เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Golden Time - ตอนที่ 33

Golden Time - ตอนที่ 33

Golden Time - ตอนที่ 33


ตอนที่ 33

ซูฮยอคหัวเราะอย่างงุ่มง่าม พลางเอามือเกาหัวไป

เขารู้ว่าต้องมีบ้างที่พวกเขาจะจำหน้าเขาได้จากข้างนอกนั่น แต่เขาก็พบว่าตัวเองรู้สึกงุ่มง่ามอยู่ตลอดในสถานการณ์เช่นนั้น

“อะไรคือแรงจูงใจที่อยากจะเข้าโรงเรียนแพทย์ท่ามกลางผู้สมัครจำนวนมากเช่นนี้?” ศาสตราจารย์ถาม

ซูฮยอคตอบกลับ “ผมพูดตามตรงว่า ผมสมัครโรงเรียนอื่นอีก 2 แห่ง”

ศาสตราจารย์ที่เข้าร่วมการสัมภาษณ์ยิ้มออกมาอย่างประหลาดใจ

มันจะผิดปกติสำหรับผู้สมัครหรือเปล่า?ที่จะพูดว่า ‘ไม่ผ่าน’ แม้ว่าเขาจะสมัครโรงเรียนอื่น

ในการสอบสัมภาษณ์ ผู้สมัครต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน : ฉันต้องการที่จะเข้าโรงเรียนนี้จริงๆ ถ้าฉันทำไม่ได้ ฉันอยากจะกลับมาที่เดิมอีกครั้งในความพยายามใหม่ในครั้งหน้า’ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสมัครไว้หลายโรงเรียนก็ตาม

“ถ้าในกรณีนั้น มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรถ้าหากคุณพลาดในเทอมนี้ใช่มั้ย? ด้วยคะแนนของคุณ คุณสามารถสอบติดที่โรงเรียนอื่นได้อย่างง่ายดาย” ศาสตราจารย์ผู้หญิงท่านหนึ่งพูด

ซูฮยอคยิ้มเล็กน้อยและตอบว่า “ครับ”

จากโรงเรียนแพทย์หลายแห่งในเกาหลี โรงเรียนแพทย์แดฮันได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด

ถ้าต้อให้เลือก มันจะดีกว่าสำหรับเขาที่จะได้รับเข้าเรียนที่โรงเรียนแพทย์แดฮัน

“ลี ซูฮยอค” ศาสตราจารย์ท่านหนึงที่อยู่ด้านท้ายถามเขา

“ถ้าเธอพบผู้ป่วยฉุกเฉินอยู่ตรงหน้า เธอจะลงมือโดยไม่ลังเลเลยมั้ย? และยังไม่มีใบอนุญาตทางการแพทย์ด้วย?”

สายตาของเขาเป็นประกายเมื่อได้มองไปที่ซูฮยอค

“ครับ” ซูฮยอคพูดก่อนที่เขาจะรู้

ศาสตราจารย์ที่เป็นคนถามคำถามก็เอ่ยปากขึ้นและพยักหน้า “สุดยอด!”

มันหมายความว่ายังไงกัน?

“นักเรียนคนต่อไป!”

การสอบสัมภาษณ์ของซูฮยอคจบลงแค่นั้น

เมื่อเขาออกมาจากห้อง เขาถอนหายใจออกมาสั้นๆ

น้ำเสียงที่ดูกระฉับกระเฉงมากเกินไปของศาสตราจารย์ และระยะเวลาสัมภาษณ์ที่ค่อนข้างจะสั้นเมื่อเทียบกับนักเรียนคนอื่นๆ ‘สุดยอด…’ เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

……………...……………...……………...……………...……………...……………...…

ในวันอาทิตย์นับไม่กี่วันจากวันที่สอบสัมภาษณ์

คิม มยองฮีกกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมมื้อกลางวัน เธอสวมรอยยิ้มบนใบหน้า ลูกชายของเธอสอบติดโรงเรียนแพทย์ 2 ใน 3 แห่งจากที่สมัครไป และทั้ง 2 โรงเรียนก็เป็นที่ยอมรับจากทุกๆคนว่าเป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ

“ซูอยอคอยู่ที่ไหน?” พ่อของเขาถาม หลังเดินออกมาจากห้อง เอนกายลงบนโซฟาและเปิดทีวี

“ฉันให้เขาไปทำธุระให้”

“แล้วทำไมไม่ไปทำเองล่ะ?”

“ที่รัก คุณไม่รู้นิสัยลูกหรอ? เขายืนกรานที่จะไปทำธุระให้แทน แล้วจะให้ฉันห้ามเขายังไงล่ะคะ? คุณก็รู้ว่าลูกเราดื้อแค่ไหน!”

เขาพยักหน้ากับคำพูดของเธอ

ลูกชายของเขาเป็นเด็กประเภทที่นวดไหล่ได้เรื่อยๆจนกว่าจะบอกหยุด ทั้งเขายังซื้อของขวัญให้พ่อแม่แทน เมื่อพวกเขาให้เงินเพื่อใว้ใช้ไปซื้อของกินหรือเสื้อผ้า เขาช่างเป็นเด็กที่หัวแข็ง

ด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ เขาพึมพำอย่างรวดเร็ว “ก็ลูกใครล่ะ...ฮ่าๆ”

ในตอนนั้นเขาก็หันหน้าไปตามเสียงเรียกเข้า

มันมาจากโทรศัพท์ของซูฮยอค

เขาคงเหม่อลอยมากแน่ๆถึงลืมโทรศัพท์ไว้ เมื่อต้องออกไปทำธุระให้แม่

“นี่มันโทรศัพท์ของลูกชายเรา...”

“สวัสดี โทรจากโรงเรียนแพทย์แดฮัน”

สายตาเขาเริ่มเป็นประกาย

“อะไรนะ เขาสอบติดหรอครับ?”

“ใช่ครับ เขาสอบติด ปกติทางเราจะไม่ได้โทรเพื่อแจ้งว่านักเรียนได้สอบติด ณ โรงเรียนของเรา แต่ตอนนี้ที่เรากำลังทำอยู่ก็เพื่อวิงวอนให้เขาเลือกโรงเรียนของเราด้วยทุกวิถีทางครับ”

ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น หลังจากได้รับความรู้สึกประหลาดใจนี้

“ทุนการศึกษาเต็มจำนวน!”

“ใช่ครับ เพราะในฐานะที่เขาสอบติดด้วยคะแนนสูงสุด...”

แล้วตอนนี้ ซูฮยอคก็เข้ามาทางประตูหน้าบ้าน

เขาแสดงอาการอยากรู้อยากเห็นเพราะพวกเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าและจ้องมองมาที่เขา

“ทำไมลูกถึง...”

แม่ของก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “ลูก บอกแม่ซิว่าอยากกินอะไร?”

และพ่อของเขาก็พูดขึ้น “ไปกินข้าวนอกบ้านกัน!”

……………...……………...……………...……………...……………...……………...…

เบียร์เฮ้าส์ที่ครึกครื้นไปด้วยการต้อนรับนักเรียนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา

พวกเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเฟรชชี่ของโรงเรียนแพทย์แดฮัน

“อ้าว เติมให้เต็มแก้วไปเลย!”

จากเสียงตะโกนของรุ่นพี่ เหล่าเฟรชชี่ต่างชูแก้วของตัวเองขึ้นมา

“พวกเธอทุกคนต่างรู้กันดีว่าต้องเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะผ่านมาถึงจุดนี้ได้ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความ ยินดีต้อนรับสู้นรกบนดิน เชียร์!”

กว่าจะสำเร็จการศึกษาต้องใช้เวลาถึง 6 ปี มันช่างห่างไกลความสบายเหลือเกิน

ช่วงระยะเวลาของการผลัดเปลี่ยนจากปี 2 ไปเป็นปี 3 ของโรงเรียนแพทย์ แค่ช่วงนี้เท่านั้นที่คุณจะสามารถดื่มด่ำกับชีวิตนักศึกษาภายในรั้วโรงเรียน หลังจากนั้นคุณจะลงเรือลำหนึ่งไปตามเส้นทางในฐานะนักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง คุณแทบจะมีเวลาไม่พอที่จะเรียน ต่อให้คุณตั้งใจอย่างมากจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืนก็ตาม มันช่างคล้ายกับการที่คุณก้าวไปทีละก้าวไปยังประตู่สู่ขุมนรก

“เชียร์!”

ทุกคนต่างดื่มแอลกอฮอล์หมดภายในอึกเดียว

ท่ามกลางหมู่เฟรชชี่ ซูฮยอควางแก้วลง เขาเกาหัวพร้อมด้วยรอยยิ้มที่งุ่มง่าม

เฟรชชี่ที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันต่างเบนความสนใจไปยังซูฮยอค

เขาออกทีวีและในโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ช่วงหนึ่ง ชื่อของเขาคือ ลี ซูฮยอค

พวกเขามองซูฮยอคราวกับคิดว่าเขาเป็นตัวตลก

“นายช่วยชีวิตคนไปกี่คนแล้ว?”

“นายได้ผ่าเปิดเนื้อเยื่อไครโคไทรอยด์ด้วยรึเปล่า?”

“นายได้ผ่าจริงๆใช่มั้ย?”

นั่นเป็นทักษะที่ต้องใช้ความแม่นยำเป็นอย่างมากในการผ่าระหว่างกระดูกอ่อนไครคอยด์กับกระดูกอ่อนไครโคไทรอยด์ที่อยู่ข้างใต้กล่องเสียงลงมา โดยไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดใดๆเลย ถ้าคมมีดผ่าคลาดเคลื่อนไปเพียง 1 ซ.ม. หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำจะได้รับความเสียหายทันที มันดูเหมือนกับว่าการผ่าตัดของเขาซึ่งรวมการที่เขาผ่าคอด้วย มันเหมือนจะเห็นได้ในหนัง และการช่วยเหลือที่เขาเคยทำในห้องเรียนวันนั้น มันดูจะเหมาะสมกว่าที่จะอธิบายถึงการกระทำของเขาในฐานะการผ่าตัด

ซูฮยอคพยักหน้าอย่างขวยเขิน

และเพื่อนใหม่ของเขาส่ายหน้าเพื่อเป็นการบอกว่าการกระทำของเขามันช่างเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

แต่พวกเขากลับรู้สึกไม่ไว้วางใจซูฮยอค มันทำให้พวกเขาตื่นกลัวซูฮยอคเล็กน้อยเมื่อต้องคิดถึงเรื่องการมีส่วนร่วมชั้นเรียนในวิชากายวิภาคศาสตร์

เพื่อนใหม่ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานั้นสร้างผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบโดยการใช้มีดผ่าคอของคนทั้งๆที่ยังเป็นๆอยู่ เขาเป็นปีศาจชัดๆ เสี้ยนหนามผู้นี้จะต้องกลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวคนหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน ดวงตาของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป พวกเขาแค่รู้สึกเหมือนไร้ความหวังเมื่อคิดถึงเรื่องที่ต้องมีซูฮยอคเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ

“พวกเรามาเล่นเกมกันมั้ย?”

ทุกคนต้องตอบสนองข้อเสนอของนักศึกษาหญิงที่สวมแว่นตากรอบหนาในเชิงบวก ไม่มีอะไรมากแค่เกมที่จะทำให้แต่ละคนสนิทกันมากขึ้น

“แล้วถ้าเป็นต่อคำศัพท์ล่ะ?”

“โอเค!!”

“เริ่มสักคำถามที่เกี่ยวกับซีรีบรัมแล้วกันให้สมกับที่เป็นนักศึกษาแพทย์” คนหนึ่งพูดขึ้นมา

ทุกคนต่างถ่ายทอดสีหน้าและแววตาที่ดูมั่นใจออกมา

ดังที่ทุกคนฝันไว้ว่าอยากจะเป็นหมอ พวกเขามีเงื่อนไขทางด้านการแพทย์ที่มากที่สุดเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

“โอเค งั้นมาเริ่มกัน เรื่องของซีรีบรัมมันมี Central sulcus, Callosal sulcus…” ตอนนี้ถึงตาของซูฮยอค เขาเอ่ยปากขึ้นทันที

“ถ้านายมองไปที่ซีรีบรัม จะพบกับ Central sulcus, Callosal sulcus, Pontine bridge, Hypoplasia, Hypothalamus, Navel…”

พวกเขาต่างแสดงสีหน้าที่ว่างเปล่าออกมาเมื่อได้ฟังซูฮยอคตอบคำถาม มันดูเหมือนเขากำลังพูดทุกคำศัพท์ด้านการแพทย์ในส่วนของซีรีบรัมทั้งหมดออกมา ที่เขาพูดมามันถูกหมดมั้ย? เขาพูดถึงศัพท์หลายคำที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่คุ้นเลย

“เธอไม่เล่นต่อแล้วหรอ?”

ซูฮยอคทำสีหน้าที่ดูไร้เดียงสาออกมาขณะที่พูดกับนักศึกษาหญิงที่นั่งอยู่ข้างเขา

เธอไม่รู้จะพูดอะไรต่อเพราะว่าเขาได้ไปหมดทุกอย่างที่เธอคิดไว้เพื่อเตรียมจะตอบ

“เฮ้ นี่มันไม่ใช่เกมแล้ว นายเล่นตอบศัพท์มาซะหมด ทั้งหมดที่นายต้องทำก็คือตอบมาแค่คำเดียวหลังจากที่คนก่อนหน้านายตอบเสร็จ”

เมื่อเธอพูดจบซูฮยอคจึงเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร

“โอ้ ฉันขอโทษนะ ฉันไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อน”

เหล่านักศึกษาที่อยู่รอบๆตัวเขานั้นต่างสายหน้าพร้อมๆกัน

“นายมันปีศาจชัดๆ ปีศาจ”

บรรยากาศของการต้อนรับเฟรชชี่หน้าใหม่ยิ่งทวีคูณขึ้น

ขณะที่เหล่านักศึกษากำลังสนุกอยู่กับการดื่มอยู่นั้น ซูฮยอคก็เดินไปเข้าห้องน้ำ

“เห้อ...” ซูฮยอคมองตัวเองในกระจกแล้วพูดว่า “ตอนนี้มันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตอนนี้”

มีอีกกี่อย่างที่เขาจะต้องเรียนรู้? หรือเขาเข้าใจทุกเรื่องหมดแล้ว?

ความรู้สึกแปลกๆของความตื่นเต้นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง

ฉันจะไม่พลาดแม้กระทั่งความรู้ด้านการแพทย์เล็กๆน้อยๆ เพื่อที่จะรักษาขาของพ่อฮาน่า ฉันจะเก็บเกี่ยวข้อมูลด้านการแพทย์ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ฉันจะสามารถบันทึกไว้ในหัวได้ ไปลุยกัน ลี ซูฮยอค!’

หลังจากผลักดันตัวเองเพื่อยืนยันความตั้งใจอีกครั้ง เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ

“อ๊า!” หญิงคนหนึ่งครางออกมาเล็กน้อย

รนรานที่จะหาห้องน้ำ เธอวิ่งตรงมาที่เขา

“เธอโอเครึเปล่า?” ซูฮยอคถาม

เธอเอามือข้างหนึ่งยันกำแพงไว้และใช้มืออีกข้างเสยผมที่ตรงยาว หน้าตาของเธอสวยมาก

“หื้อ?” เธอชี้นิ้วไปทางซูฮยอค

จากนั้นเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจปนความสงสัย “ลี ซูฮยอค!”

ซูฮยอครีบเข้ามาคว้าตัวเธอที่กำลังจะล้มลงไว้ทันที

“สวัสดี ฉันเดาว่าเธอคงดื่มมากไปนะ คุณผู้หญิง”

“ไม่ให้เกียรติกันเลย ฉันก็เป็นเฟรชชี่เหมือนนายนะ ใช้แค่คำพูดธรรมดากับฉันก็พอ ฉันคิดว่าฉันคงจะได้พบนายถ้าฉันมาเรียนที่แดฮัน แล้วก็ใช่! ฉันคิดว่าฉันคงได้เห็นนายเจอนายเมื่อฉันมาที่โรงเรียนแพทย์แห่งนี้”

ขณะที่นึกถึงข่าวเกี่ยวกับซูฮยอค เธอหัวเราะคิกคักออกมา แต่ซูฮยอคไม่ทันได้สังเกต

“เธอรออยู่นี่นะ ให้ฉันใช้ห้องน้ำก่อน อย่าไปไหนนะโอเค๊?”

เธอยกนิ้วขึ้นมาและขี้ไปที่เขา

เมื่อซูฮยอคพยักหน้า เธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำ

ผ่านไป 10 นาทีได้แล้วมั้ง?

เธอเข้าไปหลับรึเปล่าเนี่ย?’

ก็อาจจะ เพราะเธอดื่มไปมากจริงๆ

ซูฮยอคเลิกที่จะรอและหันหลังกลับเพื่อที่จะไปบอกนักศึกษาผู้หญิงคนอื่นๆ

“ฉันบอกว่าให้นายรอไง แต่นี่กำลังจะไป...” เธอพูดหลังจากที่ออกมาจากห้องน้ำ จดจ้องสายตากับเขาด้วยดวงตาที่สะลึมสะลือ

“ฉันยังไม่ได้ออกไปหนิ” ซูฮยอคพูด

เธอหัวเราะ แก้มทั้ง 2 ข้างของเธอหลายเป็นสีแดงด้วยความมึนเมา นั่นยิ่งทำให้ความสวยของเธอยิ่งทวีคูณ

“ไปดื่มกันต่อเถอะ!” เธอพูดพร้อมลากเขาไปด้วย

“ที่นั่งของเธออยู่ตรงไหน?” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งหยุดเธอไว้

เขาเป็นนักศึกษาปี 2 รุ่นพี่เธอ 1 ปี

“ฉันแค่ต้องการจะแลกเปลี่ยนบทสนทนากับเพื่อนของฉันตรงนี้…” เธอพูดด้วยความสุภาพที่สุด เพราะต้องควบคุมลิ้นที่เปลี้ยของเธอ

“ไว้ค่อยทำทีหลังก็ได้ เธอยังมีเวลาอีกเยอะ แค่มาต่อกับเกมที่พวกเธอเพิ่งเล่นกันจบไป”

เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอต้องการพูดคุยและสร้างความสนิทสนมกับเพื่อนเฟรชชี่คนอื่นๆ แต่เขาไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้น ความดิ้นรนของชเว ซูรยอนอยู่ไม่นาน เขาคือรุ่นพี่ที่เธอต้องให้ความเคารพ

“รับทราบค่ะ!” เธอมอบรอยยิ้มที่สดใสให้แล้วก็กลับไปที่โต๊ะ

อย่างไรก็ตาม เธอถูกบังคับให้ดื่มต่อ

“เวลานี้ มาเล่นเกมคำศัพท์ระบบประสาทกันเถอะ” เฟรชชี่คนหนึ่งพูดขึ้น

ซูฮยอคสวมใบหน้าที่ดูมั่นใจขึ้นมาทันทีกับคำชวนนั่น

“เฮ้ แต่นายน่ะห้ามตอบหมดเหมือนตาก่อนหน้านี้นะโอเคมั้ย?”

“ฮ่าๆๆ เขาไม่รู้ได้ยังไงว่าเกมต่อคำเขาเล่นกันแบบนี้?”

หลังจากนั้นซูฮยอคไม่แม้แต่จะแตะเบียร์ เพราะเขาไม่เคยแพ้เกมเลย

“ซูฮยอค ดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยสิ มันจะไม่สนุกเอานะถ้านายไม่ได้เมาอยู่คนเดียวแบบนี้”

เช่นที่เขาพูด ใบหน้าของเหล่าเฟรชชี่กลายเป็นสีแดงเพราะความมึนเมา เว้นก็แต่ซูฮยอค

สายตาที่ดูจริงจังของพวกเขาจดจ้องมาที่ซูฮยอค

“โอเค”

ซูฮยอครู้สึกว่าเขาคงจะไม่สนุกถ้าเขายังคงอยู่โดยไม่ดื่มเช่นนี้

ไม่นานจากที่เขาพูดจบแก้วของเขาก็ถูกรินด้วยโซจูจนเต็มแก้ว

“นี่มันเยอะเกินนะ...” ซูฮยอคพูดพร้อมยกแก้วขึ้นกระดก

ในขณะนั้นเอง “เฮ้! ชเว ซูรยอน! ยังรู้สึกตัวอยู่มั้ย?”

มีเสียงดังมาจากด้านหลังเขา

“อะไรเนี่ย? ฉันคิดว่าเธอกำลังหลับนะ”

“ตื่นๆ!”

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชเวและโต๊ะที่รุ่นพี่นั่งอยู่

ซูฮยอคที่วางแก้วลง ก็มองไปที่เธอ

“เฮ้! ชเว ซูรยอน!”

รุ่นพี่คนหนึ่งเขย่าตัวเธอ

ซูฮยอคที่เพ่งความสนใจไปที่เธอ จากนั้นก็เริ่มขมวดคิ้ว

จบบทที่ Golden Time - ตอนที่ 33

คัดลอกลิงก์แล้ว