เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 3 ไหดินเผาสีดำ

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 3 ไหดินเผาสีดำ

ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 3 ไหดินเผาสีดำ


ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 3 ไหดินเผาสีดำ

สุดท้าย คงหนิงไม่ได้รอคำตอบจากหญิงสาว

หลังจากที่ได้ยินคำขอของเขา อีกฝ่ายก็เงียบไปนานราวกับกำลังคิดว่าจะปล่อยพ่อแม่ของคงหนิงไปหรือไม่

แต่ข่าวดีก็คือ แม้ว่าภูตสาวตนนี้จะไม่ยอมปล่อยพ่อแม่ของเขาไป แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะสังหารพ่อแม่ของเขา

บางทีอาจจะมีช่องว่างให้เปลี่ยนสถานการณ์ได้บ้าง

และเนื่องจากมีภูตผีปีศาจบนโลกนี้ จึงควรจะมีผู้ฝึกตนที่สามารถปราบปีศาจเหล่านี้อยู่ด้วยไม่ใช่หรือ?

คงหนิงออกจากห้องหอไปโดยไม่พูดอะไรเลย คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะตามหาปรมาจารย์มาปราบปีศาจที่บ้าน

เขตชานหลานนั้นใหญ่มาก ทว่า แม้จะมี'ผู้วิเศษ'อยู่หลายคนในเมือง พวกเขาเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนทั่วไปในเรื่องความสามารถด้านคำนวณดวงชะตา สะเดาะเคราะห์ ขับไล่วิญญาณชั่วร้ายและดูฮวงจุ้ย อย่างไรก็ตาม ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องเหนือธรรมชาติ คงหนิงซึ่งเป็นมือปราบดีเด่นก็ได้ลองเชิงคนเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้ว

ต่อหน้ามือปราบผู้มือชื่อเสียงแห่งเขตนี้อย่างคงหนิง นักต้มตุ๋นเหล่านี้ไม่กล้าแสร้งทำตัวเป็นพ่อมดหมอผี และยอมให้ปากคำอย่างเชื่อฟัง พวกเขาเป็นเพียงคนหลอกลวงที่อาศัยวิธีการพูดและกลอุบาย

ดังนั้นหากคงหนิงต้องการหาผู้เชี่ยวชาญ เขาจะต้องไปหาที่อื่น

แต่ตอนนี้ปีศาจสาวอาศัยอยู่ที่บ้านและจ้องมองเขาทุกวัน หากไม่มีเหตุผลอันควร คงหนิงก็ไม่สามารถออกจากเขตชานหลานไปได้เลย และแม้ว่าจะมีเหตุผลสมควร ถ้าปีศาจสาวไม่เห็นด้วยที่เขาจะออกจากเขตชานหลาน เขาก็ไม่สามารถจากไปได้

ไม่เช่นนั้นหากวิ่งหนีไปหาโอกาสเอาดาบหน้า ปีศาจสาวที่อยู่เบื้องหลังอาจจะสังหารพ่อแม่ในโลกนี้ของเขาก็เป็นได้......

หลังจากได้อยู่กับเฒ่าทั้งสองมาสิบเอ็ดปี และได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากพวกเขา คงหนิงก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้เฒ่าทั้งสอง

เขาไม่สามารถยอมรับได้แน่หากสองผู้เฒ่าต้องมาถูกฆ่าตายเพราะตัวเขาเอง

เช่นนั้น......ลองไปศาลเจ้าหลักเมืองดูไหม?

แม้ว่าศาลเจ้าหลักเมืองจะซบเซาไปมากแล้ว แต่เนื่องจากมีส่วนให้สื่อสารกับเทพประจำเมืองได้ และการที่มีภูตผีปีศาจอยู่บนโลก บางทีเทพเจ้าประจำเมืองฝั่งยมโลกก็ย่อมมีอยู่ด้วยเช่นกัน เมื่อมีปีศาจอยู่ในบ้าน ก็ควรหาทางออกโดยการไปไหว้เทพประจำเมือง

คงหนิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เป็นไปได้มากที่สุด สุดท้ายแล้ว ในตำนานเก่าแก่ เทพประจำเมืองก็เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่คอยจัดการความวุ่นวายของเหล่าภูตผีปีศาจ การหาสำนักของผู้วิเศษอาจจะยาก แต่สำหรับเทพประจำเมือง ทุกคนล้วนรู้ว่าศาลเจ้าประจำเมืองอยู่ที่ไหน

อย่างไรเสียศาลเจ้าเทพประจำเมืองก็อยู่ไม่ไกล แวะไปดูหลังเลิกงานก็คงใช้เวลาไม่นาน มันจะดีไม่น้อยถ้าทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าไม่ได้ ก็แค่คิดหาวิธีอื่น

เขาเหลือเวลาอีกตั้งหกเดือน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

ด้วยความคิดเช่นนี้ คงหนิงจึงตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านไปยังศาลาว่าการ ถึงเวลาที่ต้องไปลงชื่อเข้างานแล้ว

ขณะที่เขาควบม้าตัวผอมสีเหลืองเหมือนพุทราออกจากบ้านไป ต้นฉัตรจีนขนาดใหญ่ตรงหน้าประตูก็ลู่ไปตามสายลมยามเช้า

พ่อของเขา ชายผมขาวนั่งอยู่ใต้ต้นฉัตรจีน หันหลังชนต้นฉัตรจีน จ้องไปที่หนังสือพิมพ์เล่มเก่าในมือที่หน้ากระดาษกลายเป็นสีเหลืองไปหมดแล้ว

ส่วนแม่ก็นั่งถักเสื้อกันหนาวอยู่ด้านข้าง

เมื่อเห็นว่าคงหนิงสวมชุดทำงานคาดมีดสั้นเตรียมไปศาลาว่าการแล้ว มารดาผู้สูงวัยก็ยกยิ้มขึ้นแล้วกล่าวว่า “หนิงเอ๋อ จะไปศาลาว่าการแล้วหรือ?”

เสียงของมารดาอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย ทำให้หัวใจที่วิตกกังวลและสิ้นหวังของคงหนิงโปร่งสบายขึ้นมาก

เขาพยักหน้าด้วยรอยยิ้มฝืนๆ พร้อมกล่าวว่า “ได้เวลาไปรายงานตัวแล้ว......ท่านแม่ อยู่บ้านกับพ่อนะ อย่าได้ไปไหนไกล แล้วก็ ถ้าหยานเอ๋อทำอะไรผิดไป ก็อย่าไปยุ่งกับนางเลย”

คงหนิงกลัวว่าพ่อแม่จะไปทำร้ายปีศาจสาวโดยไม่ตั้งใจ แล้วจะได้รับการปฏิบัติอันโหดร้ายกลับมา

แต่เขาไม่กล้าบอกความจริงกับผู้เฒ่าทั้งสอง เพราะกลัวว่าทั้งสองคนจะหวาดกลัวหัวหด เขาจึงต้องกล่าวเตือนอย่างระมัดระวัง

มารดาหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล หนิงเอ๋อไม่ต้องกังวล พวกเราเข้ากันได้ดีทีเดียวกับหยานเอ๋อ”

พ่อที่มีผมสีขาวเต็มหัวนั่งอยู่อย่างนั้น ดวงตาจ้องไปที่กระดาษแผ่นเหลืองในมือโดยไม่สนใจคงหนิง เมื่อคงหนิงพูดคุยกับเขา เขาก็แค่ส่งเสียงในลำคอสองสามครั้งโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา บุคลิกดูค่อนข้างเย็นชา

ไม่ว่าเมื่อไหร่ชายชราก็มีบุคลิกเย็นชาเช่นนี้เสมอ ยกเว้นตอนที่สอนวิทยายุทธตระกูลหนิงให้ พ่อที่เงียบขรึมของเขาก็แทบไม่เคยพูดเรื่องไร้สาระออกมาเลย

คงหนิงเคยชินกับมันเสียแล้ว หลังจากอธิบายให้แม่ฟังอย่างละเอียด คงหนิงก็ออกจากตรอกฮว๋ายชู่ไปพร้อมกับความกังวล

เขาเป็นมือปราบจากศาลาว่าการ ประชาชนมักจะเห็นเขามาพร้อมกับม้าผอมสีเหลืองพุทราตลอด แม้ว่าจะไม่ใช่รถม้า แต่ในเขตเมืองนี้ การที่สามารถขี่ม้าอวดโฉมไปทั่วเมืองพร้อมชุดเครื่องแบบทำงานก็นับได้ว่าสง่างามน่าประทับใจมากแล้ว

ท้ายที่สุดก็มีเพียงไม่กี่คนในศาลาว่าการที่มีคุณสมบัติพอจะทำให้ประชาชนจดจำได้ว่าเขามีม้าประจำตัว

เพียงแต่ว่าคงหนิงในวันนี้ไม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเลยแม้แต่น้อย

เขาขี่ม้าสีเหลืองพุทราเข้ามาภายในเขตด้วยความสิ้นหวัง หลังจากลงชื่อเข้าทำงาน คงหนิงก็ได้เจอเสียงทักทายของเพื่อนร่วมงานโดยไม่คาดคิด

“เฮ่......เป็นอะไรไปน่ะคงหนิง? เมื่อคืนโหมหนักเกินไปจนร่างกายทรุดโทรมหรือไง?”

“จึ๊จึ๊จึ๊......เป็นวัยรุ่นก็แบบนี้ ไม่รู้การยับยั้งชั่งใจ ตอนหนุ่มๆ โหมใช้ร่างกาย แก่ตัวไประวังจะได้แต่มองผนังน้ำตาซึม”

“เพ้ย! พวกเจ้าจะไปรู้อะไร! ยามค่ำคืน ใต้แสงเทียนในห้องเจ้าสาว ส่วนหนึ่งในชีวิตหนุ่มสาว การควบตะบึงอย่างเต็มที่และสนุกสุดเหวี่ยงทั้งคืนใช้ชีวิตให้สมกับเป็นชายหนุ่มที่แท้จริงจึงจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หากกอดก่ายสาวงามแล้วยังไม่มีปฏิกิริยาก็ควรกลับบ้านไปนอน!”

“ฮี่ฮี่......คงหนิง ให้พี่ชายคนนี้แนะนำสมุนไพรให้เจ้าสักหน่อยไหม? ไปร้านขายยาแล้วซื้อยามาต้นกินเองดูไหม? รับรองว่าเจ้าจะต้องดุร้ายและทรงพลังทุกค่ำคืน”

“ไปไปไป......ข้าไม่คิดว่าคงหนิงต้องการยาของเจ้า เขาต้องฝึกสมาธิของเขาในตอนนี้ มีสาวสวยอยู่ในบ้านมันก็ง่ายที่จะถูกล่อลวงให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ ดังนั้นเจ้าควรฝึกสมาธิต้านทานสิ่งล่อใจ......คืนนี้เราไปหอสายลมใบไม้ผลิดีไหม ให้แม่นางยู่เอ๋อสอนคงหนิงให้ดี สัมผัสความหมายของการเป็นเซียน ด้วยวิธีนี้เท่านั้นเมื่อกลับไปหาภรรยาที่บ้านจึงจะสามารถต้านทานได้บ้าง”

“แค่วันแรกของการแต่งงานก็จะพาคนเยี่ยมชมเตาเผา[1] ให้เจ้าสาวอยู่ห้อง......หมาลิ่ว เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่!”

ในห้องมีเสียงหัวเราะ บรรยากาศครื้นเครงอย่างมาก

คงหนิงมีใบหน้าขมขื่น ยิ้มออกช้าๆ โบกมือให้เหล่ารุ่นพี่พร้อมกับกล่าวคำประชดประชันออกมาไม่กี่คำ แล้วเขาก็ไปนั่งที่มุมห้องด้วยความกังวล

ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วมองหน้ากันด้วยความตกใจ

ในไม่ช้าทุกคนก็มารวมตัวกัน คอยเตือนด้วยความระมัดระวัง

“นี่......คงหนิง นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าแต่งงานและไม่มีประสบการณ์ เป็นเรื่องปกติที่จะพบเจอประสบการณ์ที่ไม่ดี อย่าได้กังวลมากจนเกินไปเลย”

“ใช่เลยใช่เลย ข้าเนี่ยประหม่ามากตอนที่อยู่ในห้องหอ แทบยกไอ้นั่นไม่ขึ้นเลย! ข้ารู้สึกกลัวมากจนคิดว่าชีวิตเรามันต้องจบลงแล้วหรือ แต่หลังจากลองพยายาม ข้าก็ค่อยๆ กลับมาเป็นลูกผู้ชายได้อีกครั้ง ครั้งแรกมันไม่ได้ดั่งใจนักหรอก”

“นั่นแหละนั่นแหละ มันเป็นเรื่องปกติที่คืนแรกของการแต่งงานจะวุ่นๆ เสียหน่อย เราไม่ใช่คนแบบหมาลิ่วสักหน่อยที่ชอบไปเที่ยวหอสายลมใบไม้ผลิบ่อยๆ รู้ไหมตอนอายุได้สิบสาม เขาก็ไปเยี่ยมชมเตาเผากับพ่อของเขาแล้ว คนแบบนี้หาได้ยากยิ่ง”

“ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกคงหนิง ดูพี่ชายนี่ ตั้งแต่คืนแรกในห้องหอเจ้าสาว ข้าก็ยังยกมันไม่ขึ้นเลย จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมายี่สิบปีแล้ว ทุกครั้งที่ต้องปฏิบัติภารกิจก็ต้องกินยาเตรียมไว้เผื่อ......เจ้าจะผ่านมันไปไม่ได้เชียวหรือ? สบายมาก พี่ชายของเจ้าผู้นี้มีอาการไม่แข็งตัวมากว่ายี่สิบปี แม้ว่าของเจ้าจะไม่ตั้งก็ตาม มันจะสามารถช่วยให้เจ้าฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของชายชาตรีกลับมาได้อย่างแน่นอน ไม่ต้องกังวลไป”

“คืนนี้เจ้าอยากไปหอสายลมใบไม้ผลิไหมเล่า? ให้ข้าบอกเจ้านะ สาวๆ ในหอสายลมใบไม้ผลินี่......ของจริง! ต่อให้เจ้าทำอะไรไม่ถูก แต่ต่อหน้าพวกนาง เจ้าจะต้องสุขสันต์......เอ่อ......พวกเจ้าจ้องข้าทำไม? ข้าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?”

ทันทีที่หมาลิ่วพูดจบ เขาก็พบว่ามือปราบทุกคนในห้องจ้องมองมาที่เขา

แล้วทุกคนก็พูดพร้อมกัน

“ออกไปเลย!”

เพื่อนร่วมงานต่างกังวลเกี่ยวกับคงหนิง ไม่ใช่เพียงเพราะบุคลิกที่ดีของคงหนิง แต่ยังเป็นเพราะคงหนิงมีอนาคตที่สดใส ดังนั้นทุกคนจึงพร้อมใจกันเกาะขาเก้าอี้ตัวนี้ไว้

ใครเล่าอยากจะสร้างความขุ่นเคืองให้กับชายหนุ่มที่มีศักยภาพดีเช่นนี้?

เพียงแต่ว่าคงหนิงอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ปกตินักในวันนี้ เขาไม่มีเวลาจัดการเพื่อนร่วมงานจริงๆ หลังจากเข้ารายงานตัวเรียบร้อย เขาก็หาเหตุผลขอออกจากที่ว่าการไปพร้อมกับม้าสีเหลืองพุทรา

เขาบอกว่าจะออกไปลาดตระเวน แต่ที่จริงแล้วกลับหามุมเงียบๆ นึกถึงแผนการที่จะทำต่อไป

ช่วงสิบเอ็ดปีที่ผ่านมานี้ คงหนิงไม่เคยติดต่อสัมผัสกับภูตผีปีศาจ จะเร่ไปหาปรมาจารย์สำนักลี้ลับเพื่อให้ช่วยเหลือตนได้จากที่ไหน?

นั่งเหม่ออยู่ริมแม่น้ำ มองดูกระแสน้ำไกลเอื่อยอยู่เงียบๆ สักพักก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความหดหู่

ม้าสีเหลืองพุทราผูกติดอยู่กับต้นไม้ริมแม่น้ำ ก้มศีรษะเคี้ยวหญ้าที่ริมฝั่ง

คงหนิงนั่งอยู่ริมแม่น้ำ ขบคิดอยู่ในใจ พยายามส่องหาลึกลงไปในร่างว่าไข่แมงป่องไปอยู่ที่ใด

ไม่ว่าจะโคจรปราณไปตามแขน ขา ข้อ กระดูก แต่ก็ไม่พบไข่แมงป่องที่ฉีดเข้ามาภายในร่างของเขาเลย ในทางตรงข้ามกลับพบว่ามีวัตถุแปลกปลอมอยู่ในตันเถียนแทน

สิ่งนี้ดูเหมือนรูปหล่อจำลองของ......ไห?

ไหสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุอะไรก็ไม่อาจทราบได้ ลอยอยู่ภายในตันเถียนที่ว่างเปล่า เขาสามารถยืนยันได้ว่าตัวเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน

เป็นไปได้ไหมว่ามันถูกปีศาจสาวฉีดเข้ามาในร่างของเขา?

คงหนิงสัมผัสไหด้วยลมปราณของเขา

ทันใดนั้น ภายในสมองก็มีเสียงคำรามก้อง และไหภายในตันเถียนก็ถูกเปิดออก ไอพลังเย็นเยียบและแปลกประหลาดได้หลั่งไหลออกมาจากไหสีดำ ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของคงหนิง

คงหนิงนั้นดูเหมือนจะมีความข้องเกี่ยวกับไหแปลกๆ ใบนี้

คงหนิงเบิกตากว้าง สัมผัสไหสีดำสนิทที่ลอยอยู่ในตันเถียนของตนเอง เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ไม่เคยมีมาก่อน แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ยิ่งดูมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งคุ้นเคยมากเท่านั้น

สิ่งนี้......ดูเหมือนไหดินเผาที่ตกลงมาจากฟ้ากระแทกเข้าใส่หัวเขา เป็นไหที่ทำให้เขาข้ามมายังโลกแห่งนี้?

ใบหน้าของคงหนิงตอนนี้ช่างน่าชมยิ่ง ราวกับกลืนแมลงวันลงท้องไปอย่างไรอย่างนั้น

ไหดินเผาที่ทำให้เขาตาย จริงๆ แล้วมันกลับตามเขามาถึงโลกนี้ด้วยหรือ?

-----------------------

[1] เยี่ยมชมเตาเผา เป็นข้ออ้างของชายหนุ่มยุคโบราณในการจะไปเที่ยวซ่องโสเภณี ซึมซับรสสุราเร่าร้อน ชมศิลปะดนตรี การระบำอันน่าหลงใหล เหมาะสมกับการเปรียบเทียบกับไฟร้อนจากเตาเผา

จบบทที่ ข้าถูกเลี้ยงในกรงมาร 3 ไหดินเผาสีดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว