เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20

บทที่ 20

บทที่ 20


บทที่ 20

“สวี่ล่าย! เจ้ากำลังมองหาความตาย!” หลี่อวี้ถิงโกรธจัด กระบี่ยาวถูกชักออกจากฝัก ทอแสงเย็นวาบ ปราณบริสุทธิ์อัดฉีดเข้าไปในกระบี่และกลายเป็นแสงสีทอง

“กระบี่แสงทอง!”

“ฮึ่ม! เมฆาเปิดหมอก!” สวี่ล่ายก็ไม่ยอมอ่อนข้อ แค่นเสียงเย็น ชักกระบี่ที่สะพายหลังและแทงไปข้างหน้า

ติ๊ง!

ปลายดาบชี้ไปที่แสงสีทอง บังเกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ เหมือนหินเวลาโยนลงน้ําในทะเลสาบ ตามมาด้วยระลอกคลื่นที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

บรึ้ม~!

คลื่นอัดอากาศระเบิดออก กระบี่แสงทองของหลี่อวี้ถิงสลายไปทันทีตั้งแต่แรกเห็น

“นายน้อยแก่กล้า!”

“นายน้อยแก่กล้า!”

หน่วยอารักขาทั้ง 32 คนตะโกนพร้อมกัน เป็นกำลังใจให้สวี่ล่าย

มุมปากของหลี่อวี้ถิงโค้งเล็กน้อย ราวกับข้ารู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น เขาเปลี่ยนกระบวนท่าโดยไม่ตื่นตระหนก

“ฮึ่ม! จงเบิ่งตาดูกระบวนท่าก้นหีบของข้า : กระบี่หยกทองคำไล่ประชิด!”

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

ในพริบตา กระบี่ยาวในมือหลี่อวี้ถิงพลันเต็มไปด้วยอักขระยันต์ กระบี่ยาวแบ่งออกเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด เปลี่ยนเป็นรัศมีกระบี่แปดสายที่มีสีสันแตกต่างกัน

“หืม? นี่คือ......?” สวี่ล่ายผงะเล็กน้อย ไม่ได้คาดหวังว่าหลี่อวี้ถิงจะมีลูกเล่นแบบนี้อีก

“สวี่ล่าย! ไปลงนรกซะ!” หลี่อวี้ถิงตะโกนเสียงดัง กระบี่ยาวในมือเหวี่ยงไปข้างหน้าอย่างแรง รัศมีกระดาบทั้งแปดสายที่อยู่ข้างหน้าเขาหายไปต่อหน้าทันทีและเกือบจะชั่วพริบตาก็ปรากฏตัวต่อหน้าสวี่ล่ายในระยะไม่ถึงหนึ่งอิงฉื่อ

“ไม่ได้การ!” สวี่ล่ายรู้สึกมีบางอย่างไม่ถูกต้อง ลอบร้อง ‘ท่าไม่ดี’ มือซ้ายผลักกระบี่ไปข้างหน้า ระเบิดปราณบริสุทธิ์ออกมาอย่างเร่งรีบ ขณะเดียวกันสองเท้าถีบพื้นดิน ดันตัวถอยห่างอย่างรวดเร็ว

ป้าง! ป้าง! ป้าง!

ทันทีที่กระบี่ยาวสัมผัสกับรัศมีกระบี่ มันราวกับพบเครื่องบดเนื้อ ถูกบดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที

จากนั้น รัศมีกระบี่ทั้งแปดสายยังคงไม่ลดทอนอำนาจลง แบ่งขึ้นลงซ้ายขวาสี่ทิศทางไล่ล่าสวี่ล่าย

สวี่ล่ายใช้มืออีกข้างลูบแหวนเบาๆ เรียกดาบกระหายเลือดออกมาแล้วฟันไปข้างหน้าด้วยกำลังทั้งหมดที่มี “กระบี่ทระนงสังหารท่อนที่เจ็ด!”

พรึบ พรึบ พรึบ!

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

สวี่ล่ายต้านรับรัศมีกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รัศมีกระบี่เพียงกระดอนหมุนลอยในอากาศพักเดียว ก็บินวนกลับมาโจมตีใหม่

“เป็น ...... เป็นไปไม่ได้!” สวี่ล่ายตกใจจนหน้าซีด ถีบตัวถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า ดาบกระหายเลือดในมือขวาตวัดอย่างรวดเร็ว ขับไล่รัศมีกระบี่ออกไปอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม รัศมีกระบี่ทั้งแปดสายเหมือนมีชีวิต พวกมันบินขึ้นและลงล้อมรอบสวี่ล่าย ตราบใดที่สวี่ล่ายประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย ย่อมถูกรัศมีกระบี่ทั้งแปดฟาดฟันและทิ่มแทงร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! สวี่ล่าย! คราวนี้เจ้าตายแน่! กระบวนท่ากระบี่หยกทองคำไล่ประชิดของข้าไม่ใช่แค่ปราณกระบี่ธรรมดา แต่มันเกิดจากพลังของอาวุธระดับสมบัติด้วยเช่นกัน ตราบใดที่ปราณบริสุทธิ์ของข้าไม่เหือดแห้ง รัศมีกระบี่ทั้งแปดนี้จะไล่ตามเจ้าอย่างไม่ลดละ! ไล่ล่าจนกว่าเจาจะสิ้นชีพไม่ก็ข้าหมดแรง!”

หลี่อวี้ถิงถือกระบี่ประจำกายไว้ในมือและค่อยๆชี้ไปในระยะไกล คอยออกคำสั่งให้รัศมีกระบี่ทั้งแปดว่ายวนในอากาศ ไล่สังหารสวี่ล่ายอย่างเมามัน

“นายน้อย!?”

“นายน้อย!?”

หน่วยอารักขาทั้ง 32 คนใต้สังเวียนร้องเสียงดัง อย่างไรก็ตาม สังเวียนได้รับการคุ้มกันโดยค่ายกลขนาดใหญ่ เป็นไปไม่ได้ที่จะรีบไปเข้าไปช่วยเหลือ

“ดู ดู ดู! ข้าพูดไม่ผิดเลยใช่ไหม สวี่ล่ายผู้นั้นเป็นเพียงขยะไร้ค่า!”

“ใช่ ใช่ ใช่! การประลองครั้งนี้ไม่มีค่าอะไรต้องเสียเวลาดู”

“ช่างน่าสงสารนัก! ที่คนๆหนึ่งต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อย”

รอบสังเวียน ผู้ชมทุกคนได้กำหนดวันตายของสวี่ล่ายแล้วว่าต้องเป็นวันนี้

“คิกคิก เป็นไงน้องเหยา ข้าพูดไม่ผิดเลยใช่ไหม สวี่ล่ายผู้นี้รู้แค่วิธีเล่นปาหี่เท่านั้น ตอนนี้ต่อให้เขาก้มหน้ายอมรับความผิดของตัวเอง ก็เกรงว่าจะสายเกินไป หลี่อวี้ถิงจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆแน่นอน”

หลิวเฟยเยี่ยนระเบิดเสียงหัวเราะ เขย่าแขนเหยาว่านซินที่อยู่ข้างๆ

“การประลองเพิ่งเริ่มต้น ข้าว่ายังไม่อาจตัดสินผลแพ้ชนะ” เหยาว่านซินพูดช้าๆ ไม่เร่งรีบ

“อะไรนะ? น้องเหยายังคิดว่าเจ้าขยะสวี่ล่ายผู้นี้มีโอกาสชนะอีกหรือ?”หลิวเฟยเยี่ยนเลิกคิ้ว ลึกๆเกิดความไม่พอใจอยู่บ้าง

“คิกคิก เช่นนั้นพี่สาวสนใจเดิมพันกับข้าไหม?” ดวงตาของเหยาหว่านซินเป็นประกาย มีแผนในใจ

“โอ้ ข้าสงสัยว่าน้องเหยาคิดเดิมพันสิ่งใด?” แม้ลึกๆหลิวเฟยเยี่ยนจะไม่พอใจแต่ปากก็ไม่กล้าเอ่ยวาจาล่วงเกิน

“เอาแบบนี้ หากครั้งนี้สวี่ล่ายบังเอิญชนะ เช่นนั้นพี่หลิวยินดีให้ข้ายืมปรมาจารย์โม่สักสองสามวันจะได้หรือไม่?”

“เจ้าหมายถึงโม่ฉงหวู่? ผู้เชี่ยวชาญการประสานค่ายกลเจ็ดดาวคนนั้นน่ะหรือ” หลิวเฟยเยี่ยนผงะไปครู่หนึ่ง

“ถูกต้อง” เหยาว่านซินพยักหน้า

“แล้ว ...... ถ้าสวี่ล่ายแพ้ล่ะ?”

“ถ้าสวี่ล่ายแพ้ น้องเหยายินดีมอบโอสถคงความเยาว์วัยแก่พี่หลิว” เหยาว่านซินกล่าว ก่อนหยิบกล่องไม้จันทร์ออกมาจากอ้อมแขน

“เจ้าพูดว่าอะไร!?โอสถคงความเยาว์วัย?” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของหลิวเฟยเยี่ยนสว่างไสวในคราเดียว

โอสถคงความเยาว์วัย ว่ากันว่าหลังจากรับประทานแล้วหลอมรวมมันในกาย ผู้กินจะสามารถชะลอความชรา รักษาความงามและรูปลักษณ์ อีกทั้งยังให้ผลมหัศจรรย์อีกนับไม่ถ้วน

นี่คือความฝันที่เป็นจริงสำหรับสตรีทุกคนในโลก!

อย่างไรก็ตาม สมุนไพรวิญญาณที่จำเป็นในการกลั่นโอสถคงความเยาว์วัยแต่ละอย่างนั้นมีค่ามากเกินไป ด้วยเหตุนี้ โอสถคงความเยาว์วัยจึงมีค่ามากและหายากในท้องตลาด

หลิวเฟยเยี่ยนอดใจไม่ไหว คว้ากล่องไม้จันทร์ในมือเหยาว่านซิน

แคร่ก!

กล่องไม้จันทร์ถูกเปิดออก กลิ่นหอมแปลกๆโชยออกมาจางๆ

“นี่......นี่น่ะหรือโอสถคงความเยาว์วัย?”

ดวงตาของหลิวเฟยเยี่ยนเบิกกว้าง มองเม็ดโอสถสีขาวราวหิมะขนาดเท่าหนึ่งนิ้วหัวแม่มือในกล่องไม้

“พี่สาวหลิวสามารถตรวจสอบดูได้”  เหยาว่านซินพลิกฝ่ามือ แสดงท่าทีว่าหลิวเฟยเยี่ยนสามารถทดสอบได้ด้วยตัวเองว่าเป็นของจริงหรือไม่

อึก ...

“เช่นนั้นข้าขอลอง”

หลิวเฟยเยี่ยนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ใช้นิ้วมือบีบเบาๆ ที่โอสถคงความเยาว์วัย และยกสองนิ้วนั้นขึ้นมาอังใต้จมูกเพื่อสูดกลิ่น ตรวจสอบมันอย่างระมัดระวัง

เห็นท่าทางประหม่าของหลิวเฟยเยี่ยน เหยาว่านซินแอบยิ้ม พึมพำในใจ ‘ดูท่าจะเป็นจริง โอสถคงความเยาว์วัย อาจกล่าวได้ว่าเป็นสมบัติที่ไม่มีสตรีใดสามารถต้านทาน’

ฮู้!

ไม่นานนัก หลิวเฟยเยี่ยนก็เสร็จสิ้นการทดสอบ เธอถอนหายใจยาว ค่อยๆ วางโอสถคงความเยาว์วัยอย่างอ่อนโยน แล้วปิดฝาครอบกล่อง

“น้องเหยา เจ้ายินดีเดิมพันโอสถคงความเยาว์วัยในกล่องนี้กับข้าจริงๆ?” หลิวเฟยเยี่ยนยังไม่กล้าเชื่อ

“คิกคิก ก็แค่โอสถคงความเยาว์วัยเม็ดเล็กๆ ตราบใดที่พี่หลิวชอบ ข้าก็ยินดี” เหยาว่านซินยิ้มจาง พยักหน้ายืนยันชัดเจน

“อืม เอาล่ะ ในเมื่อน้องเหยาตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นพี่สาวก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ข้ายินดีเดิมพันกับเจ้า”หลิวเฟยเยี่ยนลอบมีความสุขในใจ

สถานการณ์ในสังเวียนตอนนี้ สวี่ล่ายจะพ่ายแพ้เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

“มารอดูกัน” เหยาว่านซินพยักหน้ารับทราบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นหลิวเฟยเยี่ยนถือกล่องไม้จันทร์และไม่มีทีท่าว่ายื่นคืน เธอก็ยิ้มบางและจงใจไม่เอ่ยขอใดๆ

ณ ขณะนี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงเหนือสังเวียน

ป้าง! ป้าง! ป้าง!

สวี่ล่ายล่าถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดาบกระหายเลือดเหวี่ยงไม่หยุดมือจนเห็นแค่ประกายแสงสะท้อน

“สวี่ล่าย! อย่าดิ้นรนโดยไม่จำเป็น จงรีบยอมตายอย่างว่าง่าย” มุมปากของหลี่อวี้ถิงโค้งเล็กน้อย เขายังคงยืนอยู่ในระยะไกล ถ่ายเทปราณบริสุทธิ์ในตัวเข้าไปในกระบี่อย่างสุดกำลัง

“นี่เจ้าเห็นว่าข้าโง่? แค่บอกให้รอรับความตายก็ต้องยอมหรือ? พูดไปพูดมา คนที่สามารถฆ่าข้าสี่ล่ายได้ เกรงว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เกิด!”

สวี่ล่ายกัดฟันแน่น ถีบร่างถอยอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เขากำลังถูกบังคับให้ถอยไปยังมุมสังเวียน ซึ่งหากถอยไปมากกว่านี้จะไม่มีทางถอยอีก

“ฮ่า ๆ สวี่ล่ายใกล้จะตายอยู่แล้วยังมาทำปากดี!” หลี่อวี้ถิงมีความสุขมากเมื่อได้เห็นแบบนั้น สวี่ล่ายถูกบังคับให้เข้าสู่ทางตันด้วยฝีมือเขา เมื่อเจอจังหวะเหมาะเมื่อไหร่ก็จะโจมตีร้ายแรงถึงตายใส่มัน!

“อ๊ะ ไม่ได้การ!” สวี่ล่ายหันกลับมา ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในทางตันแล้ว

“สวี่ล่าย! เป็นเจ้าเองที่ร้องขอ ย่า——!”

หลี่อวี้ถิงตะโกนเสียงดัง ปราณบริสุทธิ์ทั้งหมดในร่างกายเขาถูกฉีดเข้าไปในกระบี่ยาว

หึ่ง หึ่ง!

รัศมีกระบี่ทั้งแปดส่องสว่างขึ้นในทันใด พวกมันตั้งแถวเรียงรายอยู่ในอากาศ เตรียมทิ่มแทงลงพร้อมกันได้ทุกเมื่อ

“นายน้อย!”

“นายน้อย!”

หน่วยอารักขาทั้ง 32 คนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คนแล้วคนเล่าโยนธงในมือทิ้ง ชักอาวุธออกมาต้องการเข้าไปช่วยเหลือ

“อะไร!? ตระกูลสวี่ของพวกเจ้าไร้ระเบียบเช่นนี้หรือ”

เสียงเพิ่งแผ่วลง ร่างจำนวนหนึ่งพุ่งออกมาและหยุดพวกสวี่หู

“ไปให้พ้นทางข้า! มิฉะนั้นอย่าตำหนิว่าข้าสวี่หูหยาบคาย” ในเวลานี้ สวี่หูและคนอื่นๆดวงตาแดงก่ำ ปราณบริสุทธิ์ทั้งหมดในร่างกายถูกปล่อยออกมาเพื่อเตรียมลงมือสุดกำลัง เปิดทางไปข้างหน้า

ณ ตอนนี้ หลี่อวี้ถิงได้เปิดตัวการโจมตีปิดท้ายแล้ว

“สวี่ล่าย! ไปลงนรกซะ——!”

“ข้าไม่ไป!” จู่ๆ ปากของสวี่ล่ายก็ม้วนงอ เผยให้เห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มจนบรรยายไม่ถูก

ณ ขณะนี้ หลี่อวี้ถิงไม่สนใจรอยยิ้มแปลกๆของสวี่ล่ายอีกต่อไป รัศมีกระบี่ทั้งแปดทิ่มลงจากฟ้าพร้อมกันด้วยพลังทั้งหมดที่มี ว่องไวปานสายฟ้าฟาด!

อย่างไรก็ตาม

หึ่ง หึ่ง~!

ดาบกระหายเลือดในมือสวี่ล่ายส่องแสงจ้าขยายยาวขึ้นเป็นสามอิงฉื่อ ตลอดทั้งดาบล้อมรอบไปด้วยอักขระยันต์สีแดง

“สะบั้นกระหายเลือด——!”

หวืออออ~!

อาชาโลหิตที่ยาวกว่าสิบอิงฉื่อถูกเหวี่ยงออกไป เผชิญหน้ากับรัศมีกระบี่แปดสายที่ทิ่มลงมา

บรึ้ม~!

รัศมีกระบี่เพียงสัมผัสกับอาชาโลหิต มันก็ถูกผ่าเป็นสองท่อนทันที และกลายเป็นไอแสงวิญญาณ กระจัดกระจาย สลายคืนสู่สวรรค์และปฐพี

“ไม่...เป็นไปไม่ได้?!” หลี่อวี้ถิงตะโกนเสียงหลง ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

ย่า——!

บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม!

รัศมีกระบี่ที่เหลืออีกเจ็ดสายแตกสลายไปทีละสาย ชั่วพริบตาเดียวก็หายไปทั้งหมด

“นี่...นี่มัน...?”

“เป็นไปได้ด้วยหรือ!?”

“ได้ยังไงกัน!?”

ณ เวลานี้ ไม่ว่าจะเหนืออัฒจันทร์หรือผู้ชมที่อยู่ด้านล่างสังเวียน ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ

“นายน้อย...เขาไม่เป็นไร!”

“นายน้อยแก่กล้า!”

“นายน้อยแก่กล้า!”

หน่วยอารักขาทั้ง 32 คนน้ำตาแห่งความตื้นตันนองหน้า ตะโกนสุดเสียง ในใจของพวกเขา สวี่ล่ายในวันนี้คือเจ้านายที่จะนำพวกเขาไปสู่แสงสว่างอย่างแท้จริง

“เป็นไปได้ยังไง?” หลิวเฟยเยี่ยนเบิกตากว้าง ลุกพรวดยืนอยู่ตรงนั้นอย่างโง่เขลา ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าสวี่ล่ายผู้นี้จะมาถึงขั้นนี้แล้ว” เหยาหว่านซินที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็แอบประหลาดใจมากไม่แพ้กัน

“เฮะ เฮ่ เมื่อกี้ข้าจงใจแสร้งทำเป็นให้เจ้าต้อนจนมุมหรอก มีแต่ต้องทำแบบนั้นข้าถึงจะมีโอกาสโจมตีทำลายรัศมีกระบี่ทั้งแปดของเจ้าในคราเดียว ช่างน่าเสียดาย ที่ฐานบำเพ็ญเพียรของเจ้ายังน้อยไป เลยไม่สามารถสำแดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้”

สวี่ล่ายเปล่งเสียงเบาๆ ดาบกระหายเลือดในมือสลายหาย กลายเป็นดาบขึ้นสนิทธรรมดาอีกครั้ง

“เป็นไปไม่ได้ ข้า ... ข้าคือนักสู้ในขอบเขตรวมวิญญาณ แล้วจะไม่สามารถดึงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้อย่างไร?” หลี่อวี้ถิงได้รับผลกระทบอย่างหนักทั้งตัวและหัวใจ ไม่สามารถเชื่อความจริงที่สวี่ล่ายพูดได้เลย

“เหอ เหอ หลี่อวี้ถิง ข้าว่าที่ฐานบำเพ็ญเพียรของเจ้าทะยานขึ้นมาได้ คงเพราะใช้ลูกเล่นตุกติกอะไรบางอย่างบังคับมันมากกว่า หากเจ้าให้เวลาตัวเองอีกอย่างน้อยหนึ่งปีเพื่อรวบรวมปราณบริสุทธิ์ในการตัดผ่านขอบเขต ก็เกรงว่าจะไม่มีเรื่องเช่นวันนี้เกิดขึ้น แต่เจ้ามันยโสเกินไป รีบร้อนตัดผ่านขอบเขตเพื่อมาประลองกับข้า สุดท้ายลงเอยพ่ายแพ้แบบนี้ ...”

“ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อ! ข้าเป็นอัจฉริยะ! อัจฉริยะหลี่อวี้ถิง! แล้วจะพ่ายแพ้ขยะเช่นเจ้าได้อย่างไร!” จู่ๆ หลี่อวี้ถิงก็เริ่มคลั่ง บังคับเค้นปราณบริสุทธิ์ที่เหลืออยู่ในร่างกายไม่มากนักออกมา

“สวี่ล่าย! หากข้าต้องตาย เจ้าก็จงตายไปพร้อมกับข้า!!”

จบบทที่ บทที่ 20

คัดลอกลิงก์แล้ว