เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 การดวลพลังจิตในเมือง

บทที่ 29 การดวลพลังจิตในเมือง

บทที่ 29 การดวลพลังจิตในเมือง


บทที่ 29 การดวลพลังจิตในเมือง

ยามบ่าย ณ ร้านการ์ดตระกูลเหยียน เขตสถานศึกษา

"เจ้าเป็นผู้ใช้พลังจิตธาตุดิน เด็คส่วนใหญ่เป็นมอนสเตอร์เผ่าเครื่องจักร เชื่อข้าเถอะ การ์ดเวทมนตร์สวมใส่ 【ปืนใหญ่แรงโน้มถ่วง】 ใบนี้เหมาะกับเจ้าที่สุด!"

ในโซนขายของชั้นหนึ่ง เหยียนโยวที่สวมหน้ากากครึ่งหน้ากระซิบกับศิษย์ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงิน "ถ้าเอาไปใช้กับ 【ราชาเครื่องจักร-โปรโตไทป์】 ของเจ้า รับรองว่าจะได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนติดไอพ่นจรวดเลยล่ะ!"

"ได้! ข้าเชื่อท่าน!" ความลังเลหายไปจากใบหน้าศิษย์หนุ่มในพริบตา วินาทีต่อมา เขากวักมือเรียกพนักงานในร้านทันที "เอาใบนี้แหละ! ข้าเอา 【ปืนใหญ่แรงโน้มถ่วง】 ใบนี้!"

ถ้าเป็นคนอื่นแนะนำ เด็กหนุ่มคงแค่นเสียงใส่ เพราะมีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่าการ์ดใบไหนเหมาะกับเด็คของตัวเอง

แต่ถ้าเป็นคำแนะนำของเหยียนโยว เขายอมรับและเคารพ

ก็เมื่อบ่ายวานนี้ เขาเพิ่งโดนเหยียนโยวซัดหมอบในเทิร์นเดียวคาเวทีมาหมาดๆ นี่นา

ลูกค้าเริ่มทยอยเข้าร้าน แม้จะเทียบไม่ได้กับช่วงรุ่งเรืองในอดีต แต่การกลับไปสู่จุดนั้นคงเป็นแค่เรื่องของเวลา

ถ้ากอบกู้สถานการณ์ร้านการ์ดแห่งนี้ได้ก่อนจะจากไป ก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ตระกูลเหยียนเลี้ยงดูมา และถือว่าได้ทำหน้าที่ให้ตระกูลแล้ว

ดูจากแนวโน้มตอนนี้ ก่อนที่เหยียนโยวจะไป เขาน่าจะส่งยอดตามเป้าได้ แถมกำไรส่วนที่เหลือที่เขาจะได้รับส่วนแบ่ง ก็น่าจะมีลูกแก้วธาตุหลายพันลูกอยู่

"ยังจะมาบอกว่าเป็นแค่คนเฝ้าเวทีอีก!" ไหล่ถูกใครบางคนตบเบาๆ เหยียนโยวหันไปเจอกับเจ้าของผมทรงทวิลเทลสีเขียวเข้ม 【พยัคฆ์มาร】 จี้ฮวนโหมว

แน่นอน ทวิลเทลชาวบ้านเขาจะสมมาตรกันซ้ายขวา แต่ของหมอนี่อยู่ด้านหลังหัว สูงข้างต่ำข้างในแนวเดียวกัน

หลังจบการท้าดวลเมื่อวาน จี้ฮวนโหมวลงมาจากชั้นบนก็เคยถามฐานะที่แท้จริงของเหยียนโยว แต่โดนเหยียนโยวตอบปัดๆ ไปว่า "ก็แค่ดูเอลลิสต์คนหนึ่ง"

"มีฝีมือการดวลเก่งกาจขนาดนี้ แถมความรู้เรื่องการ์ดยังแน่นปึ้ก ท่านคือยอดฝีมือที่ตระกูลเหยียนฟูมฟักขึ้นมา เป็นผู้ดูแลร้านตัวจริงใช่ไหมล่ะ!"

ได้ยินคำฟันธงของจี้ฮวนโหมว มุมปากใต้หน้ากากของเหยียนโยวก็ยกยิ้ม ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ "จะมาท้าดวลอีกแล้วรึ?"

"ยังอยากตบข้าอีกหรือไง?" จี้ฮวนโหมวเบ้ปาก ทำหน้าเจื่อนๆ ชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน "ข้ามาเอาการ์ดของข้าต่างหาก"

"ช่วงนี้คงไม่มีใครมาท้าดวลท่านหรอก!" จี้ฮวนโหมวพูดต่อ "พวกที่เก่งกว่าข้า เมื่อเช้าท่านผู้อำนวยการพาไปร่วมงานประลองใหญ่ที่เมืองความหวังกันหมดแล้ว"

เมืองความหวัง คือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแดนใต้ เป็นชุมชนมนุษย์ระดับมหานคร มีสถาบันการดวลระดับสูงตั้งอยู่

แต่เหมือนสวรรค์จงใจจะตบหน้าจี้ฮวนโหมว พอพูดจบประโยค ยังไม่ทันที่เหยียนโยวจะตอบอะไร เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังมาจากข้างนอก

"ผู้เฝ้าเวที ออกมา!"

เสียงตะโกนนั้นห่อหุ้มด้วยพลังจิต ดังเข้ามาในหูของทุกคนในร้าน ทั้งร้านเงียบกริบทันที

"นั่นไง มาแล้ว"

เหยียนโยวตบไหล่จี้ฮวนโหมว เดินเลี่ยงผ่านร่างเขา ก้าวฉับๆ ออกจากร้าน

"ยังมีคนอยากโดนเชือดอีกเรอะ?" จี้ฮวนโหมวบ่นพึมพำ ไม่สนใจจะขึ้นไปเอาการ์ดแล้ว เดินตามหลังเหยียนโยวออกไปดูเรื่องสนุก

หน้าร้านมีคนมุงดูอยู่สองสามคน เป็นพวกศิษย์ที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด

ไทยมุงเป็นนิสัยถาวรของมนุษย์ ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการดวลการ์ด แถมยังมีคนกล้ามาท้าดวลเหยียนโยวที่เพิ่งสร้างสถิติชนะรวด 40 ตาเมื่อวาน ยิ่งน่าสนใจ

ทุกคนอยากเห็นหน้าไอ้คนไม่เจียมบอดี้ที่ว่านั่นเต็มแก่

เหยียนโยวเดินออกมา พอเห็นหน้าเด็กหนุ่มคนนั้น คิ้วภายใต้หน้ากากก็ขมวดเข้าหากัน "เจ้าเองรึ?"

คนที่ยืนอยู่ตรงข้าม คือเด็กหนุ่มที่เมื่อคืนมาขอฝากตัวเป็นศิษย์ แต่โดนเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

"เจ้าชื่อจานฉือใช่ไหม?" เหยียนโยวมองหน้าอีกฝ่าย น้ำเสียงเจือแววอ่อนใจ "บอกไปแล้วไง ข้าแค่รับจ้างมาเฝ้าเวที ไม่รับลูกศิษย์"

"ปรมาจารย์" เสียงจานฉือดังกระหึ่ม น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างแรงกล้า "ข้ามาเพื่อท้าดวลกับท่าน!"

เหยียนโยวจ้องมองจานฉือ พลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

เด็กหนุ่มตรงหน้าแผ่รังสีความมั่นใจออกมาอย่างรุนแรง เทียบกับเมื่อคืน ท่าทางและสีหน้าเปลี่ยนไปราวกับคนละคน จากเด็กขี้อายประหม่า กลายเป็นคนมั่นใจจนเกือบจะหยิ่งผยอง

แถมตั้งแต่เจอหน้ากัน จานฉือก็ปล่อยพลังจิตออกมาจากร่างตลอดเวลา ทำให้อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความบ้าคลั่ง

"เจ้ามีพลังจิตแค่ 2 ดาว ข้าไม่สู้กับเจ้าหรอก" เหยียนโยวยังคงปฏิเสธคำท้า

"โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็แค่พลังจิต 2 ดาว ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาท้าผู้เฝ้าเวทีตระกูลเหยียน!"

"นึกว่ายอดฝีมือที่ไหน ที่แท้ก็ไอ้พวกไม่ดูตาม้าตาเรือ"

"ข้ารู้จักหมอนี่ จานฉือจากห้องระดับ 2 ดาวไง ไอ้ขยะที่สอบเลื่อนระดับไม่ผ่านสี่รอบนั่นแหละ!"

พวกศิษย์ที่มุงดูต่างหมดสนุก แสดงท่าทีดูถูกจานฉืออย่างไม่ปิดบัง

คำพูดเหล่านี้เข้าหูจานฉือชัดเจน แต่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน ยังคงเต็มไปด้วยความมั่นใจ เขายืนกางขา ดูเอลดิสก์ที่ข้อมือยกขึ้นระดับอก ร่างกายยืดตรงสง่าผ่าเผย

จานฉือไม่พูดอะไร เพียงยืนนิ่งจ้องมองเหยียนโยว

"ก็ได้!" เหยียนโยวยกแขนขึ้น "ไหนๆ ข้าก็ว่างอยู่ จะสั่งสอนให้เจ้ารู้สำนึกเอง!"

ทั้งสองยืนประจันหน้า กางดูเอลดิสก์ที่ข้อมือพร้อมกัน

"ดูเอล!"

"ดูเอล!"

ทันใดนั้น พลังจิตสีม่วงดำก็ระเบิดออกมาจากร่างจานฉือ พุ่งขึ้นไปเหนือศีรษะ ก่อตัวเป็นม่านพลังแสงรูปร่างหนึ่งในสี่ของวงกลม

พวกศิษย์ที่กำลังจะแยกย้ายชะงักฝีเท้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว

ด้านหลังเหยียนโยว จี้ฮวนโหมวเบิกตากว้าง อ้าปากค้างพูดไม่ออก

"เจ้าบ้าไปแล้วรึ?!" เหยียนโยวที่อยู่ในสนามลดแขนลงตวาดลั่น "ทำไมต้องเปิดโหมดดวลพลังจิต?"

ลักษณะของการดวลเปลี่ยนไปตั้งแต่จุดนี้

เหยียนโยวรับคำท้า แต่พอเริ่มดวล จานฉือกลับเปิดม่านพลังจิตขึ้นมาเองดื้อๆ

การดวลพลังจิตเมื่อเริ่มแล้ว จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อไลฟ์พอยต์หมดลง และไลฟ์พอยต์ที่หมดลง ก็หมายถึงชีวิตของดูเอลลิสต์ที่ต้องดับสูญ

นี่คือวิธีการที่มนุษย์ใช้ต่อกรกับมอนสเตอร์หลังยุคที่มอนสเตอร์บุกโลก ในเขตชุมชนมนุษย์ แทบจะไม่มีใครดวลพลังจิตกันให้เห็น

ถ้าจานฉือตายด้วยน้ำมือเหยียนโยว สถาบันการดวลต้องลงมาสอบสวนเรื่องนี้แน่!

"เทิร์นของข้า ใช้เอฟเฟกต์ของ 【เงาภูตไร้หน้า】 จากบนมือ อัญเชิญพิเศษการ์ดใบนี้พร้อมกับ 【ลูกไฟเงา】 จากบนมือลงบนสนาม!"

จานฉือตอบกลับเหยียนโยวด้วยการกระทำ

เขาโบกมือวูบ การ์ดสองใบถูกวางลงบนสนามต่อกัน

ภายใต้ม่านแสงสีม่วงดำ ร่างเงาคนผมยาวสีเขียวมรกตที่มองไม่เห็นใบหน้า กับลูกไฟสีน้ำเงินซีด ปรากฏขึ้นบนสนามของจานฉือพร้อมกัน

【เงาภูตไร้หน้า พลังป้องกัน 200】

【ลูกไฟเงา พลังป้องกัน 0】

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 29 การดวลพลังจิตในเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว