมปลานกขุนทองตัวนี้ยังดูแข็งแรงดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราการรอดเลย

เพอร์เฟกต์!

จางจุนใส่ปลานกขุนทองลงในบ่อขังปลาเป็น ทันทีที่เขาลุกขึ้น ก็เห็นหยางฉีตักปลานกขุนทองตัวใหญ่อีกตัวขึ้นมา และดูแข็งแรงดีเช่นกัน

"หยางฉี เจ้าเด็กนี่มันร้ายจริงๆ แอบอ่อยเหยื่อไว้ก่อนด้วยสินะ ดูท่าข้างล่างจะมีฝูงปลานกขุนทองอยู่ ฉันต้องรีบหน่อยแล้ว ไม่งั้นตามไม่ทันแน่"

จางจุนรู้สึกประทับใจในการตัดสินใจของหยางฉีมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น ในขณะที่นักตกปลาคนอื่นๆ เข้าไปพักผ่อนทานอาหารในห้องรับรอง ทั้งสองคนก็ตกปลานกขุนทองตัวใหญ่ได้คนละประมาณยี่สิบตัว

ความจริงแล้ว ถ้าพวกเขาไม่ได้ต้องการปลาเป็น พวกเขาคงตกได้มากกว่านี้อย่างน้อยสองเท่า

แต่บางครั้งเมื่อปลาติดเบ็ดทั้งสองคันพร้อมกัน พวกเขาก็ทำได้แค่ใช้สองมือจัดการทีละคัน

ถ้าปล่อยให้อีกคันใช้ระบบเก็บสายอัตโนมัติ ก็รับประกันไม่ได้ว่าปลาจะรอด

ดังนั้น ปลานกขุนทองบางส่วนที่ตกได้จึงต้องกลายเป็นปลาแช่เย็นและถูกโยนลงกล่องปลาไปอย่างช่วยไม่ได้

เมื่อหลิวเหยา ฉางเจี้ยนเฉียง และคนอื่นๆ กลับมาที่จุดตกปลา แล้วเห็นกล่องปลาด้านหลังหยางฉีและจางจุน หัวใจพวกเขาก็แตกสลาย

ฉางเจี้ยนเฉียงบ่นหลิวเหยาไม่หยุด ไอ้หมอนี่มันจอมพล่ามชัดๆ กินข้าวเสร็จแล้วยังจะลากพวกเราคุยต่ออีกตั้งครึ่งชั่วโมง

ระหว่างนั้น หวังหูและลู่หัวถึงขนาดไปเล่นบิลเลียดกันอีกหนึ่งเกม

จางจุนหัวเราะลั่นเมื่อได้ยินเรื่องนี้ บางทีอาจทำให้นึกถึงตัวเองในอดีต มิน่าล่ะเมื่อก่อนถึงตกปลาไม่ค่อยได้

แต่ตอนนี้เขาอารมณ์ดีสุดๆ เพราะเขาเองก็กลายเป็นเป้าสายตาแห่งความอิจฉาของคนอื่นไปแล้ว

เวลานั้น หวังจินซีและติงควานก็เดินเข้ามาช่วยจัดการปลาและขนย้ายออกไป

ท่ามกลางเสียงกล่าวโทษกันไปมา หยางฉีและจางจุนก็มีปลาติดเบ็ดอีกแล้ว

เมื่อดึงขึ้นมา ก็เห็นปลานกขุนทองที่แข็งแรงดีอีกสองตัว แต่ละตัวดูแล้วน่าจะหนักเกือบยี่สิบจิน

ยังไม่ทันจะตักปลานกขุนทองขึ้นมาบนดาดฟ้า คันเบ็ดอีกสองคันของพวกเขาก็มีปลาติดอีกแล้ว

"ปลานกขุนทองกินเบ็ดอีกแล้วเหรอ?"

ทุกคนหันขวับไปมองคันเบ็ดพร้อมกัน รู้สึกเหมือนอมมะนาวเปรี้ยวๆ ไว้เต็มปาก (อิจฉา)

พวกเขาจึงรีบเกี่ยวเหยื่อและเหวี่ยงเบ็ดลงทะเล

การตกปลานี่บางทีก็แปลก หลิวเหยาจ้องปลายคันเบ็ดจนตาแทบถลน แต่มันกลับนิ่งสนิทไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

กลายเป็นลู่หัวที่อยู่ไกลจากจุดอ่อยเหยื่อของหยางฉีมากกว่า กลับมีปลามาติดเบ็ด

ลู่หัวเห็นคันเบ็ดโค้งวูบ เขารีบวัดคันเบ็ดทันที

รอกในมือหมุนติ้วจนแทบเกิดประกายไฟ เขาดึงปลาขึ้นมาจากทะเลได้ก่อนหยางฉีเสียอีก

แน่นอน มันคือปลานกขุนทองหนักประมาณสิบจินเหมือนกัน แต่เพราะลู่หัวเก็บสายอย่างรุนแรง ปลานกขุนทองตัวนี้เลยสำลักกระเพาะลมออกมา และแทบไม่ขยับตัวแล้ว

แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสุขของลู่หัวลดน้อยลงเลย

"ว่ะฮ่าฮ่าฮ่า! ปลาตัวนี้สวยชะมัด! พี่เหยา ดูปลาที่ผมตกได้สิ"

"มาๆๆ พี่เหยา ถ่ายรูปให้ผมหน่อย!"

"พี่เหยา พี่เคยตกปลาแบบนี้ได้บ้างไหม? เมื่อกี้ผมได้ยินพี่จุนเรียกว่าปลานกขุนทอง ใช่ไหม?"

หลิวเหยาจำใจต้องถ่ายรูปให้ลู่หัว ในใจร้อนรุ่มดั่งไฟสุม:

"ดูความเร็วในการตกปลาของพี่จุนกับหยางฉีสิ ข้างล่างต้องมีฝูงปลานกขุนทองแน่ๆ! ทำไมฉันถึงตกไม่ได้สักตัววะ?"

"ขนาดไอ้ไก่อ่อนอาหัวยังตกได้เลย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?"

"ถ้าฉันต้องมาเสียหน้าให้ไอ้อาหัว ต่อไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? แล้วจะไปคุยโวข่มมันได้ยังไง?"

"ปลานกขุนทองตัวใหญ่! ปลานกขุนทองตัวใหญ่! รีบมากินเบ็ดฉันเร็วเข้า!"

"อย่าทำให้ฉันเสียหน้านะเว้ย! อย่างมากฉันสัญญาว่าจะปล่อยแกกลับลงทะเลก็ได้เอ้า"

ถ้าปลานกขุนทองได้ยินคงจะบอกว่า:

"ถุย! ถ่มน้ำลายใส่หน้าเอ็งน่ะสิ! จับข้าขึ้นมาแล้วยังจะมีหน้ามาบอกว่าจะปล่อย? ข้าไม่เชื่อน้ำหน้าเอ็งหรอกโว้ย!"

ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง ในช่วงสุดท้ายนี้ มีแค่จางจุน หยางฉี และหวังหู ที่ตกได้คนละตัว

นอกจากลู่หัวแล้ว คนอื่นตกไม่ได้เลยสักคน

หยางฉีใช้ความสามารถส่องดูพื้นทะเล พบว่าฝูงปลานกขุนทองหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าพวกมันว่ายไปไหน

เขาจึงวางคันเบ็ดลง แล้วเดินไปแจกบุหรี่ให้จางจุน ฉางเจี้ยนเฉียง และหวังหู เมื่อจางจุนเห็นหยางฉีหยุดตกปลา เขาก็วางคันเบ็ดทิ้งไว้เหมือนกัน

จากนั้นหยางฉีก็เดินไปแจกบุหรี่ให้หลิวเหยาและลู่หัว

เขาเห็นหลิวเหยายังคงจ้องคันเบ็ดเขม็ง จึงไม่อยากกวนมากนัก เขาเดินไปหาลู่หัวแล้วยื่นบุหรี่ให้

ลู่หัวมองดูปลานกขุนทองตัวใหญ่ที่ตกได้ แล้วชวนหยางฉีคุย:

"หยางฉี ตัวนี้เรียกว่าปลานกขุนทองใช่ไหม? สวยจริงๆ เป็นปลาที่สวยที่สุดเท่าที่ฉันเคยตกได้เลย"

หยางฉีคิดในใจ นายเพิ่งตกปลาได้ไม่กี่ตัวเอง ก็รีบด่วนสรุปซะแล้ว

ถึงอย่างนั้น เขาก็อธิบายให้ลู่หัวฟังคร่าวๆ:

"ใช่ ตัวนี้เรียกว่าปลานกขุนทอง ยังมีปลาอีกชนิดที่หน้าตาคล้ายกัน เรียกว่าปลานกแก้ว "

"ทั้งคู่มีลำตัวอวบอ้วน สีสันสดใส ลำตัวแบน หัวกลม และปากเหมือนผลเชอร์รี่เหมือนกัน"

"ถ้าดูแค่ภายนอก มันแยกยากจริงๆ นั่นแหละ แต่ราคาตลาดต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ"

"พ่อค้าหน้าเลือดหลายคนชอบเอาปลานกแก้วมาหลอกขายว่าเป็นปลานกขุนทอง หลอกลูกค้าที่ไม่ค่อยมีความรู้"

"จริงๆ แล้วสำหรับคนที่รู้มันก็ไม่ยากหรอก แต่สำหรับคนไม่รู้มันก็ยาก ทั้งสองอย่างนี้แยกแยะได้ง่ายมาก"

"ปลานกแก้วจะมีฟันที่เรียบเสมอกัน ดูเหมือนแผ่นฟันบดแผ่นเดียว"

"ส่วนปลานกขุนทองจะมีฟันเหยิน ไม่สม่ำเสมอ เหมือนฟันหมู หรือปลาที่มีฟันเหมือนหมู "

"ปลานกแก้วจะมีขนาดตัวค่อนข้างเล็ก ส่วนปลานกขุนทองมักจะตัวใหญ่กว่ามาก ตัวที่ใหญ่ที่สุดหนักได้ถึงสี่สิบห้าสิบจินเลยทีเดียว"

"สำหรับนักตกปลา ยิ่งแยกง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะเวลาติดเบ็ด ปลานกแก้วจะมีแรงดิ้นที่มากกว่า"

"ส่วนแรงดึงของปลานกขุนทองจะน้อยกว่ามาก"

ลู่หัวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ ทำหน้าเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ ซึ่งทำให้หยางฉีได้เพลิดเพลินกับบทบาทศาสตราจารย์อีกครั้ง

"หยางฉี นายรู้เยอะจัง!"

ขณะที่หยางฉีเดินออกมาจากลู่หัวด้วยความรู้สึกสดชื่น หางตาเขาก็เหลือบไปเห็นสีหน้าชื่นชมของลู่หัวแวบๆ

จังหวะนี้เขาจะหันหลังกลับไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเสียลุคหมด

หยางฉียืดอกขึ้นเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้นประมาณ 10 องศา ล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกง ชะลอฝีเท้าลง แล้วเดินกลับไปที่จุดตกปลาของตัวเองด้วยย่างก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง

เขาต้องการสร้างบรรยากาศความโดดเดี่ยวของยอดฝีมือ

เนื่องจากไม่มีดนตรีประกอบ เขาจึงร้องเพลงเบาๆ ในใจ:

"ไร้เทียมทาน ช่างอ้างว้างเหลือเกิน..."

หยางฉีเดินกลับไปที่จุดตกปลาทีละก้าวตามจังหวะเพลง

เมื่อเดินผ่านหลิวเหยา หลิวเหยาก็งงๆ ไม่รู้ว่าหยางฉีเป็นอะไร เขาอ้าปากจะทักแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

หยางฉีเห็นสีหน้าของหลิวเหยาแน่นอน แต่เขาไม่ได้ทักทายหลิวเหยา และไม่ได้หยุดย่างก้าวที่มั่นคงและทรงพลังนั้น

เมื่อมาถึงจุดตกปลา เขาพบว่าจางจุน ฉางเจี้ยนเฉียง และหวังหู หายตัวไปแล้ว สงสัยคงไปคุยโวที่ไหนสักแห่ง

ช่างเถอะ!

ในเมื่อพวกนั้นไม่อยู่ ก็ไม่มีใครให้โชว์ออฟใส่แล้ว เขาไม่สนิทกับคนอื่น ขืนไปโชว์พาวมั่วซั่วเดี๋ยวจะโดนตื้บเอา

หยางฉีรู้สึกเสียดายเล็กน้อย อุตส่าห์บิ้วอารมณ์มาซะดิบดี ดันจบเห่ซะได้

จบบทที่ ตอนที่ 203 : ฝูงปลาหัวเขียว

คัดลอกลิงก์แล้ว