เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ผู้เฒ่าตระกูล

บทที่ 6 ผู้เฒ่าตระกูล

บทที่ 6 ผู้เฒ่าตระกูล


บทที่ 6 ผู้เฒ่าตระกูล

การดวลจบลง ม่านพลังที่ปกคลุมพื้นที่สลายตัวไป

เหยียนโยวเก็บดูเอลดิสก์ ก้าวยาวๆ ไปยังซากโครงกระดูกสีเหลืองหม่น แล้วยื่นฝ่ามือออกไป

ด้วยอำนาจแห่งพลังจิต ชิ้นส่วนกระดูกขาวโพลนหลายชิ้นและลูกแก้วธาตุสีม่วงดำเข้มข้นสามลูกลอยเข้าสู่มือของเขา

"วัตถุดิบมอนสเตอร์เผ่าอันเดดที่หาง่ายที่สุดใน 【แดนกระดูกขาว】 แถมยังได้ลูกแก้วธาตุมืดอีก ไม่เสียเที่ยวจริงๆ!"เหยียนโยวพลิกดูเศษกระดูกในมือเล่นสักพัก ก่อนจะโยนทั้งหมดลงเป้สะพายหลัง

กระชับเป้ขึ้นหลังอีกครั้งเหยียนโยวทอดสายตามองไปข้างหน้า

ผ่าน 【แดนกระดูกขาว】 นี้ไป ก็จะเข้าสู่เขตแดนของเมืองตี้ญ่าอย่างเป็นทางการแล้ว

"กันไว้ดีกว่าแก้ ติดตราประจำตระกูลไว้ก่อนดีกว่า!"

ตราประจำตระกูลสีแดงเพลิงถูกหยิบออกจากกระเป๋าเสื้อเหยียนโยวกลัดมันไว้ที่หน้าอก ลวดลายรูปดาบที่แทงทะลุตราสัญลักษณ์นั้นเด่นตระหง่าน

ณ รอยต่อระหว่างแดนตะวันออกและแดนใต้นี้ มีเมืองมนุษย์ขนาดใหญ่ทัดเทียมเมืองตี้ญ่าอีกสองแห่ง ได้แก่ 【เมืองกุยซวี่】 และ 【เมืองไป่ซี】

ทั้งสามเมืองดูเหมือนจะปรองดองกันดี แต่เบื้องหลังกลับมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เนืองๆ

หากนักดวลฉายเดี่ยวตกอยู่ในอันตรายนอกเมือง การได้พบเจอคนจากสามเมืองนี้อาจหมายถึงการได้รับความช่วยเหลือ แต่ถ้าไปจ๊ะเอ๋กับนักดวลต่างเมือง แล้วอีกฝ่ายเห็นตราประจำตระกูลบนหน้าอก การแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นถือเป็นจุดจบที่สวยหรูที่สุดแล้ว

ดังนั้นเมื่อเข้าสู่เขตแดนเมืองของตน การติดตราประจำตระกูลจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

เขตแดนมอนสเตอร์นั้นเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด ถือเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับมนุษย์ มีเพียงขบวนคาราวานหาทรัพยากรและเหล่านักดวลฉายเดี่ยวที่ดิ้นรนเพื่อปากท้องเท่านั้นที่จะย่างกรายเข้าไป

แต่ในพื้นที่ปลอดภัยนอกเมืองแบบนี้ กลับเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกโลภมากใจคด พวกมันไม่อยากอยู่ภายใต้กฎระเบียบของเมือง แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเข้าไปเสี่ยงตายในเขตแดนมอนสเตอร์ จึงทำได้แค่ผันตัวเป็นโจรดักปล้นชิงทรัพย์ประทังชีวิตไปวันๆ

......

......

เหยียนโยวเดินทะลุ 【แดนกระดูกขาว】 ถนนใต้ฝ่าเท้าเปลี่ยนจากพื้นดินรกร้างเต็มไปด้วยวัชพืชกลายเป็นถนนเรียบกว้างที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์

เขาหยุดฝีเท้า เงยหน้ามองประตูเมืองมหึมาและตึกสูงระฟ้าที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า รวมถึงฝูงชนที่ต่อแถวรอเข้าเมือง ความโล่งใจแผ่ซ่านเข้ามาในอก

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับขบวนรถที่จอดอยู่ข้างฝูงชน

รถออฟโรดสีดำสองคันจอดเทียบอยู่ข้างทาง รอบรถมีคนยืนอยู่เจ็ดคน ห้าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเล็กน้อยสวมเครื่องแบบรัดรูปสีเทาเหมือนกันหมด ที่ข้อมือสวมดูเอลดิสก์ สีหน้าท่าทางนอกจากความระแวดระวังแล้วก็ไร้อารมณ์อื่นใด

พวกเขายืนล้อมรอบปกป้องเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเหยียนโยว และชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำอีกคนหนึ่ง

บนหน้าอกของเด็กหนุ่มและชายวัยกลางคน มีตราประจำตระกูลแบบเดียวกับเหยียนโยวติดอยู่

เมื่อเห็นกลุ่มคนนี้เหยียนโยวขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรังเกียจฉายวาบขึ้นบนใบหน้าชั่วขณะ

เขาปลดตราประจำตระกูลที่หน้าอกออก ดึงฮู้ดขึ้นคลุมปิดบังใบหน้า แล้วแทรกตัวปะปนไปกับฝูงชนที่กำลังเข้าแถว

"หือ?" ทางด้านขบวนรถ ชายวัยกลางคนเหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้ จึงหันขวับไปมองฝูงชนที่กำลังเดินเข้าเมือง

"มีอะไรหรือครับ ท่านผู้เฒ่าพิทักษ์?" เด็กหนุ่มข้างกายเอ่ยถาม สีหน้าเจือด้วยความหยิ่งยโสและความตื่นเต้น

"เมื่อกี้นี้ ข้าสัมผัสได้ถึงเจตนาอาฆาตที่พุ่งเป้ามาที่ข้า ดูเหมือนจะเป็นตัวตนระดับเดียวกับข้าเสียด้วย"

"พลังจิตระดับ 4 ดาวงั้นหรือครับ?" เด็กหนุ่มยิ้มมุมปาก "คงเป็นผู้อาวุโสตระกูลอื่นกระมัง ก็ตระกูลเราแข็งแกร่งกว่านี่นา พวกมันจะอิจฉาริษยาก็เป็นเรื่องปกติ"

"ท่านผู้เฒ่าพิทักษ์ ครั้งนี้ต้องรบกวนท่านแล้ว เราออกเดินทางกันเถอะครับ!"

......

......

เหยียนโยวไหลตามคลื่นมนุษย์เข้าสู่เมืองตี้ญ่า

เบื้องหน้าคือถนนสะอาดสะอ้านกว้างขวาง ผู้คนเดินขวักไขว่ สองข้างทางเต็มไปด้วยตึกสูงและธงทิวหลากสีสันที่โบกสะบัด

สำหรับเมืองที่อาศัยมาสิบปีเหยียนโยวไม่ได้ตื่นตาตื่นใจมองไปรอบๆ เขาเพียงเดินมุ่งหน้าไปทางทิศหนึ่งอย่างช้าๆ ในใจกลับหวนนึกถึงขบวนรถที่เจอหน้าเมืองเมื่อครู่

ขบวนนั้นคือหนึ่งในหน่วยคุ้มกันของตระกูลเหยียน มีหน้าที่หลักในการรวบรวมทรัพยากรและคุ้มกันความปลอดภัย ส่วนสองคนที่ดูเหมือนหัวหน้านั่น เด็กหนุ่มชื่อ 'เหยียนปั้นอวี่' พลังจิตระดับ 2 ดาว เขาคือนายน้อยสายตรงลำดับที่สองของตระกูลเหยียน

ส่วนชายวัยกลางคนคือ 'ผู้เฒ่าพิทักษ์' ของตระกูล ตัวตนระดับพลังจิต 4 ดาว

เหยียนปั้นอวี่นิสัยเย่อหยิ่งจองหองมาตั้งแต่เด็ก ชอบใช้อำนาจเงินตราเป็นใบเบิกทาง รวบรวมพวกเด็กประจบสอพลอมาไว้รอบกาย ใครในตระกูลรุ่นเดียวกันที่กล้าขัดใจ เป็นต้องโดนกลั่นแกล้งรังแกทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งเหยียนโยวก็คือหนึ่งในเหยื่อเหล่านั้น

ส่วนผู้เฒ่าพิทักษ์ คือหนึ่งในหกผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลเหยียน ดูแลกองกำลังคุ้มกัน รับผิดชอบความปลอดภัยของตระกูล

ในตระกูลเหยียน ผู้ที่มีพลังจิตระดับ 4 ดาวขึ้นไปสามารถยื่นคำร้องขอเป็น 'ว่าที่ผู้อาวุโส' ได้ และเมื่อผู้อาวุโสคนก่อนเกษียณหรือเสียชีวิต ก็จะได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อาวุโสเต็มตัว เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารตระกูล

คนตระกูลเหยียนที่ได้เป็นผู้อาวุโสจะละทิ้งชื่อเดิม และใช้ตำแหน่งเรียกขานแทน ได้แก่ ผู้เฒ่าจัดการภายใน, ผู้เฒ่าคลังสมบัติ, ผู้เฒ่าพิทักษ์, ผู้เฒ่าการทูต, ผู้เฒ่าบัณฑิต และผู้เฒ่าพาณิชย์ รับผิดชอบงานด้านการปกครอง, การเงิน, ความปลอดภัย, การต่างประเทศ, การศึกษา และการค้า ตามลำดับ

สาเหตุที่ต้องใช้พลังจิตระดับ 4 ดาวเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ เพราะมนุษย์ที่มีพลังจิตระดับนี้สามารถต้านทานอานุภาพของอาวุธปืนได้ซึ่งหน้า ไม่ตายง่ายๆ นั่นเอง

ก่อนมอนสเตอร์จะมาเยือน โลกใบนี้เดินหน้าด้วยเทคโนโลยี ระดับวิทยาการเทียบเท่าดาวบลูสตาร์เมื่อ 200 ปีก่อน

ปัจจุบันแม้มนุษย์จะหันมาทุ่มเทให้กับการวิจัยพลังจิต แต่คนที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการดวลก็ยังคงผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีอยู่ เพียงแต่ก้าวหน้าไปอย่างเชื่องช้ามาก

ส่วนมอนสเตอร์ ก็ไม่ต่างจากมนุษย์

มอนสเตอร์ระดับ 1 ถึง 3 ดาว นอกจากจะกำจัดด้วยการดวลแล้ว ยังสามารถใช้วิธีทางกายภาพสังหารได้ นี่คือวิธีรับมือในช่วงแรกที่มอนสเตอร์เพิ่งปรากฏตัว และยังเป็นหนึ่งในวิธีหลักที่ตระกูลใช้รวบรวมทรัพยากรสร้างการ์ดในปัจจุบัน

แต่นักดวลฉายเดี่ยวไม่มีทางเลือกเช่นนั้น

การใช้อาวุธปืนพร่ำเพรื่อย่อมกระตุ้นให้พวกมอนสเตอร์ในพื้นที่ลุกฮือโต้กลับ ดีไม่ดีอาจจะดึงดูดมอนสเตอร์ระดับสูงที่อาวุธปืนทำอะไรไม่ได้ออกมาด้วย

หากเจอสถานการณ์เช่นนี้ ขบวนรถของตระกูลก็แค่ขับหนี แต่สำหรับนักดวลฉายเดี่ยว จุดจบมีเพียงการท้าดวลครั้งสุดท้ายเพื่อศักดิ์ศรีกับมอนสเตอร์ระดับสูง แล้วก็ตายตกไปตามกัน

แน่นอนว่าถ้าหาคนคอเดียวกันมาตั้งปาร์ตี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นั่นก็นำมาซึ่งปัญหาเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์อีก

เดินฝ่าฝูงชนที่จอแจเหยียนโยวมาหยุดอยู่หน้ากลุ่มอาคารสูงตระหง่าน ที่นี่คืออาณาเขตของตระกูลเหยียนในเมืองตี้ญ่า

เขาติดตราประจำตระกูลกลับเข้าไป แจ้งสถานะและจุดประสงค์กับยามหน้าประตู จากนั้นก็เดินตามยามเข้าไปยังตึกสูงหลังหนึ่ง

ผ่านบันไดและห้องหับที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงหลายห้อง เขาเดินเข้าสู่ห้องทำงานห้องหนึ่ง

ภายในห้องกว้างขวางโอ่อ่า ตกแต่งอย่างหรูหราประณีต ที่ตำแหน่งประธานด้านในสุด มีชายชราสวมชุดคลุมสีเทานั่งสงบนิ่งอยู่

ชายชราเงยหน้าขึ้น ใบหน้าอิ่มเอิบฉายแววสุขุมเยือกเย็น "เหยียนโยว เจ้ามาหาข้ามีธุระอันใด?"

"ท่านผู้เฒ่าจัดการภายใน!"เหยียนโยวค้อมศีรษะเล็กน้อย พร้อมกับเริ่มปลดปล่อยพลังจิตของตนออกมา

เขายกมือขวาขึ้น การ์ดใบหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าเหนือฝ่ามือ เผยให้เห็นรูปลักษณ์เต็มตา

มอนสเตอร์ธาตุดิน 4 ดาว 【นักรบหญิงแห่งทุ่งร้าง】

"พลังจิตของข้าบรรลุระดับ 4 ดาวแล้ว ที่มาหาท่านในวันนี้ เพื่อยื่นคำร้องขอเป็นว่าที่ผู้อาวุโสของตระกูล..."เหยียนโยวเงยหน้าขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "และขอเปิดศาลตระกูล ทวงคืนมรดกของพ่อแม่ข้าจากเหยียนเสี่ยวฮวา!"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 6 ผู้เฒ่าตระกูล

คัดลอกลิงก์แล้ว