- หน้าแรก
- คู่มือรอดวันสิ้นโลก อาหารนำ ปืนตาม
- บทที่ 21 แมลงวันหัวเขียว
บทที่ 21 แมลงวันหัวเขียว
บทที่ 21 แมลงวันหัวเขียว
บทที่ 21 แมลงวันหัวเขียว
พี่หน้าบากนั่งกินอาหารพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบ
เมื่อก่อนตอนอยู่ในคุก เขาแค่ใช้ชีวิตซังตายไปวันๆ รอความตายมาเยือน ไม่ต้องกังวลเรื่องซอมบี้ ในเมื่อโดนโทษจำคุกตลอดชีวิตอยู่แล้ว เขาจึงไม่มีอะไรต้องกลัว และในคุกนั่นก็ไม่มีใครกล้ามาแหยมกับเขา ชีวิตจึงถือว่าสุขสบายไม่น้อย
แต่พี่หน้าบากกลับหลงใหลชีวิตในตอนนี้มากกว่า
เพราะเวลานี้ เขามีอำนาจชี้เป็นชี้ตายผู้คน ราวกับเป็นราชันย์ของโลกใบนี้
ไม่ว่าจะเป็นอาหารเลิศรสหรือหญิงงาม เขาเป็นผู้เลือกได้ตามใจชอบ
ใครขัดหูขัดตา ก็แค่ฆ่าทิ้ง
ใครถูกใจ ก็แค่ฉุดมา
ไม่มีใครมาคอยควบคุม
ไม่มีกฎหมายใดมาตัดสินเขาได้
ความรู้สึกนี้มันช่าง... สุดยอดไปเลย!!
หลังจากจัดการอาหารกระป๋องจนเกลี้ยง พี่หน้าบากก็เลือกหนุ่มน้อยหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง ลากตัวเข้าไปในห้อง
เสียงหอบหายใจกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบกันดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ
ชีวิตของพี่หน้าบากช่วงนี้ช่างสุขสำราญเหลือเกิน ทว่าความสุขสบายที่มากเกินไปกลับทำให้เขารู้สึกไม่เติมเต็มอยู่ลึกๆ
เขาปรายตามองกลุ่มชายหญิงที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมห้องด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะถ่มน้ำลายลงพื้น
"แม่งเอ๊ย มีแต่พวกขยะหรือไง? ไม่มีสวยๆ สะอาดๆ บ้างเลยเหรอวะ?"
ลูกน้องคนสนิทรู้ใจรีบเข้ามารับหน้า "ลูกพี่ หมายถึง... ของซิงที่ยังไม่ผ่านมือใครใช่ไหมครับ?"
พี่หน้าบากยกมุมปากยิ้มเยาะ "เวลากินข้าวมันก็ต้องกินของสะอาด รสชาติจะดีไม่ดีไม่สำคัญ ที่สำคัญคือต้องบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไร้สารเจือปน เข้าใจไหม"
ชายคนนั้นรีบขยับเข้าไปกระซิบประจบ "ลูกพี่ ถ้าอยากได้สาวสวย ผมรู้จักอยู่สองคน!"
"มีผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเพิ่งหนีเข้ามาเมื่อวานซืน อยู่ตึกหนึ่งชั้นยี่สิบสอง แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ห้องไหน
ตอนเธอวิ่งเข้ามาผมทันได้เห็นพอดี มีผู้ชายมาด้วยคนหนึ่ง น่าจะเป็นแฟนกัน
ผู้หญิงคนนั้นนะ ผมบอกเลยว่าสวยวัวตายควายล้ม ผิวขาวหยวกกล้วยยังกับดารา! ดูจากท่าเดินแล้ว เผลอๆ อาจจะยังซิงอยู่ด้วยซ้ำ!"
"แล้วก็มีอีกคนอยู่ชั้นยี่สิบสี่ ผมเคยเห็นผ่านๆ อายุยังน้อย น่าจะยังไม่เคยมีแฟน หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้ แต่ติดที่ตัวดำไปหน่อย ดำเป็นตอตะโกเลย ลูกพี่คงไม่สนใจหรอกมั้ง"
...
ไม่กี่นาทีต่อมา ศพเปลือยเปล่าหลายร่างก็ถูกโยนลงมาจากระเบียง ร่างกระแทกพื้นดังตุ้บจนเลือดเนื้อสาดกระจาย
กลิ่นคาวเลือดสดใหม่ดึงดูดฝูงซอมบี้ให้เข้ามารุมทึ้งกัดกินซากศพบนพื้นอย่างบ้าคลั่ง
พี่หน้าบากแค่นเสียงหัวเราะ เวลานี้เขาไม่เห็นพวกซอมบี้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ
ไอ้พวกนี้เคลื่อนไหวเชื่องช้า ขอแค่ฟันหัวให้ขาด มันก็หมดฤทธิ์ จัดการได้ไม่ยากเย็นอะไร
คืนนั้น พี่หน้าบากพาลูกสมุนนับสิบคนมุ่งหน้าไปยังชั้นยี่สิบสองของตึกหนึ่ง
เดิมทีชั้นนี้มีสี่ห้อง แต่ตอนนี้ประตูสองห้องถูกพังยับเยิน ภายในห้องเละเทะและมีซากศพส่งกลิ่นเหม็นเน่า
เหลือเพียงสองห้องที่ประตูปิดสนิท
พี่หน้าบากถอยไปยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ส่งสัญญาณให้ลูกน้องเข้าไปเคาะประตู
หลังจากเหตุการณ์ที่โดนหลี่เจี๋ยลอบกัดคราวก่อน เขาจึงเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้นมาก
ยังไงซะโลกตอนนี้ก็โกลาหลไปหมด คนที่มีปืนไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว
ดังนั้นถ้ามีอันตราย ให้ลูกน้องไปเป็นหน่วยกล้าตายก่อน เขาไม่เสียดายพวกเบี้ยล่างพวกนี้หรอก
แต่ถ้ามีผลประโยชน์ เขาต้องได้ก่อน ลูกน้องค่อยต่อคิว ใครมาก่อนได้ก่อน แบ่งแยกชนชั้นชัดเจน
คนนิสัยแบบนี้ จะมีคนดีๆ ที่ไหนมาเป็นลูกน้องได้? ก็ล้วนแต่เป็นพวกเดนคนที่ยอมก้มหัวให้พี่หน้าบากข่มเหง แต่พอลับหลังไปเจอผู้รอดชีวิตคนอื่น
วิธีการของพวกมันก็โหดเหี้ยมอำมหิตไม่แพ้ลูกพี่ของมันเลย
ในชีวิตนี้ พี่หน้าบากมีงานอดิเรกอยู่สองอย่าง
หนึ่งคือการพนัน สองคือผู้หญิง
สาเหตุที่เขาติดคุกตลอดชีวิต ก็เพราะเล่นพนันจนหน้ามืดตามัว พอเสียแล้วพาลฆ่าเจ้ามือตาย แถมยังข่มขืนแล้วฆ่าเมียของมันอีก
ตอนนี้โลกถึงกาลวิบัติ พวกสาวสวยไฮโซที่เมื่อก่อนแทบไม่มีโอกาสได้เฉียดใกล้
กลับกลายเป็นสิ่งของที่หาหยิบฉวยได้เกลื่อนกลาด
...
ชั้นยี่สิบสาม
ภายในห้องนั่งเล่นของเจียงโยว
"หึ่ง หึ่ง หึ่ง..."
ฝูงแมลงวันหัวเขียวขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือบินว่อนไปทั่วห้อง
เจียงโยวควบคุมพลังพิเศษอย่างคล่องแคล่ว คมมีดวายุพุ่งแหวกอากาศตัดร่างแมลงวันหัวเขียวที่บินด้วยความเร็วสูงอย่างแม่นยำ ร่วงลงพื้นตัวแล้วตัวเล่า
บางตัวหัวหลุดกระเด็น บางตัวปีกขาดวิ่น บางตัวเหลือแค่ตูด... สภาพศพแต่ละตัวแตกต่างกันไป
แมลงวันพวกนี้ตัวเล็กแถมบินเร็ว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกความแม่นยำ
ในวันสิ้นโลก สิ่งมีชีวิตแรกที่วิวัฒนาการไม่ใช่มนุษย์
แต่เป็นแมลงเล็กๆ อย่างแมลงวันและแมลงสาบ
ทว่าหลังการวิวัฒนาการ นอกจากขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น ความเร็วและพลังทำลายล้างที่เพิ่มขึ้น นิสัยของพวกมันก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
ไม่อย่างนั้น ถ้าแมลงพวกนี้รุมโจมตีมนุษย์ คงไม่มีใครรอดชีวิต
เพราะในท่อระบายน้ำของเมือง จำนวนแมลงมีมากกว่ามนุษย์มหาศาลนัก
ทุกครั้งที่แมลงวันถูกคมมีดวายุฟันร่วง เจียงโยวจะนับจำนวนไปด้วย
"101... 122... 126..."
เมื่อแมลงวันหัวเขียวตัวสุดท้ายในห้องนั่งเล่นร่วงลงสู่พื้น พลังของเจียงโยวก็หมดเกลี้ยงพอดี
เธอคว้าไม้กวาดกับที่ตักขยะมาจัดการกวาดซากแมลงที่เกลื่อนพื้นมารวมกัน แต่ยังไม่ทันจะได้เทลงถังขยะ
วินาทีถัดมา เสียงปืนก็ดังขึ้นสองนัด
ปัง! ปัง!
เธอหันขวับไปมอง แม้ประตูนิรภัยจะดูปกติจากด้านใน แต่เธอมั่นใจว่ากระสุนปืนเจาะกระทบประตูห้องเธอแน่
"นังตัวดี ให้กินดีๆ ไม่ชอบ อยากจะกินลูกปืนแทนข้าวหรือไง! เป็นบุญหัวแค่ไหนแล้วที่พี่หน้าบากของฉันสนใจแฟนเธอ แล้วยังไม่สำเหนียกอีก!"
"น้องสาว อย่าไปทนกัดก้อนเกลือกินกับไอ้หน้าอ่อนนี่เลย ยอมเป็นของพี่หน้าบากซะดีๆ อยากได้อะไรก็ได้ทั้งนั้น!"
เจียงโยวส่องดูผ่านตาแมว เห็นชายฉกรรจ์นับสิบคนกำลังต้อนชายหญิงคู่หนึ่งจนมุมอยู่ที่โถงทางเดิน
คู่รักคู่นี้คงถูกไล่ต้อนขึ้นมาจากชั้นล่างจนหนีไปไหนไม่พ้น
และคนที่ล้อมพวกเขาอยู่ ต่างก็ถือปืนกันทุกคน
น่าจะเป็นพวกที่เพิ่งยิงปืนเมื่อกี้
เจียงโยวไม่ใช่แม่พระ เห็นคนเดือดร้อนก็ไม่ได้คิดจะยื่นมือเข้าช่วย
เธอเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่หลังประตู เฝ้ามองโลกภายนอกอย่างเงียบเชียบ
อย่างมากที่สุด รอให้พวกนั้นไปกันหมดแล้ว เธอค่อยออกไปเก็บกวาดขยะหน้าห้องทีหลัง
เฟิงอวิ๋นอวิ๋นกำมีดทำครัวในมือแน่นด้วยความหวาดกลัว จ้องมองพี่หน้าบากที่เป็นหัวโจกด้วยสายตาเคียดแค้น "ฝันไปเถอะ! ฉันยอมตายดีกว่าต้องไปอยู่กับไอ้พวกน่ารังเกียจอย่างแก!"
หานเจียงมีบาดแผลเต็มตัว หน้าท้องถูกยิงจนเลือดไหลทะลักนองพื้น หยดลงไปตามขากางเกง
แต่ถึงจะบาดเจ็บสาหัส เขาก็ยังพยายามเอาตัวเข้าบังเฟิงอวิ๋นอวิ๋นไว้อย่างสุดชีวิต
"อวิ๋นอวิ๋น ไม่ต้องกลัวนะ ถ้าจะตายเราก็ตายด้วยกัน! พี่สัญญาว่าจะพาหนูไปหาพ่อกับแม่ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป"
เฟิงอวิ๋นอวิ๋นน้ำตาคลอเบ้า กัดริมฝีปากแน่นพลางพยักหน้า "อื้ม เราจะตายด้วยกัน"
เจ้าลูกสมุนเห็นทั้งสองคนรักกันปานจะกลืนกิน ก็ถ่มน้ำลายลงพื้นสองทีด้วยความรังเกียจ
"ถุย! มาแสดงบทรักหวานซึ้งต่อหน้ากู สมควรตายจริงๆ!"
"ลูกพี่ ยิงไอ้หน้าอ่อนนี่ทิ้งไปเลยดีกว่าครับ!"
ทว่าพี่หน้าบากกลับหัวเราะร่า
"จะรีบยิงทิ้งทำไม? หลายวันมานี้ฉันเล่นผู้หญิงผู้ชายมาเป็นสิบคนแล้ว ยังไม่เคยเจอคู่รักที่รักกันหวานชื่นขนาดนี้มาก่อน
ไอ้พวกผัวเมียที่ผ่านๆ มา พอเจอลูกปืนเข้าหน่อยก็ขาสั่นพับๆ ทิ้งกันเอาตัวรอดทั้งนั้น
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เจอคนกระดูกสันหลังแข็งแบบนี้
รักกันมากสินะ ฉันชอบว่ะ ฮ่าๆๆๆ!!"
สายตาของเขาจับจ้องไปที่หานเจียงและเฟิงอวิ๋นอวิ๋น แฝงแววชื่นชมอย่างน่าประหลาด