- หน้าแรก
- ระบบคริติคอลล้านเท่า ผมเปลี่ยนดันเจี้ยนให้เป็นบ้านร้าง
- บทที่ 8 - ยังไม่ออกจาหมู่บ้านมือใหม่ ก็คิดจะลากเข้ากิลด์เถื่อนแล้วเหรอ?
บทที่ 8 - ยังไม่ออกจาหมู่บ้านมือใหม่ ก็คิดจะลากเข้ากิลด์เถื่อนแล้วเหรอ?
บทที่ 8 - ยังไม่ออกจาหมู่บ้านมือใหม่ ก็คิดจะลากเข้ากิลด์เถื่อนแล้วเหรอ?
บทที่ 8 - ยังไม่ออกจาหมู่บ้านมือใหม่ ก็คิดจะลากเข้ากิลด์เถื่อนแล้วเหรอ?
เปลี่ยนปืนแก๊ปเป็นปืนใหญ่ ความแข็งแกร่งย่อมต้องยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
ลู่หยวนไม่ได้รีบร้อนกลับเข้าโพรงมิติ แต่เช่าห้องฝึกซ้อมส่วนตัวระดับท็อปในย่านการค้าจอมยุทธ์แทน
ภายในห้องฝึกซ้อม กว้างขวางโอ่อ่า อุปกรณ์ช่วยฝึกครบครัน
ลู่หยวนแค่คิด "ดาบธารแสง" เล่มใหม่เอี่ยมก็มาอยู่ในมือ
ตัวดาบส่งเสียงกังวานใส ราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
เขาลองสะบัดข้อมือวาดลวดลายดาบ ทักษะ [สิบสามกระบวนดาบไว] ระดับเชี่ยวชาญก็ถูกใช้ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
"ฟึ่บ!"
ประกายดาบวูบไหว เร็วเสียจนตาเปล่าแทบมองไม่ทัน
เสียงกรีดแทงอากาศแหลมสูงดังขึ้น ราวกับมิติถูกดาบเล่มนี้ฉีกกระชาก
"ดาบดี!"
ลู่หยวนอดชมไม่ได้
กระบวนท่าเดียวกัน พอใช้ "ดาบธารแสง" ระดับ B แทน "ดาบเหล็กกล้าพันหลอม" ระดับ D ความรู้สึกมันคนละเรื่องกันเลย
อันก่อนแค่เร็ว แต่อันนี้ ทั้งเร็ว ทั้งแม่น ทั้งแรง ผสมผสานกันอย่างลงตัว!
"บัฟจากอุปกรณ์ นี่แหละคือรูปธรรมที่สุดของพลังต่อสู้ เหมือนในเกม ต่อให้เป็นไก่อ่อนแต่ใส่ของเทพ ก็ยืนแลกหมัดกับพวกเทพตัวเปล่าได้สบาย"
เขาสวม "เกราะเกล็ดทมิฬ" ไว้กับตัว สัมผัสของเกราะอ่อนเย็นลื่นแนบสนิทไปกับผิว ไม่ขัดขวางการเคลื่อนไหวเลยแม้แต่นิดเดียว
ความรู้สึกปลอดภัย พุ่งปรี๊ดทะลุปรอท
"เอาล่ะ ทุกอย่างพร้อม"
ลู่หยวนสัมผัสถึงเลือดลมที่พลุ่งพล่านในกายและอุปกรณ์ชั้นเลิศบนตัว ความฮึกเหิมเปี่ยมล้นหัวใจ
"จะไปฟาร์มที่ไหนดีนะ?"
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
ตามหลักการแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ระดับหนึ่งขั้นเก้าสูงสุด ถือศาสตราวุธระดับ B ใส่เกราะระดับ B
สามารถไปท้าทายพวกโพรงมิติหมายเลข 800 กว่าๆ ที่ข้างในเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับสองได้สบาย
แต่ลู่หยวน ไม่ทำแบบนั้น
"ด้วยพลังตอนนี้ การเก็บสัตว์อสูรระดับสองช่วงต้นคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าไปเจอตัวโหดๆ ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง"
"ถ้าอย่างนั้น สู้ไล่บี้มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับต่ำต่อไป เน้นจำนวน ประสิทธิภาพน่าจะคุ้มค่ากว่า"
"อีกอย่าง โพรงมิติ 993 ฉันเพิ่งเคลียร์ไปแค่รอบนอก พวกมอนสเตอร์ระดับสูงกับบอสประจำพื้นที่ยังไม่ได้แตะเลย จะทิ้งไปดื้อๆ ก็ผิดคอนเซปต์เดินผ่านห่านต้องถอนขนของฉันแย่"
"ไม่ใช่แค่ฟาร์ม แต่ฉันจะฟาร์มให้เหี้ยนจนทะลุดันเจี้ยนไปเลย!"
เมื่อตัดสินใจได้ ลู่หยวนก็คืนห้องฝึกซ้อม แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง มุ่งหน้าสู่ฐานทัพปราบมารที่คุ้นเคยอีกครั้ง
เมื่อใบหน้าที่ยังดูเยาว์วัยแต่เย็นชาของเขาปรากฏขึ้นที่หน้าทางเข้าโพรงมิติ ทหารยามและทีมจอมยุทธ์ที่เดินขวักไขว่ต่างก็มองมาด้วยสายตาซับซ้อน
เมื่อวาน เด็กคนนี้เพิ่งสร้างตำนานไว้ที่นี่
ลุยเดี่ยว เจ็ดวัน ส่งของมูลค่าเกือบแปดแสน สะเทือนเลือนลั่นไปทั้งฐานทัพ
ทุกคนจดจำชื่อ "ลู่หยวน" ได้ขึ้นใจ
ขณะที่ลู่หยวนกำลังจะลงชื่อเข้าใช้ ก็มีเสียงหนึ่งเรียกเขาไว้
"น้องชายลู่หยวน รอก่อนครับ"
ลู่หยวนหันกลับไป เห็นชายร่างยักษ์หัวโล้นที่มีรอยแผลเป็นน่ากลัวบนหน้า นำทีมลูกน้องสี่คนเดินตรงเข้ามา
คนกลุ่มนี้กลิ่นอายดุดัน ขมับปูดโปน เห็นได้ชัดว่าเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งช่วงปลาย ส่วนหัวหน้าทีมหัวโล้นนั้น ค่าปราณโลหิตดูเหมือนจะใกล้ทะลุระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว
"มีธุระ?"
น้ำเสียงของลู่หยวนราบเรียบ
"ฮ่าๆ น้องชายอย่าเพิ่งเข้าใจผิด"
ชายหัวโล้นฉีกยิ้มที่คิดว่าดูเป็นมิตรที่สุด "ฉันชื่อ หูเปียว เป็นหัวหน้าทีมพยัคฆ์คลั่ง เมื่อวานได้ยินวีรกรรมของน้องชายแล้ว นับถือๆ! วีรบุรุษออกศึกแต่ยังหนุ่มจริงๆ!"
เขายกนิ้วโป้งให้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
"แต่ว่านะ น้องชาย เมื่อวานที่น้องกวาดล้างไปมันแค่รอบนอกของ 993 ข้างในลึกๆ มันคนละเรื่องกันเลย สัตว์อสูรข้างในเลเวลสูงกว่า แถมยังรู้จักรวมฝูงโจมตี ในส่วนลึกที่สุดยังมี 'ราชาหมาป่ามารสามตา' ระดับหนึ่งขั้นสูงสุดคุมถิ่นอยู่ อันตรายมาก"
หูเปียวทำท่าทางหวังดี พูดต่อว่า "พี่เห็นน้องชายฝีมือดีใจกล้า แต่ยังไงน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เอาอย่างนี้ไหม มาร่วมทีมพยัคฆ์คลั่งกับพวกพี่ เราไปล่าไอ้ราชาหมาป่านั่นด้วยกัน ของที่ได้ น้องเอาไปคนเดียวสี่ส่วน พวกพี่แบ่งกันหกส่วน เป็นไง? พี่ชายคนนี้ไม่เอาเปรียบน้องแน่นอน!"
ลูกน้องข้างหลังก็รีบผสมโรง
"ใช่ๆ น้องชาย ตามพี่เสือของเรามีเนื้อให้กินแน่!"
"คนเดียวมันเสี่ยง ไปเป็นตี้ปลอดภัยกว่า"
ลู่หยวนมองดูการแสดงละครตบตาของคนกลุ่มนี้ ในใจแค่นหัวเราะ
ชวนเข้าพวก?
คงเห็นว่าเมื่อวานเขาคนเดียวโกยของมาได้เพียบ เลยคิดว่าเขามีเทคนิคหาลู่ทางพิเศษหรือมีอุปกรณ์เก็บของดีๆ กะจะหลอกไปใช้งานฟรี แล้วสุดท้ายก็ฆ่าปิดปากแย่งสมบัติสินะ?
ยังไม่ออกจาหมู่บ้านมือใหม่ ก็คิดจะลากเข้ากิลด์เถื่อนแล้วเหรอ?
คิดว่าฉันเป็นเด็กน้อยโลกสวยหรือไง?
ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ ชาติที่แล้วไม่ว่าจะในเกมหรือที่ทำงาน เขาเจอมาจนเอียนแล้ว
ขี้เกียจแม้แต่จะฉีกหน้ากากจอมปลอมของอีกฝ่าย เขาเพียงแค่ปรายตามอง แล้วพ่นคำพูดออกมาห้าคำ
"พวกนาย มันช้าไป"
พูดจบ ก็ไม่หันกลับมามองอีก เดินตรงไปที่จุดลงทะเบียน ทิ้งให้ทีมพยัคฆ์คลั่งทั้งห้าคนยืนแข็งทื่อเป็นหิน
บรรยากาศเหมือนถูกแช่แข็งในพริบตา
รอยยิ้มบนหน้าหูเปียวแข็งค้าง ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวและมืดมน
ลูกน้องสี่คนข้างหลัง ยิ่งทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นสุดขีด
ช้าไป?
นี่มันหยามกันชัดๆ!
ทีมพยัคฆ์คลั่งของพวกเขา ถือเป็นทีมระดับท็อปในโพรงมิติ 993 เชียวนะ!
ไอ้เด็กไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนี่ กล้ามาบอกว่าพวกเขาเป็นตัวถ่วง?!
"แม่งเอ๊ย! ไอ้เด็กเวรนี่โคตรกร่าง!"
ลูกน้องคนหนึ่งสบถเสียงต่ำ
"พี่เสือ! เอาเลยไหม..."
ลูกน้องอีกคนทำท่าปาดคอ แววตาอำมหิต
"ไม่ต้อง"
หูเปียวห้ามไว้ มองตามแผ่นหลังลู่หยวนที่หายเข้าไปในรอยแยกมิติ สายตาชั่วร้ายราวกับจะหยดออกมาเป็นน้ำ
"ปล่อยมันไป ไอ้ตัวไม่กลัวตาย เดี๋ยวราชาหมาป่ามารสามตาจะสอนให้มันรู้ตัวเอง"
"รอมันโดนราชาหมาป่าเล่นจนปางตาย หรือตายห่าไปเลย พวกเราค่อยไปเก็บงาน ถึงตอนนั้น ทุกอย่างในตัวมัน ก็จะเป็นของพวกเรา!"
[จบแล้ว]