เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 การเจรจา

ตอนที่ 24 การเจรจา

ตอนที่ 24 การเจรจา


ในที่สุดอิทาจิก็สงบสติอารมณ์ลง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร มุไกก็เริ่มพูดด้วยความรำคาญว่า "เด็กคนนี้มาทำอะไรที่นี่"?

ก่อนที่บาโคริโอะจะได้ตอบ เขาไปหาชิซุยและนำร่างของอิทาจิลงข้างๆเขาพร้อมกับพูดว่า "อย่าพึ่งใช้คาถานั้นในตอนนี้" ทำให้ดวงตาของชิซุยหดลงแต่อิทาจินั้นสังเกตุได้ถึงสิ่งนั้น

หลังจากที่บาโคริโอะพูดจบ เขามองไปที่มุไกและเข้าไปหาเขาด้วยรอยยิ้ม "สวัสดีคุณมุไก ผมได้ยินเรื่องของคุณมาเยอะนะ"

มุไกมองไปที่เด็กคนนี้ซึ่งดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวเขา และมันทำให้เขานึกถึงลูกคนเล็กของเขา ที่ตัวของมุไกเองรู้ว่าไม่สามารถพบกันได้อีกต่อไป ทำให้เขาถอนหายใจและพูดว่า "เจ้าหนู เจ้ากำลังพยายามซื้อเวลาให้อิทาจิฟื้นตัวอยู่หรือเปล่า"?

'ช่างเป็นผู้ชายที่รอบคอบจริงๆ' บาโคริโอะคิดในขณะที่มองไปที่ชิซุยที่พยายามช่วยให้อิทาจิฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากหลังจากที่โดนปิดกั้นการไหลเวียนจักระภายในร่างกาย บาโคริโอะส่ายหัว "เปล่าครับ แต่วันนี้คุณถูกกำหนดให้ตาย และคุณควรทำความเข้าใจเรื่องครอบครัวของคุณที่โคโนฮะ พวกเขาจะโดนแบบที่คุณกำลังจะโดนเช่นกัน แม้ว่าคุณจะรอดชีวิตจากการลอบสังหารของอิทาจิและชิซุย"

มุไกหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่ปากแล้วจุดมัน ขณะที่เขาสูดควัน เขาก็ถอนหายใจในขณะที่คิดถึงสถานการณ์ตอนนี้ของเขา 'เด็กคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้โกหก ดังนั้นหากเขาไม่ได้พยายามซื้อเวลา นั่นหมายความว่าสิ่งที่เด็กคนนี้บอกชิซุยว่าอย่าใช้ 'มัน' น่าจะเป็นความจริงที่ชีวิตของฉันกำลังตกอยู่ในอันตราย และจากความประหลาดใจที่ทั้งคู่แสดงให้เห็น ดูเหมือนว่าเขามาที่นี่เพื่อฉันโดยเฉพาะ และดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวกับสองคนนี้ ' มุไกคิดในขณะที่ถอนหายใจไปพลาง

มุไกพยายามสลัดความคิดของเขาออกก่อนที่จะถอนหายใจอีกครั้งและพูดว่า "เจ้าหนู แกต้องการอะไรจากฉันกันแน่"?

“ใจเย็นก่อน ผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ” บาโคริโอะพูดและก็มีคนแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

"บาโคริโอะนายเข้าใจดีใช่ไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? การช่วยคนทรยศก็เหมือนทรยศหมู่บ้าน" อิทาจิพูด

บาโคริโอะมองเขาแบบเดียวกับที่เวลามองคนงี่เง่าอยู่ตรงหน้า มันเป็นสายตาที่ไม่คุ้นเคยสำหรับอิทาจิเพราะเขาถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะเสมอ "ผมได้ยินมาจากพ่อของคุณมากมาย แต่การได้เห็นของจริงนั้นน่าตลกจริงๆ"

ชิซุยยังคงมองมาที่บาโคริโอะอย่างระมัดระวังหลังจากที่ได้เปิดเผยความลับของเขา และอิทาจิก็พูดว่า "พ่อฉันส่งนายมาที่นี่เหรอ"?

“หยุดถามได้แล้ว และสำหรับพวกคุณ พวกคุณบอกว่ามุไกเป็นคนทรยศและจำเป็นต้องถูกฆ่าใช่ไหม”?

“ใช่ เขากำลังทำให้โลกนินจาตกอยู่ในอันตราย และข้อมูลที่เขานำออกไปจากหมู่บ้านอาจทำให้เกิดสงครามครั้งใหม่” อิทาจิตอบอย่างจริงจัง

"ผมเข้าใจแล้ว... นี่คือสิ่งที่ดันโซบอกคุณใช่ไหม"? บาโคริโอะพูด

อิทาจิหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“งั้นให้ผมอธิบายให้สมองทื่อๆของคุณฟังว่าความจริงของหมู่บ้านที่เสื่อมโทรมนี้เป็นอย่างไร คุณอยากฟังหรือคุณเลือกที่จะเชื่อตามแบบของคุณกันล่ะ?” บาโคริโอะพูดกับอิทาจิด้วยสายตาเย็นชา สายตาที่ทำให้อิทาจินึกถึงดวงตาของพ่อที่ทำให้อิทาจิหงุดหงิด แต่คราวนี้ชิซุยเป็นคนตอบกลับ

“ถ้าสิ่งที่นายจะพูดไม่ใช่เรื่องจริง พวกเราจะต้องรายงานเรื่องของนายที่หมู่บ้าน” เขาพูดอย่างใจเย็นในขณะที่พร้อมที่จะใช้วิชาเนตรวงแหวนเทพต่างสวรรค์ของเขาได้ทุกเมื่อ

"นี่เป็นคำถามสำหรับพวกคุณทั้งคู่ และผมหวังว่าคุณจะไม่ตอบแบบขอไปที ในฐานะสมาชิกของหน่วยลับและรู้ว่าสมาชิกบางคนแข็งแกร่งขนาดไหนเช่นมุไก ทำไมพวกคุณถึงคิดว่าโอโรจิมารุถึงสามารถหนีออกจากหมู่บ้านได้หลังจากที่เขาถูกจับได้ว่าทำการทดลองกับมนุษย์โดยใช้คนที่ลักพาตัวมาจากหมู่บ้านล่ะ"? บาโคริโอะพูดด้วยรอยยิ้ม

ทั้งคู่ครุ่นคิดกันเล็กน้อย อิทาจิจำสายตาเจ้าเล่ห์ของโอโรจิมารุได้และพูดว่า "โอโรจิมารุคงเตรียมพร้อมสำหรับการหลบหนีไว้ล่วงหน้าแล้ว" และชิซุยก็พยักหน้าเห็นด้วย นั่นทำให้บาโคริโอะก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆ

บาโคริโอะหันไปหามุไกที่กำลังมองพวกเราอยู่และพูดว่า "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ มุไกนายรู้ใช่ไหมล่ะ"?

เขามองมาที่บาโคริโอะพร้อมกับขวดเหล้าในมือแล้วพูดว่า "แกต้องการอะไร"?

"พวกคุณดูเชื่อใจฮิรุเซ็นมาก ดังนั้นพวกคุณควรรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ช่วยบอกไอ้งี่เง่าสองคนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่โอโรจิมารุหลบหนีที" บาโคริโอะพูดด้วยรอยยิ้ม และเราทุกคนก็รอคำตอบของเขา

"มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่โอโรจิมารุสู้กับโฮคาเงะแล้วจะแพ้ แต่เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ของท่านรุ่นที่3 เขาจึงใจไม่แข็งพอที่จะจัดการกับโอโรจิมารุและปล่อยให้หนีไปในที่สุด แม้ว่าโอโรจิมารุจะมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้างก็ตาม" มุไกพูดอย่างเรียบๆและดื่มเหล้าของเขา

ทั้งอิทาจิและชิซุยไม่สามารถปักใจเชื่อในสิ่งนี้ได้ เพราะการทดลองในมนุษย์กับมนุษย์ที่ถูกลักพาตัวมาและยังมีชีวิตอยู่เป็นอาชญากรรมที่เลวร้ายเกินกว่าคนปกติทั่วไปจะทำได้

พวกเขาไม่อาจเชื่อได้ว่าโฮคาเงะจะทำแบบนี้ และปล่อยให้คนแบบนี้หนีไปได้เพียงเพราะเขาเคยเป็นลูกศิษย์ แต่บาโคริโอะกลับยักไหล่พูดว่า "มันคือความจริง เขาทำแบบนี้กับลูกศิษย์และเพื่อนๆทุกคน แบบที่ไม่มีใครถูกจัดการเลย ที่ซึนาเดะไม่มาช่วยหมู่บ้านในช่วงเหตุการณ์เก้าหาง หรือเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่ดันโซทำ เพราะคนพวกนี้ต่างก็สนิทกับรุ่นที่3 จึงไม่มีใครกล้าที่จะจัดการพวกเขา  นี่คือความจริง"

"คำตอบของนายคืออะไร พวกนายสองคนต่างรักสันติภาพและพวกนายต้องการนำความสงบสุขมาให้หมู่บ้าน ถึงแม้จะแลกกับความอัปยศอดสูและการต่อสู้ที่ตระกูลของพวกคุณกำลังเผชิญอยู่ก็ตาม" บาโคริโอะพูดอย่างเย็นชาใส่ทั้งสองคน

“นี่เป็นเพียงคำพูดของคนทรยศและเด็กที่พวกเราไม่รู้เจตนาที่แท้จริง พวกเราไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อสิ่งที่พวกนายพูด” ชิซุยพูดพยายามโน้มน้าวตัวเองในขณะที่อิทาจิกำลังพยายามแก้ไขความรู้สึกที่อึดอัดในใจ

'สันติสุขของฉันมันเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ'?  อิทาจิคิดและความคิดนี้ยังคงทิ่มแทงอยู่ในใจของเขา

“พอเถอะชิซุย โลกนี้ไม่ได้มีแค่สายรุ้งและแสงแดดกับอิทาจิ ผมเห็นว่าคุณเองก็กำลังสงสัยว่าสิ่งที่คุณต้องการมันไม่ได้เป็นอย่างสิ่งที่คุณได้ฟังเลย” อิทาจิมองบาโคริโอะอย่างตกใจที่เขาสามารถมองทะลุถึงจิตใจของอิทาจิได้

"ใช่ ผมอ่านจิตใจของคุณไดัอย่างง่ายดาย ความฝันของคุณเพื่อสันติภาพนั้นไม่ผิดจริงๆ นั่นเป็นสิ่งที่ผมชอบนะ แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบคือวิธีที่คุณกำลังพยายามทำ"

อิทาจิพูดด้วยความสงสัย "นายหมายความว่าอะไร"?

บาโคริโอะถอนหายใจและเข้าไปหามุไก แล้วยื่นมือไปจับขวดเหล้าของเขา ซึ่งเขาก็ดึงออกไปและพูดอย่างจริงจังว่า "เด็กน่ะดื่มไม่ได้หรอก"

อิทาจิและชิซุยมองดูปฏิสัมพันธ์ของบาโคริโอะกับมุไกโดยไม่พูดอะไร

"ช่างเถอะ อิทาจิคุณควรเข้าใจว่าทุกอย่างมาพร้อมกับการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม และสิ่งที่ต้องแลกมาเพื่อสันติภาพนั้นมันประเมิณไม่ได้ คุณเมินเฉยต่อการกระทำอันโหดร้ายอย่างที่ตระกูลเรากำลังโดนอยู่  เพราะคุณต้องการความสงบสุข และคุณก็เริ่มเกลียดพ่อของคุณเพราะเขาเริ่มเอือมระอากับสถานการณ์ในตอนนี้และอาจจะตอบโต้กลับบ้างไม่ช้า โชคไม่ดีที่คุณไม่เข้าใจอยู่หนึ่งเรื่อง ก็คือแม้ว่าตระกูลอุจิวะจะไม่เคยได้ตอบโต้เลยก็ตาม ผู้อาวุโสที่ปกครองหมู่บ้านจะไม่ปล่อยให้เรื่องมันง่ายแบบนั้นและไม่ช้าก็เร็ว เขาก็จะทำให้ตระกูลของเรากลายเป็นปรปักษ์กับหมู่บ้าน" บาโคริโอะอธิบายให้อิทาจิฟังอย่างชัดเจนที่สุด

"แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไป ความสงบสุขจะพังทลายและหลายชีวิตจะต้องสูญเสีย" อิทาจิพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด เขานึกถึงเหตุการณ์ในวัยเด็กที่พ่อของเขาพาเขาไปที่สนามรบพร้อมกับศพกองโตทุกหนทุกแห่งในช่วงมหาสงครามโลกนินจาครั้งที่ 3 ...

จบบทที่ ตอนที่ 24 การเจรจา

คัดลอกลิงก์แล้ว