เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข่าวกรองวันละข้อ ก็รวยได้ตั้งแต่มหาลัยตอนที่13

ข่าวกรองวันละข้อ ก็รวยได้ตั้งแต่มหาลัยตอนที่13

ข่าวกรองวันละข้อ ก็รวยได้ตั้งแต่มหาลัยตอนที่13


บทที่ 13 แกมันหน้าม้า

"ไอ้หนุ่ม เล็งนานจังวะ? เลือกเมียอยู่รึไง?"

ชายผมเหลืองที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่ซู เห็นเขาเล็งอยู่นานเป็นสิบวินาทีแล้วยังไม่ยอมยิง ก็โพล่งขึ้นมาอย่างหมดความอดทน

เย่ซูกำลังจะลั่นไกอยู่แล้วแท้ๆ แต่พอถูกขัดจังหวะแบบนี้ก็เกือบทำเอาปืนลมในมือเขาเสียศูนย์

"โทษทีครับ เดี๋ยวผมรีบยิงเลย"

ไม่จำเป็นต้องไปมีเรื่องกับคนไม่รู้จัก และเขาก็ชักช้าจริงๆ นั่นแหละ เย่ซูจึงทำได้เพียงหันไปกล่าวขอโทษชายผมเหลือง

"เออ งั้นก็แล้วไป" พอเห็นว่าเย่ซูท่าทีดี ชายผมเหลืองก็เลยไม่อยากจะโวยวายอะไรต่อ

"ฟู่—"

เย่ซูจัดท่าจับปืนลมใหม่ พ่นลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ยืนยันว่าเล็งไปที่ลูกโป่งแล้ว จึงลั่นไก

แปะ!

ลูกโป่งแตกดังคาด แต่เย่ซูกลับนิ่งอึ้งไป

เพราะลูกโป่งที่แตกคือลูกที่อยู่ทางซ้ายมือของลูก 'รางวัลที่ 1'

ให้ตายสิ วิถีกระสุนปืนกระบอกนี้มันกินซ้าย!

เย่ซูแน่ใจว่าเขาเล็งลูก 'รางวัลที่ 1' แต่กระสุนกลับไปโดนลูกที่อยู่ติดกัน เขาคงได้แต่สรุปว่าปืนของเล่นพวกนี้ความแม่นยำไม่เที่ยงตรงถือเป็นเรื่องปกติ

โชคดีที่เขายังหัวไว ซื้อของมารวดเดียวร้อยกว่าหยวน ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงได้อายขายหน้า

เย่ซูลอบถอนใจอย่างโล่งอก ก่อนจะปรับเป้าเล็งเผื่อไปทางขวาเล็กน้อย

แปะ!

โชคดีที่วิถีกระสุนปืนไม่ได้สะเปะสะปะ คราวนี้เย่ซูยิงโดนลูกโป่ง 'รางวัลที่ 1' อย่างแม่นยำ และไฟแจ้งเตือนของระบบก็ดับวูบลงพร้อมกับที่ลูกโป่งแตก

เมื่อยิงไปสองนัด พนักงานก็เดินเข้ามา เก็บเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ จากพื้นขึ้นมาคลี่ออกต่อหน้าเย่ซู

"รางวัลปลอบใจค่ะ" เพื่อแสดงความโปร่งใส พนักงานจึงวางแผ่นกระดาษนั้นลงบนโต๊ะ

ชายผมเหลืองที่อยู่ด้านหลังเห็นดังนั้นก็แอบสบถในใจ

อุตส่าห์เล็งซะนาน สุดท้ายได้แค่ทิชชู่ห่อเดียว สงสัยจะชอบยิงมาก ได้ทิชชู่ไปแพ็คนึงพอดี จะได้กลับไป 'ยิง' ให้สมใจอยาก

"รางวัลที่ 1 ค่ะ!"

ชายผมเหลืองกำลังแอบเยาะเย้ยเย่ซูอยู่ในใจ แต่ประโยคเดียวของพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตก็ดึงสติเขากลับมาสู่ความเป็นจริงทันที

"เฮ้ย ไม่จริงดิ มีรางวัลที่ 1 จริงๆ ด้วย!"

เหล่าไทยมุงที่เมื่อสักครู่ยังสงสัยความน่าเชื่อถือของกิจกรรมนี้อยู่ ไม่คาดคิดว่าจะโดนหักหน้าเร็วขนาดนี้

พวกเขาเพิ่งจะพูดอยู่หยกๆ ว่ากิจกรรมของซูเปอร์มาร์เก็ตนี่มันต้มตุ๋น แต่พริบตาเดียวก็มีคนได้รางวัลที่ 1 ไปต่อหน้าต่อตา ทำเอาหลายคนรู้สึกหน้าเจื่อนไปตามๆ กัน

"งั้น... ผมก็ได้จักรยานไฟฟ้าสิครับ?" ดวงตาของเย่ซูเป็นประกาย เขาพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแสร้งทำเป็นประหลาดใจ

"ใช่ค่ะ เดี๋ยวฉันจะติดต่อผู้จัดการเดี๋ยวนี้เลย แล้วให้เขาพาคุณไปที่ร้านตรงนู้นเพื่อรับจักรยานนะคะ"

พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตกล่าว ขณะที่บนใบหน้าฉายแววอิจฉาอยู่เล็กน้อย

เธอก็วางแผนว่าจะซื้อจักรยานไฟฟ้าไว้ขี่ไปทำงานเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องไปเบียดเสียดแย่งขึ้นรถเมล์กับคนอื่นทุกวัน

แต่พอหักค่าเช่าห้องกับค่าครองชีพแล้ว เธอต้องเก็บเงินถึงสองเดือนถึงจะซื้อจักรยานไฟฟ้ารุ่นนี้ไหว นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เธอลังเลมาตลอด

แต่ตอนนี้ กลับมีคนมายิงปืนโป้งเดียว ได้จักรยานไฟฟ้าที่เธอใฝ่ฝันอยากได้มานานไปครองอย่างง่ายดาย แถมยังเป็นกิจกรรมที่เธอรับผิดชอบดูแลอยู่ด้วย

เฮ้อ... ช่างเป็นอะไรที่คนละคน คนละดวงจริงๆ!

แม้จะรู้สึกอิจฉา แต่พนักงานสาวก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธอเรียกเพื่อนร่วมงานอีกคนมาช่วยดูแลแทน เพื่อให้กิจกรรมดำเนินต่อไปได้ จากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทร WeChat หาผู้จัดการ

เย่ซูเองก็ฉวยโอกาสนี้หยิบสลิป 'รางวัลที่ 1' ขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับโปสเตอร์รางวัลที่อยู่ด้านหลัง

"แกมันเป็นหน้าม้าที่ซูเปอร์มาร์เก็ตจ้างมาใช่ไหมวะ!"

ทันใดนั้น เสียงที่ฟังดูโวยวายไม่เข้าหูก็ดังขึ้น ทำเอาอารมณ์ดีๆ ของเย่ซูหดหายไปทันทีสามส่วน

ต่อให้เย่ซูเป็นคนอารมณ์เย็นแค่ไหน พอเห็นเจ้าผมเหลืองนี่มาหาเรื่องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอีกครั้ง สีหน้าของเขาก็ฉายแววไม่พอใจออกมา:

"คุณเป็นอะไรมากปะเนี่ย? ผมก็แค่มาซื้อของแล้วบังเอิญได้รางวัลจักรยานไฟฟ้า มันทำให้ผมเป็นหน้าม้าของซูเปอร์มาร์เก็ตตรงไหน? หรือผมห้ามดวงดีรึไง?"

"เหอะน่า ถ้าแกไม่รู้ตำแหน่งรางวัลที่ 1 แล้วเมื่อกี้แกจะเล็งนานขนาดนั้นทำไม? อย่างน้อยก็ช่วยแสดงให้มันเนียนๆ หน่อยสิวะ!"

ตอนนี้ชายผมเหลืองกำลังโกรธจัด เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าเย่ซูมาแย่งจักรยานไฟฟ้าของเขาไป

ถ้าเย่ซูไม่มาแทรกคิวด้านหน้าเขา ป่านนี้เขาอาจจะเป็นคนยิงโดนลูกโป่งรางวัลที่ 1 ลูกนั้นไปแล้วก็ได้!

"เออ นั่นสิ ฉันจำได้ว่าลูกโป่งนี่เพิ่งแขวนใหม่นะ พอพ่อหนุ่มนี่มาถึงก็ได้รางวัลที่ 1 เลย มันดูเหมือนเตี๊ยมกันมาเกินไปหน่อย"

เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของคนรอบข้างที่มองไปยังเย่ซูกับพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงสงสัย

ต้องยอมรับว่า เรื่องนี้มันฟังดูประจวบเหมาะเกินไปจริงๆ

พอได้ยินว่ามีคนเห็นด้วยกับตัวเอง ใบหน้าของชายผมเหลืองก็ฉายแววได้ใจขึ้นมา

ถ้าเขาโวยวายให้เรื่องมันใหญ่กว่านี้อีกหน่อย บางทีซูเปอร์มาร์เก็ตอาจจะยอมแขวนรางวัลที่ 1 เพิ่มอีกใบ แล้วเขาก็อาจจะได้จักรยานไฟฟ้าไปขี่บ้างก็ได้

"ปั้นน้ำเป็นตัวเก่งจังนะ พ่อคุณ"

แต่เย่ซูกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมเล่นตามน้ำไปกับเจ้าผมเหลืองนี่เลย

ต่อให้ฉันรู้ว่ารางวัลที่ 1 อยู่ตรงไหนแล้วจะทำไม? อยากมีเรื่องรึไง?

"เมื่อกี้แกพูดว่าไงนะ?"

พอถูกเย่ซูตอกกลับซึ่งๆ หน้า สีหน้าของชายผมเหลืองก็เปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์ทันที ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เย่ซู

แต่เย่ซูก็ไม่แสดงท่าทีอ่อนข้อ จ้องกลับไปเช่นกัน: "ก็แล้วที่ฉันพูดมันทำไมล่ะ? ไม่มีหลักฐานอะไรเลย อยู่ๆ ก็มากล่าวหาว่าฉันเป็นหน้าม้าของซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าเมื่อกี้แกพูดว่าอะไร"

ด้วยความสูง 180 เซนติเมตร ประกอบกับเสียงที่ดังขึ้นของเย่ซู ก็ทำให้ท่าทีฮึกเหิมของชายผมเหลืองแผ่วลงไปทันที

คนประเภทนี้ก็เป็นซะแบบนี้ พอพูดดีๆ ด้วยหน่อยก็เหลิง คิดว่าเราอ่อนแอรังแกง่าย แต่พอเราเอาจริงขึ้นมาบ้าง ก็เริ่มปอดแหก

พนักงานซูเปอร์มาร์เก็ตเห็นสถานการณ์ไม่คาดฝัน ก็รีบออกมาอธิบายทันที:

"คุณลูกค้าคะ เรารับประกันได้เลยว่ากิจกรรมนี้ไม่มีการเตี๊ยมกันแน่นอนค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อ ตอนที่ผู้จัดการของเรามาถึง คุณสามารถตามเขาไปที่ร้านเพื่อดูได้เลยนะคะว่าเราซื้อจักรยานไฟฟ้ามาจริงๆ!"

"เย่ซู มีเรื่องอะไรวะ?"

ในจังหวะนั้นเอง หลินจิงเจี๋ยที่ถือถุงข้าวของพะรุงพะรังก็เบียดฝูงชนเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงโวยวาย

พอเห็นว่าเย่ซูมีพวกมาเพิ่มอีกคน ชายผมเหลืองก็หุบปากฉับทันที ไม่กล้าต่อปากต่อคำอีก

เย่ซูเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จึงโบกมือให้หลินจิงเจี๋ย "ไม่มีอะไรมาก เพื่อนมึงแค่ดวงดีได้จักรยานไฟฟ้ามาคันนึง"

ในบรรดารูมเมททั้งสี่คน หลินจิงเจี๋ยเป็นคนที่ใจร้อนที่สุด และถ้าเพื่อนมีเรื่อง เขาก็พร้อมจะลุยให้อย่างเต็มที่จริงๆ

เมื่อเห็นว่าเจ้าผมเหลืองยอมถอยไปแล้ว เย่ซูก็ไม่อยากให้หลินจิงเจี๋ยไปยั่วโมโหมันอีก เดี๋ยวจะเกิดการปะทะกันขึ้นมาจริงๆ

"เชี่ย! จริงดิ?!" พอได้ยินว่าเย่ซูเพิ่งได้จักรยานไฟฟ้ามาหมาดๆ ปฏิกิริยาแรกของหลินจิงเจี๋ยคือไม่อยากจะเชื่อ

เย่ซูโบกสลิปในมือไปมาตรงหน้าเขา: "แล้วเพื่อนอย่างกูจะโกหกมึงเหรอ?"

หลังจากเห็นคำว่า 'รางวัลที่ 1' บนสลิปชัดๆ หลินจิงเจี๋ยก็ยอมรับความจริงที่ว่าเย่ซูเฮงสุดๆ ก่อนจะรีบควักมือถือออกมา เตรียมส่งข่าวดีของเย่ซูเข้าไปในกรุ๊ปแชทของหอพัก

เมื่อได้ฟังคำอธิบายของพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต ประกอบกับบทสนทนาระหว่างเย่ซูกับหลินจิงเจี๋ย ในที่สุดเหล่าไทยมุงก็เชื่ออย่างสนิทใจว่าเย่ซูแค่โชคดีสุดๆ จริงๆ ไม่ใช่หน้าม้าที่จ้างมา

การที่ตนกล่าวหาอย่างไม่มีเหตุผลถูกตอกกลับแบบนี้ ทำให้ชายผมเหลืองที่อยู่ข้างๆ รู้สึกหน้าร้อนผ่าวไปหมด

"คุณลูกค้าคะ สวัสดีค่ะ ผู้จัดการของเรากำลังลงมาแล้วค่ะ รบกวนคุณลูกค้ามาทางนี้ก่อนนะคะ เพื่อให้ลูกค้าท่านอื่นได้เล่นกิจกรรมต่อ"

"ครับ"

หลินจิงเจี๋ยยังต้องต่อคิวเพื่อเล่นเกมอยู่ เย่ซูจึงเดินตามพนักงานไปยืนรออยู่ด้านข้างตามที่เธอบอก

ส่วนชายผมเหลืองที่ก่อเรื่องเมื่อครู่รู้สึกอับอายจนอยู่ไม่ติด เขาจึงรีบยิงปืนรับรางวัลของตัวเอง แล้วรีบเดินหนีออกจากลานกิจกรรมไปอย่างรวดเร็ว

และก็ตามคาด เมื่อหลินจิงเจี๋ยส่งข่าวที่เย่ซูได้รางวัลใหญ่ลงในกรุ๊ปแชท สมาชิกอีกสองคนที่เหลือก็ระเบิดความคลั่งออกมาในกรุ๊ปทันที

"【หนุ่มฮอตอันดับสอง: เชี่ยยย! ไอ้ลูกหมานี่มันดวงดีระเบิดระเบ้ออะไรขนาดนี้วะ!】

【หนุ่มฮอตอันดับสี่: ข้าผู้เฒ่าอุตส่าห์ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์สุจริตมาทั้งชีวิต ทำไมไม่เคยเจอดวงดีแบบนี้บ้างเลยโว้ย!】

【หนุ่มฮอตอันดับสี่: โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมสิ้นดี ขอฟ้าผ่าไอ้คนดวงดีทีเถอะ!】"

เย่ซูตอบกลับข้อความเหล่านั้นอย่างใจเย็น ด้วยการส่งอีโมจิรูปหัวคนที่สวมหมวกกันน็อกเหล็กไปสองอัน

จบบทที่ ข่าวกรองวันละข้อ ก็รวยได้ตั้งแต่มหาลัยตอนที่13

คัดลอกลิงก์แล้ว