เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Golden Time - ตอนที่ 15 [อ่านฟรี]

Golden Time - ตอนที่ 15 [อ่านฟรี]

Golden Time - ตอนที่ 15 [อ่านฟรี]


ตอนที่ 15

ข้างนอกหน้าต่างรถ ซูฮยอคนั่งมองเสาไฟข้างทางที่ผ่านรถเขาไปอย่างรวดเร็ว

ซูฮยอคจ้องมองแสงไฟจากข้างทางที่ค่อย ๆจางหายไปทุกครั้งที่รถเคลื่อนผ่าน

มันเป็นเงื่อนไขที่ยากจะปฏิเสธได้จริง ๆสำหรับเขา : เงินมากถึง 600,000 วอนกับการอยู่บ้านชายคนนั้นแค่ 3 ชั่วโมง แถมสอนพิเศษแบบส่วนตัวที่บ้านอีก เขาไม่ได้รับเพียงแค่เงินแต่ยังได้เรียนพิเศษฟรีอีก

แล้วงี้มันจะมีปัญหาตามมามั้ยเนี่ย?’

“นายดูกังวลมากไปนะ” คนขับรถพูด

ซูฮยอคเกาหัวกับคำพูดของคนขับรถ

“ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะโอเครึเปล่า” ซูฮยอคพูด

“นายหมายความว่าไง?” คนขับรถถาม

“ผมหมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้านายคุณทำให้ผม”

คนขับรถจับพวงมาลัยและพยักหน้า

จริง ๆแล้วคำพูดของซูฮยอคก็ฟังดูมีเหตุผล เรียนพิเศษฟรีแถมยังได้ค่าจ้างรายชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียอะไรให้ชายคนนั้นเลย

ของขวัญที่เขาได้มอบให้ซูฮยอคก่อนหน้านั้น มันก็คือรางวัลตอบแทนกับสิ่งที่ซูฮยอคทำให้แม่ของเขา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันดูมีบางอย่างที่ต่างออกไป เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงความกตัญญูที่เขามีต่อแม่เช่นกัน

ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาไม่เพียงแต่เสียพ่อไป ยังรวมถึงภรรยาและลูกชายของเขาด้วย มีสมาชิกครอบครั้วเพียงคนเดียวที่รอดมาได้นั่นก็คือ แม่ของเขา

แต่เขาก็ยังพอมีญาติพี่น้องอยู่บ้าง แต่พวกเขามีความคิดที่จ้องจะฮุบสมบัติของเขาทั้งหมด ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากจะนับญาติกับพวกนั้นสักเท่าไร

และตอนนี้ก็มีแค่ผู้หญิงที่เขาเรียกว่า แม่ เป็นเพียงคนเดียวที่เขานั้นทั้งรักและนับถือจากบรรดาสายเลือดเดียวกับเขาทั้งหมด

ปกติแล้วเขาปกป้องแม่ของเขามาก

คนขับรถที่กำลังนึกถึงเจ้านายของเขาอยู่ก็พูดขึ้นมาว่า

“นายคู่ควรแล้วที่จะได้รับของขวัญเหล่านั้น”

เพราะนายเป็นเหมือนดั่งผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตแม่ของเขาไว้ไงล่ะ’ คนขับรถคิดในใจ

ซูฮยอคกำลังมุ่นคิดถึงเรื่องข้อเสนอนั่น เพื่อที่จะได้ตัดสินใจ เขาไม่ควรพลาดโอกาสดี ๆแบบนี้

แล้วรถก็มาถึงหน้าบ้านของซูฮยอค

ซูฮยอคโบกมือลาและพูดว่า “ขับรถดี ๆนะครับ”

“ครับ ไว้เจอกันอีกสัปดาห์ข้างหน้า” คนขับรถตอบกลับ

เขาหมายถึงเขาจะไปรับซูฮยอคที่โรงเรียน

ซูฮยอคพูดว่าเขาควรไปบ้านของชายคนนั้นสัปดาห์หน้า คงเป็นช่วงเดียวกับที่เขาต้องจ่ายค่าเทอมกับรับเงินที่ได้จากการส่งหนังสือพิมพ์

แล้วดงซูล่ะ เขาไม่ได้สัญญาไว้ว่าจะติวให้ใช่มั้ย? แค่เพียงอาทิตย์เดียว

ซูฮยอคคิดราวกับว่าเรื่องสอนพิเศษทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเต็มที มันคงทำให้ดงซูหัวเสียได้ กล่าวคือทางออกที่เร็วที่สุดจากแผนที่เขาจะต้องสอนพิเศษ

………..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..………

วันต่อมาซูฮยอคไปพบดงซูที่ห้องอ่านหนังสือตามสัญญา

เขาไม่ได้ไปเรียนพิเศษ ถ้าเขาไปเรียนส่วนตัวที่บ้านของชายคนนั้นเขาจะมีความก้าวหน้าเรื่องเรียนโดยตรงแต่อาจจะไม่ได้ที่โรงเรียนสอนพิเศษเลย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องอยู่กับดงซู

เขาพร้อมที่จะทุ่มเทพลังและเวลาเท่าที่มีให้กับดงซู มันจะเป็นบทเรียนที่เข้มข้นยิ่งกว่าการซ้อมรบของชาวสปาตัน เมื่อ    ซูฮยอคมาถึงห้องอ่านหนังสือ เขาก็พูดบางอย่างที่สำคัญออกมา

“เราเข้าไปกันเลยมั้ย?”

“โทนเสียงนั่นดูหวาดระแวงฉันนิด ๆนะ” ดงซูพูด

ซูฮยอคถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเข้ามาในห้อง

ห้องอ่านหนังสือมีโต๊ะและฉากกั้นมันเงียบมาก แต่ทุกคนต่างดูวอกแวก บางคนแลกเปลี่ยนบทสนทนากันอย่างสนุกสนานเหมือนกับไม่เจอกันมานาน และเหล่าบรรดาพวกที่จองโต๊ะไว้ก็เข้า ๆออก ๆห้องบ่อยจนเหมือนกับว่าพวกเขามาที่นี่เพราะเปลี่ยนที่พักผ่อนหย่อนใจกับเพื่อน ๆไม่ได้มาอ่านหนังสือ

ระบบการจัดการของห้องสมุดนั้นหละหลวมมาก บางทีอาจเป็นเพราะว่ามันไม่เสียค่าเข้าด้วยมั้ง?

ซูฮยอคคิดว่านี่เป็นความผิดของตนที่ไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขของห้องสมุดก่อนล่วงหน้า

ในขณะนั้น ดงซูที่กำลังเอามือเกาหน้าอยู่ก็พูดขึ้นมาว่า

“ฉันคิดว่ามันคงหนวกหูไปหน่อยที่จะนั่งเรียนว่ามั้ย?”

ซูฮยอคพยักหน้าแล้วตอบกลับว่า “มีอีกที่หนึ่งใกล้ ๆ เราไปที่นั่นกัน”

เมื่อซูฮยอคกำลังจะเดินไป ดงซูก็คว้าแขนของซูฮยอคไว้

“นายจะไปหาที่อื่นทำไมให้ยุ่งยาก” “เฮ้! ไอพวกงี่เง่า!”

เสียงตะโกนของเขาดังไปทั่วห้องอ่านหนังสือ และสายตาทุกคู่ก็หันมาจับจ้องที่เขา

“เป็นเชี่ยไรของแกวะ?”

สายตาดงซูจ้องเขม็งทีละคน และเดินช้า ๆไปที่ตรงกลางห้อง

“ที่นี่เค้าไว้ใช้สังสรรค์กันหรอ? พวกงี่เง่านี่พวกนายไม่รู้หรอว่าที่นี่เขาไว้ใช้เพื่อการเรียน?”

จากนั้นเขาก็ตรงไปหาชายคนหนึ่งที่จ้องมองดงซูราวกับจะง้างหมัดใส่หน้า

ดงซูยิ้มกว้างให้และพูดขู่ว่า “เฮ้ ถ้าไม่อยากตาย ช่วยนั่งเฉย ๆด้วย!”

ต่อมาชายคนนั้นที่ใช้สายตาจ้องสู้กับดงซูก็รีบหนีออกจากห้องไปโดยพลัน

“เงียบขึ้นแล้วใช่มั้ย? เรามาเริ่มเรียนกันเถอะ”

ซูฮยอคถึงกับยืนอึ้งเมื่อได้เห็นสิ่งที่ดงซูทำไปเมื่อครู่

………..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..……..………

พวกเรียนนั่งเรียนกัน 2 ชั่วโมงติดโดยไม่มีหยุดพัก ซูฮยอคพยายามที่จะแค่นให้ดงซูจำสูตรคิตศาสตร์ให้ได้ หากเขาไม่เข้าใจ ซูฮยอคจะอธิบายซ้ำไปซ้ำไปมาจนกว่าเขาจะเข้าใจ เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ดงซูเข้าใจได้มากขึ้น เขาไม่ให้ดงซูพักเลย จนผ่านไปอีกชั่วโมง

“ให้ฉันไปห้องน้ำหน่อยสิ” ดงซูพูด

“งั้นนายกลับมาเร็ว ๆนะ หัวข้อนี้สำคัญมาก ถ้าแรงผลักดันเรื่องเรียนมันหายไประหว่างทาง มันจะกลับมาทำความเข้าใจยากทันทีเมื่อนายต้องมาทวนหนังสือด้วยตัวเอง”

ดงซูพยักหน้าและเดินออกจากห้องไป

10 นาทีผ่านไปดงซูก็กลับเข้ามาพร้อมกลิ่นบุหรี่คลุ้ง พูดว่า “ฉันคิดว่าเราค่อยมาต่อกันพรุ่งนี้ วันนี้ฉันไปต่อไม่ไหวแล้ว เพราะฉันรู้สึกเหมือนกับว่าสมองของฉันมันกำลังจะแยกเป็นส่วน ๆ”

ซูฮยอคพยักหน้าเบา ๆแล้วคิดในใจว่า

ดงซูตกเป็นเหยื่อเรียบร้อยแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาคงล้มเลิกการสอนนี่ในอีก 2 ถึง 3 วันต่อมา บางทีพรุ่งนี้เขาอาจจะไม่มาก็ได้ พฤติกรรมที่ไม่ทันคาดคิดของเขาคงจะมาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้นะ’

หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และซูฮยอคต้องรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขามาถึงที่โรงเรียนเพราะดงซูโกนผมของเขา

เขาคิดดีแล้วหรอเนี่ย?’

ดวงตาทั้งคู่ของเขาเป็นประกายราว

“นายโกนผมหรอ?”

ดงซูผมลูบหัวที่ผมเหลือแค่เส้นเป็นตอแข็ง ๆเปิดปากพูดขึ้น “ฉันคิดว่า ฉันก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน ก็เลย โกนมันทิ้งให้เอี่ยมไปเลย นี่นายกำลังจะไปห้องอ่านหนังสือใช่มั้ย?”

“อ้อ ใช่ ฉันจะไป”

ซูฮยอครู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป

ซูฮยอคกับดงซูตรงไปที่ห้องอ่านหนังสือหลังจากโรงเรียนเลิก

ระหว่างทางไปห้องอ่านหนังสือ กลุ่มเด็กนักเรียนถึงกับหลีกทางให้เขาทั้งคู่เหมือนกับปฏิหาริย์ของโมเสส* โดยปกติแล้วดงซูก็มีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้วจากเรื่องชกต่อยของเขา แถมตอนนี้ยังโกนผมอีกยิ่งเป็นการเพิ่มลุคให้ดูน่าเกรงขามขึ้นเด็กนักเรียนบางคนถึงกับหลบสายตาดงซูอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึง พวกเขาก็เข้าไปในห้องอ่านหนังสือ ห้องเงียบมากแล้วคนก็ดูน้อยลงกว่าเมื่อวานไปหน่อย เห็นได้ชัดว่านั่นคงเป็นเพราะสิ่งที่ดงซูทำลงไปเมื่อวาน

“นายยังไม่ลืมสิ่งที่เรียนไปเมื่อวานใช่มั้ย? งั้นมาทวนกัน”

ดงซูถอนหายใจยาวก่อนจะพูดขึ้น “ฉันว่า ฉันคงลืมไปบ้าง เดี๋ยวลองทวนดูนะ”

ดงซูนั่งลงและเริ่มเรียนอีกครั้ง

ในขณะนั้นเอง ประตูห้องอ่านหนังสือก็ถูกเปิดออกและกลุ่มเด็กนักเรียน 5 คนที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยก็เข้ามาในห้อง ในหมู่พวกนั้นมีใบหน้าหนึ่งที่คุ้น ๆอยู่ คนหนึ่งในกลุ่มลุกออกจากที่นั่งกำลังจ้องสายตากับดงซูไม่ละสายตา เขาเปิดปากพูดขึ้นขณะที่จ้องซูฮยอคและดงซูไปด้วย

“ฉันอยากจะคุยกับนายด้วย ไปคุยกันข้างนอกสักครู่ได้มั้ย?”

ดงซูเลื่อนเก้าอี้ออกและลุกขึ้น

ซูฮยอคก็ลุกขึ้นตาม แต่ดงซูยั้งเขาไว้ให้นั่งตามเดิม

“นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน นายอยู่นี่เพื่อเตรียมบทเรียนสำหรับวันนี้เถอะ”

ดงซูออกจากห้องไปพร้อมกับกลุ่มนักเรียนนั่น ซูฮยอครู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อยเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็ไม่เห็นพวกเขาแล้ว เขาจะโอเคมั้ย? แต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญอะไรว่าดงซูจะสู้ได้มั้ยเพราะพวกนั้นมีกันถึง 5 คน ซูฮยอคลุกจากที่นั่ง

จากนั้น ดงซูก็กลับมาทันที กำลังเช็ดริมฝีปากของตัวเองไปด้วย

เขาพูดว่า “ฉันทำให้พวกมันกลับบ้านไปแล้ว เรามาเริ่มเรียนกันเถอะ”

ซูฮยอคพยักหน้าอย่างช้า ๆ เขาเนี่ยนะไล่เตะพวกนั้นจนกลับบ้านไป?

เพิ่มเติม :

*ปาฏิหาริย์โมเสส (Moses Miracle) ทะเลแยกที่เกาะจินโด เกาะจินโด(Jindo Island) ในเกาหลีใต้เป็นสถานที่ที่เกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติที่น่าทึ่งขึ้น เราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า Moses Miracle ปรากฎการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น 2 ครั้งต่อปี ในช่วงเวลาที่ระดับน้ำทะเลลดลง จะปรากฎให้เห็นทางเดินเชื่อมระหว่างเกาะโมโดไปยังเกาะจินโด มีความยาวทั้งสิ้น 2.8 กิโลเมตร กว้าง 40 เมตร เป็นเวลานาน 1 ชั่วโมง

จบบทที่ Golden Time - ตอนที่ 15 [อ่านฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว