- หน้าแรก
- ข้าคือเซียนดาบแห่งสำนักเทียนสุ่ย
- บทที่ 11 ความตื่นเต้นของตู๋กูเยี่ยน
บทที่ 11 ความตื่นเต้นของตู๋กูเยี่ยน
บทที่ 11 ความตื่นเต้นของตู๋กูเยี่ยน
บทที่ 11 ความตื่นเต้นของตู๋กูเยี่ยน
"เปล่า ไม่มีอะไร"
เมื่อเห็นนิ่งหรงหรงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทั้งที่รู้อยู่เต็มอก มุมปากของเมิ่งชิวก็กระตุกเล็กน้อย ก่อนจะถอดใจเลิกล้มความคิดที่จะให้นางปล่อยมือ
"พี่เมิ่ง มือของท่านนุ่มจังเลย ใช้อะไรบำรุงมาหรือเปล่าคะเนี่ย?"
นิ่งหรงหรงลูบไล้ฝ่ามือของเมิ่งชิวอย่างถือวิสาสะ ท่าทางของนางราวกับอันธพาลสาวเจ้าสำราญไม่มีผิด
การกระทำนี้ทำให้เมิ่งชิวรู้สึกแปลกประหลาดในใจ
แม้จะมีผู้หญิงมากมายที่ปรารถนาในตัวเขา แต่นิ่งหรงหรงนั้นจัดอยู่ในประเภทที่เหนือชั้นกว่าคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
หากเทียบกันแล้ว แม้แต่สุ่ยเยว่เอ๋อร์ก็ยังดูสำรวมกว่ามาก
ท้ายที่สุด เขาและสุ่ยเยว่เอ๋อร์รู้จักกันมานาน ในขณะที่เพิ่งจะเจอกับนิ่งหรงหรงเป็นครั้งแรก
สมแล้วที่นางได้รับฉายาว่า "แม่นางมารน้อย" จะมองนางด้วยสายตาแบบคนทั่วไปไม่ได้จริงๆ
"พี่เมิ่ง ท่านเรียนอยู่ที่โรงเรียนเทียนสุ่ยใช่ไหมคะ?" นิ่งหรงหรงเอ่ยถาม
"อืม" เมิ่งชิวพยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อได้ยินดังนั้น นิ่งหรงหรงก็แสดงความสงสัยออกมา "แต่ข้าได้ยินมาว่าโรงเรียนเทียนสุ่ยรับเฉพาะศิษย์ผู้หญิงไม่ใช่หรือ แล้วพี่เมิ่งเข้าไปเรียนได้ยังไงกัน?"
"หรือว่าจะเป็น..."
ราวกับนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมาได้ สายตาของนิ่งหรงหรงค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปยังเบื้องล่างของเมิ่งชิวอย่างช้าๆ
เมื่อสังเกตเห็นสายตานั้น คิ้วของเมิ่งชิวก็กระตุกขึ้นทันที เขาไม่สนมารยาทอีกต่อไป ดีดนิ้วลงบนหน้าผากมนเนียนของนิ่งหรงหรงดังเปาะ
"คิดอะไรของเจ้า!"
"ที่ข้าเข้าเรียนได้ก็เพราะท่านอธิการบดีเป็นอาจารย์ของข้า ต่างหากเล่า!"
เมิ่งชิวกล่าวอย่างระอาใจ ความคิดเมื่อครู่ของนิ่งหรงหรงถือว่าหมิ่นเกียรติลูกผู้ชายอย่างร้ายแรง
"งั้นหรอกหรือ..." นิ่งหรงหรงถอนหายใจด้วยความเสียดายเล็กน้อย
ท่าทางนั้นยิ่งทำให้เมิ่งชิววางตัวไม่ถูก
เดี๋ยวนะ เจ้าจะมาเสียดายอะไร?!
หรือว่าเจ้าผิดหวังที่เหตุผลมันไม่ใช่แบบที่เจ้าคิดงั้นหรือ?
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้อยู่ด้วยกัน เมิ่งชิวก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมใครๆ ต่างก็เรียกนิ่งหรงหรงว่าแม่นางมารน้อย
หลังจากถูกนิ่งหรงหรงลากตัวไปคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่นานจนฟ้าเริ่มมืด นิ่งเฟิงจื้อผู้เป็นบิดาก็เดินทางมาถึง เมิ่งชิวจึงหลุดพ้นจากการเกาะแกะของนางได้ในที่สุด
เมื่อนิ่งหรงหรงและคณะจากไป เมิ่งชิวก็สะบัดมือคลายกล้ามเนื้อ
ถูกนิ่งหรงหรงกุมมือไว้นานขนาดนั้น เล่นเอาฝ่ามือของเขาชาไปหมด
"ศิษย์น้องเล็ก คุณหนูตระกูลหอแก้วเจ็ดสมบัติไม่ได้ทำมิดีมิร้ายเจ้าใช่ไหม?"
สุ่ยเยว่เอ๋อร์สลัดหลุดจากการจับกุมของสุ่ยปิงเอ๋อร์ แล้วรีบวิ่งแจ้นมาหาเมิ่งชิว สายตากวาดมองสำรวจทั่วร่างราวกับกำลังมองหาร่องรอยความเสียหาย
"ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก" เมิ่งชิวตอบด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หากใครไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงคิดว่าเขาเป็นฝ่ายหญิงที่ถูกลวนลามเป็นแน่!
"ค่อยยังชั่ว!" สุ่ยเยว่เอ๋อร์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก นางนึกว่าโดนแย่งซีนไปเสียแล้ว
แม้สุ่ยปิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ จะไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกจนเกินเหตุเหมือนสุ่ยเยว่เอ๋อร์ แต่สีหน้าของพวกนางก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"เสี่ยวเมิ่ง ในเมื่อการประลองแลกเปลี่ยนจบลงแล้ว พวกเรากลับโรงเรียนกันเถอะ" สุ่ยปิงเอ๋อร์ก้าวเข้ามาเอ่ยชวน
เมื่อก่อนนางเคยคิดว่าโรงเรียนเทียนสุ่ยนั้นอันตรายเกินไปสำหรับผู้ชายเพราะมีแต่ผู้หญิง
แต่ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่า ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามราวกับเทพสร้างของเมิ่งชิว ตราบใดที่มีเพศตรงข้ามอยู่ ไม่ว่าที่ไหนก็อันตรายสำหรับเขาทั้งนั้น
อย่างน้อยที่โรงเรียนเทียนสุ่ย เรื่องราวส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสายตาและการควบคุมของนาง
ทว่าเมิ่งชิวกลับส่ายหน้า เขาปฎิเสธที่จะกลับโรงเรียนในตอนนี้
"พี่ปิงเอ๋อร์ พวกท่านกลับไปก่อนเถอะ ข้ารับปากคำเชิญของคุณหนูตู๋กูว่าจะไปเยี่ยมบ้านนาง ดังนั้นข้าจะพักที่เมืองเทียนโต่วต่ออีกสักพัก"
ตู๋กูเยี่ยนได้เอ่ยปากเชิญเมิ่งชิวไว้ก่อนหน้านี้จริง และเขาก็ตอบตกลงไปแล้ว
เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เขาต้องการจัดการเรื่องธาราสองขั้วให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
"อย่างนั้นหรือ..."
เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งชิว สุ่ยปิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ ต่างแสดงสีหน้าอาลัยอาวรณ์อย่างปิดไม่มิด
"เสี่ยวเมิ่ง ให้พวกเราลองคุยกับอาจารย์ดูอีกทีไหม?" สุ่ยปิงเอ๋อร์เสนอ
"ไม่จำเป็นหรอก" เมิ่งชิวส่ายหน้า "ข้าเชื่อว่าท่านอาจารย์คงเข้าใจ พี่ปิงเอ๋อร์ พวกท่านกลับไปเถอะ"
เมื่อเห็นเขายืนกรานเช่นนั้น แม้จะไม่อยากแยกจากกัน แต่สุ่ยปิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ ก็ทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับ
"หัวหน้าทีม ห้ามไปใจอ่อนให้สาวๆ ข้างนอกนะ! ยังมีพี่น้องในโรงเรียนอีกตั้งมากมายรอเจ้าอยู่!"
ในวินาทีสุดท้ายก่อนจะแยกย้าย เสิ่นหลิวอวี้ไม่ลืมที่จะโบกมือตะโกนกำชับเสียงดัง
สุ่ยเยว่เอ๋อร์และคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยเป็นพัลวัน
แม้แต่สุ่ยปิงเอ๋อร์ผู้ซึ่งมักจะไม่ค่อยแสดงความรู้สึก ก็ยังเอ่ยเตือนเสียงเบาว่า "ระวังตัวด้วย ผู้หญิงข้างนอกน่ะอันตราย"
เอ่อ... ครับ
เมิ่งชิวรับคำในลำคออย่างขอไปที
อันตราย? จะอันตรายสักแค่ไหนเชียว?
มันจะอันตรายไปกว่าโรงเรียนเทียนสุ่ยที่เป็นดงปีศาจสาวพราวเสน่ห์พวกนั้นได้อีกหรือ?
หลังจากร่ำลาสุ่ยปิงเอ๋อร์และคณะ มันก็ดึกมากแล้ว เมิ่งชิวจึงเข้าพักในโรงแรมที่ตู๋กูเยี่ยนจัดเตรียมไว้ให้
......
เช้าวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่ฟ้าเริ่มสาง ตู๋กูเยี่ยนก็มาเคาะประตูห้อง
"คุณหนูตู๋กู มาเช้าขนาดนี้เชียวหรือ?"
เมื่อเปิดประตู เมิ่งชิวที่ตายังดูงัวเงียมองไปยังตู๋กูเยี่ยนผู้เลอโฉมที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ตลอดหลายปีมานี้ เขาไม่เคยละเลยการฝึกฝน แต่ด้วยปมในใจเรื่องการตายกะทันหันในชาติก่อน ทำให้เมิ่งชิวให้ความสำคัญกับการพักผ่อนเป็นอย่างมาก
ตามปกติแล้ว เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา
"ข้ารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรือเปล่า?"
เมื่อเห็นสภาพที่ยังตื่นไม่เต็มตาของเมิ่งชิว ตู๋กูเยี่ยนก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา
นางเพียงแค่อยากเจอหน้าเมิ่งชิวไวๆ จนลืมคิดไปว่าเขาอาจจะยังหลับอยู่
สาเหตุหลักเป็นเพราะความแข็งแกร่งและระดับพลังของเมิ่งชิวทำให้ตู๋กูเยี่ยนเข้าใจผิด
นางคิดไปเองว่า การที่เมิ่งชิวมีพลังฝีมือสูงส่งขนาดนี้ในวัยเพียงเท่านี้ เขาจะต้องเป็นคนที่ขยันหมั่นเพียรอย่างยิ่งยวด
การนอนดึกตื่นเช้าน่าจะเป็นกิจวัตรปกติของเขา
แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เมิ่งชิวฝึกก็ส่วนฝึก แต่เมื่อถึงเวลาพัก เขาก็จะพักอย่างเต็มที่โดยไม่เบียดเบียนเวลา
ชาติที่แล้วเขาโหมงานหนักจนตัวตายมาแล้ว เมื่อมีโอกาสได้ใช้ชีวิตที่สอง เขาไม่มีทางทำพลาดซ้ำเดิมแน่
อีกอย่าง การฝืนฝึกฝนทั้งที่ร่างกายอ่อนล้า อาจไม่ได้ผลดีไปกว่าการฝึกในระยะเวลาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจผิดนี้ก็มีกำไรอยู่บ้าง...
สายตาของตู๋กูเยี่ยนเหลือบไปเห็นไหปลาร้าที่เด่นชัดและกล้ามอกรำไรภายใต้สาบเสื้อนอนที่หลุดรุ่ยเล็กน้อยของเมิ่งชิว นางเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว
ลำพังเมิ่งชิวก็มีเสน่ห์ดึงดูดมากพออยู่แล้ว แต่เมื่ออยู่ในสภาพที่ดูเป็นกันเองเช่นนี้ มันกลับทำให้ตู๋กูเยี่ยนรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างประหลาด
นี่มันคือกำไรทางสายตาชัดๆ!
ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นขึ้นมาที่จมูก
โชคดีที่ตู๋กูเยี่ยนตั้งสติทัน นางรีบโคจรพลังวิญญาณสกัดกั้นเลือดกำเดาเอาไว้ได้ทันท่วงที รอดพ้นจากสถานการณ์น่าขายหน้าไปได้อย่างหวุดหวิด
"คุณหนูตู๋กู เชิญเข้ามานั่งข้างในก่อน ข้าขอตัวไปเปลี่ยนชุดสักครู่"
เมิ่งชิวไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของตู๋กูเยี่ยน เขาเดินกลับเข้าไปในห้องพร้อมถอดเสื้อนอนออก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่ถูกขัดเกลามาอย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อเห็นภาพนั้น ใบหน้าสวยของตู๋กูเยี่ยนก็ยิ่งแดงซ่าน นางรีบแทรกตัวเข้าห้องและปิดประตูลงกลอนทันที กลัวเหลือเกินว่าจะมีคนแปลกหน้า โดยเฉพาะพวกผู้หญิงเดินผ่านมาเห็นภาพนี้เข้า
แต่ช่วงเวลาอาหารตาก็อยู่ได้ไม่นาน เมิ่งชิวใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
เขาสวมชุดสีขาวสะอาดตา ปราศจากลวดลายประดับรกตา
สีขาวบริสุทธิ์เมื่ออยู่บนร่างของเมิ่งชิว กลับแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาดในสายตาของตู๋กูเยี่ยน