เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 เบื้องหลังเหตุการณ์ (อ่านฟรี)

บทที่ 120 เบื้องหลังเหตุการณ์ (อ่านฟรี)

บทที่ 120 เบื้องหลังเหตุการณ์ (อ่านฟรี)


บทที่ 120 เบื้องหลังเหตุการณ์

"วูบ!"

ลูกบอลสีน้ำเงินสองลูกพุ่งขึ้นไปในอากาศในขณะที่หมุนไปรอบๆ และสามารถมองเห็นพวกมันรวมกันจนมีขนาดใหญ่ที่ราวกับว่ามันจะรุนแรงยิ่งกว่าท่าไม้ตายของโกสต์วอล์คเกอร์เสียอีก

อัศวินขนนกแดงชูดาบขึ้นเหนือหัว และเสี้ยววินาทีต่อมามันก็เหวี่ยงดาบลงมาด้วยแรงอันเหลือเชื่อ จนเกิดคลื่นกระแทกที่แหลมคม ดาบและคลื่นที่ห่อหุ้มดาบได้ผ่าเข้าที่กลางลูกระเบิดมานาขนาดมหึมานั้นและแยกมันออกเป็นสองส่วนอย่างสมบูรณ์แบบ

ในไม่ช้าแต่ละส่วนก็ลอยผ่านเขาไป

ท่าไม้ตายของรอยจะไม่ทำร้ายเขาหรือแม้แต่ทำให้เขาขยับออกจากที่สักหนึ่งนิ้วก็ทำไม่ได้ ดูเหมือนอัศวินตนนี้จะแข็งแกร่งมาก

แต่... รอยกลับคิดตรงกันข้าม

รอยยิ้มที่ซุกซนและชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าของเขา บอกว่าถึงเวลาแล้วที่อัศวินผู้หยิ่งยโสจะต้องทนทุกข์ทรมานแล้ว

"ตูม!"

ขณะที่พวกมันเคลื่อนไปทางซ้ายและขวา พวกมันสั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนระเบิดออกมา

เขาถูกระเบิดโจมตีที่ด้านข้างอย่างไม่ทันตั้งตัว

คลื่นกระแทกรุนแรงมากจนทุกคนในห้องเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ แม้แต่รอยยังต้องเหวี่ยงดาบลงอย่างแรงเพื่อลดคลื่นกระแทกบางส่วนที่พุ่งเข้ามาหาเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ

"หวืด!"

ฝุ่นยังก่อตัวขึ้น ณ จุดที่มีการระเบิด

รอยไม่สามารถมองทะลุไปได้

ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าอัศวินขนนกจะรอดหรือไม่

เขาไม่ต้องรอนาน เพียงแค่โบกมือ อัศวินขนนกสีแดงก็ทำลายเมฆฝุ่นให้กระจายออกไป

เมื่อเขาปรากฏตัวออกมาอย่างชัดเจน และสิ่งที่รอยเห็นทำให้สีหน้าของเขาตกตะลึงราวกับคนกระโดดบันจี้จัมป์ครั้งแรกในชีวิต

อัศวินไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว อย่างไรก็ตามมีรอยแตกขนาดใหญ่บนชุดเกราะของเขา แต่นั่นมันเป็นเพียงความเสียหายเดียวที่ท่าไม้ตายของรอยทำกับเขาได้ บัดซบเอ้ย!

ผู้ใต้บังคับบัญชาของอัศวินทั้งสองสามารถเห็นการต่อสู้ของพวกเขาอยู่ด้านหลัง

โดยไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นรอบๆ พวกเขาสบตากันอย่างนิ่งงัน

และแล้ว… อัศวินขนนกแดงก็โค้งคำนับรอยอย่างน่าประหลาดใจ!!!

รอยตกใจมากกับสิ่งนั้น

“บทแรกของบทเพลงที่สามของนินัม และตอนนี้คือความสามารถในการควบแน่นมานาเป็นอาวุธเพื่อสร้างรอยบุบในชุดเกราะของข้าได้พิสูจน์แล้วว่าข้อสงสัยของข้านั้นถูกต้อง… ท่านคือลอร์ดของข้าจริงๆ!” อัศวินขนนกแดงกล่าวอย่างมีอารมณ์

"หือ? ทำไมข้าจำไม่ได้ว่ามีอัศวินอย่างเจ้าคอยรับใช้ข้า?" รอยมองเขาอย่างสงสัย

ถ้าคนที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าคุณหันมาโค้งคำนับให้คุณและอ้างว่าคุณเป็นเจ้านายของเขา คุณจะไว้ใจเขาหรือไม่?

รอยอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเขาจะถูกจัดการในวินาทีสุดท้ายที่เขาลดการ์ดลงหรือไม่

ดังนั้นเขาจึงยังคงระแวดระวังและถอยห่างจากอัศวินขนนกแดง

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา อัศวินก็ยืดหลังตรงและกระพริบตาอย่างสับสน “ท่านจำไม่ได้เหรอ?”

“ข้าลืมอะไรไปงั้นหรือ” รอยถาม

อัศวินส่ายหัวด้วยความผิดหวังและหันกลับมา เห็นเขาเดินกลับไปบัลลังก์พร้อมดีดนิ้วมือของเขา การ์กอยล์ที่ต่อสู้กับเดไลลาห์และตัวที่ไล่ตามจูเลียนก็บินกลับไปที่จุดเดิมทันที ต่างก็มาหยุดอยู่คนละฟากบัลลังก์ ดูเหมือยพวกเขาจะไม่เคลื่อนไหวเว้นแต่จะได้รับคำสั่ง

ส่วนอัศวินนั้นประทับนั่งบนบัลลังก์และเอาขาไขว่ห้างด้วย

เขาเพียงตอบว่า "คำตอบนี้ ท่านค้นหาด้วยตัวเอง"

รอย: "…" ผู้ชายคนนี้มีรูที่หัวหรือเปล่า? ฉันจะไปค้นหาได้ที่ไหนล่ะ!!!

เดไลลาห์และจูเลียนวิ่งเยาะๆมาหาเขา พวกเขาสงสัยว่าอะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเช่นนี้ แต่ก็ยังน่ายินดีในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ของพวกเขา

“ตั้งแต่ท่านมาที่นี่ ข้าเชื่อว่าท่านมาเพื่อเอามันคืนไป” อัศวินกล่าวหลังจากนั้นครู่หนึ่ง

"ถ้างั้น "มัน" ที่เจ้าหมายถึงคือขลุ่ยแห่งความโกลาหลหรือไม่” รอยถาม

อัศวินพยักหน้าเห็นด้วย "อันที่จริง มันเป็นของท่านโดยชอบธรรมตั้งแต่แรก ข้าปกป้องมันมานานเกินไป มันสร้างปัญหาให้ข้าโดยไม่จำเป็น มีเหล่าแมลงเข้ามาในวังของข้าหลายครั้งเกินกว่าที่ข้าจะนับได้ พวกมันรบกวนข้าจากการหลับใหล ตอนนี้สิ่งนี้จะตกอยู่ในความรับผิดชอบของท่าน ท่านจะต้องปกป้องมันจากวิญญาณชั่วร้าย นายท่าน!" เขาดึงสิ่งของออกมาและโยนขึ้นไปในอากาศ

รอยกระโดดขี้นและรับมันไว้

เมื่อเปิดฝ่ามือออก เขาเห็นว่าวัตถุนี่มันดูเหมือนเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของขลุ่ย

แต่เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกชั่วร้ายจากมัน

ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่ามันเป็นชิ้นส่วนที่ 4 ของขลุ่ยก่อความโกลาหล

รอยรู้สึกเหมือนกำลังถืออาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอยู่ในมือ และสายลับจะมารับตัวเขาไปเพราะครอบครองสิ่งที่อาจทำให้ชีวิตนับล้านตกอยู่ในความเสี่ยง

“ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้… ข้ายังไม่พร้อมสำหรับมัน”

เขาต้องการที่จะคืนมัน

เพราะนี่คือสิ่งที่เคออสกำลังมองหา

ถ้ามันรู้ว่าสิ่งนี้อยู่กับเขา มันจะต้องส่งผู้ติดตามหลายร้อยหรืออาจถึงพันคนที่ทรงพลังจริงๆ ตามล่าชีวิตน้อยๆ ของเขาเพื่อเอามันมาไป!

รอยต้องการที่จะอยู่ในเงามืดและขัดขวางแผนการของพวกมันในขณะที่เพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นไปด้วย

แต่... สิ่งนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง

"ไม่มีใครเกิดมาพร้อมทุกอย่าง ท่านต้องเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู สิ่งนี้จะดึงดูดแมลงเข้ามาหาท่าน แต่ท่านจะเติบโตขึ้นหลังจากทุบพวกมันลงไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม - นั้นคือนรก! โชคดีนายท่าน!" หลังจากพูดจบ ไอ้ขนแดงก็ไม่เปิดโอกาสให้รอยปฏิเสธในขณะที่เขาเปิดประตูมิติใต้เท้ารอยและเท้าของอีกสองคน พวกเขาถูกดูดเข้าไปข้างในและหายไปจากห้องบัลลังก์

"เอี๊ยด!"

วินาทีต่อมา กำแพงด้านหลังบัลลังก์ก็เปิดออก เผยให้เห็นแถวของอัศวินมากมาย รูปปั้นของชายครึ่งเอลฟ์ที่หล่อเหลาจนตาพร่า และนักล่ามากมายที่ยืนอยู่ใต้เงาก็ปรากฏให้เห็นเช่นกัน

มีจิ้งจอกสวยแต่งตัวล่อแหลมเดินออกมาจากใต้เงานั้นแล้วกระซิบข้างหูอัศวินว่า "เขากลับมาแล้ว จะทำอย่างไรต่อดี?"

"เขาจำอะไรไม่ได้เลย วันที่บัลลังก์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งรัตติกาลจะได้พบเจ้านายของมันแล้ว มันจะเป็นวันที่พวกเราจะได้กลับไปยังฟาร์เวสต์ เตรียมพร้อม... สำหรับวันแห่งโชคชะตานั้น ปลุกเหล่ามนุษย์ ให้พวกเขาปราบปรามกลุ่มใกล้เคียง และให้พวกเขาบังคับผู้ที่ไม่เห็นด้วยและเหล่าสัตว์อสูรให้ยอมจำนน เราต้องการกองทัพเพื่อทำให้เจ้านายของเราพอใจ "

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ จิ้งจอกก็เดินกลับไปยังสถานที่ที่เธอเพิ่งออกมา และทำลายวงเวทย์ที่อยู่ติดกับรูปปั้นให้แตกเป็นชิ้นๆ

“การรอคอยหลายร้อยปี… ในที่สุดก็จะสิ้นสุดลงในศตวรรษนี้”

ขณะที่เธอพูดนั้น นัยน์ตาของอัศวินหลายร้อยคนก็เปล่งประกายราวกับว่าพวกเขาฟื้นคืนชีพหลังจากหลับใหลมาหลายยุคหลายสมัย

นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากรอยออกมา!

และ… รอยยังไม่รู้ตัวเลย

จบบทที่ บทที่ 120 เบื้องหลังเหตุการณ์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว