เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 540 - เยือนราชาอสูรเผ่าอสูร การร่วมมือระหว่างฝ่ายมารกับราชาอสูร!

บทที่ 540 - เยือนราชาอสูรเผ่าอสูร การร่วมมือระหว่างฝ่ายมารกับราชาอสูร!

บทที่ 540 - เยือนราชาอสูรเผ่าอสูร การร่วมมือระหว่างฝ่ายมารกับราชาอสูร!


บทที่ 540 - เยือนราชาอสูรเผ่าอสูร การร่วมมือระหว่างฝ่ายมารกับราชาอสูร!

บรรพชนระดับก่อกำเนิดบนเกาะจินเจียวออกค้นหาหลายครั้งแต่คว้าน้ำเหลว สุดท้ายจำต้องยอมเลิกลา แต่การค้นหาขนาดย่อมยังคงดำเนินต่อไป และจะดำเนินต่อไปอีกนาน

ส่วนทางฝั่งแนวหมู่เกาะพันกลุ่ม ผู้ฝึกตนฝ่ายมารในน่านน้ำเฟยหลิงยังคงไม่บุกออกมา

คนไม่รู้คงนึกว่าขุมกำลังฝ่ายธรรมะในน่านน้ำใกล้เคียงแสดงความแข็งแกร่งจนเกินไป ทำให้ผู้ฝึกตนฝ่ายมารเหล่านั้นหวาดกลัว จนไม่กล้าลงมือ

คนที่รู้ย่อมเข้าใจดีว่า สาเหตุที่ผู้ฝึกตนฝ่ายมารเหล่านั้นยังไม่บุกออกจากน่านน้ำเฟยหลิง ไม่ใช่เพราะขุมกำลังฝ่ายธรรมะในน่านน้ำใกล้เคียงแข็งแกร่งเพียงใด แต่เป็นเพราะบรรพชนกระดูกขาวและบรรพชนมารโลหิตที่จากไปยังไม่กลับมา

ฝ่ายธรรมะมีบรรพชนระดับก่อกำเนิดของห้าสำนักใหญ่เป็นที่พึ่ง หากพวกเขาไม่มีที่พึ่งพิง ก็คงไม่กล้าก่อความวุ่นวายไปทั่วตอนเหนือของแนวหมู่เกาะพันกลุ่ม

ตราบใดที่ผู้ฝึกตนฝ่ายมารไม่บุกออกจากน่านน้ำเฟยหลิง ห้าสำนักใหญ่ก็จะไม่ลงมือ ขุมกำลังฝ่ายธรรมะในน่านน้ำใกล้เคียงน่านน้ำเฟยหลิงก็ได้แต่คุมเชิงกับผู้ฝึกตนฝ่ายมารต่อไป

หนึ่งปีให้หลัง ทะเลโผซุ่ยทางตอนใต้ของแนวหมู่เกาะหมื่นกลุ่ม บรรพชนกระดูกขาวที่ฟื้นตัวสมบูรณ์แล้วมาเยือนบรรพชนเหอฮวนอีกครั้ง

ทันทีที่พบหน้า บรรพชนเหอฮวนก็ยิ้มกล่าวว่า "สหายเต๋าทั้งสองฟื้นตัวได้ดีทีเดียวนะ มาคราวนี้เพื่อมาลาข้าหรือ"

บรรพชนมารโลหิตแค่นเสียงเย็น "ตอนขามาเราเห็นผู้ฝึกตนห้าสำนักใหญ่ คาดว่าพวกบนเกาะจินเจียวคงรู้ข่าวเรื่องวังเหอฮวนอยู่ที่ทะเลโผซุ่ยแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป แนะนำว่าเจ้าไปกับพวกเราดีกว่า"

วังเหอฮวนแม้อยู่ในทะเลโผซุ่ย แต่ก็อยู่แค่รอบนอกสุดของทะเลโผซุ่ย

ส่วนที่ลึกเข้าไปกว่านั้น ไม่มีใครในโลกผู้บำเพ็ญเพียรทะเลเหนือกล้าเข้าไป

"เจ้าอยากให้ข้าไปแนวหมู่เกาะพันกลุ่ม ไปเป็นนักสู้ให้พวกเจ้าสองคนหรือ"

บรรพชนมารโลหิตยิ้ม "ยังไม่รีบกลับแนวหมู่เกาะพันกลุ่ม ไปทางทิศตะวันตกพบราชาอสูรเผ่าอสูรสักสองสามตนก่อน"

ได้ยินดังนั้น บรรพชนเหอฮวนชะงัก "พบราชาอสูรเผ่าอสูร พวกเจ้าคิดจะร่วมมือกับเผ่าอสูรหรือ"

"ยังไม่ถึงขั้นร่วมมือกับเผ่าอสูร แค่ร่วมมือกับหุ่นเชิดมนุษย์ใต้สังกัดพวกมัน พวกเรามีกันแค่สองคน กลัวพวกเดรัจฉานนั่นจะดูถูกเอา มีสหายเต๋าร่วมทางด้วย จะได้ช่วยให้คำพูดของเรามีน้ำหนักขึ้นบ้าง"

บรรพชนกระดูกขาวกำไม้เท้ากระดูกขาว ดวงตาว่างเปล่าจ้องมองบรรพชนเหอฮวนแล้วกล่าว

บรรพชนเหอฮวนครุ่นคิด ช่วงนี้นางก็พบว่ามีผู้ฝึกตนห้าสำนักใหญ่เข้ามาในทะเลโผซุ่ย ต่อให้ห้าสำนักใหญ่ยังไม่ระบุตำแหน่งที่แน่นอนของวังเหอฮวน แต่ต้องรู้แน่ว่าวังเหอฮวนอยู่ในทะเลโผซุ่ย การหาตำแหน่งที่แน่นอนก็เป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

พูดอีกอย่างคือ อยู่แถวนี้ต่อไปไม่ปลอดภัยแล้ว

คิดได้ดังนี้ นางก็พยักหน้า "ได้ ข้าจะไปเยี่ยมเยียนราชาอสูรเหล่านั้นกับพวกเจ้าก่อน แล้วคนทั้งวังเหอฮวนค่อยตามพวกเจ้ากลับแนวหมู่เกาะพันกลุ่ม"

ได้ยินคำพูดนี้ บรรพชนมารโลหิตถึงค่อยสบายใจขึ้น

จากนั้น บรรพชนเหอฮวนสั่งการลูกน้องเสร็จสรรพ ก็ออกเดินทางไปทางทิศตะวันตกพร้อมกับบรรพชนกระดูกขาวและบรรพชนมารโลหิต

เผ่าอสูรเปิดสมรภูมิไว้สองแห่ง แห่งแรกคือสมรภูมิกับเผ่ามนุษย์ทางตะวันออก แห่งที่สองคือสมรภูมิกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ในทะเลโผซุ่ยทางตะวันตก

โดยสมรภูมิแห่งที่สองมีการต่อสู้ที่ดุเดือดที่สุด ดึงกำลังและสมาธิของเผ่าอสูรไปถึงสองในสาม ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งในสามถึงใช้ทำศึกกับเผ่ามนุษย์

ผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าอสูรในสมรภูมิตะวันออกคือราชาอสูรซานโส่ว ก่อนหน้านี้เขาถูกบรรพชนระดับก่อกำเนิดของห้าสำนักใหญ่เผ่ามนุษย์วางแผนทำร้ายตอนแย่งชิงวิชาระดับเปลี่ยนเทพ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ใช้เวลาหลายสิบปี จึงฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์ บัดนี้กำลังปิดด่านเพื่อทะลวงสู่ระดับเปลี่ยนเทพ

นอกจากเขาแล้ว มหาราชาอสูรสองตนในสมรภูมิตะวันตกก็กำลังปิดด่านทะลวงสู่ระดับเปลี่ยนเทพเช่นกัน ทำให้ในช่วงหลายสิบปีมานี้ การต่อสู้ระหว่างเผ่าอสูรกับสัตว์ดึกดำบรรพ์ เผ่าอสูรทำได้เพียงตั้งรับ

เผ่าอสูรมีมหาราชาอสูรสามตนปิดด่านทะลวงสู่ระดับเปลี่ยนเทพ ส่วนเผ่ามนุษย์ก็มีบรรพชนอวิ๋นไท่แห่งสำนักจื่ออวิ๋น และบรรพชนฝูอวิ๋นแห่งสำนักเจินเสวียน สองจอมปราชญ์ระดับก่อกำเนิดช่วงปลายที่กำลังปิดด่านทะลวงสู่ระดับเปลี่ยนเทพ

ทั้งสองเผ่าพันธุ์ต่างแข่งขันกันว่าใครจะมีผู้ฝึกตนระดับเปลี่ยนเทพปรากฏขึ้นก่อน ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ทั้งสองเผ่าพันธุ์จะเกิดสงครามย่อยๆ เฉพาะจุดเท่านั้น ไม่มีทางเกิดสงครามเต็มรูปแบบเด็ดขาด

สงครามเต็มรูปแบบระหว่างสองเผ่าพันธุ์จะเกิดขึ้นจริง ก็ต้องรอให้เผ่าใดเผ่าหนึ่งมีผู้ฝึกตนระดับเปลี่ยนเทพปรากฏขึ้นเสียก่อน

ราชาอสูรซานโส่วปิดด่านแล้ว หมายความว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในสมรภูมิตะวันออกจริงๆ ก็คือราชาอสูรที่มีระดับพลังเทียบเท่าระดับก่อกำเนิดช่วงกลางเหล่านั้น

บรรพชนกระดูกขาวมุ่งหน้าไปทางตะวันตก คนแรกที่ต้องไปเยี่ยมเยียนคือราชาอสูรคางคกทอง

เขามีระดับพลังและฝีมือเทียบเท่าผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดช่วงกลางของมนุษย์ เป็นราชาอสูรที่มีสิทธิ์มีเสียงสูงมากในสมรภูมิตะวันออก และราชาอสูรคางคกทองยังเลี้ยงดูขุมกำลังมนุษย์และผู้ฝึกตนอิสระที่พึ่งพิงตนเองไว้ไม่น้อย จึงเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการร่วมมือของฝ่ายมาร

เมื่อสัตว์อสูรแปลงกายได้แล้ว ก็ย่อมอยากใช้ชีวิตแบบมนุษย์

ราชาอสูรคางคกทองก็ไม่ยกเว้น ยึดครองเกาะที่มีความกว้างยาวหลายร้อยลี้ไว้เกาะหนึ่ง ให้เผ่าพันธุ์ของตนอยู่อาศัย

ส่วนตนเองยึดครองภูเขาสูงลูกหนึ่งกลางเกาะ บนภูเขานั้นมีตำหนักหินเรียงราย และตำหนักหินแต่ละหลังก็ใหญ่โตมโหฬารยิ่งนัก

บรรพชนกระดูกขาวทั้งสามเพิ่งมาถึงเกาะนี้ ราชาอสูรคางคกทองบนภูเขาสูงกลางเกาะก็สัมผัสได้

เห็นเพียงเงาร่างหนึ่งบินอย่างรวดเร็วมาจากภูเขาสูงกลางเกาะ เพียงไม่กี่พริบตาก็มายืนอยู่ต่อหน้าสามยอดฝีมือฝ่ายมาร

ราชาอสูรคางคกทองมีผมยาวสีทอง หน้าตาหล่อเหลา มองไม่เห็นลักษณะของสัตว์อสูรเลยแม้แต่น้อย ดูท่าจะแปลงกายได้สมบูรณ์แบบมาก

เขาสวมชุดผ้าไหมสีทองอร่าม ที่เอวห้อยเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญ สายตากวาดมองทั้งสามคน สุดท้ายหยุดอยู่ที่บรรพชนเหอฮวนผู้เย้ายวน

"ขอทราบนามของแม่นางเผ่ามนุษย์ผู้นี้"

เขาถามอย่างสุภาพบุรุษ บรรพชนเหอฮวนยกมือปิดปากยิ้มบางๆ "ข้าน้อยนามว่าเหอฮวน"

"ที่แท้คือแม่นางเหอฮวน ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะเหลือเกิน ข้าชอบมาก"

"ไม่ทราบแม่นางเหอฮวนมาที่นี่ด้วยเหตุอันใด"

บรรพชนเหอฮวนหัวเราะคิกคัก "พวกเรามาเพื่อหาราชาอสูรคางคกทองโดยเฉพาะ"

"โอ้? เชิญสหายเต๋าเผ่ามนุษย์ทั้งสามไปสนทนากันที่เกาะคางคกทองของข้าเถอะ"

พูดจบ ราชาอสูรคางคกทองก็ยื่นมือออกมา บรรพชนเหอฮวนวางมือลงบนมือเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังภูเขาสูงกลางเกาะคางคกทองด้วยกัน

บรรพชนกระดูกขาวและบรรพชนมารโลหิตมองหน้ากัน พยักหน้า แล้วก็ตามไป

พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อราชาอสูรคางคกทอง ตอนนี้อีกฝ่ายเชิญด้วยตัวเอง พวกเขาไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ

และราชาอสูรคางคกทองก็มั่นใจในฝีมือของตนมาก คิดว่าต่อให้ผู้ฝึกตนมนุษย์สามคนตรงหน้าร่วมมือกัน ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของตน จึงกล้าเชิญทั้งสามไปที่เกาะคางคกทองของตนอย่างเปิดเผย

ไม่นาน ทั้งสามก็ติดตามราชาอสูรคางคกทองมาถึงพระราชวังบนภูเขาสูงกลางเกาะ หรือก็คือวังคางคกทองของราชาอสูรคางคกทอง

นอกวังเป็นลานกว้างยาวหลายลี้ เป็นสถานที่ที่ราชาอสูรคางคกทองใช้ต้อนรับสัตว์อสูรตามปกติ

ภายในตำหนักใหญ่หลังลานกว้าง ราชาอสูรคางคกทองนั่งคู่กับบรรพชนเหอฮวน ราวกับลืมบรรพชนกระดูกขาวและบรรพชนมารโลหิตที่นั่งอยู่สองฝั่งด้านล่างไปเสียสนิท

ผ่านไปครู่ใหญ่ บรรพชนกระดูกขาวกระแอมไอหนึ่งครั้ง "อะแฮ่ม"

เสียงดังก้องในตำหนักหินกว้างขวาง ฟังดูชัดเจนเป็นพิเศษ

ราชาอสูรคางคกทองหันกลับมามองบรรพชนกระดูกขาวอย่างอาลัยอาวรณ์ หัวเราะแหะๆ กล่าวว่า "สหายเต๋าทั้งสามไม่ใช่ผู้ฝึกตนห้าสำนักใหญ่ของเผ่ามนุษย์"

บรรพชนกระดูกขาวถามว่า "ราชาอสูรคางคกทองดูออกได้อย่างไร"

"หากเป็นคนของห้าสำนักใหญ่เผ่ามนุษย์ เจอหน้าไม่สู้กับข้าก็ดีถมไปแล้ว จะกล้าวางใจมายังวังคางคกทองของข้าได้อย่างไร"

บรรพชนเหอฮวนยิ้ม "ท่านราชาฉลาดจริงๆ งั้นลองทายดูสิว่าพวกเราเป็นใคร"

ได้ยินดังนั้น ราชาอสูรคางคกทองครุ่นคิด ยิ้มกล่าวว่า "ได้ยินว่าช่วงนี้ฝ่ายมารของเผ่ามนุษย์มีผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดปรากฏขึ้นสามคน น่าจะเป็นสหายเต๋าทั้งสามกระมัง"

บรรพชนเหอฮวนหัวเราะคิกคัก "ท่านราชาทายแม่นจริงๆ"

"สหายเต๋าทั้งสามมาหาข้า ไม่ทราบมีธุระอันใด"

บรรพชนมารโลหิตกล่าวทันทีว่า "พวกเรามาเพื่อร่วมมือกับราชาอสูรคางคกทอง ร่วมกันจัดการห้าสำนักใหญ่"

"โอ้? มาหาข้าให้ช่วยจัดการห้าสำนักใหญ่ สหายเต๋าทั้งสามก็เป็นมนุษย์ แต่ข้าเป็นเผ่าอสูรนะ"

ราชาอสูรคางคกทองไม่ค่อยเชื่อคำพูดของบรรพชนมารโลหิต สันดานของผู้ฝึกตนมนุษย์เป็นอย่างไร เขาอยู่มานานขนาดนี้ ย่อมรู้ดีแก่ใจ

จากนั้นกล่าวว่า "ในเผ่ามนุษย์มีคำกล่าวว่า เผ่าพันธุ์อื่นย่อมมีใจคิดคด พวกเจ้าจะให้ข้าเชื่อได้อย่างไร"

บรรพชนมารโลหิตเห็นราชาอสูรคางคกทองไม่เชื่อจริงๆ ก็รีบรับรองว่า "ราชาอสูรคางคกทองวางใจเถอะ เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน พวกเราไม่กล้าหลอกลวงท่านราชาอสูร"

ราชาอสูรคางคกทองกล่าว "ต่อให้เป็นเรื่องจริงแล้วอย่างไร ราชาอสูรซานโส่วมีคำสั่งลงมานานแล้ว ห้ามเปิดศึกกับเผ่ามนุษย์ ข้าจะไม่ขัดคำสั่งราชาอสูรซานโส่ว"

เขาไม่ได้บอกชัดเจนว่าทำไมราชาอสูรซานโส่วถึงออกคำสั่งเช่นนั้น แต่บรรพชนระดับก่อกำเนิดทั้งสามย่อมรู้ดีว่าทำไมราชาอสูรซานโส่วถึงออกคำสั่งเช่นนั้น

บรรพชนกระดูกขาวกล่าว "พวกเราไม่ต้องการให้เผ่าอสูรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับสงครามกับห้าสำนักใหญ่ เพียงแต่หวังว่าผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ท่านเลี้ยงดูไว้จะร่วมต่อต้านห้าสำนักใหญ่ไปพร้อมกับพวกเรา หากจำเป็น ก็ขอเชิญราชาอสูรคางคกทองลงมือช่วยบ้างในเวลานั้น"

ราชาอสูรคางคกทองขมวดคิ้วครุ่นคิด ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าตกลง

"ได้ ข้าตกลง"

ราชาอสูรซานโส่วแค่ไม่อยากเปิดศึกเต็มรูปแบบกับเผ่ามนุษย์ หากเป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดกับราชาอสูร ก็ยังพอทำได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ราชาอสูรเลี้ยงดูไว้

ราชาอสูรเลี้ยงดูผู้ฝึกตนมนุษย์ไว้ก็เพื่อหาตัวตายตัวแทน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็พบว่าพวกเขาสามารถทำเรื่องบางอย่างที่สัตว์อสูรระดับต่ำทำไม่ได้ เพราะสัตว์อสูรต้องถึงระดับแปลงกาย หรือก็คือระดับก่อกำเนิด จึงจะมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกประการ

จากนั้น ราชาอสูรคางคกทองก็เรียกจินตานเจินเหรินเผ่ามนุษย์สามคนมา พอมาถึงในตำหนัก ก็คารวะราชาอสูรคางคกทอง "คารวะท่านราชา"

"ไม่ต้องมากพิธี"

"ขอบคุณท่านราชา"

"สามท่านนี้เป็นผู้อาวุโสในฝ่ายมารของเผ่ามนุษย์พวกเจ้า ต่อไปพวกเจ้าก็ติดตามพวกเขาไปเถอะ ร่วมมือกับการกระทำของพวกเขา สั่งสอนห้าสำนักใหญ่สักหน่อย"

ทั้งสามขานรับพร้อมกัน "ขอรับ"

ราชาอสูรคางคกทองกล่าวกับบรรพชนกระดูกขาวอีกว่า "สหายเต๋า พวกเขาดูแลขุมกำลังที่ข้าเลี้ยงดูไว้อย่างลับๆ ในเผ่ามนุษย์ทางตะวันออก จะช่วยเหลือพวกเจ้าอย่างเต็มที่ หากเจอปัญหาอะไร เพียงแจ้งให้ข้าทราบ ข้าจะรีบไปช่วยทันที"

บรรพชนกระดูกขาวพยักหน้า "ขอบคุณราชาอสูรคางคกทองที่ช่วยเหลือ"

ราชาอสูรคางคกทองโบกมือ "ฮ่าฮ่า นี่เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อเราทั้งสองฝ่าย"

ราชาอสูรคางคกทองก็มีแผนการของตน หากสองเผ่าพันธุ์มนุษย์และอสูรไม่เกิดสงคราม ขณะที่ความแข็งแกร่งของเผ่าอสูรเพิ่มขึ้น ความแข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน และดูจากอัตราการเติบโตของความแข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ในรอบหลายร้อยปีมานี้ ความเร็วในการเติบโตของเผ่ามนุษย์นั้นเร็วกว่าเผ่าอสูร

นั่นหมายความว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ความแข็งแกร่งของสองเผ่าพันธุ์มนุษย์และอสูรจะใกล้เคียงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลเสียต่อเผ่าอสูรอย่างมาก

ในเมื่อภายในเผ่ามนุษย์เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร ก็ถือโอกาสนี้ทำให้ความวุ่นวายภายในเผ่ามนุษย์รุนแรงยิ่งขึ้น ยิ่งสูญเสียภายในมากเท่าไหร่ยิ่งดี

ตอนที่บรรพชนกระดูกขาวทั้งสามจะจากไป บรรพชนเหอฮวนกับราชาอสูรคางคกทองดูอาลัยอาวรณ์กันมาก ทำเอาบรรพชนมารโลหิตอยากจะเข้าไปต่อยคน ถ้าไม่ใช่เพราะสู้ราชาอสูรคางคกทองไม่ได้ คงลงมือไปนานแล้ว

ผู้ที่ติดตามทั้งสามไป ยังมีจินตานเจินเหรินใต้สังกัดราชาอสูรคางคกทองอีกสามคน พวกเขาจะพาบรรพชนกระดูกขาวทั้งสามไปเยี่ยมเยียนราชาอสูรตนอื่น เพื่อความสะดวกในการทำงานของทั้งสาม ราชาอสูรคางคกทองยังเขียนจดหมายถึงราชาอสูรแต่ละตนเป็นพิเศษ

ถึงเวลานั้น เพียงแคยื่นจดหมายฉบับนี้ให้ราชาอสูรที่ไปเยี่ยมเยียนดู ราชาอสูรเหล่านั้นก็จะเข้าใจเจตนาของราชาอสูรคางคกทอง และอำนวยความสะดวกให้บรรพชนกระดูกขาวทั้งสาม เพื่อบั่นทอนกำลังภายในของเผ่ามนุษย์

บรรพชนระดับก่อกำเนิดทั้งสามเยี่ยมเยียนราชาอสูรไปสิบกว่าตน ในจำนวนนั้นมีราชาอสูรระดับกลางเช่นเดียวกับราชาอสูรคางคกทองด้วย ราชาอสูรบางตนไม่ต้อนรับทั้งสาม แต่พอนำจดหมายของราชาอสูรคางคกทองออกมา ราชาอสูรเหล่านั้นกลับกระตือรือร้นขึ้นมาทันที แทบจะตามบรรพชนระดับก่อกำเนิดทั้งสามกลับแนวหมู่เกาะพันกลุ่มไปด้วย

คาดว่าราชาอสูรเหล่านี้คงเข้าใจเจตนาของราชาอสูรคางคกทองจากจดหมาย เข้าใจว่านี่เป็นการบั่นทอนกำลังของเผ่ามนุษย์

พวกเขาเกลียดชังเผ่ามนุษย์ ย่อมยินดีที่เห็นกำลังของเผ่ามนุษย์ลดลงอย่างมาก จึงให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือร้น

การเดินทางครั้งนี้ของบรรพชนกระดูกขาวทั้งสามนับว่าราบรื่นอย่างยิ่ง ไม่เพียงได้ชื่อและตำแหน่งของขุมกำลังที่ราชาอสูรเหล่านั้นเลี้ยงดูไว้ ยังได้รับคำมั่นสัญญาจากราชาอสูรเหล่านั้นอีกด้วย นับว่าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ตอนออกจากดินแดนเผ่าอสูร จินตานเจินเหรินที่ติดตามทั้งสามก็มีถึงสิบกว่าคนแล้ว

บรรพชนเหอฮวนกลับไปที่วังเหอฮวนในทะเลโผซุ่ยรอบหนึ่ง ภายใต้การร่ายเวทย์ของนาง วังเหอฮวนทั้งหลังก็ลอยขึ้นจากทะเล รีบไปสมทบกับพวกบรรพชนกระดูกขาว

ที่แท้วังเหอฮวนก็คือสมบัติวิเศษประเภทบินขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็สามารถลอยอยู่บนผิวน้ำทะเลได้ มองจากไกลๆ จึงดูเหมือนเกาะ

เมื่อวังเหอฮวนที่บินอยู่กลางอากาศปรากฏต่อหน้าทุกคน ทุกคนต่างเผยสีหน้าตกตะลึง แม้แต่บรรพชนกระดูกขาวและบรรพชนมารโลหิตก็ไม่ยกเว้น

บรรพชนเหอฮวนยืนอยู่ในตำหนักหลักของวังเหอฮวน มองดูพวกบรรพชนกระดูกขาว ยิ้มกล่าวว่า "ความเร็วในการบินของสมบัติวิเศษข้า ไม่ช้ากว่าสหายเต๋าทั้งสองหรอกนะ"

ได้ยินดังนั้น จินตานเจินเหรินที่ติดตามมาต่างรู้สึกหวั่นไหว ความเร็วของพวกเขาเทียบกับผู้ฝึกตนระดับก่อกำเนิดไม่ได้เลย หากได้นั่งวังเหอฮวน คงประหยัดเวลาไปได้โข

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ดี งั้นพวกเราลองนั่งวังเหอฮวนของสหายเต๋าเหอฮวนดูหน่อย"

พูดจบ บรรพชนมารโลหิตก็บินขึ้นไปบนวังเหอฮวน บรรพชนกระดูกขาวตามไปติดๆ จินตานเจินเหรินทั้งหลายเห็นดังนั้น ก็พากันบินขึ้นไปบนวังเหอฮวนเช่นกัน

พอขึ้นมาบนวังเหอฮวน จินตานเจินเหรินที่มาจากใต้สังกัดราชาอสูรเผ่าอสูรเหล่านี้ก็ได้เปิดหูเปิดตาในทันที แต่ละคนถูกผู้ฝึกตนหญิงที่งดงามดั่งเทพธิดาห้อมล้อม ผู้ฝึกตนหญิงเหล่านั้นใช้วิธีการสารพัดยั่วยวนพวกเขา ทำให้จินตานเจินเหรินเหล่านี้เกิดไฟราคะในใจจนทนไม่ไหว ต้องหาผู้ฝึกตนหญิงเหล่านี้ระบายไฟ

วังเหอฮวนบินในแนวหมู่เกาะหมื่นกลุ่มอย่างระมัดระวัง ไม่อยากเปิดเผยร่องรอยให้ผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะบนเกาะจินเจียวรู้

แต่พอออกจากแนวหมู่เกาะหมื่นกลุ่ม ก็เร่งความเร็วเต็มพิกัดมุ่งหน้าสู่แนวหมู่เกาะพันกลุ่มทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 540 - เยือนราชาอสูรเผ่าอสูร การร่วมมือระหว่างฝ่ายมารกับราชาอสูร!

คัดลอกลิงก์แล้ว