เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 - งานประมูล (ตอนกลาง) สี่สมบัติปิดท้าย!

บทที่ 310 - งานประมูล (ตอนกลาง) สี่สมบัติปิดท้าย!

บทที่ 310 - งานประมูล (ตอนกลาง) สี่สมบัติปิดท้าย!


บทที่ 310 - งานประมูล (ตอนกลาง) สี่สมบัติปิดท้าย!

ห้าหมื่นหินวิญญาณนับว่าเป็นราคาที่ไม่ต่ำเลยทีเดียว อีกทั้งด้านหลังยังมีเกาะวิญญาณในลักษณะเดียวกันรอให้ประมูลอีก ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดเสนอราคาแข่งอีก

เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดเสนอราคาเพิ่ม มู่เหยียนหรานจึงยิ้มกล่าว "เกาะหวงหลินตกเป็นของสหายเต๋าเฟิงเซิงเจ้าค่ะ"

เมื่อได้ยินคำประกาศของมู่เหยียนหราน เฟิงเซิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ตระกูลเฟิงรวบรวมหินวิญญาณมาได้เพียงห้าหมื่นก้อนเท่านั้น หากราคาสูงกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว เขาก็คงจำต้องตัดใจ

เขาอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะเหล่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานรอบทิศ กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ขอบคุณสหายเต๋าทุกท่านที่ออมมือให้ แซ่เฟิงซาบซึ้งใจยิ่งนัก"

กล่าวจบ เขาจึงค่อยนั่งลง

มู่เหยียนหรานกล่าวเสียงดัง "ขอเชิญสหายเต๋าทุกท่านเงียบเสียงลงสักนิด ต่อไปจะเป็นการประมูลเกาะวิญญาณแห่งถัดไปเจ้าค่ะ"

เสียงพูดคุยของผู้คนค่อยๆ เบาลง ไม่นานลานประมูลก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

"เกาะเฟิงฉี่ ยาวสิบสามลี้ กว้างสิบเอ็ดลี้ บนเกาะมีชีพจรวิญญาณขนาดจิ๋วสามสาย นาวิญญาณห้าไร่..."

"ราคาเริ่มต้นห้าพันหินวิญญาณ การเสนอราคาเพิ่มแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยหินวิญญาณ"

มูลค่าและราคาเริ่มต้นของเกาะวิญญาณนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับชีพจรวิญญาณและนาวิญญาณบนเกาะเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมและตำแหน่งที่ตั้งของเกาะด้วย

เกาะวิญญาณที่อยู่ใกล้ตลาดผู้ฝึกตนและมีความปลอดภัยสูง ย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา

ในทางกลับกัน เกาะที่อยู่ห่างไกลจากตลาด ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายขอบซึ่งมักมีสัตว์อสูรออกอาละวาด ย่อมมีมูลค่าต่ำลง

เกาะเฟิงฉี่ตั้งอยู่ในเขตชายขอบของหมู่เกาะเมฆาคล้อย มักถูกสัตว์อสูรระดับสองรบกวนอยู่บ่อยครั้ง แม้จะมีชีพจรวิญญาณขนาดจิ๋วถึงสามสาย แต่ก็ยากจะทำราคาให้สูงได้

ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณไม่กล้าประมูล เพราะกลัวว่าจะไปเจอสัตว์อสูรระดับสองเข้าจนต้องทิ้งชีวิต

ส่วนผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานแม้จะไม่กลัวสัตว์อสูรระดับสอง แต่ก็มองข้ามชีพจรวิญญาณบนเกาะ ดังนั้นย่อมไม่สนใจเข้าร่วมประมูล

สำหรับคำรับรองคุ้มครองร้อยปีของตระกูลหลิงแห่งชางหลีนั้น หมายถึงภายในร้อยปีนับจากวันที่ประมูลได้ จะรับรองว่าไม่มีผู้ฝึกตนหรือขุมกำลังอื่นมาแย่งชิงเกาะ แต่ไม่รวมถึงการถูกสัตว์อสูรบุกรุก

ดังนั้นผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณที่จะประมูลเกาะ จำเป็นต้องพิจารณาตำแหน่งที่ตั้งและสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ดี

"ห้าพันหินวิญญาณ"

สิ้นเสียงของมู่เหยียนหราน ชายชราผมขาวผู้หนึ่งก็ขานราคาขึ้น

วินาทีต่อมา ชายวัยกลางคนอีกคนก็ขานรับ "ห้าพันหกร้อยหินวิญญาณ"

...

มีผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณเข้าร่วมประมูลอีกหลายคน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์ทั้งสิ้น

มีเพียงผู้ฝึกตนระดับนี้เท่านั้น จึงจะมีความมั่นใจพอที่จะอาศัยค่ายกลต้านทานการโจมตีของสัตว์อสูรระดับสองได้

ในที่สุด เกาะเฟิงฉี่ก็ตกเป็นของหญิงชราผู้มีระดับพลังกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์นางหนึ่ง ด้วยราคาหกพันหกร้อยหินวิญญาณ

หลังจากนั้น ก็มีการประมูลเกาะวิญญาณที่มีเพียงชีพจรวิญญาณขนาดจิ๋วอีกแห่ง เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของหมู่เกาะเมฆาคล้อย ไกลจากความเจริญ ราคาจึงค่อนข้างต่ำ

"รายการต่อไปที่จะทำการประมูลคือ เกาะจินเซี่ย ยาวยี่สิบลี้ กว้างยี่สิบเอ็ดลี้ บนเกาะมีชีพจรวิญญาณขนาดเล็กหนึ่งสาย นาวิญญาณสี่สิบไร่..."

นางบรรยายสรรพคุณเสียยืดยาว กล่าวชื่นชมเกาะแห่งนี้อย่างเต็มที่

ทว่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานที่มาในวันนี้ ล้วนทำการบ้านมาเป็นอย่างดี รวบรวมข้อมูลเกาะที่ตระกูลหลิงจะนำออกประมูลมาล่วงหน้าแล้วทั้งสิ้น

คำพูดของมู่เหยียนหราน จึงหลอกได้เพียงผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเท่านั้น

"เกาะจินเซี่ย ราคาเริ่มต้นสองหมื่นหินวิญญาณ การเสนอราคาเพิ่มแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหินวิญญาณ"

สิ้นเสียงลง ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้น "ข้าให้สองหมื่นสองพันหินวิญญาณ"

ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานอีกคนที่ไม่ไกลกันนักกล่าว "ข้าให้สองหมื่นสาม"

ผู้ฝึกตนหญิงคนหนึ่งตะโกนแทรก "ข้าขอร่วมวงด้วย สองหมื่นสี่พันหินวิญญาณ"

ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเกือบสิบคนเปิดศึกปะทะคารมกันไปมา สุดท้ายเกาะจินเซี่ยก็ตกเป็นของผู้ฝึกตนอิสระหญิงระดับสร้างรากฐานนางหนึ่ง ในราคาสองหมื่นเก้าพันหินวิญญาณ

จากนั้น ภายใต้การดำเนินการของมู่เหยียนหราน ก็มีการประมูลแดนวิญญาณออกไปอีกไม่น้อย

ในบรรดาเกาะวิญญาณของแปดตระกูลระดับสร้างรากฐานเดิม มีห้าเกาะถูกประมูลออกไป ผู้ที่ได้ไปล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานที่ทรงพลัง

ตระกูลหลิงแห่งชางหลีเก็บเกาะวิญญาณไว้เองสามแห่ง ได้แก่ เกาะเจี้ยนผิง เกาะเฟิงอิ๋ง และเกาะชื่อชี

ทั้งสามเกาะต่างมีชีพจรวิญญาณขนาดเล็กเพียงสายเดียว เหตุผลที่เลือกเก็บสามเกาะนี้ไว้ ก็เพราะบนเกาะมีพื้นที่ราบกว้างขวาง สามารถบุกเบิกทำนาวิญญาณได้จำนวนมาก

"สหายเต๋าทุกท่าน การประมูลเกาะวิญญาณได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ต่อไปจะเป็นการประมูลสมบัติวิเศษต่างๆ เจ้าค่ะ"

"สหายเต๋าที่พลาดหวังจากเกาะวิญญาณต้องรีบหน่อยแล้วนะเจ้าคะ สมบัติมีจำนวนจำกัด ผู้ที่ให้ราคาสูงสุดย่อมเป็นผู้ได้ครอบครอง"

กล่าวจบ มู่เหยียนหรานสะบัดแขนเสื้อ ปรากฏดาบยาวเล่มหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า

ประกายแสงวิญญาณไหลเวียนบนตัวดาบ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา

อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณเลย แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานก็ยังถูกดึงดูดความสนใจ

ครู่ต่อมา ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น "นี่คืออาวุธวิญญาณ?"

สิ้นคำกล่าว กลุ่มผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณก็แตกตื่นกันทันที

"อะไรนะ นี่ถึงกับเป็นอาวุธวิญญาณเชียวหรือ"

"แม่เจ้าโว้ย เปิดมาก็เล่นอาวุธวิญญาณเลยรึ"

...

แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานก็ยังตื่นตะลึง

"ตระกูลหลิงแห่งชางหลีเตรียมตัวมาดีจริงๆ เพิ่งจบการประมูลเกาะก็เปิดตัวด้วยอาวุธวิญญาณ ข้าชักอยากรู้แล้วสิว่าข้างหลังจะมีของดีอะไรอีก"

"คิกคิก ข้าก็อยากรู้เหมือนกันเจ้าค่ะ"

ผู้ฝึกตนหญิงนางหนึ่งในชุดกระโปรงสีแดงเหลือง แต่งหน้าจัดจ้าน ยกมือปิดปากหัวเราะ

มู่เหยียนหรานประกาศเสียงดัง "สหายเต๋าทุกท่าน นี่คืออาวุธวิญญาณระดับกลาง นามว่า ดาบผ่าจันทร์แปดทิศ"

ได้ยินดังนั้น เหล่าผู้ฝึกตนก็ตื่นตกใจอีกครั้ง

"ถึงกับเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลาง"

"กล้านำอาวุธวิญญาณระดับกลางมาประมูลตอนนี้ หรือว่าข้างหลังจะมีอาวุธวิญญาณระดับสูงมากกว่าหนึ่งชิ้น?"

ตระกูลหลิงแห่งชางหลีได้ระบุว่ามีสมบัติปิดท้ายสี่ชิ้น ข้อมูลของสมบัติสองชิ้นแรกได้แพร่สะพัดไปทั่วน่านน้ำอุกกาบาตแล้ว

และก็เป็นเพราะสมบัติปิดท้ายสองชิ้นนั้น จึงดึงดูดผู้ฝึกตนมาได้มากมายเพียงนี้ ซึ่งรวมถึงประมุขและผู้อาวุโสของตระกูลระดับสร้างรากฐานต่างๆ ในน่านน้ำอุกกาบาตด้วย

และมีข่าวลือหลุดออกมาว่า ในบรรดาสมบัติปิดท้ายนั้นมีอาวุธวิญญาณระดับสูงอยู่ด้วย

"อาวุธวิญญาณระดับกลาง ดาบผ่าจันทร์แปดทิศ ราคาเริ่มต้นสามพันห้าร้อยหินวิญญาณ การเสนอราคาเพิ่มแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยหินวิญญาณ"

"ผู้เฒ่าให้สามพันหกร้อยหินวิญญาณ"

ชายร่างใหญ่เปลือยท่อนบน เผยให้เห็นผิวสีเหลืองมันเลื่อมตะโกนขึ้น "ของชิ้นนี้ข้าจองแล้ว สามพันเจ็ดร้อย"

"ฮ่าๆ นี่มันอาวุธวิญญาณระดับกลางเชียวนะ ข้าขอแจมด้วย สามพันแปดร้อยหินวิญญาณ"

ชายผิวเหลืองไม่ยอมน้อยหน้า รีบตะโกนสวน "สี่พันหินวิญญาณ"

"คิดจะแย่งของจากมือข้า? งั้นก็ต้องดูว่าเจ้ามีหินวิญญาณมากพอหรือไม่ สี่พันหนึ่งร้อยหินวิญญาณ"

ได้ยินเช่นนั้น ชายผิวเหลืองเริ่มไม่พอใจ ตะโกนเสียงดัง "สี่พันห้า"

จากนั้น เขาหันไปแสยะยิ้มเย้ยหยันใส่คนที่เสนอราคาก่อนหน้า

"ไอ้หนุ่มหน้าขาว แขนขาเล็กลีบอย่างเจ้าน่ะ ดูทรงแล้วพลังหยางคงไม่พอ จะแกว่งดาบผ่าจันทร์แปดทิศไหวหรือ?"

ชายหนุ่มผู้นั้นโกรธจัด "สี่พันหกร้อยหินวิญญาณ ไอ้ผิวเหลือง แน่จริงก็เพิ่มราคามาสิ"

ชายผิวเหลืองแค่นเสียงเย็น ตะโกนต่อ "ห้าพันหินวิญญาณ ไอ้หนุ่มหน้าขาว ถ้าเจ้ายังกล้าเพิ่มราคาอีก ดาบผ่าจันทร์แปดทิศก็เอาไปเลย"

ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มที่กำลังจะอ้าปากขานราคากลับชะงักไป

'ของสิ่งนี้แม้อานุภาพร้ายกาจ แต่เฉพาะทางเกินไป ไม่ค่อยมีประโยชน์กับข้านัก ช่างเถอะ ถือว่ายกประโยชน์ให้เจ้านั่นไป'

ชายหนุ่มคิดในใจ และก็เป็นจริงดังที่เขาคิด

เมื่อคนผู้นั้นล้มเลิกการประมูล ทั้งลานก็ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ

ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณต่างมองซ้ายมองขวา หวังจะเห็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานลุกขึ้นมาสู้ราคา จะได้ดูเรื่องสนุก

แต่เหล่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานทำให้พวกเขาผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ผ่านไปกว่าสิบลมหายใจ ก็ยังไม่มีใครลุกขึ้นมาเสนอราคา

เห็นดังนั้น มู่เหยียนหรานจึงเคาะไม้ตัดสิน "ตกลงเจ้าค่ะ ดาบผ่าจันทร์แปดทิศเป็นของสหายเต๋าท่านนี้"

สิ้นคำประกาศ ชายผิวเหลืองก็หันไปยิ้มเยาะเย้ยชายหนุ่มทันที

"ไอ้โง่ เจ้าหลงกลแล้ว"

"ดาบผ่าจันทร์แปดทิศเล่มนี้เหมาะกับข้าพอดิบพอดี ข้าจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร แต่ก็ต้องขอบใจเจ้าที่ไม่แย่งกับข้า ยอมยกมันให้ข้าแต่โดยดี"

ชายหนุ่มกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด รู้สึกเหมือนตัวเองโดนปั่นหัว

หากมิใช่เพราะเกรงใจว่าที่นี่เป็นถิ่นของตระกูลหลิง และมีจินตานเจินเหรินของตระกูลหลิงซ่อนตัวอยู่ เขาคงจะสั่งสอนไอ้ผิวเหลืองนั่นให้รู้สำนึกไปแล้ว

ได้แต่ข่มความโกรธในใจ แล้วแค่นเสียงฮึดฮัดออกมา

หลังจากนั้น ก็มีการประมูลสินค้าอีกหลายรอบ ของที่ถูกประมูลออกไปมีไม่ต่ำกว่าร้อยชิ้น

ทว่าส่วนใหญ่เป็นอาวุธประเภทอาวุธวิเศษและอาวุธวิญญาณ รองลงมาคือค่ายกล ส่วนยาและยันต์นั้นมีน้อยที่สุด

เพื่อทำลายตระกูลเฉียนแห่งวายุพัดและพันธมิตรตระกูล ตระกูลหลิงได้ผลาญยาและยันต์ไปมหาศาล

ฝ่ายตระกูลเฉียนและพันธมิตรตระกูลเพื่อต้านทานตระกูลหลิง ก็ผลาญยาและยันต์ไปมากโขเช่นกัน

ทรัพยากรประเภทใช้แล้วหมดไปทั้งสองอย่างนี้จึงเหลือน้อยเต็มที ส่วนที่เหลือยังต้องเก็บไว้ให้คนในตระกูลใช้

ยาและยันต์ที่นำมาประมูลในตอนนี้ ล้วนเป็นของที่ผู้ฝึกตนภายนอกนำมาฝากประมูลทั้งสิ้น มิเช่นนั้นคงยากจะได้เห็นยาและยันต์ในงานนี้

อาวุธวิเศษและอาวุธวิญญาณนั้นต่างออกไป ไม่ใช่ของที่ใช้แล้วหมดไป

ตระกูลหลิงยึดทรัพย์จากเก้าตระกูล ได้อาวุธวิเศษมามหาศาล และอาวุธวิญญาณอีกไม่น้อย

คนในตระกูลหลิงใช้กันไม่หมด ขืนเก็บไว้ในคลังสมบัติก็มีแต่จะขึ้นรา สู้เอาออกมาประมูลแลกเป็นหินวิญญาณ เพื่อนำไปซื้อยาสร้างรากฐานดีกว่า

ขอเพียงตระกูลหลิงมีผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเพิ่มขึ้น ความมั่นคงของตระกูลย่อมตามมา

เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานท้องฟ้าก็มืดลง

ทว่าทั่วทั้งตลาดกวางลู่กลับสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ คึกคักรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มู่เหยียนหรานดำเนินการประมูลมาทั้งวัน ร่างกายย่อมอ่อนล้าบ้างเป็นธรรมดา

แต่เมื่อคิดว่าการประมูลดำเนินมาถึงช่วงท้าย เหลือเพียงสี่สมบัติปิดท้าย นางก็กลับมามีแรงฮึดอีกครั้ง

"สหายเต๋าทุกท่าน พวกท่านคงรอคอยเวลานี้มานานแล้วกระมัง?"

"ถูกต้อง"

"รายการต่อไปที่จะทำการประมูล คือสี่สมบัติปิดท้ายของงานประมูลในครั้งนี้เจ้าค่ะ"

ว่าแล้ว มู่เหยียนหรานก็สะบัดแขนเสื้อ

แสงวิญญาณสี่สายสว่างวาบ เมื่อแสงจางลง เบื้องหน้าของนางก็ปรากฏของสี่สิ่ง

"ซู้ด คนตระกูลหลิงคิดจะเอาสมบัติปิดท้ายสี่ชิ้นออกมาประมูลพร้อมกันเลยรึ? นี่ใครจะมีปัญญาประมูลไหว?"

สมบัติปิดท้ายสี่ชิ้นรวมกัน เกรงว่าคงมีแต่ขุมกำลังที่มีจินตานเจินเหรินนั่งเมืองเท่านั้นที่พอจะสู้ราคาไหว

อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณเลย แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานในลานประมูลก็ยังงุนงงกับการกระทำของมู่เหยียนหราน

"ตระกูลหลิงคิดจะทำอะไรกันแน่?"

ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานหลายคนคิดในใจ

ทว่ามู่เหยียนหรานกลับกล่าวว่า "สหายเต๋าทุกท่านคงกำลังสงสัย"

พูดถึงตรงนี้ นางก็ยิ้มบางๆ

"ความจริงไม่มีอะไรมากเจ้าค่ะ ที่นำสมบัติปิดท้ายสี่ชิ้นออกมาพร้อมกัน ก็เพื่อให้สหายเต๋าทุกท่านได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเลือกเป้าหมายของตนเองให้ดี อย่าได้ประมูลส่งเดชนะเจ้าคะ มิเช่นนั้นอาจจะพลาดโอกาสคว้าสมบัติที่หมายปองไปได้"

ขึ้นชื่อว่าเป็นสมบัติปิดท้าย ย่อมไม่ธรรมดา ราคาแต่ละชิ้นย่อมสูงลิบ

ยากจะมีผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานคนใดมีหินวิญญาณมากพอจะประมูลสมบัติปิดท้ายได้ถึงสองชิ้น ดังนั้นการกระทำของมู่เหยียนหรานจึงนับว่าหวังดีต่อพวกเขาจริงๆ

แน่นอนว่า นางตั้งใจใช้การเปิดตัวสมบัติสี่ชิ้นพร้อมกัน เพื่อดึงบรรยากาศงานประมูลให้พุ่งสู่จุดสูงสุด

มู่เหยียนหรานชูขวดหยกใบหนึ่งขึ้น เปิดจุกขวด แล้วใช้พลังดูดยาเม็ดหนึ่งภายในออกมา

เห็นเพียงยาเม็ดนั้นเปล่งประกายสีเหลืองนวล แผ่กลิ่นหอมจางๆ ออกมา

"สหายเต๋าทุกท่าน นี่คือยามังกรทองระดับสองขั้นสูง มีสหายเต๋าท่านหนึ่งฝากทางเราประมูลเจ้าค่ะ"

"ผ่านการตรวจสอบจากจินตานเจินเหรินและนักปรุงยาระดับสามขั้นต่ำของตระกูลเราแล้ว ยืนยันว่าหากผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานช่วงต้นรับประทาน จะมีโอกาสเจ็ดส่วนในการทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานช่วงกลาง หากผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานช่วงกลางรับประทาน จะมีโอกาสสามส่วนในการทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานช่วงปลาย"

แม้จะรู้ข่าวมาก่อนแล้ว แต่ทุกคนก็ยังอดตื่นตะลึงมิได้!

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าผู้ฝึกตน มู่เหยียนหรานชูสมบัติปิดท้ายชิ้นที่สองขึ้น

"นี่คือค่ายกลระดับสองขั้นสูงชุดหนึ่ง นามว่าค่ายกลแปดทิศหุนหยวน รุกรับได้ดั่งใจ นับเป็นค่ายกลพิทักษ์ตระกูลชั้นยอดในหมู่ค่ายกลระดับสอง สหายเต๋าที่คิดจะก่อตั้งตระกูลเซียนห้ามพลาดเด็ดขาดนะเจ้าคะ"

ทันทีที่ค่ายกลนี้ปรากฏ สายตาหลายคู่ก็จ้องมองเขม็ง

สมบัติปิดท้ายสองชิ้นแรก ตระกูลหลิงได้เปิดเผยข้อมูลไปแล้วตอนประชาสัมพันธ์

ผู้ฝึกตนที่มาในวันนี้ต่างรู้ข้อมูลมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่สมบัติปิดท้ายอีกสองชิ้นหลังนั้นยังเป็นความลับ

มู่เหยียนหรานวางค่ายกลแปดทิศหุนหยวนลงเบาๆ แล้วชูกระบี่วิญญาณเล่มหนึ่งขึ้น กล่าวเสียงดัง "กระบี่เล่มนี้สหายเต๋าท่านหนึ่งฝากทางเราประมูล ภายในผนึกจิตวิญญาณของสัตว์อสูรระดับสองขั้นสูง นกชื่อหง เอาไว้ เป็นอาวุธวิญญาณระดับสองขั้นสุดยอด นามว่า กระบี่ชื่อหง"

"ซู้ด!"

"ถึงกับเป็นอาวุธวิญญาณระดับสุดยอด จินตานเจินเหรินที่ยากจนหน่อยยังใช้อาวุธระดับนี้อยู่เลย"

ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานช่วงปลายหลายคนในลานประมูลถึงกับลุกพรวดขึ้น จ้องมองกระบี่ชื่อหงตาเป็นมัน

"กระบี่เล่มนี้ข้าจองแล้ว"

"เฒ่าโจว เจ้าจองแล้วมันจะเป็นของเจ้าหรือไง?"

เห็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานช่วงปลายหลายคนเริ่มมีปากเสียงกัน มู่เหยียนหรานก็หัวเราะคิกคัก นี่คือสิ่งที่นางอยากเห็น

"สหายเต๋าทั้งหลาย รอให้ข้าแนะนำสมบัติปิดท้ายชิ้นสุดท้ายจบก่อน พวกท่านค่อยเถียงกันก็ยังไม่สายเจ้าค่ะ"

ได้ยินดังนั้น ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานเหล่านั้นก็หุบปากเงียบ ลานประมูลตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที

สมบัติปิดท้ายชิ้นรองสุดท้ายยังเป็นถึงอาวุธวิญญาณระดับสุดยอด แล้วสมบัติปิดท้ายชิ้นสุดท้ายจะเป็นอะไร?

สมบัติวิเศษ?

เป็นไปไม่ได้ หากเป็นสมบัติวิเศษ ตระกูลหลิงคงฮุบไว้เองแล้ว จะหลุดมาถึงงานประมูลได้อย่างไร

เหล่าผู้ฝึกตนจ้องมองมู่เหยียนหรานเขม็ง สมองขบคิดอย่างหนัก เดาไม่ถูกเลยว่าสมบัติปิดท้ายชิ้นสุดท้ายคือสิ่งใด

วินาทีต่อมา เห็นเพียงมู่เหยียนหรานชูป้ายหยกสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

ป้ายหยกนั้นเปล่งประกายสีเขียวมรกต ดึงดูดสายตาของทุกคนไว้

"ทุกท่าน นี่คือสมบัติปิดท้ายชิ้นสุดท้ายของงานประมูลในครั้งนี้ เคล็ดวิชาที่สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับแก่นทองคำเจ้าค่ะ"

"ฮือฮา!"

เหล่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานตบโต๊ะลุกขึ้นยืน ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณในลานประมูลก็ลุกฮือขึ้นพร้อมกันเสียงดัง "หึ่ง"

"สมบัติปิดท้ายชิ้นสุดท้ายถึงกับเป็นเคล็ดวิชาที่ฝึกได้ถึงระดับแก่นทองคำเชียวรึ"

"เคล็ดวิชาเช่นนี้ ตระกูลหลิงแห่งชางหลีถึงกับกล้านำออกมาประมูล"

"นี่คงไม่ใช่ของตระกูลหลิงหรอก น่าจะเป็นของผู้ฝึกตนอื่นฝากประมูลมากกว่า"

ผู้ฝึกตนระดับกลั่นลมปราณวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ส่วนผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานกลับจ้องมองแผ่นหยกในมือมู่เหยียนหรานตาไม่กระพริบ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องประมูลแผ่นหยกชิ้นนี้มาให้จงได้

$$จบแล้ว$$

จบบทที่ บทที่ 310 - งานประมูล (ตอนกลาง) สี่สมบัติปิดท้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว