- หน้าแรก
- ระบบแผนการสมบูรณ์แบบ ผมน่ะหรอคือตัวประกอบที่พวกคุณดูถูก
- บทที่ 12 - การสอบสวนเริ่มขึ้น! เผยพิรุธ!
บทที่ 12 - การสอบสวนเริ่มขึ้น! เผยพิรุธ!
บทที่ 12 - การสอบสวนเริ่มขึ้น! เผยพิรุธ!
บทที่ 12 - การสอบสวนเริ่มขึ้น! เผยพิรุธ!
อู๋จุ้ยแววตาตื่นตระหนก "เกิดอะไรขึ้น?"
ตอนนั้นเอง กวนหงซานก็ให้คำตอบ "หมู่บ้านในเขตฮว่าเฉิง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่หลายสิบปี ตอนนี้กำลังปรับปรุงใหม่ สายกล้องวงจรปิดเลยถูกตัดขาด"
ฉินเฮ่าขมวดคิ้ว ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ "นึกว่าจะจับตัวผู้ต้องสงสัยได้ทันทีซะอีก"
ขอแค่ล็อกเป้าหมายคนที่หลิวเจิ้นสะกดรอยตามได้ รู้ความเคลื่อนไหวและที่พัก การจะตีวงให้แคบลงก็ง่ายเหมือนปอกกล้วย
น่าเสียดายที่ตอนนี้กล้องวงจรปิดหายไป ไม่สามารถระบุจุดที่หลิวเจิ้นเกิดเหตุได้ ทำให้ความยากในการสืบคดีเพิ่มขึ้นมาหน่อย
แต่สีหน้าของฉินเฮ่ายังคงเรียบเฉย นิ้วเรียวยาวแตะลงบนหน้าจอ จิ้มไปที่เด็กสาวคนหนึ่งที่ปรากฏตัวที่มุมภาพ
"คนที่หลิวเจิ้นสะกดรอยตามคือเธอ เด็กผู้หญิงสะพายเป้คนนี้"
อีกสามคนชะโงกหน้าเข้ามาดู เห็นเด็กสาวที่ดูธรรมดามากท่ามกลางฝูงคนนับสิบ
กวนหงซานยืดตัวตรง สั่งการ "ให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานดึงภาพไปตรวจสอบ ดูว่าคนคนนี้เป็นใคร"
ฉินหมิงส่ายหน้า "ตอนนี้ออกเดินทางได้เลย ชุดนักเรียนนี่ เป็นของโรงเรียนมัธยมฮว่าเฉิงที่หนึ่ง ระหว่างทางน่าจะได้รับข้อมูลพอดี"
รวดเร็วฉับไว พูดปุ๊บไปปั๊บ
พร้อมกับดนตรีประกอบที่ฮึกเหิม บรรยากาศตึงเครียดถูกดึงขึ้นมาทันที!
คอมเมนต์ก็คึกคักตามไปด้วย!
"โหดเกินไปแล้ว! ต้องยอมรับเลย เจียงไป๋จะเอาอะไรไปสู้กับคนพวกนี้ แพ้ไม่เหลือซากแน่!"
"เก่งมาก! เท่สุดๆ! ดูท่าคดีคงจะจบลงเร็วๆ นี้แล้ว! มันส์พะยะค่ะ!"
"แต่ฉันสงสัยมากกว่าว่า ต่อจากนี้เจียงไป๋จะทำยังไง?"
"ทำยังไงก็เปล่าประโยชน์ ไม่ว่าจะเตี๊ยมคำให้การยังไง ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ? ศพที่สวนหลังบ้านยังอยู่ตรงนั้น ถ้าโดนขุดเจอ ก็หลักฐานมัดตัวดิ้นไม่หลุด! แก้ตัวไปจะมีประโยชน์อะไร!"
"นั่นสิ! หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ไม่รู้จักเอาไปซ่อน ยังจะมีหน้ามาพูดอะไรอีก?"
อีกด้านหนึ่ง!
ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ เจียงไป๋กลับออกจากบ้าน
เมื่อเห็นมุมมองของเจียงไป๋ ทุกคนก็ต้องอึ้ง
"เชี่ย! ทำไมวิ่งไปที่วัดอีกแล้ว? ที่นั่นมันมีดีอะไรนักหนา?"
"นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะไปวัดอีก? บ้าไปแล้วเหรอ!"
"ฉันว่าเจียงไป๋คงไม่มีปัญญาทำอะไรแล้วมั้ง คงคิดว่าการขอพรจะช่วยให้แคล้วคลาดได้ล่ะสิ? ฉันล่ะไม่เชื่อเลยจริงๆ"
อย่างที่คอมเมนต์ว่า
เจียงไป๋มาที่วัดอีกครั้ง
เหมือนก๊อปปี้วางเป๊ะๆ บังเอิญเหลือเกินที่เจียงไป๋ได้ขึ้นรถคันเดิมของพนักงานขายตั๋วคนเดิมที่เคยเจอ เหมือนกะเวลามาดักรอ
พนักงานสาวจำเจียงไป๋ได้แม่นยำ และชวนคุยไปตลอดทาง
ยังคงเป็นการเดินทางหลายชั่วโมง เจียงไป๋นั่งรถเอื่อยเฉื่อย มาถึงวัดอีกครั้ง
และครั้งนี้เจียงไป๋ไม่เสียเวลา เขาเลือกที่จะไปพบท่านนักพรตที่มีวาสนาต่อกันคนนั้นทันที
"ประสกเจียง ไม่เจอกันนานเลยนะ" นักพรตทักทายอย่างเป็นกันเอง
เจียงไป๋ยิ้มตอบ "ไม่นานเท่าไหร่หรอกครับ นับจากวันที่ยี่สิบ ก็แค่อาทิตย์กว่าๆ เอง"
นักพรตยิ้มถาม "งั้นวันนี้ประสกเจียงขึ้นเขามาด้วยธุระอันใด?"
เจียงไป๋วางซาลาเปาไส้ผักที่เตรียมมาไว้บนโต๊ะ "ภรรยาผมตั้งใจทำซาลาเปาเจมาให้ เลยฝากผมเอามาให้ท่านครับ"
นักพรตแปลกใจ แต่สีหน้าอ่อนโยน
เขาถือว่าเจียงไป๋เป็นสหายต่างวัยมานานแล้ว จึงไม่ได้เกรงใจจนห่างเหิน ยอมรับซาลาเปาไว้
"จริงสิ" เจียงไป๋เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
แต่เพราะท่าทางรีบร้อนเกินไป ทั้งมือถือ ตั๋วรถ และคูปองซื้อกับข้าวต่างๆ จึงร่วงหล่นลงพื้น
นักพรตย่อตัวลงช่วยเก็บโดยสัญชาตญาณ กวาดตามองผ่านๆ แล้วส่งคืนให้เจียงไป๋
เจียงไป๋พูดคุยตามมารยาทกับนักพรตอีกสองสามประโยค ขณะที่กำลังจะไปนั่งสมาธิร่วมกับนักพรต มือถือก็ดังขึ้น
พอกดรับสาย ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงตื่นตระหนกของเจียงอวิ๋นก็ดังมาจากปลายสาย "พ่อ! แย่แล้ว! ตำรวจมาหาแล้ว"
เจียงไป๋ขมวดคิ้ว กำชับว่า "ห้าม..."
เจียงอวิ๋นขัดจังหวะ น้ำเสียงร้อนรนแต่หนักแน่น "หนูรู้แล้ว"
วางสายไป แววตาเจียงไป๋ฉายแววประหลาดใจ
เขานึกว่าตำรวจต้องใช้เวลาอีกสักสองวันถึงจะมา คิดไม่ถึงว่าจะมาเร็วกว่ากำหนดถึงสองวัน
แต่มาเร็วก็มีวิธีรับมือแบบมาเร็ว
"ท่านนักพรต ผมต้องกลับก่อนแล้วครับ" เจียงไป๋ชูมือถือให้ดู "ที่บ้านมีธุระนิดหน่อย"
นักพรตผิดหวังเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าเจียงไป๋จะรีบมาแล้วก็รีบกลับ
แต่ก็รู้ว่าเจียงไป๋มีธุระสำคัญ จึงไม่รั้งไว้
"ประสกเจียงเดินทางปลอดภัย"
เจียงไป๋โค้งคำนับ เตรียมจะจากไป จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หันกลับมาถามว่า "จริงสิ ก่อนหน้านี้ท่านนักพรตบอกว่าทางเรือนรับรองจะปรับปรุง ไม่ทราบว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ?"
นักพรตยิ้มอย่างเมตตา "ประสกเจียงมีธุระก็ไปทำเถอะ ตรงนี้ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ"
เจียงไป๋ยิ้ม ย้ำเตือนประโยคหนึ่งอย่างจงใจ เหมือนต้องการบอกใบ้ "งั้นก็ดีครับ ถ้ามีเรื่องอะไรให้ผมช่วย ท่านนักพรตไม่ต้องเกรงใจนะครับ"
"วันที่ยี่สิบวันนั้น ผมกับท่านนักพรตรู้สึกถูกชะตากันมาก กลับไปหลายวันนี้ ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่า ถ้าได้มาเจอท่านนักพรตเร็วกว่านี้ ไม่แน่ว่าเราอาจจะรู้จักกันนานแล้วก็ได้"
นักพรตชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาดูสับสนเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
เขายิ้มตอบ "นั่นสินะ อาตมากับประสกเจียง รู้สึกเหมือนรู้จักกันมานานจริงๆ"
หลังจากร่ำลากัน เจียงไป๋ก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม ทิ้งความประทับใจอันลึกซึ้งไว้ให้นักพรต แล้วหันหลังเดินลงเขาไป
ณ เวลานี้!
มุมกล้องไม่ได้จับไปที่เจียงไป๋ เพราะการเดินทางสามชั่วโมงอันน่าเบื่อหน่ายคงไม่มีใครอยากดู
ผู้กำกับหลินฉลาดมาก หลังจากเจียงไป๋ขึ้นรถ ก็ตัดภาพไปที่ตัวเอกอีกคนที่ทุกคนกำลังจับตามอง —— เจียงอวิ๋น
ถ้าเจียงไป๋เป็นคนโดนสอบสวน ด้วยท่าทีนิ่งสงบของเขาเมื่อครู่ อาจจะปั่นหัวผู้สืบคดีได้จริงๆ
แต่!
เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียว ไม่มีใครอยู่ข้างกาย แถมยังเป็นคนลงมือฆ่าหลิวเจิ้นด้วยตัวเอง
พอตำรวจสอบสวน จะไม่เผยพิรุธได้ยังไงไหว!
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เจียงไป๋ยังอยู่บนเขา กว่าจะกลับมาต้องใช้เวลาสามชั่วโมง!
สามชั่วโมงนี้ เมื่อต้องเจอกับผู้สืบคดีระดับหัวกะทิ เจียงอวิ๋นไม่มีทางรับมือไหวแน่!
คอมเมนต์เริ่มตั้งตารอทันที!
"ถึงจะยังไงก็เถอะ แต่ฉันว่าซีซั่นนี้น่าจะจบแล้วแหละ เด็กผู้หญิงคนนี้ต้องเผยพิรุธแน่ๆ จิตใจเธอไม่เข้มแข็งพอหรอก พอโดนซักไซ้ก็ต้องหลุดปากออกมาแน่! ไม่ต้องห่วงเรื่องโกหกหรอก!"
"ก็ไม่แน่นะ เจียงไป๋เตี๊ยมคำให้การไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?"
"เตี๊ยมคำให้การแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ตลกตายล่ะ แม่รงเอ๊ย นี่มันไม่ได้วัดกันที่คำให้การ แต่วัดที่สภาพจิตใจต่างหาก!"
"ฉันไม่เชื่อหรอกว่า ฆาตกรที่ฆ่าคนแล้วซ่อนศพ จะหนีรอดไปได้? หรือว่าผู้สืบคดีจะถือมีดไม่ไหวแล้ว?!"
(จบแล้ว)