- หน้าแรก
- โต้วหลัวดาบยาวพิฆาต จบยุคสมัยค้อนถังซาน
- บทที่ 17 : แผนจับคู่หอแก้วเจ็ดสมบัติ? ตู๋กูป๋อ : ฝันไปเถอะ! นี่มันหลานเขยข้า!
บทที่ 17 : แผนจับคู่หอแก้วเจ็ดสมบัติ? ตู๋กูป๋อ : ฝันไปเถอะ! นี่มันหลานเขยข้า!
บทที่ 17 : แผนจับคู่หอแก้วเจ็ดสมบัติ? ตู๋กูป๋อ : ฝันไปเถอะ! นี่มันหลานเขยข้า!
"ดาบนั้นแข็งแกร่งมากก็จริง แต่การใช้ของเจ้า... มันหยาบกระด้างเกินไป"
หลังจบการประลอง พรหมยุทธ์กระบี่เฉินซินมองดาบยาวเจ็ดฟุตในมือหลิวชิงแล้วเอ่ยวิจารณ์ตรงๆ
"ดาบทั้งหนัก ทั้งยาวขนาดนี้..."
"แต่เจ้ากลับใช้แต่แรงควายฟาดฟันกวาดแกว่ง ไร้ซึ่งกระบวนท่า"
"ข้าถามหน่อย ตอนนี้แขนเจ้าล้าแล้วใช่ไหม?"
หลิวชิงเกาหัวแก้เขิน เขาเหวี่ยงดาบมาพักใหญ่ แขนก็เริ่มล้าจริงๆ นั่นแหละ
"ความได้เปรียบของอาวุธยาว อยู่ที่ 'แรงส่ง'!"
เฉินซินก้าวเท้าฉับพลัน ตวัดกระบี่เจ็ดสังหารฟาดเฉียงลงมาราวกับดาบ
"ยามฟัน... คมดาบยังไม่ถึงตัว แต่ขวัญศัตรูต้องกระเจิงไปแล้ว"
"ยามกวาด... แรงส่งต้องโถมซัดสาดดุจคลื่นยักษ์ บีบให้ศัตรูต้องถอยร่น"
พูดจบ เขาก็เปลี่ยนกระบวนท่า พลิกข้อมือกระชับวงอย่างฉับไว
"แต่เจ้าเอาแต่ทุ่มสุดแรงเกิด ไม่เหลือทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง ศัตรูแค่เบี่ยงตัวหลบก็ประชิดตัวเจ้าได้แล้ว"
"ถึงตอนนั้น เจ้าจะรั้งแรงกลับมาทันได้อย่างไร? หรือจะยอมรับการโจมตีสวนกลับดื้อๆ?"
หลิวชิงก้มหน้าลงเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น เริ่มตระหนักถึงปัญหาของตนเองอย่างชัดเจน
"ผู้ใช้อาวุธยาวที่แท้จริง ต้องรู้จักใช้ 'แรง' เปิดทาง และใช้ 'ทักษะ' พิชิตชัย"
"แรง... ไม่ใช่แรงกาย แต่คือแรงส่ง! ปลายดาบชี้ไปที่ใด ศัตรูต้องไม่กล้าขวาง"
"ทักษะ... ไม่ใช่ลูกไม้ แต่คือการพลิกแพลง! ก่อนแรงส่งจะหมด ท่าร่างต้องเปลี่ยนไปแล้ว"
เฉินซินเอ่ยสอนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อย่าได้ไปจำเยี่ยงพวกบ้าพลังแห่งสำนักเฮ่าเทียน ที่ดีแต่ใช้แรงควายเข้าว่า"
หลิวชิงพยักหน้าหงึกๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง
"ปู่กระบี่ก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบเทศนาคนอื่นไปทั่ว"
นิ่งหรงหรงที่เข้ามาในสนามฝึกตอนไหนไม่รู้ แอบกระซิบระบายความในใจเบาๆ
เฉินซินกระแอมไอแก้เก้อ
ทันใดนั้น หลิวชิงก็ประสานมือคารวะ "ผู้อาวุโสกระบี่ ข้าอยากแข็งแกร่งขึ้น โปรดชี้แนะข้าด้วย!"
"เอ่อ..."
เฉินซินขมวดคิ้วเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน หลิวเอ้อร์หลงและนิ่งเฟิงจื้อก็เดินเข้ามาสมทบ
หลิวเอ้อร์หลงประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "ใต้เท้าพรหมยุทธ์กระบี่ ข้าเองก็ใคร่ขอให้ท่านช่วยสั่งสอนเสี่ยวชิงสักระยะหนึ่งด้วยเถิดเจ้าค่ะ"
นิ่งเฟิงจื้อยิ้มละไม "ท่านอาเจี้ยน เด็กคนนี้มีพรสวรรค์หาตัวจับยาก หากได้รับคำชี้แนะจากท่าน อนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน"
เมื่อทุกคนรุมเร้าเช่นนี้ เฉินซินก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
เขาถอนหายใจเบาๆ "เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะยอมสอนเจ้าสักไม่กี่วันก็แล้วกัน"
หลิวชิงดีใจจนเนื้อเต้น รีบโค้งคำนับ "ขอบพระคุณผู้อาวุโสกระบี่!"
"นี่!"
ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ หลิวชิงใจหายวาบ หันขวับไปเจอกับใบหน้าจิ้มลิ้มดุจหยกของนิ่งหรงหรงที่ยื่นเข้ามาใกล้
"ปู่กระบี่ปกติดุจะตาย บางทีขนาดท่านพ่อยังไม่ไว้หน้าเลยนะ"
"แต่ว่า... ปู่กระบี่รักข้าที่สุด"
"ถ้าเจ้าอ้อนวอนข้า ข้าจะขอให้ปู่กระบี่รับเจ้าเป็นศิษย์ ดีไหม?"
เห็นสีหน้ายิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยของนาง หลิวชิงอดหัวเราะไม่ได้
"ไม่จำเป็นหรอก"
หลิวชิงหันกลับไปมองเฉินซิน ประสานมือกล่าวหนักแน่น "แค่ได้รับคำชี้แนะจากผู้อาวุโสกระบี่ ข้าก็พอใจมากแล้ว"
นิ่งหรงหรงอ้าปากค้าง ก่อนจะย่นจมูกทำหน้ามุ่ยอย่างเซ็งๆ
นิ่งเฟิงจื้อที่ยืนอยู่ข้างๆ เก็บรายละเอียดการโต้ตอบของทั้งคู่ไว้ในสายตา
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนหันไปหาหลิวเอ้อร์หลง
"ท่านผู้อำนวยการหลิว ตอนนี้เราคุยเรื่องความร่วมมือกันได้หรือยัง?"
"ความร่วมมือ?" หลิวชิงมองพี่สาวอย่างประหลาดใจ
หลิวเอ้อร์หลงพยักหน้าให้น้องชายเบาๆ
นิ่งเฟิงจื้อแสดงเจตจำนงเรื่องความร่วมมือชัดเจนตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าประตูมาแล้ว มิเช่นนั้นนางคงไม่พาพวกเขามาพบหลิวชิง ป่านนี้คงไล่กลับไปนานแล้ว
นิ่งเฟิงจื้อยิ้มกล่าว "เรื่องเป็นเช่นนี้ ทางสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติของเราต้องการสร้างพันธมิตรระยะยาวกับวิทยาลัยหลานป้า"
"เราจะสนับสนุนเงินทุนในการสร้างเขตจำลองสภาวะแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบให้วิทยาลัย และเพิ่มทรัพยากรการฝึกฝนต่างๆ"
"ส่วนท่านผู้อำนวยการหลิว ก็รับหน้าที่บ่มเพาะวิญญาณจารย์ป้อนเข้าสู่สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติของเรา"
ถึงตรงนี้ นิ่งเฟิงจื้อหันมามองหลิวชิง
"และสำหรับเจ้า เด็กน้อย... ในฐานะอนาคตของวิทยาลัยหลานป้า สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติยินดีมอบทรัพยากรการฝึกฝนทั้งหมดให้แก่เจ้า"
"รวมถึงการล่าวงแหวนวิญญาณระดับสูงในอนาคต และกระดูกวิญญาณคุณภาพเยี่ยมที่มีธาตุตรงกับเจ้า!"
ข้อเสนออันใจป้ำนี้ ไม่เพียงช่วยเหลือวิทยาลัยหลานป้า แต่ยังเจาะจงทุ่มทรัพยากรมหาศาลให้หลิวชิงเป็นพิเศษ
หลิวชิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติทุ่มทุนขนาดนี้ เพียงเพื่อแลกกับการให้วิทยาลัยหลานป้าผลิตวิญญาณจารย์ให้?
ทำไม? ข้อแลกเปลี่ยนนี้ฝ่ายสำนักเสียเปรียบเห็นๆ!
หรือเป็นเพราะตัวเขา?
หลิวเอ้อร์หลงเองก็มองเกมขาด
"ท่านเจ้าสำนักนิ่ง ท่านมีเงื่อนไขพิเศษอื่นใดอีกหรือไม่ โปรดบอกมาพร้อมกันเถิด"
นิ่งเฟิงจื้อหัวเราะร่า "ท่านผู้อำนวยการหลิวเข้าใจผิดแล้ว ไม่มีเงื่อนไขพิเศษอะไรหรอก"
"สำนักเราเพียงเล็งเห็นศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในตัวหลิวชิง และอนาคตของวิทยาลัยหลานป้าเท่านั้น"
"แน่นอนว่า..."
ถึงตรงนี้ เขาหยุดเว้นจังหวะ สายตาเหลือบมองบุตรสาวนิ่งหรงหรงที่ยืนคู่กับหลิวชิง
อื้ม... ดูยังไงก็เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก!
"ลูกสาวข้า หรงหรง นางเพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์หอแก้วเจ็ดสมบัติเมื่อครึ่งเดือนก่อน"
"และพลังวิญญาณกำเนิดของนางก็สูงถึงระดับเก้า"
"หากในภายภาคหน้า เด็กทั้งสองคนสามารถครองคู่กันได้... สำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติก็พร้อมจะสนับสนุนอย่างเต็มที่"
นั่นปะไร!
พอได้ยินนิ่งเฟิงจื้อเอ่ยถึงวิญญาณยุทธ์และพลังวิญญาณของนิ่งหรงหรง ประกอบกับสิ่งที่ได้ยินระหว่างการประลองเมื่อครู่ หลิวเอ้อร์หลงก็พอจะเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงออกรางๆ
ส่วนพรหมยุทธ์กระบี่เฉินซินนั้นมีท่าทีสงบนิ่ง เห็นชัดว่ารู้เรื่องแผนการจับคู่นี้อยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้เขาอาจคัดค้านการเอาความสุขของหลานสาวมาแลกกับผลประโยชน์ แต่หลังจากได้เห็นเพลงดาบของหลิวชิง... เขาก็เปลี่ยนใจ
ทว่า... ก็ยังต้องดูนิสัยใจคอของเจ้าเด็กนี่ให้ดีเสียก่อน
ผิดกับนิ่งหรงหรงที่ยืนแข็งทื่อ ทำหน้าเหวอเหมือนคนเสียสติ
นางคิดว่าท่านพ่อพามาหาเพื่อนใหม่ ที่ไหนได้... พามาดูตัว!
ความน้อยเนื้อต่ำใจแล่นพล่านขึ้นมา นางกำลังจะอ้าปากประท้วง...
"เเดี๋ยว!"
เสียงตวาดกร้าวพลันดังสนั่น!
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นชายชราร่างผอมสูงพุ่งทะยานแหวกอากาศลงมา!
จะเป็นใครไปได้นอกจากตู๋กูป๋อ?
เขากระโดดลงมายืนข้างหลิวชิงอย่างคล่องแคล่ว จ้องหน้านิ่งเฟิงจื้อตาเขียวปัด
"นิ่งเฟิงจื้อ! เจ้าหมายความว่ายังไง! พอลับหลังข้าปุ๊บ ก็พาคนมาฉกตัวหลานเขยข้าปั๊บเลยรึ!"
นิ่งหรงหรงกระพริบตาปริบๆ กระตุกแขนเสื้อหลิวชิงเบาๆ
"นี่ๆ ตาแก่นี่ใครอ่ะ?"
นิ่งเฟิงจื้อขมวดคิ้ว "ท่านพรหมยุทธ์พิษ ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
หลิวเอ้อร์หลงรีบอธิบาย "หลานสาวของท่านพรหมยุทธ์พิษ ตู๋กูเยี่ยน เป็น... เพื่อนสมัยเด็กของเสี่ยวชิงน่ะค่ะ"
ได้ยินดังนั้น นิ่งเฟิงจื้อและเฉินซินต่างมองหลิวชิงด้วยความประหลาดใจ
คาดไม่ถึงว่าเจ้าหนุ่มนี่จะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพรหมยุทธ์พิษขนาดนี้!
ตู๋กูป๋อตะโกนลั่น "ให้ตายสิ! ข้าไม่อยู่แค่วันเดียว เกือบโดนตีท้ายครัวซะแล้ว!"
"ท่านพรหมยุทธ์พิษ ใช้คำว่า 'ตีท้ายครัว' ดูจะไม่เหมาะกระมัง"
นิ่งเฟิงจื้อส่ายหน้ายิ้มๆ "แค่เพื่อนสมัยเด็ก ยังไม่ได้หมั้นหมาย ก็ย่อมต้องถือคติ ใครมาก่อนได้ก่อน"
"ตู๋กูป๋อ หลานสาวเจ้า ตู๋กูเยี่ยน รู้ไหมเนี่ยว่าปู่นางเก่งเรื่อง 'มัดมือชก' ขนาดนี้?" เฉินซินเปรยขึ้นเรียบๆ
"เหลวไหล! ข้ามาก่อนโว้ย!" ตู๋กูป๋อเถียงน้ำลายแตกฟอง
"ไอ้หนูนี่มันเล่นปั้นดินฉี่รดที่นอนกับเยี่ยนเยี่ยนมาตั้งแต่สี่ขวบแล้ว! มัดมือชกอะไรกัน!"
สองพี่น้องสกุลหลิวได้แต่ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับ
"เอ่อ... ข้าขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม?"
หลิวชิงก้าวออกมา ยกมือขวาขึ้น
นิ่งเฟิงจื้อและตู๋กูป๋อหยุดทะเลาะกัน หันขวับมามองเขาเป็นตาเดียว
หลิวชิงกระแอมเบาๆ แล้วประสานมือคารวะอย่างจริงจัง
"ก่อนอื่น ผู้น้อยขอบคุณท่านเจ้าสำนักนิ่งที่เมตตาเอ็นดู"
"ทว่าผู้น้อยเห็นว่า การแต่งงานควรเกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย"
"ต่อให้ผู้น้อยยินดี แต่ก็ยังต้องถามความสมัครใจของคุณหนูหรงหรงด้วย มิใช่หรือขอรับ?"
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของนิ่งหรงหรงก็เป็นประกายขึ้นมาทันที สายตาที่มองหลิวชิงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่นิ่งเฟิงจื้อและเฉินซินยังรู้สึกทึ่งในตัวเด็กหนุ่มผู้นี้
ผลประโยชน์มหาศาลกองอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เขากลับเลือกที่จะปฏิเสธ!
เฉินซินลอบพยักหน้าในใจ... จิตใจของเด็กคนนี้ ช่างคู่ควรกับหรงหรงยิ่งนัก
"หลานชายพูดถูก เป็นข้าเองที่มองข้ามไป"
นิ่งเฟิงจื้อหัวเราะร่า ช่วยคลี่คลายบรรยากาศที่น่าอึดอัดให้ผ่อนคลายลง