เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1

บทที่ 1

บทที่ 1


บทที่ 1

ณ ป่าหมอก

แหล่งรวมสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดนอกเมืองเฟิงตู นี่คือสวรรค์สำหรับนักผจญภัย และยังเป็นสวรรค์สำหรับผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกัน ... ก็เป็นหนทางสู่ประตูมรณะ!

“อ๊าาาา——!”

เสียงร้องอันน่าสมเพชดังออกมาจากส่วนลึกของป่าหมอก

“ที่นี่ที่ไหน ..?”

สวี่ล่ายลืมตา ความเจ็บปวดอันเสียวซ่านที่ไม่สามารถทานทนได้กระหึ่มอยู่ในหัวเขา ข้อมูลจำนวนมากถูกยัดเข้ามาไม่ว่าเขาจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

“พี่ใหญ่ นายน้อยยังไม่ตาย?”

“ไม่ ... นั่นเป็นไปไม่ได้ เห็นอยู่ชัดๆว่ามันโดนฝ่ามือร้อยปะทะของข้าเข้าไปเต็มๆ ...”

ไม่ไกลจากสวี่ล่าย สองพี่น้องที่หน้าตาคล้ายกันมาก ก้มมองที่พื้นด้วยสีหน้าตกใจ

ผู้ที่ถูกเรียก ‘นายน้อย’ ยกมือกุมศีรษะ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

“พี่ใหญ่ แล้วตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร?” สวี่คุนมองพี่ชายที่อยู่ข้างๆอย่างกระวนกระวายใจ

“ทำตามแผนเดิม ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ และเรารับเงินมาเพื่อกำจัดผู้อื่นแล้ว ก็ต้องไปให้สุดทาง ต้องทำให้มั่นใจว่าเขาตายอย่างเด็ดขาด” สวี่เฉียนขบฟันสีเงินของตน

“ขอรับพี่ใหญ่” สวี่คุนรับคำ ชักดาบออกมาจากเอวเขา ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้สวี่ล่ายทีละก้าว

สองพี่น้องสวี่เฉียนและสวี่คุนคือคนรับใช้ของตระกูลสวี่ เดิมพวกเขาติดตามสวี่ล่ายเข้ามาฝึกฝนในป่าหมอก อย่างไรก็ตาม เข้ามาได้ไม่กี่วัน จู่ๆสองคนนี้ก็ลอบโจมตีเขา สังหารเจ้านาย!

“นี่มันบ้าอะไรกัน ... เกิดอะไรขึ้นกับฉัน? ก่อนหน้านี้เห็นๆกันอยู่ว่าฉันกำลังปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนจีน-เวียดนาม...”

ในหัวของสวี่ล่าย ความทรงจำสองแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซ้อนทับกัน

“หรือ... หรือว่าฉันข้ามมิติมา?”

‘ข้ามมิติ’

คำนี้สะท้อนในหัวของสวี่ล่าย มันเสมือนดั่งสายฟ้าฟาดชวนให้ผู้คนตกใจ

[ติ๊ง!!]

ทันใดนั้นเอง แสงแวบวาบปรากฏขึ้นในหัวสวี่ล่าย

การแจ้งเตือนจากระบบ

โฮสต์ : สวี่ล่าย

ขอบเขต : รวบรวมลมปราณขั้น 3

อาชีพ : นักบู๊

ทักษะ : ไม่มี

ปราณบริสุทธิ์ : 0

ค่าปราณสังหาร : 999

“นี่......นี่มันอะไรกัน?”

สวี่ล่ายเผชิญกับ ‘การแจ้งเตือนจากระบบ’ อย่างกะทันหัน ทำให้เขาไม่ทราบว่าจะรับมืออย่างไรดี

“นายน้อย เมื่อตายไปแล้วก็อย่าได้ตำหนิเราสองพี่น้อง แต่จงตำหนิที่ตนเองเป็นแค่ขยะ ไม่สามารถเป็นเสาหลักของตระกูลสวี่ได้!”

สวี่คุนยิ้มเย็นชา ค่อยๆยกดาบขึ้นมาอย่างช้าๆ

‘นั่นเขาคิดจะฆ่าฉัน? ... ไม่ได้การ! ต้องรีบหนี!’ แต่ในจังหวะที่สวี่ล่ายเพียงต้องการหลบหนี

ในตอนนั้นเอง

[ติ๊ง!!]

“คำแนะนำจากระบบ: ภายในสามวินาที ขอให้โฮสต์หยิบดาบหักขึ้นสนิมทางด้านขวาขึ้นมาป้องกันตัว”

“คราวนี้บ้าอะไรอีก?”

สวี่ล่ายมองไปยังสิ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘คำแนะนำจากระบบ’ ตรงหน้า แต่เขายังไม่ทันมีเวลาคิดทบทวน เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง

“สาม”

“สอง”

สวี่ล่ายสะบัดหน้า เห็นเพียงเยื้องออกไปหนึ่งอิงฉื่อทางมือขวาของตัวเอง มีดาบหักที่เกรอะไปด้วยสนิม

“จงไปที่ชอบที่ชอบอย่างสบายใจเถอะ!” สวี่คุนตะโกน ดาบที่ชูสูงขึ้นฟันลงมาสุดกำลัง

“ไม่ได้การ!” สวี่ล่ายแตกตื่น เอื้อมมือคว้าดาบขึ้นสนิมและยกขึ้นเหนือหัวโดยสัญชาตญาณ

เคร้ง!

เหล็กปะทะเหล็ก เกิดประกายไฟแวววาวงดงามปะทุดั่งบุปผาเบ่งบาน

“อ๊าาาา——!”

แรงกระแทกระลอกใหญ่ทำให้แขนของสวี่ล่ายเกิดอาการด้านชา เนื้อหนังบนฝ่ามือปริแตกทันที เลือดไหลย้อยลงไปบนดาบขึ้นสนิมในมือเขา

“ฮึ่ม! ยังดิ้นรนโดยไม่จําเป็นอีก!” สวี่คุนตะคอกอย่างเย็นชา ง้างขาเตะเข้าที่อกของสวี่ล่ายพอดิบพอดี

“อ๊ากกก!”

สวี่ล่ายตัวลอย ก่อนไถลไปไกลกว่าสองอิงฉื่อ ตกลงในพุ่มไม้หนึ่ง

“น้องรอง ... อย่าเสียเวลาอีกเลย รีบทำให้มันจบๆซักทีเถอะ หากล่าช้า เดี๋ยวจะถูกนักบู๊ที่เดินทางผ่านมาพบเห็นเข้า ถึงตอนนั้นเรื่องราวคงยุ่งยากแล้ว”

“ข้าทราบแล้วพี่ใหญ่” สวี่คุนวิ่งไปข้างหน้าอย่างเร็วไว ตั้งใจจะโจมตีสวี่ล่ายเป็นครั้งสุดท้าย

หึ่ง หึ่ง~!

เพียงแต่ในขณะนั้นเอง ดาบหักขึ้นสนิทที่ได้ดูดซับเลือดของสวี่ล่าย คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเสียง หึ่ง หึ่ง ดังขึ้น

[ติ๊ง!]

[การแจ้งเตือนจากระบบ : ปลดล็อคอาวุธประจำตระกูล]

[อาวุธประจำตระกูล : ดาบกระหายเลือด]

[ระดับอาวุธ : สมบัติขั้นกลาง]

“ดาบกระหายเลือด? คราวนี้อะไรอีกละเนี่ย?”

ไม่รอให้สวี่ล่ายตอบสนอง ทันใดนั้นในพุ่มไม้ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งอิงฉื่อก็ปรากฏเม่นที่ปกคลุมไปด้วยหนามสีทองเต็มตัววิ่งเข้ามา แผ่นหลังของมันพองโต คล้ายพร้อมสะบัดขนใส่ผู้ที่จู่ๆก็โผล่มาอย่างสวี่ล่ายทุกเมื่อ

[คำแนะนำจากระบบ : โฮสต์กรุณาสังหารสัตว์ปีศาจเม่นขนทองภายในสามวินาที]

“สาม”

“สอง”

เสร็จสิ้นคำแนะนำ ระบบก็เริ่มทำการนับถอยหลังทันที

“อึก! เอาก็เอาวะ!”

ตอนนี้สวี่ล่ายไม่มีเวลาสนใจอย่างอื่น ได้แต่ทำตามคำแนะนำของมัน พลิกฝ่ามือ เหวี่ยงดาบด้านที่แหลมคมออกไปทันที

ฟัฟฟฟ~!

ดาบของสวี่ล่ายนั้นรวดเร็วและไร้ปรานี มันแทบจะใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่ ฟันเข้าตรงลำตัวของเม่นขนทองในดาบเดียว

เม่นขนทองไม่มีเวลากระทั่งจะกรีดร้อง ก็ถูกสังหารโดยสวี่ล่าย

[ติ๊ง!]

[คำแนะนำจากระบบ : ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณสังหารสัตว์ปีศาจเม่นขนทอง ปลดล็อคทักษะลับของดาบกระหายเลือดโดยอัตโนมัติ : ‘ฟังก์ชั่นกระหายเลือด’]

หึ่ง หึ่ง~!

ดาบกระหายเลือดในมือเขาส่งเสียงหึ่ง หึ่ง อีกครั้ง ไอวิญญาณสีเลือดถูกฉีดเข้าไปในดาบกระหายเลือด ขณะเดียวกัน ศพของเม่นขนทองก็เริ่มเหือดแห้งอย่างรวดเร็ว

[ติ๊ง!]

[คำแนะนำจากระบบ : ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้รับ 100 แต้มแก่นแท้ปราณ ต้องการแปลงเป็นปราณบริสุทธิ์เพื่อยกระดับเลยหรือไม่?]

“แปลงเลย!” ตอนนี้สวี่ล่ายตระหนักแล้ว เขาเข้าใจกระจ่างแจ้ง ว่าตราบใดที่ทำตามสิ่งที่เรียกว่า [คำแนะนำจากระบบ] มันอาจสามารถช่วยให้เขารอดพ้นจากสภาพอันตรายที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้

หึ่ง หึ่ง!

ดาบกระหายเลือดในมือของสวี่ล่ายสั่นไหว ริ้วแสงสีแดงเลือดถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานปราณบริสุทธิ์สีฟ้าคราม และฉีดเข้าไปในร่างเขา

[ติ๊ง!]

[การแจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณทำการแปลงปราณบริสุทธิ์ได้ 50 แต้มเป็นผลสำเร็จ]

[ติ๊ง!]

[ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณยกระดับสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้น 4 ได้สำเร็จ]

[ติ๊ง!]

[ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณยกระดับสู่ขอบเขตรวบรวมลทปราณขั้น 5 ได้สำเร็จ]

[ติ๊ง!]

[การแจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณปลดล็อคทักษะสังหารขั้นต้น : สะบั้นกระหายเลือด!]

[ติ๊ง!]

[การแจ้งเตือนจากระบบ : โฮสต์กรุณาใช้ ‘สะบั้นกระหายเลือด’ สังหารศัตรูสวี่คุน]

ณ ตอนนี้ สวี่ล่ายรู้สึกว่าภายในร่างกายเขา พลังงานได้ไปรวมตัวกันในตันเถียน

ไม่เพียงแค่นั้น สวี่ล่ายยังพบว่าร่างกายเขาที่ได้รับบาดเจ็บ เวลานี้เกิดการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“นี่มันช่าง .... ช่างน่าอัศจรรย์นัก!”

สวี่ล่ายก้มมองมือตัวเองด้วยความประหลาดใจ สำรวจดูร่างกายที่เดิมเต็มไปด้วยบาดแผล

ตัวเขาในชีวิตก่อน คือผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจปราบปรามยาเสพติดบริเวณชายแดนจีน-เวียดนาม บังเอิญตกหลุมพรางของศัตรู สหายทั้งหมดเสียชีวิตในสนามรบ ท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤต เขาตัดสินใจดึงสลักระเบิดลูกสุดท้ายที่พกติดตัว ยอมตายไปพร้อมเจ้าพ่อค้ายาข้ามชาติ

แต่ใครจะนึก ว่าชายที่พร้อมยอมรับความตาย จะได้เดินทางข้ามมิติโดยบังเอิญ

และที่เหนือความคาดหมายยิ่งกว่าก็คือ สวี่ล่ายที่เพิ่งข้ามมิติ ไม่มีเวลาได้พักหายใจ ต้องเผชิญหน้ากับการลอบสังหารของคนใช้ทั้งสองคน

ทั้งหมดนี้ ทุกอย่างกะทันหันเกินไป หากสวี่ล่ายมิใช่ทหารหน่วยรบพิเศษในชีวิตก่อน แต่เป็นแค่คนธรรมดา เกรงว่าเขาคงตายไปแล้ว

“สวี่ล่าย หยุดดิ้นรนอย่างไร้ความหมายเถอะ ยังไงเจ้าก็ต้องตาย รั้นไปรังแต่จะยิ่งทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวด”

สวี่คุนเร่งฝีเท้าเข้ามา ชูดาบขึ้นและสับลง

“ก็ยังไม่แน่หรอกว่าใครจะตาย!” มุมปากสวี่ล่ายยกโค้งขึ้นเล็กน้อย ความมั่นใจในตัวเองที่สั่งสมมานานจากชีวิตก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง

สวี่ล่ายลุกพรวดขึ้น กำดาบด้วยสองมือ  ปราณบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนในร่างกายเขา กระแสสีครามของมันถูกถ่ายเทลงไปในดาบกระหายเลือดอย่างเต็มที่

หึ่ง หึ่ง!

ดาบกระหายเลือดเปล่งแสงสีแดงในคราเดียว พลังปราณบริสุทธิ์แปรผันเป็นอักขระยันต์สีแดงเลือดเข้าห่อมหุ้มดาบหัก

“ตายซะ! สะบั้นกระหายเลือด——!”

สวี่ล่ายเหวี่ยงดาบขึ้นไปในอากาศด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา กระแสแสงสีเลือดที่ยาวกว่าสิบอิงฉื่อจากตัวดาบถูกสะบัดออกไป

“เป็น ... เป็นไปไม่ได้!” สวี่คุนตะลึง เปลี่ยนท่วงท่าเป็นป้องกันโดยสัญชาตญาณ

อย่างไรก็ตาม

หวืออออ~!

ประกายแสงสีแดงดั่งอาชาโลหิตพาดผ่านการป้องกันไปได้อย่างง่ายดาย วิ่งผ่านร่างของสวี่คุน

บรึ้ม!

ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากสวี่คุน ถูกหั่นครึ่งเป็นสองซีก

“นี่ ... นี่มันบ้าอะไรกัน!”

สวี่คุนอ้าปากโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้

เห็นเพียงเส้นสีแดงบางๆ เริ่มลามลงมาจากหน้าผากของสวี่คุน

ฟึ่บ~!

พร้อมละอองเลือดกระฉูดออกมา

ร่างสวี่คุนโอนเอนไปซ้ายทีขวาทีสองสามครั้ง สุดท้ายล้มลงกับพื้น

“น้องรอง!!” สวี่เฉียนกรีดร้อง เฝ้ามองสวี่คุนถูกสวี่ล่ายสังหารด้วยดวงตาเบิกกว้าง

[ติ๊ง!]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณสังหารสวี่คุน ได้รับแต้มปราณสังหาร 1 แต้ม]

[ติ๊ง!]

[แต้มปราณสังหารสะสมถึง 1,000 แต้ม ปลดล็อควิชาเทพ : ราชานรกประทับร่าง]

“สวี่ล่าย! ข้าจะเอาชีวิตเจ้า——!”

ดวงตาของสวี่เฉียนลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น เร่งฝีเท้าไปข้างหน้า ปราณบริสุทธิ์ในกายปะทุอย่างเดือดดาล เปลี่ยนทั้งคนทั้งร่างเป็นเส้นแสงสีขาว ชั่วพริบตาเดียวปรากฏตัวห่างจากสวี่ล่ายไม่ถึงสิบอิงฉื่อ

“กระบี่ทระนงสังหาร - ท่อนที่ 4!”

“ห๊ะ? เขาว่องไวขนาดนี้ได้ยังไง!” สวี่ล่ายตกใจมาก

อย่างไรก็ตาม นี่ก็ผ่านมาได้สักพักแล้ว สวี่ล่ายเริ่มเข้าใจกฏแห่งป่าของโลกใบนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่เสียสมาธิและยกดาบขึ้นเพื่อตอบโต้กลับอย่างทันท่วงที

“สะบั้นกระหายเลือด!”

อย่างไรก็ตาม

[ติ๊ง!]

[คำเตือน! ปราณบริสุทธิ์ในตัวโฮสต์ไม่เพียงพอ ไม่สามารถเปิดใช้ทักษะสะบั้นกระหายเลือดได้]

“เอ้า! ได้ไงกัน!?” สวี่ล่ายตื่นตระหนกจนหน้าซีด

ขณะที่สวี่ล่ายกำลังมึนงง ปลายกระบี่ในมือของสวี่คุนก็แทงเข้าที่หน้าอกเข้าแล้ว

ฟุฟฟฟฟ!

“อ๊าาา——!”

มันเจ็บ!

ความเจ็บปวดนี้เสียดลึกไปถึงกระดูก

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้า ความเจ็บปวดนี้ค่อยๆหายไป

“ไอ้ ... ทุเรศเอ๊ย ... ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ฉันแค่ ... แค่เพิ่งข้ามโลกมาก็โดนคนรับใช้ฆ่าซะแล้วหรอ? ไม่ ... แบบนี้ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ!”

สวี่ล่ายกัดฟันสีเงินแน่น ดวงตาจ้องมองสวี่เฉียนเบื้องหน้าอย่างไม่ยินยอม มือข้างหนึ่งของเขายกมือกำกระบี่ที่แทงเข้ามาตรงหน้าอกอย่างแม่นยำ สัมผัสได้ถึงเสียงของหัวใจที่เต้นช้าลง และเลือดที่ไหลมาตามปลายกระบี่ หยดลงบนพื้นเสียงดัง ติ๋ง ติ๋ง

“ไปลงนรกซะ!” สวี่เฉียนถีบหน้าอกสวี่ล่าย มือขวาชักกระบี่ออกอย่างแรง

“อ๊าาาา——!”สวี่ล่ายตะโกนน้ำเสียงแหบแห้ง หงายหลังหน้าชี้ฟ้า

แต่ในจังหวะนั้นเอง ช่วงเวลาพลันหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง ร่างของสวี่ล่ายลอยค้างอยู่กลางอากาศไม่ตกลงมา

“นี่ฉัน ... ฉันจะต้องตายไปทั้งๆแบบนี้หรือ?” สวี่ล่ายหลับตาลงอย่างช้าๆ เฝ้ารอช่วงเวลาสุดท้าย

[ติ๊ง!]

[คำแนะนำจากระบบ : เปิดใช้งานวิชาเทพ : ราชานรกประทับร่าง]

ทันทีที่เสียงแนะนำของระบบแผ่วลง ท้องฟ้าที่เดิมแจ่มใสพลันถูกปกคลุมด้วยเมฆครึ้ม เกิดเสียงฟ้าร้องดังระงม และสามารถมองเห็นเส้นสายฟ้าได้รางๆ

“นี่ .... สถานการณ์นี่มันอะไรกัน?” สวี่เฉียนเงยหน้าขึ้น มองสภาพแวดล้อมตรงหน้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างตกตะลึง

ขณะเดียวกัน สวี่ล่ายลืมตาขึ้นอย่างแรง ปากอ้าตะโกนก้อง “ราชานรก ... ประทับร่าง!”

หวืออออออ!

เสาแสงสีขาวสาดลงมาจากท้องฟ้า แสงนี้อาบไปทั่วร่างของสวี่ล่าย

“สวี่เฉียน! คราวนี้เป็นเจ้าที่ต้องตาย!”

จบบทที่ บทที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว